email-icon facebook-icon Line-icon

ตอนที่1 คุณมองเห็นผมเหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่1 คุณมองเห็นผมเหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 04:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 คุณมองเห็นผมเหรอ
แบบอักษร

“คุณมองเห็นผมเหรอ !!!… “เป็นเอกที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนอยู่ หรือว่าตายเหลือแค่วิญญาณ เพราะเขายังหาร่างตัวเองไม่เจอ แต่ ที่รู้คือตัวเองพูดกับใครแล้วไม่มีใครคุยด้วยหรือมองเห็นเขา และตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่เขาจำได้ครั้งสุดท้ายคือเขาขับรถชนกับสิบล้อที่ขับส่ายไปส่ายมา แล้วที่เหลือต่อจากนั้นเขาก็ไม่รู้อะไรเลย และที่เขามาทักผู้ชายที่นั่งกินข้าวที่ร้านข้างทางนี้ขึ้นเพราะ เขาสบตาเข้ากับผู้ชายตัวอวบที่ออกจะไปทางอ้วนซะมากกว่า และนั่งกินข้าวจานที่สามอยู่ โดยไม่สนใจใคร แต่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา  

“เปล๊า !! ผมไม่เห็นใครนะ …” 

“แล้วตอนนี้คุณคุยกับใครอยู่ล่ะ ถ้าไม่คุยกับผม …”เป็นเอกมองคนตัวอ้วนแล้วหมั่นไส้ขึ้นมา คุยกับเขาอยู่แท้ๆยังมาบอกว่ามองไม่เห็นเขา ตอนนี้เขาทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ ที่มีคนให้ถามให้คุยด้วย เพราะตั้งแต่เขารู้ตัวว่า คุยกับใครแล้วไม่มีใครได้ยินไม่มีใครเห็นเขาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เขาเลยเดินไปทั่วจนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน  

“^”… 

“คุณกินไปสามจานแล้วหยุดคุยกับผมก่อนได้ไหม ผมรู้ว่าคุณเห็นผมและได้ยินที่ผมพูด …“เป็นเอกกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ถ้าเขาเป็นคนปกติ เขาจะไม่แลผู้ชายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินจนตัวจะแตกแบบนี้หรอก ให้ตายเถอะทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องบ้าอะไรแบบนี้ด้วย ที่สำคัญตอนนี้เขาเป็นอะไร ตายหรือยัง ทำไมเขาไม่เห็นพ่อแม่ อย่างน้อยถ้าเขาตายต้องมีการสวดศพหรือเรียกวิญญาณบ้างตามที่ชาวพุธเขาทำกัน 

“น้องครับ ถือว่าพี่ขอร้อง พี่รู้ว่าเราเห็นพี่ …“เป็นเอกยืนนิ่งเพื่อพิจารณาคนที่เขาขอร้องอยู่ อายุน่าจะพอๆกับฝันดีเด็กที่เขารักเหมือนชายแท้ๆ แต่คนนี้ขาวกว่าฝันดี ผิวออกจะสีชมพูเหมือนคนสุขภาพผิว ก็ไม่แปลกหรอก เพราะกินซะขนาดนี้ อีกหน่อยคงจะกลิ่งแทนเดิน หน้าเหมือนเด็กม.ปลาย แก้มแทบจะปิดจมูกอยู่แล้ว เห็นแล้วหมั่นเขี้ยว อยากบีบแก้มให้แตก ไม่ก็เอายางมาดีดให้มันระเบิดไปเลย 

“ก่อนที่จะเรียกผมน้อง คุณควรจะถามอายุผมก่อนนะครับ …“คนตัวอวบระยะสุดท้ายยังก้มหน้ากินและพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองอีกหนึ่งวิญญาณที่ชวนเขาคุยอยู่ 

“พูดกับผมได้แล้วเหรอ ที่ผมขอร้องคุนไม่ใช่อยากรบกวนเวลากินนนนน !! อันมีค่าของคุณหรอกนะ แต่ผมไม่สามารถคุยกับใครได้เพราะไม่มีใครเห็นผมเลย …“เป็นเอกเชิดหน้าขึ้น ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆอย่างระงับอารมณ์ของตัวเอง ทำไมเขาต้องมาตกอยู่สภาพที่ง้อผู้ชายตัวอ้วน และดูๆแล้วจะเตี้ยด้วย  

“ผมปลาวาฬครับ เรียกผมว่าพี่ปลาวาฬก็ได้ ผมคิดว่าผมอายุมากกว่าคุณแน่ๆ …“ปลาวาฬยังคงก้มหน้าพูดเบาๆไม่เงยหน้ามาคุยเหมือนเดิม 

“พี่ !!!!! หน้าคุณเหมือนเด็กม.ปลาย จะให้ผมเรียกคุณพี่ แล้วตัวก็แค่เนี่ย ไม่อ่ะ !!! หรือคุณจำได้ว่าผมเป็นใคร คุณเคยเห็นผมใช่ไหม เออ !! จริงสิ ก็ผมเป็นดาราคนทั้งประเทศก็ต้องรู้จักผมสิ ว่าแต่ว่าเวลาคุยกับผมทำไมคุณไม่มองหน้าผม แล้วพูดให้มันดังๆกว่านี้หน่อย …“เป็นเอกขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ 

“คนเขาก็ว่าผมบ้าพูดคนเดียวสิ …”ปลาวาฬยกนํ้าขึ้นดื่ม แล้วเหลือบตาขึ้นมองสบตากับเป็นเอก แต่ก็แค่ขยับปากให้เสียงออกมานิดหน่อย ให้เป็นเอกเดาเอาจากที่เขาขยับปาก 

“ตาแม่ง …“เป็นเอกสบตากับปลาวาฬอีกครั้ง ทำให้เขาได้เห็นตากลมโตชัดเจน มันบ้องแบ๊วมาก โดยรวมแล้ว หน้าโคตรน่ารัก แต่เสียดายทั้งอ้วน ทั้งเตี้ยไปหน่อย แล้วเขาจะพิจารณาทำไมเนี่ย เขาชอบผู้หญิงเขาไม่ได้ชอบผู้ชายซะหน่อย แล้วถึงจะชอบ ก็จะไม่ชอบทั้งอ้วนทั้งเตี้ยอย่างนี้แน่นอน 

“แล้วคุณเป็นใครมาจากไหนคุณจำตัวเองได้ไหม …“ปลาวาฬพูดเบาๆเอาแก้วนํ้าขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ขณะที่ถาม 

“ห๊ะ !!! นี่คุณไม่รู้จักผมหรือว่าคุณเห็นผมไม่ชัดกันแน่ … “เป็นเอกถามด้วยความตกใจและไม่มั่นใจว่าเขาเป็นวิญญาณเหมือนในละครไหมที่เห็นแค่ลางๆไม่ชัดเจนจนมองไม่ออกว่าเป็นใคร 

“ชัดสิ ผมเห็นคุณเหมือนคนปกตินั่นแหละเพียงแต่ผมรู้ได้ทันทีว่าคุณไม่ใช่คน แต่เป็นวิญญาณ …“ปลาวาฬอธิบายอย่างใจเย็นและยังรักษาความดังของเสียงและปากที่ขยับให้น้อยที่สุด 

“แล้วคุณไม่รู้จักผมเหรอ ผมว่าคุณก็ยังเป็นวัยรุ่นนะ คุณน่าจะรู้จักผม ผม เป็นเอก ที่กำลังเป็นดาราอยู่และก็ดังพอสมควร …“เป็นเอกพูดพร้อมกับทำหน้าแปลกใจที่คนตัวอ้วนไม่รู้จักเขา 

“ขอโทษนะ เอ่อ คือ ผมไม่เคยดูละคร ผมทำงาน แล้วก็นอน แล้วก็กิน ชีวิตผมหมุนเวียนอยู่แค่นี้ แล้วผมไม่ว่างพอที่จะดูละครด้วย งานผมค่อนข้างเยอะ ผมกินข้าววันละสองครั้ง ผมเน้นนอนกับกินถ้าผมมีเวลา …“ปลาวาฬอธิบายเบาๆเมื่อเห็นหน้าอีกคนสงสัยอะไรเบอร์นั้น ก็แค่เขาไม่รู้จักตัวเองก็ต้องแปลกใจด้วยเหรอ 

“ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย ผม เอ่อ ไม่รู้ว่าผมตายรึยัง คือผมไม่รู้ว่าร่างผมอยู่ที่ไหน …”เป็นเอกพูดด้วยความสับสนกับตัวเอง  

“ยัง !! คุณยังไม่ตาย เพียงแต่คุณยังหาร่างของคุณไม่เจอ …“ปลาวาฬพูดเบาๆ พร้อมกับยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน  

“เออ !! แล้วคุณเห็นผมได้ยังไง แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมยังไม่ตาย …“เป็นเอกพึ่งนึกได้ เพราะเขาพยายามมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินที่เขาพูดเลย 

“คุณอย่ารู้เลย เอาเป็นว่าผมจะพยายามช่วยคุณก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ เราต้องไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ผมเกร็งปากพูดกับคุณจนเมื่อยไปหมดแล้ว …“ปลาวาฬตัดบทขี้เกียจอธิบายเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่จำความได้มันก็เห็นแล้ว ครั้งแรกๆก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่พอนานๆไปก็แยกออกระหว่าง วิญญาณที่ออกจากร่างที่ยังไม่ตายและวิญญาณที่ออกจากร่างที่ตายแล้ว 

“แล้วนี้คุณจะไปไหน …”เป็นเอกเดินตามคนตัวอ้วนออกไปจากร้าน 

“ผมจะกลับห้อง ผมคุยข้างนอกกับคุณไม่ถนัดหรอกเดี๋ยวเขาหาว่าผมเป็นบ้า ผมเจอมาเยอะ เลยต้องระวังตัวมากขึ้น …“ปลาวาฬพูดแบบพยายามไม่ขยับปากในขณะที่มีคนเดินสวนทางมาใกล้ๆเขา 

“แล้วคุณไว้ใจผมเหรอ พาผมกลับห้องทั้งๆที่เราพึ่งเจอกัน …“เป็นเอกถามด้วนความแปลกใจ 

“คุณคงลืมว่าคุณเป็นแค่วิญญาณ …”ปลาวาฬหันมามองหน้าคู่สนทนาที่ไม่มีตัวตนของตัวเองเบาๆ 

“เอ่อ ใช่ผมลืม แล้วที่คุณบอกให้ผมเรียกคุณว่าพี่อ่ะ คุณอายุเท่าไหร่ …”เป็นเอกถามยิ้มๆขณะที่เดินคู่กันไปอีกคนสูงแค่หน้าอกเขา เขาอยากจะเรียกเตี้ยก็เกรงใจ อยากเรียกอ้วนก็กลัวว่าจะโกรธแล้วไม่ช่วยเขา 

“ผมอายุยี่สิบห้าผมเรียนจบแล้วและก็ทำงานมาสองปีแล้ว ทีนี้เรียกผมว่าพี่ได้ยัง …”ปลาวาฬหันไปถามแล้วเงยหน้าขึ้น จนคอตั้ง 

“หึๆ ขอโทษนะผมขอเรียกอย่างอื่นได้ไหม หน้าคุณไม่เหมาะที่จะเรียกพี่จริงๆ ไม่ใช่คุณทำตัวไม่น่าเรียกนะแต่หน้าตาคุณเหมาะที่จะเป็นน้องผมมากกว่า …“เป็นเอกพูดแล้วขำลึกๆในลำคอ เมื่อสบตาบ้องแบ๊วของคนตัวอ้วน  

“เอาที่สบายใจเถอะ …”ปลาวาฬพูดอย่างปลงๆเพราะเขาเจอแบบนี้มาจนชินแล้ว  

“เรียกเอ่อ เรียก อ้วนได้ไหม …”เป็นเอกถามแล้วมองหน้าคนอ้วนว่าจะโกรธเขาไหม 

“ตามใจ อยากเรียกอะไรก็เรียก ถ้าผมไม่หันก็อย่ามาว่าแล้วกันเพราะไม่มีใครเรียกผมแบบนี้ …“ปลาวาฬสะบัดหน้าเหวี่ยงๆ 

“อ้าว แล้วคนส่วนมากเขาเรียกอะไรอ่ะ …“ 

“น้องปลาวาฬ ทั้งๆที่ผมอายุมากกว่าก็ยังจะเรียก ก็อย่างที่เห็นอ่ะนะ ผมน่ารักผมหน้าเด็ก ผมเลยต้องทำใจ …”ปลาวาฬพูดแล้วยักไหล่อย่างไม่แคร์ 

“ฮ่าๆ งั้นดีผมเรียกไม่เหมือนคนอื่นนะอ้วน …“เป็นเอกหัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ทำให้เขานึกถึงฝันดีขึ้นมาทันที คนที่พกความมั่นใจมาจากบ้านเต็มร้อยในความน่ารักของตัวเอง  

“ถึงแล้ว คอนโดที่ผมพัก …”ปลาวาฬชี้ให้ดูตึกที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งไม่ไกลจากร้านข้าวมากนัก 

“หืม !!!! นี่มันคอนโด …“เป็นเอกอุทานออกมาเบาๆเพราะมันเป็นของบริษัทของพ่อของเขาหนิ ที่ปกป้องดูแลอยู่ 

“คอนโดนี้เป็นของตระกูล ภักดีอัศวโภคิน และคอนโดที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพ …“ปลาวาฬหันมาบอกเป็นเอก ที่ทำหน้าอึ้งๆ 

“คุณรู้จักตระกูลนี้ดีแล้วทำไมคุณไม่รู้จักผม …“เป็นเอกยิ่งงงไปใหญ่ 

“ก็ไม่รู้จักอ่ะ จะให้ทำยังไง ผมรู้แต่ว่าเขามีลูกชายสองคน คนโตชื่อปกป้อง ผมรู้จักเขาด้วย เคยเห็นตอนที่ผมเข้าออฟฟิศใหญ่ แต่อีกคนผมไม่รู้เรื่องของเขา …“ปลาวาฬอธิบายพร้อมกับเปิดห้องเข้าไปด้านใน 

“คุณทำงานอะไรถึงต้องเข้าออฟฟิศแล้วไปเจอพี่ปกป้อง …“เป็นเอกถามเสียงเหวี่ยงๆ เจ็บใจที่รู้จักพี่ชายเขาแต่ดันไม่รู้จักเขา เขาออกจะดัง 

“ผมเป็นสถาปนิก คุณรออยู่นี้แหละผมขอไปเปลี่ยนเสื้อแป๊บร้อนมากๆ …“ปลาวาฬบอกเสร็จก็เดินแยกเข้าห้องนอนของตัวเองไปทันที 

 

“ไม่ต้องอายหรอกเปลี่ยนเถอะ …”เป็นเอกตามเข้าไปแบบไม่ต้องเปิดประตู เขาเดินตามคนตัวอ้วนไปทันทีและพึ่งรู้ว่าเขาทะลุประตูได้ด้วยเหมือนในละครเลย 

“หันไปเลย …”ปลาวาฬหันมาพูดเสียงนิ่ง  

“ครับๆ …“เป็นเอกที่เดินเข้ามาก็นอนลงที่เตียงทันที แล้วหันหลังให้คนตัวอ้วนที่พูดเสียงนิ่งที่ดูยังไงก็ไม่น่ากลัวสักนิด เห็นแล้วเป็นเอกอยากหยิกแก้มมากกว่า 

“จะตามเข้ามาทำไม …”ปลาวาฬบ่นขึ้นทันทีที่เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้ว  

“คุณทำงานที่บริษัทนั้นเหรอ คุณถึงเจอพี่ปกป้อง …“เป็นเอกยังคงคาใจ เขาก็งงตัวเองเหมือนกันทำไมต้องมาสงสัยอะไรในเรื่องของคนอื่น ทั้งๆที่มันไม่ใช่นิสัยของเขาเลย แต่แปลกใจไม่หายว่ารู้จักพี่ชายเขาแต่ไม่รู้จักเขา 

“เปล่าผมไม่ใช่พนักงานของบริษัท ผมรับงานมาทำ ฟรีแลนซ์อ่ะ …“ปลาวาฬเดินออกมาจากห้อง มานั่งที่โซฟาในห้องด้านนอก ห้องของเขาก็เหมือนคอนโดทั่วไป สองห้องนอนสองห้องนํ้า เขาซื้อเองตั้งแต่เรียนจบด้วยเงินเก็บของตัวเอง ที่เก็บจากพ่อแม่จ่ายให้ทุกเดือน เขาไม่ค่อยได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยมากนัก ส่วนมากหมดไปกับการกินมากกว่า แฟนก็ไม่เคยมี เลยมีเงินเก็บเยอะโดยไม่ต้องขอพ่อแม่ แต่พ่อกับแม่ก็โอนให้ทุกเดือน เป็นเงินปันผลประจำเดือนของตระกูลและเงินปันผลประจำปีด้วย ถึงเขาไม่ทำงานก็มีเงินกินทั้งชาติ  

“แล้วทีนี้อ้วนรู้จักผมหรือยัง …“เป็นเอกถามขึ้นเมื่อคุยกันได้สักพัก 

“ยัง คุณยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณเป็นใคร …“ปลาวาฬทำหน้างงๆ เลยทำให้เป็นเอกกลอกตามองบนอย่างเซ็งๆ 

“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล ภักดีอัศวโภคิน เป็นน้องชายของพี่ปกป้อง นี่ผมต้องบอกคุณขนาดนี้เลยเหรอคุณถึงจะเข้าใจ …“เป็นเอกส่ายหน้าเซ็งๆอย่างขัดใจ ถ้าเขาปกติเขาจะไม่มานั่งทนให้ตัวเองหัวเสียแบบนี้เลยจริงๆ 

“อ้าว !! คุณก็รู้หนิว่าคุณเป็นใครแล้วทำไมคุณไม่ไปหาพี่ชายของคุณล่ะ …“ 

“ถ้าผมไปได้ผมจะมานั่งตรงนี้ทำไม ให้ผมไปยังไง ผมไปไม่เป็น ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงด้วยซ้ำ ผมตายหรือผมยังเป็นคนผมยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ อ้วนไม่ต้องกลัวผมไม่ให้คุณช่วยฟรีๆหรอก ถ้าผมหาร่างเจอแล้วเข้าร่างได้เมื่อไหร่ผมจะจ่ายให้คุณตามที่คุณต้องการเลย …“เป็นเอกพูดอย่างถือตัว  

“ตอนคุณเป็นคนปกติ คุณคงจะใช้เงินฟาดหัวคนจนชินสินะ ถึงกล้าจะเอามาฟาดหน้าผมแบบนี้ …“ปลาวาฬพูดเสียงนิ่งอย่างไม่พอใจ 

“เอ่อ !! …” 

ความคิดเห็น