facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3.ตามล่า

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.5k

ความคิดเห็น : 116

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2563 03:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
3.ตามล่า
แบบอักษร

3.ตามล่า 

  

               ผู้กองพนามองหน้าหญิงสาวอย่างพยายามจับผิดดูว่าเธอจะอำอะไรเขา เพราะจากที่เคยรู้จักกันมาเธอก็มีแววแสบอยู่ไม่ใช่เล่น ไม่ใช่ว่าเธอจำเขาได้แล้วคิดจะแกล้งเขาหรอ 

               ส่วนแก้วเจ้าจอมก็ได้แต่ยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้ เรื่องที่เธอนึกอะไรไม่ออกมันทำให้เธอเกิดความกลัวขึ้นมาจับใจจนน้ำตาซึม นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงจำชื่อของตัวเองไม่ได้เลยแล้วผู้ชายคนนี้เขาเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่...เจ็บ...ที่สีข้างด้านซ้ายของเธอมีแผล ที่ศีรษะก็มีผ้าพันแผลพันเอาไว้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกัน 

               “ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้” เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ฉันเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน ฉันเป็นอะไร...” หยดน้ำตาใสๆ ที่ร่วงลงมากับท่าทีหวาดกลัวอย่างไม่มีการเสแสร้งของเธอทำให้ผู้กองพนาเกิดใจไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วนะถ้าเกิดเธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ คุณยายก็บอกเขาอยู่ว่าเธอได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างหนัก ไอ้อาการแบบนี้หรือว่า...ความจำเสื่อม! 

               “คุณ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะอย่าเพิ่งร้องไห้” เขารีบบอกเมื่อแก้วเจ้าจอมยังคงนั่งกุมศีรษะแล้วก็ร้องไห้ออกมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวงจนดูน่าสงสาร 

               “คุณใจเย็นๆ ก่อน พยายามตั้งสมาธิให้ดีๆ แล้วนึกออกมา คุณชื่ออะไร ชื่อของคุณน่ะ” แก้วเจ้าจอมทำตามที่เขาบอก เธอพยายามนึกถึงชื่อของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกซ้ำอาการปวดศีรษะยังรุนแรงขึ้นมาอีกจนเธอต้องหยุดนึก 

               “...ฉันไม่รู้ ฉันนึกอะไรไม่ออกทั้งนั้นแล้วคุณล่ะเป็นใคร ที่นี่ที่ไหน” 

               “ผมเป็น...” แล้วผู้กองพนาก็หยิบเสื้อเครื่องแบบของเขามาใส่ให้เธอดู ตอนที่เจอกันครั้งแรกเธอก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นตำรวจพลร่ม ดูซิว่าคราวนี้เธอจะรู้รึเปล่า 

               “คุณดูเครื่องแบบของผมนะ เนี่ย ชุดเครื่องแบบแบบนี้คือชุดของใคร” 

               “...ทหาร” 

               อะไรนะ! ทหารอย่างนั้นหรอ ตอบมาได้อย่างมั่นใจเลยว่าเขาเป็นทหาร เธอลืมแม้กระทั่งเครื่องแบบของเขา 

               “ผมเป็นตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน” 

               “ตำรวจหรอ...” เธอทวนแล้วมองเขาอย่างสำรวจ ทำไมเธอถึงมาอยู่กับตำรวจได้ล่ะ เธอมีแผลด้วยหรือว่า... 

               “ฉันเป็นคนร้ายหรอ แผลนี่คุณเป็นคนทำใช่มั้ย” เธอชี้มาที่แผลตรงสีข้างยิ่งทำให้ผู้กองพนาเครียดมากขึ้นกว่าเดิม หรือว่าพรุ่งนี้เขาจะลองเสี่ยงพาเธอไปโรงพยาบาลดี 

               “เปล่าๆ ผมไม่ได้ทำร้ายคุณและคุณก็ไม่ใช่คนร้ายสบายใจได้ เอาอย่างนี้นะ ตอนนี้คุณเพิ่งฟื้นอาจจะยังเบลอๆ อยู่ก็เลยจำอะไรไม่ได้ ผมว่าคุณนอนพักต่อก่อนดีกว่า พักผ่อนให้มากๆ อย่าเพิ่งคิดอะไร ไม่แน่ว่าพอตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้คุณอาจจะจำเรื่องราวทุกๆ อย่างได้” ถึงเขาจะบอกแบบนี้แต่แก้วเจ้าจอมก็ยังหวาดกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ เธอสงสัยนักว่าตัวเองเป็นใคร ชื่ออะไร ทำไมถึงได้มาอยู่กับตำรวจนายนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกยังไงก็นึกไม่ออกและปวดศีรษะทุกครั้งในยามที่พยายามใช้ความคิด ดังนั้นเธอจึงค่อยๆ ล้มตัวลงนอนตามเดิมตามที่เขาบอก ส่วนผู้กองพนาก็ช่วยห่มผ้าให้เธอจนเรียบร้อยแล้วจึงถอยออกมานั่งพิงผนังบ้านอยู่ข้างที่นอนของเธอตามเดิม 

               “ถ้าพรุ่งนี้ฉันยังจำอะไรไม่ได้ล่ะ...ฉันกลัว” การไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครและจำอะไรไม่ได้เลยมันทำให้แก้วเจ้าจอมกลัวมาก ทั้งกลัวและกังวลไปหมดเหมือนเธอยืนอยู่เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้อย่างไรอย่างนั้น 

               “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าพรุ่งนี้คุณจะจำอะไรได้หรือเปล่าแต่ผมก็จะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้คุณเอง ถ้าตอนนี้คุณยังนึกอะไรไม่ออกก็อย่าเพิ่งนึกเดี๋ยวจะปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก เอาเป็นว่าตอนนี้คุณรู้แค่ว่าตัวคุณปลอดภัยแล้วและผมก็จะคอยดูแลคุณ ส่วนเรื่องอื่นช่างมันไปก่อน” 

               แก้วเจ้าจอมไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาอีก เธอขดตัวนอนซุกอยู่กับผ้าห่ม น้ำตาซึมออกมาอย่างไม่อาจบังคับให้หยุดได้ การที่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาแล้วจำตัวเองไม่ได้มันโดดเดี่ยวอ้างว้างมากแค่ไหน เหมือนยืนอยู่ท่ามกลางถนนเป็นร้อยๆ สายแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี แล้วผู้คนรอบข้างก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จะไว้เนื้อเชื่อใจได้รึเปล่า ยิ่งเธอบาดเจ็บอยู่แบบนี้แล้วเธอจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร 

               ความแสบและความช่างพูดเมื่อคราวที่ได้รู้จักกันครั้งนั้นทำให้ผู้กองพนาเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปของเธอในขณะนี้ได้อย่างชัดเจน เธอไม่ได้เสแสร้งอย่างที่เขาสงสัย เธอตัวสั่นจริงๆ แล้วก็ดูจะหวาดกลัวมากๆ เธอเอาแต่นอนมองเขากึ่งเชื่อใจและกึ่งระแวง อาการของเธอมันทำให้เขาถึงกับคิดหนัก จะมาความจำเสื่อมอะไรกันตอนนี้ เขายังอยากจะรู้อยู่ว่าเธอเป็นใคร จะได้พาไปส่งบ้านถูกและอยากรู้เรื่องราวของคดีที่เกิดขึ้นด้วยเขาจะได้ไปจัดการกับไอ้พวกแมงดาค้าผู้หญิง หรือว่า...เขาจะลองเสี่ยงดู เสี่ยงที่จะติดต่อไปหารองแม่ทัพภาคที่ 3 พลตรีคีรินทร์ วัฒนกุล เพราะอย่างน้อยท่านก็เป็นพ่อของผู้หมวดรีคอนคนนั้น หรืออีกสถานะก็คือพ่อของแฟนเธอคนนี้ เพราะจำชื่อจริงของผู้หมวดรีคอนไม่ได้และไม่รู้ด้วยว่าเขาประจำการอยู่ที่ไหน มีเพียงแค่รองแม่ทัพภาคที่ 3 เท่านั้นที่เขาจะติดต่อหาได้และท่านก็น่าจะรู้จักกับหญิงสาวรายนี้ 

               ผู้กองพนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วค้นหาเบอร์โทรศัพท์เพื่อจะติดต่อหารองคีรินทร์ แต่เบอร์ที่เขาค้นหาได้ก็ล้วนแต่เป็นเบอร์ที่ใช้ติดต่อในราชการทั้งนั้น ไม่ได้มีเบอร์ส่วนตัวติดต่อหาเลย นี่ก็ดึกมากแล้วถ้าโทรไปใครจะรับสาย เห็นทีคงต้องรอพรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะแล้วค่อยโทรไป 

                 

 

 

               ตลอดทั้งคืนผู้กองพนานอนไม่ค่อยหลับเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนในหมู่บ้าน แม้คุณตากับคุณยายจะรับปากแล้วว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาดเรื่องที่เขาพาหญิงสาวมารักษาตัวที่นี่ แต่สถานการณ์ในพื้นที่แบบนี้ และเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ด้วยเขาก็เลยต้องระวังตัวและเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน อีกทั้งก็ยังต้องคอยป้อนยาให้แก้วเจ้าจอมอีกเพราะเธอมีอาการปวดศีรษะอยู่ตลอด ความหวังที่ว่าหากเธอนอนพักแล้วตื่นขึ้นมาตอนเช้าอาการของเธอจะดีขึ้นจนสามารถจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้เป็นอันต้องพังทลายลง เมื่อเช้านี้เธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการซึมๆ ปวดศีรษะและยังจำอะไรไม่เลยแม้แต่น้อย 

               “พี่สาวชื่ออะไร” ผู้กองพนาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นหนูนากำลังนั่งพูดคุยอยู่กับหญิงสาว 

               “พี่สาวสวยจังเลย สวยเหมือนนางฟ้า โตขึ้นหนูอยากสวยเหมือนพี่สาวบ้าง” แก้วเจ้าจอมเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เช้านี้พอเธอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีเด็กหญิงคนนี้อยู่ด้วยเธอก็ค่อยเบาใจมากขึ้น ถ้าที่นี่มีเด็กงั้นก็แปลว่าที่นี่คงจะปลอดภัย 

               “หนูนา ไปกวนอะไรพี่เขากัน เดี๋ยวก็เอาไข้ไปติดพี่เขาหรอก” คุณยายว่า แต่เด็กหญิงก็ยังคงนั่งจ้องแก้วเจ้าจอมอยู่ที่เดิม 

               “พี่สาวก็เป็นไข้เหมือนกัน ต่างคนต่างก็เป็นไข้ ไม่ติดกันหรอกยาย” เด็กหญิงไม่ว่าเปล่า แต่คราวนี้ยังขยับเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมมากขึ้นด้วยพร้อมกับจับมือพี่สาวขึ้นมาดู 

               “พี่สาวสวย ตัวก็ทั้งนุ่มทั้งหอม พี่สาวยังไม่ได้บอกหนูเลยว่าพี่สาวชื่ออะไร” พอถูกถามซ้ำแก้วเจ้าจอมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี อาการปวดศีรษะของเธอดีขึ้นกว่าเมื่อคืนนี้แต่เธอก็ยังจำอะไรไม่ได้ 

               “พี่ชื่อ...ชื่อ...” แก้วเจ้าจอมได้แต่มองคุณยายและผู้กองพนาน้ำตาคลอ การที่จำอะไรไม่ได้เลยมันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปหมด 

               “แก้วเจ้าจอม” ผู้กองพนาเป็นคนตอบคำถามนี้แทน “พี่สาวคนนี้ชื่อแก้วเจ้าจอม เรียกสั้นๆ ว่าพี่แก้วก็ได้” เขายิ้มบอกเด็กหญิงแล้วจึงหันมาทางแก้วเจ้าจอม ยังไงซะเธอก็ต้องมีชื่อเรียก ไม่ว่าชื่อจริงๆ ของเธอจะคืออะไรก็ตามแต่ แต่เขาจะเรียกเธอว่าแก้วเจ้าจอมไปก่อน เขาคิดชื่อนี้ขึ้นมาจากสร้อยคอที่เธอใส่ สร้อยคอจี้ดอกแก้วเจ้าจอม หากเขาจะต้องตั้งชื่อใหม่ให้กับเธอเขาก็คิดว่าน่าจะใช้ชื่อนี้นี่แหละ 

               “ชื่อเพราะจังเลย พี่แก้วเจ้าจอม” เด็กหญิงบอก ก่อนที่ผู้กองพนาจะเดินกลับมาหาแก้วเจ้าจอมซึ่งเธอเองก็หันมามองหน้าเขาคล้ายกับมีคำถามที่อยากจะถามเขามากมาย 

               “ชื่อ...ชื่อของฉันหรอ” 

               “ใช่ คุณชื่อแก้วเจ้าจอม” 

               “ถ้ายังจำอะไรไม่ได้ก็ถามคุณตำรวจเขาเอานะนังหนู คุณตำรวจคนนี้เขาเป็นสามีของหนู มีเขาอยู่ด้วยหนูไม่ต้องกลัวอะไรหรอก” คุณยายที่ถือถ้วยข้าวต้มกับถ้วยยามาให้บอกทำให้แก้วเจ้าจอมยิ่งมองผู้กองพนาอย่างไม่คาดคิด เมื่อกี้นี้คุณยายบอกว่าเขาเป็นอะไรกับเธอนะ 

               “สามี...” น้ำเสียงของเธอยิ่งเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ผู้กองพนาไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี ที่เขาบอกกับคุณตาคุณยายไปว่าเขาเป็นสามีของเธอก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเท่านั้น เขาไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสอะไรกับเธอเลยเพราะรู้ดีว่าเธอมีเจ้าของแล้ว ถึงเขาจะเคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับเธอ แต่ความรู้สึกทุกอย่างก็ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจและไม่คิดจะเปิดเผยใจกับใครด้วย หน้าที่ของเขาคือดูแลความปลอดภัยให้กับเธอและช่วยพาเธอไปส่งบ้าน ไว้เธอกลับบ้านเมื่อไหร่เขากับเธอก็คงจะไม่ได้พบเจอหรือเกี่ยวข้องอะไรกันอีก 

               “เออ...ผมว่าคุณกินข้าวกินยาก่อนเถอะนะ เดี๋ยวผมขอตัวก่อน” เขาหลบสายตาไม่กล้ามองหน้าเธอก่อนจะหันมาทางหนูนาที่ยังนั่งอยู่ข้างๆ แก้วเจ้าจอม 

               “น้าฝากดูแลพี่สาวก่อนนะ” เขาโคลงศีรษะเด็กหญิงเบาๆ ก่อนจะเดินออกมาจากบ้านโดยที่แก้วเจ้าจอมยังคงมองตามเขาอยู่ เขาเป็นสามีของเธอจริงๆ อย่างนั้นหรอ ทำไมเธอถึงจำเขาไม่ได้เลยล่ะ 

  

 

 

               “อ้อคุณตำรวจ ตากำลังจะไปหาอยู่พอดีเลย” คุณตาทักขึ้นเมื่อเห็นผู้กองพนาเดินออกมาจากบ้าน 

               “เมื่อกี้นี้ตาไปคุยกับเจ้าโก้มันให้แล้วนะ มันบอกว่าเดี๋ยวมันจะขับรถไปส่งคุณตำรวจเอง รอมันก่อนนะมันขอกินข้าวเช้าก่อน” เพราะรถของคุณตาเกิดเกเรเครื่องไม่ติดขึ้นมา คุณตาก็เลยออกไปติดต่อขอยืมรถของเพื่อนบ้านให้ ซึ่งผู้กองพนาเปลี่ยนใจแล้ว พอเห็นอาการของแก้วเจ้าจอมน่าเป็นห่วงแบบนี้เขาก็เลยว่าจะลองเสี่ยงพาเธอไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลก่อน ก็ได้แต่หวังแหละว่าพวกคนร้ายที่มันดักซุ่มรออยู่มันคงจะไปกันหมดแล้ว 

               “ขอบคุณมากครับคุณตา ขอบคุณจริงๆ ครับที่ช่วยเหลือผมกับ...” 

               “กับเมียน่ะหรอ ไม่เป็นไรหรอกคุณตำรวจ มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปก่อน แล้วเมียคุณตำรวจเป็นยังไงบ้าง นังหนูมันจำอะไรได้บ้างแล้วยัง” 

               “ยังครับ ถ้าได้ไปโรงพยาบาลผมก็คงจะเบาใจกว่านี้” 

               “กลัวเมียจำตัวเองไม่ได้ กลัวเมียไม่รักล่ะสิท่า” คุณตาเย้าขำๆ แต่คนถูกเย้ากลับขำไม่ออก นี่เขายังไม่รู้เลยว่าจะสู้หน้าเธอยังไงดีตอนนี้ “เอาเถอะๆ ไว้ไปหาหมอแล้วเดี๋ยวก็คงจะหายเองล่ะไม่ต้องคิดมาก” คุณตาให้กำลังใจเขาซ้ำก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ทิ้งให้คนหนักใจที่จู่ๆ ก็มีเมียได้แต่แอบทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียวที่หน้าบ้าน 

               พอคล้อยหลังคุณตาไปผู้กองพนาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาอีกครั้งเพื่อติดหารองแม่ทัพภาคที่ 3 ตามที่เขาวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ แก้วเจ้าจอมหายออกมาจากบ้านขนาดนี้ครอบครัวของเธอคงจะเป็นห่วงกันมากแล้ว เขาจะติดต่อหารองคีรินทร์แล้วนัดให้ญาติของเธอมารับเธอที่โรงพยาบาล ถึงมันจะเสี่ยงกับคนร้ายกลุ่มนั้นแต่เขาก็อยากจะลองเสี่ยงดู ดีกว่าจะไม่ทำอะไรเลย 

               ผู้กองพนาติดต่อหารองคีรินทร์ด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่เขาคิดว่าน่าจะติดต่อถึงท่านได้ง่ายที่สุดตามที่หาได้เมื่อคืนนี้ ระหว่างที่รอสายเขาก็ได้แต่มองเข้าไปในบ้านหาแก้วเจ้าจอม ถ้าเขาติดต่อกับรองแม่ทัพภาคได้เธอก็คงจะได้กลับบ้านเสียที แม่นางไม้น้อยแสนสวย เธอควรกลับไปในที่ที่เธอจากมาได้แล้ว 

               “สวัสดีครับ ผมขอเรียนสายกับพลตรีคีรินทร์ วัฒนกุลครับ” เขาบอกเมื่อมีคนรับสาย 

               (“จากใครครับ”) เสียงที่ตอบกลับมาคาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของท่าน เพราะเบอร์โทรศัพท์เบอร์นี้ไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของรองคีรินทร์ 

               “ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านครับ และผมก็มั่นใจด้วยว่าท่านก็คงอยากจะฟังเรื่องราวที่ผมจะบอกต่อไปนี้” เพราะยังไว้ใจใครไม่ได้ผู้กองพนาจึงไม่อยากบอกเรื่องของแก้วเจ้าจอมกับคนอื่น เรื่องนี้เขาจะต้องพูดสายกับรองคีรินทร์คนเดียวเท่านั้น 

               เสียงจากปลายสายเงียบไปสักครู่ แต่ก็ไม่นานจนเกินไปสักพักก็มีเสียงใครอีกคนรับสาย เพราะเคยได้ยินรองคีรินทร์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวทางทีวีมาบ้างผู้กองพนาจึงจำได้ว่านี่เป็นเสียงของท่านอย่างแน่นอน 

               (“ผมพลตรีคีรินทร์ วัฒนกุลครับ ไม่ทราบว่าใครต้องการจะพูดกับผม”) ได้ยินแค่เสียงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายน่าเกรงขามมากแค่ไหน แต่เท่าที่เขารับราชการมาและพอจะรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอยู่บ้าง เขาก็เลยพอจะรู้มาว่ารองแม่ทัพภาคผู้นี้เป็นคนเก่งและมีฝีมือมากแค่ไหน และที่สำคัญ...เป็นนายทหารที่ดี ซื่อตรงต่อหน้าที่และมีความยุติธรรมมากจนเป็นที่รัก เคารพของเหล่าลูกน้องและประชาชน 

               “สวัสดีครับท่าน ผมมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ท่านทราบ ตอนนี้ผมได้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ ผมคิดว่าท่านน่าจะรู้จักเธอเพราะผมเคยเห็นเธออยู่กับผู้หมวดรีคอนลูกชายของท่านครับ” 

               (“อะไรนะ! แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร รูปร่าง หน้าตา อายุประมาณเท่าไหร่ เธอบอกชื่อกับคุณด้วยรึเปล่า”) คราวนี้เสียงทางปลายสายเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอยากจะรู้เรื่องราวที่เขากำลังจะบอก น้ำเสียงเหมือนท่านเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาแล้ว 

               “ผมยังไม่ทราบชื่อของเธอครับเพราะไม่มีบัตรหรือเอกสารแสดงตัวอะไรติดตัวมา เธออายุน่าจะประมาณยี่สิบกว่าๆ อ้อ! เธอสวมสร้อยคอมีจี้ดอกแก้วเจ้าจอมที่สลักคำว่า นางไม้น้อยของพ่อด้วยครับ ไม่ทราบว่าท่านรู้จักเธอรึเปล่าหรือยังไงช่วยแจ้งญาติของเธอให้มารับตัวด้วยนะครับ ตอนนี้เธอปลอดภัยดี แต่ผมว่าจะพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลก่อน” 

               (“เธอปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ”) คราวนี้น้ำเสียงที่เขาได้ยินกลับเป็นน้ำเสียงที่สั่นเครือคล้ายกับคนกำลังร้องไห้และก็ฟังเหมือนท่านจะดีใจมากด้วยที่ได้ยินข่าวนี้ 

               “ครับ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” แล้วผู้กองพนาก็ต้องหยุดพูดเมื่อมีรถกระบะคันหนึ่งกำลังแล่นตรงมาทางนี้ ดูจากป้ายทะเบียนเขาก็จำได้ทันที นี่มันรถของไอ้พวกค้ามนุษย์เมื่อวานนี้นี่ มันกำลังตรงมาที่นี่ด้วย 

               “ท่านครับ เดี๋ยวผมจะติดต่อกลับไปใหม่นะครับ” ผู้กองพนารีบวางสายแล้วกลับเข้าไปในบ้านทันทีซึ่งตอนนี้แก้วเจ้าจอมกำลังกินยาโดยมีคุณตาคุณยายและหนูนาคอยดูแลเธออยู่ เมื่อเข้าไปในบ้านเขาก็ไม่รอช้ารีบแบกเป้ขึ้นหลังพร้อมกับหยิบปืนมาถือเอาไว้ 

               “คุณ เราต้องไปกันแล้วล่ะ” เขาบอกแก้วเจ้าจอม ทำให้คุณตาคุณยายหันมามองทางเขาอย่างแปลกใจว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ผู้กองพนาจึงหันมาตอบคนทั้งสอง 

               “คนร้ายที่ตามทำร้ายผมกับเมียกำลังมาที่นี่ครับ พวกมันคงรู้ว่าคุณยายรักษาคนเจ็บได้เลยจะมาตรวจค้นดูที่นี่ ผมคงต้องรีบไปแล้วนะครับ” 

               “อ้าว ตายจริง” คุณยายมีท่าทีตกใจรีบดึงเอาหนูนาไปกอดเอาไว้แน่น ส่วนคุณตาก็รีบชะเง้อออกไปนอกบ้านก็เห็นว่าตอนนี้มีรถกระบะคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของตนแล้ว 

               “คุณตำรวจรีบพาเมียออกไปทางด้านหลังบ้านนะ ตัดข้ามสวนยางหลังบ้านตาไปจะเป็นถนนเส้นเล็กๆ เดี๋ยวตาจะบอกให้เจ้าโก้มันไปรับที่นั่น รีบๆ ไปเร็วเข้า” 

               “ครับคุณตา ระวังตัวด้วยนะครับ” ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะร่ำลากัน แก้วเจ้าจอมที่ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกก็เลยถูกฉุดให้วิ่งตามไปทางหลังบ้าน ซึ่งพอคล้อยหลังเธอกับผู้กองพนาไปก็ได้มีชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้าน สองตายายเลยทำทีเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่เคยมีใครอยู่ที่นี่มาก่อน 

               สารวัตรคมกฤชกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านอย่างสำรวจเพื่อหาสิ่งผิดปกติแล้วจึงมองกลับมาทางสองตายายและเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังนอนอยู่บนที่นอน นอกจากคนทั้งสามนี้ก็ไม่ได้มีใครอื่นอยู่ที่นี่อีก 

               “ที่นี่ใช่บ้านของยายที่เป็นหมอชาวบ้านรึเปล่า” สารวัตรคมกฤชถามแล้วเดินเข้ามาในบ้านอย่างถือวิสาสะ คุณยายจึงพยักหน้าตอบ 

               “ใช่จ้ะ มีคนป่วยจะมารักษาตัวหรอ” 

               “เปล่า ฉันแค่มาตามหาคน ตั้งแต่เมื่อวานมาจนถึงวันนี้มีผู้หญิงบาดเจ็บมาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่รึเปล่า” 

               “ไม่มีนะ เมื่อวานฝนตกหนักเลยไม่ได้มีใครมารักษาตัวซักคน” 

               “แล้วนั่นถ้วยยาใคร” สารวัตรคมกฤชมองมาที่ถ้วยของแก้วเจ้าจอมที่เธอกินเหลือเอาไว้เมื่อครู่นี้ นอกจากถ้วยยาก็ยังมีที่นอนสำหรับคนป่วยอีก 

               “อ๋อ ของนังหนูนาหลานยายเอง เนี่ย เป็นไข้จนขาดเรียนมาหลายวันแล้ว จะเอายาให้กินก็งอแงไม่หยุด” สายตาคมแสนดุที่มองมาทำให้เด็กหญิงตัวน้อยอดรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้ ทำไมลุงคนนี้น่ากลัวแบบนี้กัน อย่างกับตัวร้ายในละครเลย 

               “จริงหรอ” คราวนี้หนูนารีบโผเข้าไปกอดยายของตนทันทีเมื่อตาลุงหน้าดุคนนี้เดินเข้ามาหาก่อนจะหยิบธนบัตรใบสีเทาออกมาหลอกล่อพร้อมกับรอยยิ้มที่เด็กดูไม่ออกว่าเป็นรอยยิ้มที่เสแสร้ง 

               “หนู ช่วยตอบคำถามลุงมาหน่อยนะ ถ้าตอบแล้วลุงจะให้ตังค์ไปกินขนม” มีเพียงแค่เงินเท่านั้นที่จะง้างปากคนได้ “เมื่อวานกับวันนี้มีพี่สาวหน้าตาสวยๆ มารักษาตัวที่นี่รึเปล่า” 

               คุณยายกอดหนูนาเอาไว้แน่น แม้เงินจะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้แต่ว่า...หากว่ารับเงินมาแล้วคนกลุ่มนี้ไปตามฆ่าแก้วเจ้าจอมก็เท่ากับว่าพวกตนสนับสนุนให้มีการฆ่ากันตาย เงินแบบนี้คุณยายไม่อยากจะได้หรอก 

               “นายเก็บเงินเอาไว้เถอะ ที่นี่เรารักษาคนฟรี ค่ายาก็เก็บแค่นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น นอกจากนายตั้งแต่เมื่อวานนี้ก็ไม่มีใครมาที่นี่เลย ที่ป่วยอยู่นี่ก็มีแค่หลานของตาคนเดียวเท่านั้น” คุณตาไม่ยอมให้หนูนารับเงินมา สารวัตรคมกฤชจึงพยักหน้าบอกให้ลูกน้องตนตรวจค้นดูให้ทั่วบ้านเพื่อจับพิรุธ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอสิ่งที่สงสัยสารวัตรคมกฤชจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หรือว่า...บางทีเธออาจจะไม่ได้มาที่นี่จริงๆ เมื่อวานนี้เขาก็ลูกน้องก็ไม่มีใครเจอศพของเธอด้วย เธอน่าจะหนีรอดไปได้แต่จะหนีไปที่ไหนนั้น... 

               “เฮ้ย กลับเว้ย” เมื่อไม่เจอคนที่ต้องการสารวัตรคมกฤชจึงได้บอกให้ลูกน้องถอยออกไปจากบ้าน ทำให้สองตายายได้แต่พากับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นรถของชายกลุ่มนี้ขับออกไปแล้ว 

               “โอ๊ยตา ฉันล่ะใจหายใจคว่ำหมด ไอ้พวกนี้มันเป็นใครกันล่ะเนี่ย” 

               “ก็พวกที่ตามเล่นงานคุณตำรวจกับนังหนูมันนั่นแหละ ยายอยู่ที่นี่ก่อนนนะ เดี๋ยวตาจะไปบ้านเจ้าโก้ ไปบอกให้มันเอารถไปรับคุณตำรวจที่ถนนฟากนู้นก่อน” คุณตาบอกแล้วจึงรีบออกจากบ้านเพื่อไปยังบ้านของโก้ ชายหนุ่มที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคืองกัน ซึ่งตอนที่คุณตาเดินไปยังบ้านของโก้นั้นก็ได้มีลูกน้องของสารวัตรคมกฤชที่แอบซุ่มอยู่ตามไปด้วย 

  

 

 

               ผู้กองพนาประคองแก้วเจ้าจอมวิ่งหนีเข้าไปในป่าสวนยางอย่างรวดเร็ว แต่หญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากไข้และยังเจ็บแผลก็ไม่อาจวิ่งได้เต็มที่ เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงต้องพาเธอหนีด้วย เขากำลังพาเธอหนีจากใครอยู่ 

               ตุบ! 

               “โอ๊ย!” แก้วเจ้าจอมล้มลงไปกับพื้นเมื่อวิ่งเหยียบเศษไม้เข้า ผู้กองพนาจึงเพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้สวมรองเท้า เขามองย้อนกลับไปยังทิศที่เพิ่งวิ่งมา ดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่ได้มีใครตามมาจึงได้หันมาเปิดเป้ของตนออกเพื่อหยิบรองเท้าของเธอที่เขาเก็บเอาไว้ออกมา 

               “คุณใส่รองเท้าก่อนนะ” เขาไม่บอกเปล่า หากแต่เขายังค่อยๆ สวมรองเท้าผ้าใบให้กับเธออย่างนุ่นนวลอีกจนแก้วเจ้าจอมได้แต่แอบมองเขาอย่างสงสัยในความสัมพันธ์ ก่อนหน้านี้เขาบอกคุณตากับคุณยายว่า คนร้ายที่ตามทำร้ายผมกับเมียกำลังมาที่นี่ครับ เขาพูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่าเธอคือเมียของเขา...นี่เธอแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรอ 

               “เรากำลังหนีอะไร แล้วคุณจะพาฉันไปไหน” ผู้กองพนาที่ผูกเชือกรองเท้าให้เธออยู่เงยหน้าขึ้นมามองเธอกลับทันที 

               “มันเป็นพวกคนร้ายที่ตามมาเพื่อจะฆ่าคุณปิดปาก พวกมันเป็นคนทำร้ายคุณจนเจ็บตัวแบบนี้” เขาบอกไปตามจริง “คุณจำพวกมันได้มั้ย รู้มั้ยว่าใครกันที่ทำร้ายคุณแบบนี้” 

               แก้วเจ้าจอมสายหน้าตอบเขาในทันที ตอนนี้เธอจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแล้วเธอก็ไม่อยากจะนึกถึงอะไรด้วย เพราะยิ่งเธอพยายามจะนึกถึงเรื่องราวต่างๆ เธอก็ยิ่งปวดศีรษะมากขึ้น 

               “จำไม่ได้” พอเธอตอบผู้กองพนาก็ถอนหายใจออกมาอีกทันที มีพยานอยู่กับตัวแต่เธอกลับให้การอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง ให้ตายสิแบบนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลย ชีวิตนี้เคยแต่วิ่งไล่จับคนร้าย ไม่เคยต้องวิ่งหนีคนร้ายแบบนี้มาก่อน พอมีคดีอยู่ตรงหน้าแล้วสืบหาคนร้ายไม่ได้แบบนี้เขารู้สึกว่าตำรวจอย่างเขากำลังจะถูกลูบคมยังไงก็ไม่รู้ 

               “เอาเถอะ เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้คือเราต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน คุณยังวิ่งไหวมั้ย” 

               “ไหว” แก้วเจ้าจอมตอบแล้วลุกขึ้นโดยมีผู้กองพนาช่วยประคองก่อนที่เขาจะพาเธอวิ่งออกไปจากป่าสวนยางพาราโดยที่เขาก็คอยดูอาการของเธอเรื่อยๆ เพราะรู้ดีว่าเธอคงจะเจ็บแผลอยู่ไม่น้อย 

               เมื่อออกจากป่าสวนยางพารามาได้ก็เป็นถนนเส้นเล็กๆ ตามที่คุณตาบอก บรรยากาศโดยรอบเงียบเชียบจนน่าวังเวง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนๆ ก็มีแต่ป่าสวนยางพารา สายตาคมสอดส่องมองรอบๆ กายเพื่อดูว่ามีอันตรายใดๆ อยู่แถวนี้หรือไม่ มือข้างหนึ่งถือปืนเอาไว้แน่นในท่าเตรียมพร้อมส่วนอีกข้างก็กอดประคองแก้วเจ้าจอมเอาไว้ หญิงสาวแอบลอบมองเขาขณะที่เขาพาเธอหลบอยู่หลังพุ่มไม้ เรื่องที่บอกว่าเขาคือสามีของเธอทำให้เธอได้แต่มองเขาอย่างสงสัย เขาเป็นสามีของเธอจริงๆ หรือ ทำไมเธอถึงไม่คุ้นหน้าของเขาเลย แต่ว่า...มืออุ่นๆ ของเขานี่เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเคยคุ้นเคยมาก่อน ทั้งมืออุ่นๆ แบบนี้ กลิ่นกายแบบนี้ ถึงจะไม่คุ้นหน้าแต่ความรู้สึกที่คุ้นเคยแบบนี้ ราวกับว่าเธอกับเขาเคยอยู่ใกล้ชิดกันมาก่อน เขาเป็นสามีของเธอจริงๆ น่ะหรือ 

               ผู้กองพนาก้มลงมามองเธอตอบเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องมองอยู่ได้สักพักแล้ว แล้วพอเขาก้มลงมามองเธอก็เผลอสบตาเข้ากับเธออย่างจัง ดวงตากลมโตหวานสวยคู่นี้เห็นกี่ทีๆ ก็พาให้ปั่นป่วนหัวใจไปหมด แม่นางไม้น้อย...เธอกำลังมองเขาด้วยเหตุอันใด หรือว่าเธอยังพอจะจำเขาได้บ้าง 

               “จำผมได้มั้ย” เขาถามคำถามนี้กับเธออีกแม้จะไม่มั่นใจว่าเธอจะจำเขาได้หรือเปล่า ปีที่แล้วเขากับเธอได้เจอกันเพียงแค่สองวันเท่านั้น เวลาอันน้อยนิดที่เธอเข้ามาเติมเต็มกำลังใจให้เขาในวันที่เขาต้องสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต พอเขาได้กำลังใจจากเธอแล้วเธอก็มาหนีหายไป 

               แก้วเจ้าจอมส่ายหน้าตอบเขา แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของเขาพลันเลือนรางหายไป เขาดูจะผิดหวังที่เธอจำเขาไม่ได้ เขาคงจะเสียใจมากเลยสินะที่เธอลืมเขา ถ้าเขาคือสามีของเธอจริงๆ เขาจะเจ็บปวดใจมากแค่ไหนที่เธอจำเขาไม่ได้แบบนี้ 

               “...ขอโทษ” เธอบอกเขาน้ำตาคลอ เธอเองก็ไม่ชอบที่เป็นแบบนี้เลย เธอจำเรื่องราวต่างๆ ไม่ได้ แต่น่าแปลกที่เธอยังอ่านหนังสือได้ ยังเข้าใจอะไรอีกมากมายเช่นคนปกติ สิ่งที่เธอลืมมีเพียงแค่บุคคลและเหตุการณ์ต่างๆ เท่านั้น 

               “ขอโทษผมทำไม คุณไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” 

               “...ขอโทษที่ฉันจำคุณไม่ได้” น้ำเสียงของเธอสั่นเครืออย่างน่าสงสาร ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นกุมศีรษะเอาไว้อีกเมื่อพยายามจะนึกถึงเรื่องราวในอดีตแล้วเธอก็ปวดศีรษะขึ้นมา “ฉันพยายามจะนึกถึงคุณ แต่...ฉันไม่มีคุณอยู่ในความทรงจำเลย” แก้วเจ้าจอมกุมมือของเขาเอาไว้อย่างรู้สึกผิด ผู้กองพนาจึงบีบมือของเธอตอบเบาๆ 

               “ไม่เป็นไรหรอกนะ เดี๋ยวคุณก็จะหายดีเชื่อผม” เขายิ้มบางๆ ตอบแล้วมองดูมือเล็กๆ ของเธอที่นุ่มนิ่มและน่าสัมผัส มือเล็กๆ แบบนี้หรอจะยิงปืนเป็น ถ้าไม่ได้เห็นกับตาเขาไม่เชื่อหรอก 

               ผู้กองพนาซ่อนตัวอยู่กับแก้วเจ้าจอมหลังพุ่มไม้ได้ไม่นานก็มีรถกระบะเก่าๆ คันสีแดงซีดๆ ขับมาจอดอยู่ริมถนน ผู้ที่เดินลงมาจากรถเป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบปลายๆ สวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น พอลงมาจากรถได้ก็ทำท่าเหมือนกับชะเง้อหาใครสักคนจนผู้กองพนาต้องเดินออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับเล็งปืนไปที่เด็กหนุ่มคนนี้ 

               “ยะ...อย่ายิงผมนะ ผมไม่ใช่คนร้าย” เด็กหนุ่มบอก ผู้กองพนาจึงมองตามอย่างสำรวจหาสิ่งผิดปกติ  

               “ชื่อโก้รึเปล่า” 

               “ใช่ พี่ล่ะ ใช่คนที่ตาบอกให้ผมมารับรึเปล่า” พอได้ยินแบบนี้ผู้กองพนาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันทีแล้วจึงพยักหน้ารับก่อนจะกลับไปพยุงแก้วเจ้าจอมออกมาจากหลังพุ่มไม้เพื่อไปที่รถ เด็กหนุ่มที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเลยได้แต่มองหญิงสาวตาพราวอย่างตะลึงในความสวย 

               “ไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด เดี๋ยวพี่ให้ค่าเสียเวลา” ผู้กองพนาบอกเด็กหนุ่มแล้วพาแก้วเจ้าจอมขึ้นรถ โก้ก็เลยกลับขึ้นมาประจำที่นั่งคนขับตามเดิม ดูจากเครื่องแบบของผู้กองพนาแล้วเด็กหนุ่มก็เดาเอาว่าเขาน่าจะเป็นทหาร 

               รถคันเก่าขับลัดเลาะป่าสวนยางพาราไปเรื่อยๆ มุ่งสู่ตัวเมือง ผู้กองพนาไม่อยากเป็นที่สังเกตมากนักจึงถอดเสื้อเครื่องแบบของตัวเองออกแล้วเหลือเอาไว้เพียงเสื้อยืดเท่านั้นเมื่อรถใกล้ถึงโรงพยาบาล ไว้ถึงโรงพยาบาลเมื่อไหร่เขาจะติดต่อกลับไปหาครอบครัวของแก้วเจ้าจอมใหม่เพื่อให้พวกเขามารับตัวเธอ แล้วเขาก็จะคอยระวังอันตรายให้เธอจนกว่าเธอจะได้เจอครอบครัวด้วย 

               “พี่ พี่ช่วยผมดูหน่อยสิ ไอ้รถคันข้างหลังมันขับตามเรามารึเปล่า” เด็กหนุ่มหันมาถามผู้กองพนาพลางมองไปที่กระจกมองหลัง ผู้กองพนาจึงหันกลับไปมองตาม แล้วก็เป็นอย่างที่โก้ว่า นั่นมัน...รถของพวกคนขบวนการค้ามนุษย์นี่นา พวกมันตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 

               “มันตามเรามาตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านแล้ว แต่ผมไม่ได้เอะใจนึกว่าเป็นรถของคนทั่วไปเพราะตรงนั้นมันมีถนนเส้นเดียวคนเลยสัญจรกันเยอะ” 

               “ลองขับเข้าเลนขวาซิ” เพื่อยืนยันในสิ่งที่โก้บอก ผู้กองพนาจึงบอกให้เด็กหนุ่มขับเข้าเลนขวา ซึ่งถ้าอีกฝ่ายเปลี่ยนเลนตามก็แปลว่าพวกมันตั้งใจขับตามเขามาจริงๆ 

               “มันขับตามเรามาจริงๆ ด้วยพี่” โก้มองขึ้นไปยังกระจกมองหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลพอดี 

               “ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว ขับออกไปเลย” ถ้าเข้าโรงพยาบาลไปตอนนี้ไอ้พวกที่ตามเขามาได้ตามเข้าไปจัดการกับแก้วเจ้าจอมแน่ เห็นทีงานนี้เขาจะพาเธอไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ได้แล้วจริงๆ ที่ที่เดียวที่เขาจะพาเธอไปได้ก็คือฐานปฏิบัติการของเขาเท่านั้น 

               พอโก้ขับเลยโรงพยาบาลไปผู้กองพนาก็เห็นว่ารถอีกคันที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาลกำลังขับตามรถของพวกเขามาด้วย พวกมันส่งคนไปดักรอจัดการกับแก้วเจ้าจอมอยู่ที่โรงพยาบาลจริงๆ และตอนนี้มันก็คงจะรู้แล้วว่าเธออยู่ในรถคันนี้ พวกมันจะไม่หยุดเด็ดขาดตราบใดที่ยังปิดปากเธอไม่ได้ คุณตากับคุณยายแล้วก็หนูนาไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ไหนจะโก้ เด็กหนุ่มคนนี้อีก ทุกๆ คนที่รู้เรื่องนี้จะต้องเดือดร้อนไปกับพวกเขาเพราะฉะนั้น เขาก็ควรจะพาแก้วเจ้ายอมแยกตัวออกมาจากโก้ เด็กหนุ่มคนนี้จะได้ปลอดภัย 

               ปังๆๆๆ เสียงปืนดังขึ้นเมื่อพ้นเขตชุมชนแล้วผู้กองพนาจึงต้องกดแก้วเจ้าจอมลงไปกับเบาะรถแล้วหันมาทางโก้ที่ยังขับรถอยู่ แต่สีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มก็ไม่ได้มีแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย 

               “อ้าวพี่ ทำไมพวกมันยิงเราล่ะ พวกผู้ก่อการณ์ร้ายรึเปล่า” 

               “เปล่า พวกแมงดาน่ะ ขับรถไปตามทางที่พี่บอกนะ” เส้นทางที่ว่านี้ก็คือเส้นทางมุ่งสู่ฐานปฏิบัติการของเขา แต่จะเป็นเส้นทางเล็กๆ ที่ใช้อ้อมเข้าทางด้านหลังฐานปฏิบัติการเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ว่าเขาเป็นใคร 

               ปังๆๆ ผู้กองพนาเล็งปืนออกไปนอกตัวรถแล้วยิงตอบโต้ พยายามที่จะยิงล้อรถของอีกฝ่าย เสียงปืนที่ดังปะทะกันทำให้แก้วเจ้าจอมที่หมอบอยู่กับเบาะรถได้แต่มองไปที่ปืนในมือของเขา เสียงปืนและอาวุธปืนคือสิ่งที่เธอรู้สึกคุ้นชินเป็นอย่างมาก เสียงปืนแบบนี้ เธอรู้สึกคุ้นชินจนไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย 

               ปังๆๆๆๆ 

               ตูม!!! เอี๊ยดดดด เสียงล้อรถของคนร้ายคันหนึ่งระเบิดเมื่อถูกผู้กองพนายิง ส่งผลให้รถเสียการควบคุมจนรถของคนร้ายคันนั้นหมุนคว้างไปกับพื้นถนนหลายรอบก่อนจะกระแทกเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างจัง 

               “โอ้วววว สุดยอดเลยพี่ ผมขับรถเป๋ไปเป๋มาขนาดนี้พี่ยังเจาะล้อรถของมันได้อีก” โก้ว่า รู้สึกสนุกและมันราวกับหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของหนังแอคชั่น รถกระบะคันเก่าแล่นลัดเลาะเข้าไปในถนนสายเล็กๆ ที่สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยผืนป่า รถของคนร้ายอีกคันก็ยังคงขับตามมาเรื่อยๆ อย่างไม่มีลดละและยิงสวนกันไปมา 

               ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด เสียงโทรศัพท์ของผู้กองพนาดังขึ้นเมื่อเขายังคงยิงสวนกลับไปที่รถของอีกฝ่าย โก้เองก็ยังคงขับรถปาดซ้ายปาดขวาเพื่อหลบกระสุน ด้วยความรำคาญเสียงโทรศัพท์ผู้กองพนาก็เลยโยนโทรศัพท์ทิ้งมาที่เบาะด้านหลังที่แก้วเจ้าจอมหลบอยู่แล้วจึงหันไปยิงตอบกับคนร้ายต่อ 

               ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่ต่อเนื่องสลับกับเสียงปืน แก้วเจ้าจอมได้แต่มองโทรศัพท์กับผู้กองพนา ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจโทรศัพท์เครื่องนี้เลยเพราะคนร้ายใกล้เข้ามาถึงตัวทุกทีแล้วเขาจึงต้องยิงสวนกลับ ดังนั้นแก้วเจ้าจอมจึงหยิบโทรศัพท์ของเขามากดรับสายก่อนจะเอาโทรศัพท์แนบหูของตัวเอง 

               “ฮะ...ฮัลโหล” 

               (“...ไนเปอร์! ไนเปอร์หรอลูก”) เสียงของคนจากปลายสายทำให้แก้วเจ้าจอมต้องขมวดคิ้วใส่ ใครกัน ที่โทรศัพท์ไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้ว่าเป็นใคร ไนเปอร์อย่างนั้นหรอ ชื่ออย่างกับผู้ชายหรือว่า...จะเป็นชื่อของเขา แก้วเจ้าจอมมองไปทางผู้กองพนาที่ยังยิงตอบโต้กับคนร้ายอยู่ 

               ปังๆๆๆ 

               (“ไนเปอร์เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเสียงปืน ตอนนี้หนูอยู่ไหนลูก นี่พ่อภูเองนะ ไนเปอร์อยู่ไหนพ่อจะรีบไปรับ”) ปลายสายถามเธอด้วยน้ำเสียงตระหนก แต่เธอก็ไม่รู้ว่า พ่อภู คนที่ว่านี้เป็นใคร ถึงจะคุ้นในน้ำเสียงและรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่ได้ยินเสียงของเขาก็ตาม 

               ปังๆๆๆ  

               ตูม!!! เอี๊ยด!!! 

               “ว๊าย!!!” แก้วเจ้าจอมเผลอร้องออกมาเมื่อรถของโก้ถูกยิงจนล้อระเบิด แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงคุมรถเอาไว้ได้ และผู้ที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์ได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น 

               (“ไนเปอร์ เกิดอะไรขึ้น หนูเป็นอะไรรึเปล่าลูก...ลูกพ่อ...”) 

               “...เราถูกไล่ยิง มีคนต้องการจะฆ่าเรา...” แก้วเจ้าจอมตอบกลับปลายสายแม้จะยังไม่รู้ก็ตามว่าเขาเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ได้โทรมาหาเธออย่างแน่นอน ก็นี่มันไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอและคนที่โทรมาก็ไม่น่าจะโทรมาหาผู้กองพนาด้วย เหมือนคนที่เขาต้องการโทรหาจะเป็นผู้หญิงเสียมากกว่า ผู้กองพนาไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้เขาอาจจะแค่โทรผิดก็ได้ 

               “พี่ ผมว่าพี่สองคนรีบหนีเข้าป่าไปเถอะนะ ขืนพวกพี่ยังไปกับผมเราได้ตายกันหมดนี่แน่ พวกมันต้องการจะฆ่าพวกพี่ พวกมันไม่ทำอะไรผมหรอก” โก้ร้องบอกผู้กองพนาเมื่อเห็นว่าเริ่มจะต้านไม่อยู่แล้ว 

               “จะบ้าหรอ อยู่ในรถมาด้วยกันขนาดนี้พวกมันคงปล่อยแกไปหรอก ถ้าจะหนีก็หนีไปด้วยกัน” ผู้กองพนาตอบก่อนจะหันมาฉุดเอาแก้วเจ้าจอมเข้าไปหาทำให้โทรศัพท์ในมือเธอหล่นลงไปที่เบาะนั่งข้างคนขับ 

               “คุณ เราต้องหนีเข้าป่าแล้วนะ คุณวิ่งไหวใช่มั้ย” สถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวก็ต้องไหวแล้วล่ะ แก้วเจ้าจอมรีบลงจากรถตามโดยมีผู้กองพนายิงสกัดพวกคนร้ายและเอาตัวบังเธอเอาไว้ แต่ทันทีที่เขากับแก้วเจ้าจอมลงจากรถ แทนที่โก้จะลงจากรถมากับพวกเขา แต่เด็กหนุ่มก็ยังพยายามที่จะขับรถที่ล้อระเบิดหนีไป ผู้กองพนาที่ไม่มีทางเลือกอะไรแล้วจึงรีบพาแก้วเจ้าจอมหนีเข้าไปในป่า 

               ทางด้านโก้ก็ยังคงพยายามขับรถหลบหนี คิดแค่ว่าคนร้ายคงไม่น่าจะตามตนมาหรอกเพราะพวกมันตั้งใจจะตามเก็บทหารคนเมื่อกี้นี้กับหญิงสาวเสียมากกว่า 

               ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด เสียงโทรศัพท์ของผู้กองพนาที่แก้วเจ้าจอมทำหล่นเอาไว้ดังขึ้นมาอีก เด็กหนุ่มที่ขับรถอยู่เลยรีบคว้าขึ้นมาแล้วยิ้มกริ่ม โทรศัพท์รุ่นหรูซะด้วย เอาวะ! อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นค่าโดยสารละกัน เด็กหนุ่มคิดแล้วกดปุ่มรับสายคนที่โทรมา 

               “ฮัลโหล” 

               (“นี่ใคร! ผมขอสายลูกสาวผมหน่อย คนที่เขาคุยกับผมเมื่อกี้นี้”) 

               “ผู้หญิงที่สวยๆ ตาหวานๆ ใช่มั้ยลุง” โก้ถามกลับอย่างกวนๆ อย่างไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้คนร้ายอีกกลุ่มกำลังขับรถตามเขามา 

               (“ใช่ นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีเสียงปืน ลูกสาวผมล่ะ”) 

               “เขาหนีเข้าป่าไปแล้ว สงสัยทำโทรศัพท์ตก มีไอ้พวกบ้าที่ไหนก็ไม่รู้กำลังตามฆ่าเขาอยู่” 

               (“อะไรนะ!”) 

               “ลุงไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก มีพี่ทหารคนหนึ่งกำลังช่วยพาเขาหนีอยู่ พี่ทหารเขาเก่งโครตๆ ยิงปืนก็แม่น ลูกลุงปลอดภัยแน่นอน” เพราะยังเข้าใจว่าผู้กองพนาเป็นทหาร เด็กหนุ่มเลยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นตำรวจต่างหาก 

               (“แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนไอ้หนุ่ม จังหวัดไหน”) 

               “ผมอยู่ที่...เวรแล้วไง!!!” โก้ถึงกับเปิดตากว้างเมื่อมองกระจกหลังไปเห็นรถของคนร้ายกำลังขับตามตนมา แล้วปืนที่พวกมันกำลังเล็งมาที่รถของเขาก็คือ...M79 

               เฟี๊ยว!!! บึ้ม!!! ทันทีที่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบ 40 มิลลิเมตร หรือ M79 อาวุธสงครามอานุภาพทำลายล้างสูงถูกยิงออกไป รถกระบะคันเก่าสีแดงที่เต็มไปด้วยรอยกระสุนก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ตัวรถถูกแรงระเบิดจนกระเด็นขึ้นไปราวสองถึงสามเมตรก่อนจะตกลงมา เสียงเครื่องยนต์ระเบิดซ้ำดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่าก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ท่วมรถ เขม่าควันดำปกคลุมร่างอันแหลกเหลวของเด็กหนุ่มจนมิด โทรศัพท์เครื่องหรูพังไม่มีชิ้นดี... 

  

 

 

               บึ้ม!!! เสียงระเบิดที่ดังขึ้นและกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งอยู่อีกฟากของชายป่าทำให้ผู้กองพนาหันกลับไปมองในทันที ความรู้สึกผิดและสงสารเด็กหนุ่มก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจที่เขาเป็นเหตุทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องพลอยมาโชคร้ายไปด้วย แต่เสียงปืนที่ดังไล่หลังเข้ามาทุกทีทำให้เขาไม่อาจหยุดนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เขายังคงพาแก้วเจ้าจอมวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก กอดและประคองหญิงสาวเอาไว้เพราะเธอยังบาดเจ็บอยู่ เขารู้ดีว่าเธอคงจะเจ็บแผลอยู่ไม่น้อยแต่เธอก็ยังกัดฟันฝืนที่จะวิ่งไปกับเขาและจับมือของเขาไม่ยอมปล่อย วินาทีนี้เขาคือที่พึ่งเดียวของเธอและเขาจะต้องช่วยเหลือเธอให้ได้ 

               ปังๆๆๆ เสียงปืนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้น เสียงของน้ำตกทำให้ผู้กองหนุ่มต้องวิ่งเข้าไปหาเมื่อพอจะคิดอะไรออก พื้นที่แถบนี้เขาเคยลาดตระเวนผ่านมาอยู่บ่อยครั้ง และน้ำตกที่ว่านี้เขาก็รู้จักดี มันเป็นน้ำตกที่สูงระดับหนึ่ง แอ่งน้ำเบื้องล่างเป็นสระลึก ถ้าว่ายน้ำแข็งและดำน้ำได้ก็น่าจะรอดได้ไม่ยาก 

               “เฮ้ย พวกมันอยู่ทางนั้น!!!” เสียงของคนร้ายร้องบอกกันเพื่อปิดล้อมทางหลบหนี ผู้กองพนาจึงพาแก้วเจ้าจอมตรงไปที่น้ำตกที่ว่านั้น 

               “คุณว่ายน้ำเป็นมั้ย” เขาถามเธอ แก้วเจ้าจอมจึงหันมามองทางเขาแล้วทำตาโต เขาว่ายังไงนะ! เธอมองลงไปที่หน้าผาน้ำตกที่สูงอยู่ไม่น้อย ภาพแบบนี้เธอเคยเห็นที่ไหนกัน ภาพหน้าผาน้ำตกแบบนี้... 

               “ไม่...” 

               “ว่ายเป็นหรือไม่เป็นคุณก็ต้องกระโดดลงไปแล้วล่ะ วันก่อนคุณยังรอดมาได้ คุณเป็นนางไม้ไม่ใช่หรอ นางไม้จะมาตายอยู่กลางป่าได้ยังไงกัน มานี่!” ผู้กองพนาดึงกุญแจมือมาใส่ที่ข้อมือข้างขวาของเธอและข้อมือข้างซ้ายของเขาเพื่อป้องกันกระแสน้ำเบื้องล่างพัดเขาและเธอแยกจากกัน แล้วทันทีที่คนร้ายพากันกรูเข้ามาที่หน้าผาน้ำตกเขาก็กอดแก้วเจ้าจอมเอาไว้แน่นก่อนจะพาเธอกระโดดลงไปสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง 

ตูม!!! ร่างของหนุ่มสาวจมดิ่งลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง คนร้ายที่ตามทั้งสองคนมาพากันกราดยิงซ้ำลงไปเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบวันก่อนขึ้นมาอีก ผู้กองพนาที่ยังคงดำอยู่ใต้น้ำจึงต้องพยายามฉุดดึงเอาแก้วเจ้าจอมหลบกระสุนปืนด้วย เพราะฝึกหน่วยรบพิเศษมาหลายหลักสูตรโดยเฉพาะมนุษย์กบตำรวจที่มีพื้นฐานมาจากหน่วยซีลของทางกองทัพเรือทำให้เขามีทักษะการดำน้ำขั้นสูง เหตุการณ์ครั้งนี้สำหรับเขาถือว่าเป็นเรื่องเบสิค ต่างจากแก้วเจ้าจอมที่ถึงแม้จะมีพื้นฐานเรื่องการว่ายน้ำและดำน้ำมาตั้งแต่เด็กๆ ตามที่ผู้เป็นพ่อฝึกสอนมาอย่างหนัก แต่เพราะอาการความจำเสื่อมและยังบาดเจ็บอยู่ทำให้ตอนนี้เธอเริ่มจะสำลักน้ำแล้ว ถ้าหากผู้กองพนาจะพาเธอว่ายน้ำกลับขึ้นไปด้านบนพวกคนร้ายได้กระหน่ำยิงเข้าใส่เขากับเธอซ้ำแน่ การซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำแบบนี้จะปลอดภัยกว่า แต่...คนนะไม่ใช่ปลา ใครจะไปหายใจใต้น้ำได้ เมื่อเห็นว่าแก้วเจ้าจอมไม่อาจดำน้ำได้นานเหมือนเขาผู้กองพนาจึงค่อยๆ ว่ายน้ำเข้าไปหาเธอแล้วก้มลงมาประกบปากกับเธอเพื่อส่งผ่านลมหายใจไปให้ แก้วเจ้าจอมที่พยายามดิ้นรนจะว่ายน้ำขึ้นไปถึงกับเบิกตากว้างยิ่งกว่าตอนที่เขาป้อนยาให้เมื่อคืนนี้ อาการดิ้นรนของเธอถูกแทบที่ด้วยความสงบนิ่ง ลมหายใจจากริมฝีปากของเขาทำให้เธออยู่ใต้น้ำกับเขาได้นานขึ้น แม้สายน้ำจะเย็นฉ่ำมากเพียงไหนแต่ริมฝีปากของเขากลับอุ่นและนุ่มนวลจนเธอคลายความหวาดหวั่นตกใจไปจนหมด สองมือเล็กๆ ยื่นมากอดเขาเอาไว้แน่นก่อนที่จะหลับตาลงแล้วหลบซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำกับเขา จนพวกคนร้ายมั่นใจแล้วว่าไม่เห็นทั้งสองคนว่ายน้ำกลับขึ้นมา คงเพราะจมน้ำตายกันแล้วจึงได้เลิกยิงแล้วถอยห่างออกมาจากหน้าผาน้ำตกเพื่อจะหาช่องทางลงไปที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง หากเห็นศพของคนทั้งสองเมื่อไหร่การตามล่าจะเป็นอันยุติลงเมื่อนั้น 

  

*********************************************************** 

แหนะ! แอบจูบน้องสองรอบแล้วนะผู้กอง จูบบ่อยขนาดนี้  

ผิดผีกันขนาดนี้ก็ควรแต่งงานรับผิดชอบน้องได้แล้ว พ่อรันกับพ่อภูว่าไง??? 

*************************** 

อาทิตย์นี้มาช้าทั้ง ดวงใจรักยอดนักรบ และ พิทักษ์รักริมฝั่งโขง นะคะ 

เนื่องจาก...ไรท์เปื่อยค่ะ เปื่อยจนยุ่นแล้ว อดใจรอหน่อยเด้อ 

ความคิดเห็น