แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 02 | Rewrite

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 02 | Rewrite

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2563 21:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 02 | Rewrite
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

02 

ผมอยู่ที่บ้านพี่ยุ้ยประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากนั้นผมได้ไปหาห้องเช่าอยู่เพราะไม่อยากรบกวน อาการแพ้ท้องเริ่มหายไปแล้วแต่ก็ยังมีบ้าง ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตเท่าไหร่ ห้องที่ผมเช่าอยู่เป็นอพาร์ทเม้นกลางเก่ากลางใหม่ราคาไม่ได้แพงมากแต่มีแอร์มีเครื่องทำน้ำอุ้นและเครื่องใช้ไฟฟ้าเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่าง ผมสมัครเรียนแบบที่เราอ่านหนังสืออยู่บ้านและไปสอบเวลามีสอบเพื่อจะได้ไม่ต้องไปนั่งเรียนนานๆ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งผมสามารถเอาวิชาจากที่เดิมไปเทียบเรียนได้ ทำให้ผมลงเรียนอีกไม่กี่หน่วยกิตก็ครบตามหลักสูตรและสามารถจบรับปริญญาได้เลย 

วันนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจว่าจะย้ายออกเพื่อไปยังห้องที่เช่าไว้ ผมบอกป๊ากับม๊าแล้วเหลือแต่พี่ยุ้ยที่ผมยังไม่ทันจะได้บอก

“เดี๋ยวเราไปจากที่นี่กันนะครับ” ผมพึมพำพร้อมพับเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

ผมหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกไปที่เบอร์ล่าสุดซึ่งเป็นเบอร์ของพี่ยุ้ย ผมไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องที่ว่าย้ายออกไปทำไม และแน่นอนว่าพี่ยุ้ยค้านหัวชนฝาและบอกว่าจะรีบกลับแต่ผมก็ไม่คิดที่จะรอจนพี่ยุ้ยกลับมาหรอก ผมจะต้องออกไปจากที่นี่ผมไม่อยากรบกวนเขาอีกแล้ว แต่พี่ยุ้ยก็อ้างเหตุผลสารพัดและบอกเลยว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ทั้งเรื่องที่ผมจะต้องมีคนคอยดูแล เรื่องลูก ไหนจะสุขภาพและอีกสารพัด ยอมรับว่ารู้เรื่องพวกนี้ดีแต่จะให้อยู่ตรงนี้คงทำไม่ได้ผมรบกวนพี่เขามากเกินไปแล้ว 

“เดี๋ยวเราไปอยู่ห้องใหม่กันนะครับ” ผมพึมพำกับหน้าท้องที่เริ่มยืนออกมาแล้วนิดหน่อย

ตอนนี้เด็กในท้องอายุประมาณ 18 สัปดาห์แล้ว ผมพึ่งไปหาหมอมาเมื่อวันก่อนโดยรวมเด็กแข็งแรงดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนผมต้องเพิ่มน้ำหนักอีกหน่อยเพราะน้ำหนักน้อยเกินไป แล้วก็ต้องออกกำลังกายเบาๆไปก่อนอย่างเช่นเดิน หรือแกว่งแขนเบาๆ

ห้องอพาร์ทเม้นราคาถูกๆ ที่ผมไปจองห้องไว้และตกลงวันที่จะย้ายเข้า เจ้าของได้บอกว่าให้จ่ายมัดจำวันที่ย้ายเข้าได้เลยเลย ผมเหมาแท็กซี่ออกมาที่ย่านชุมชนแห่งหนึ่ง ทางเข้าเป็นซอยเล็กๆมีไฟให้ความสว่างตลอดทางไม่ได้ดูเปลี่ยวหรืออันตรายและอพาร์ทเม้นที่ผมไปดูก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควร

“นี่มัดจำสามเดือนแรกครับ” ผมส่งเงินมัดจำค่าห้องพัก 3 เดือนแรกให้กับเข้าของอพาร์ทเม้น

ผมโชคดีมากที่ได้ห้องชั้นล่างติดกับห้องของเจ้าจองที่นี่พอดีไม่อย่างนั้นคงต้องเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นสี่แน่

“มีอะไรก็บอกเจ้ได้นะ แถวนี้ก็คนกันเองทั้งนั้น”

“ครับ” ผมยิ้มให้ และยกมือไหว้ 

“เดี๋ยวเจ้ไปจดมิเตอร์ไฟก่อนถ้าขาดเหลืออะไรบอกเจ้เลยนะ” เจ้เจ้าของอพาร์ทเม้นบอกอีกรอบแล้วเดินไปในส่วนของออฟฟิศ

ผมไขกุญแจเข้าไปดูในห้องก็พบกับห้องโล่งๆ มีเตียงเหล็กหลังเล็กติดกับพนังห้องน้ำมีตู้เย็นอยู่ติดประตูและมีตูเสื้อผ้าอยู่ข้างบระตูออกไปที่ระเบียงหลังห้อง มีทีวีขนาดเล็กติดพนังให้เครื่องหนึ่ง ห้องน้ำเป็นแบบชักโครกและมีเครื่องทำน้ำอุ่น แค่นี้ก็โอเคมากๆแล้ว

“ชอบบ้านใหม่ของเราไหมครับ” ผมนั่งลงบนฟูกที่ยังไม่ได้ปูผ้าปูที่นอนแล้วนอนลงจนเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้เก็บของเข้าที่

ในตอนเย็นเจ้เจ้าของบอกว่ามีตลาดนัดที่ลานโล่งๆถัดจากอพาร์ทเม้นไปไม่ไกลผมจึงออกไปซื้อของที่จะต้องใช้เพราะผมมามีแค่เสื้อห้ากระเป๋าเดียวเท่านั้นของอื่นๆอยู่ที่บ้านพี่ยุ้ยหมด ส่วนของที่อยู่หอเก่าตอนเรียนป๊าม๊าก็เก็บกลับไปหมดแล้ว 

ผมเดินเบียดคนที่เดินสวนไปมาในตลาดอย่างระมัดระวังไม่ให้ใครมากระแทกท้องมากจนเกินไป โชคดีมากที่ตลาดนัดนี้มีของใช้จำเป็นขายเกือบทุกอย่าง ทั้งร้านขายกับข้าว ขายของสด เสื้อผ้า ร้องเท้า หรือของกินเล่น ผมซื้อไปหลายอย่างจนของเต็มทั้งสองมือ จนร้านสุดท้ายที่ผมไปเป็นร้านขายพวกเครื่องนอน ผมซื้อหมอนแบบสูญญากาศ 2 ใบ หมอนข้างอีก 1 และชุดเครื่องนอนแบบครบเซ็ตของเยอถมากจนไม่รู้จะกลับหอยังไงแต่ยังโชคดีที่มีรถสามล้อจอดอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ผมเดินไปเรียกให้เขาช่วยขนของและไปส่งที่อพาร์ทเม้น 

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย” 

“อ้าวเจ้ อ๋อ ซื้อเข้าห้องน่ะครับตอนมาไม่ได้เอาอะไรมาเลย” 

“มาๆเจ้ช่วย”

เจ้งิ้มช่วยผมถือพวกเครื่องนอนไปไว้ที่หน้าห้องส่วนผมก็ถือถุงอาหารเดินตามหลังไป กล่าวขอบคุณไปหลายครั้งด้วยความเกรงใจ 

“เดี๋ยวเจ้ไปหาซื้อข้าวให้อาม่าก่อนนะขนเข้าห้องเองได้ใช่มั้ย”

“ได้ครับๆ ขอบคุณมากเลยนะครับ” 

ผมยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเจ้งิ้มเดินจากไปผมก็เปิดประตูห้องจัดการขนทุกอย่างเข้ามาข้างใน เมื่อกี้ผมเห็นมีไม่กวาดกับที่ตักผงอยู่ตรงห้องแม่บ้านขอยืมมากวาดหน่อยแล้วกัน 

ผมจัดการเก็บข้าวของเข้าที่จัดห้องอยู่พักใหญ่จนเหนื่อยหอบ ผมล้มตัวลงนอนมองจานข้าวที่วางอยู่กลางห้องมีไข่พะโล้กับผัดกะเพราหมูสับที่ซื้อมาแล้วก็น้ำลไม้ปั่นที่ตอนนี้น้ำแข็งละลายไปเกือบหมด 

“กินข้าวกันตัวเล็ก” ผมตบที่หน้าท้องตัวเองเบาๆและพาร่างมานั่งกินข้าวที่พื้นพร้อมกับเปิดทีวีดูข่าว

เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ก็ลุกเดินไปส่องตาแมวดูว่าใครมาเวลานี่

“แสงเหนือ เจ้เอาขนมฝักบัวมาฝากนี่ซื้อมาร้อนๆเลย”

“เอ่อ... ขอบคุณครับ” ผมยิ้มแล้วรับถุงขนมในมือมาเจ้งิ้มไม่ได้พูดอะไรอีกพอเอาขนมให้ก็กลับไปที่ห้องของตัวเองที่ติดกับผม

ผมกลับเข้ามานอนห้องกินข้าวแล้วนั่งดูทีวรไปเรื่อยๆ ผมกดเลื่อนช่องไปมาก็ไม่เจออะไรที่น่าสนใจสุดท้ายก็ปิดมันแล้วเตรียมตัวอาบน้ำเพื่อเข้านอน

ติ๊ก ต๊อก

เสียงนาฬิกาดังจนน่ารำคาญสำหรับความเงียบในตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรดีหลังจากที่เก็บของเข้าที่หมดแล้ว ผมขยับลงนอนเพราะความง่วงที่เข้าจู่โจมและหลับไปอย่างรวดเร็ว มือก็วางไว้บนหน้าท้องเหมือนเป็นการกล่อมเจ้าตัวเล็กไปในตัว

จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าวันใหม่ ผมเดินไปเปิดตู้เย็นพบว่าในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย มรแต่น้ำเปล่าแล้วก็น้ำผลไม้ ตอนนี้เวลาแปดโมงกว่าแล้วผมหิว ตัวเล็กก็หิว

“แม่ขอโทษนะลูกนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปซื้อขอสดไว้ทำอาหารอร่อยๆ กันนะครับ”

ระหว่างที่นึกโทษตัวเองที่ลืมซื้อของสดเข้ามาก็นึกได้ว่าว่าตรงข้ามกับอพารท์ทเม้นมีร้านตามสั่งอยู่ร้านหนึ่งเห็นทีคงต้องไปฝากท้องมื้อเช้าที่นั่นก่อน

ผมหยิบมือถือที่ปิดเครื่องมาตลอดตั้งแต่เมื่อวานเปิดขึ้น ไม่นานแจ้งเตือนต่างๆก็เด้งขึ้นมาจนเครื่องผมค้างไปแป๊บนึง

(60) สายที่ไม่ได้รับ : พี่ยุ้ย

(10) สายที่ไม่ได้รับ : พี่ยุทธ

(57) ข้อความที่ได้รับ

และแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆอีกมากมายซึ่งส่วนใหญ่เป็นของพี่ยุ้ยกับพี่ยุทธ ผมจึงตัดสินใจโทรกลับไป พี่ยุ้ยน้ำเสียงฟังแล้วดูเป็นห่วงมาก ผมก็ได้แต่แอบรู้สึกผิดและบอกแค่ว่าขอโทษ แค่ผมคิดดีแล้วไม่อยากรบกวน พี่ยุ้ยเองก็ดูจนใจกับความดื้อของผม เราเลยหาจุดตรงกลางของเรื่องนี้คือผมยอมบอกที่อยู่ของผมให้พี่ยุ้ยรู้ และพี่เขาจะมาเยี่ยมเดือนละครั้งและพาไปสอบเวลาที่มีสอบของมหาลัย

ผมคิดว่าแบบนี้ก็ไม่แย่ ผมเองก็ไม่ได้อยากสร้างภาระให้ใคร เพระาแค่ผมท้องไม่มีพ่อแบบนี่ก็แย่มากอยู่แล้ว แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าการมีลูกจะมีความสุขแบบนี้แม้ว่าเขาจะเกิดมาจากความผิดพลาดก็ตาม ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองท้องและตัดสินใจที่จะเก็บเข้าไว้ ผมก็เอาแต่คิดว่าแบบไหนจะดีที่สุดสำหรับเขา ในหัวผมมีแต่เรื่องของตัวเล็กเต็มไปหมดแม้ว่าจะแอบคิดเรื่องของพ่อของเขาบ้างก็ตาม แต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเขาแต่งงานไปแล้ว สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการเลี้ยงตัวเล็กให้ดี และไม่ให้เขารู้เรื่องของตัวเล็ก

“โอกกก...อ๊วกกก”

ผมนั่งพิงผนังห้องน้ำแคบๆ หายใจเข้าออกช้าๆ ผมไม่ได้แพ้ท้องมาสักพักแล้วทำไมวันนี้ถึงได้อาเจียนหนักขนาดนี้ก็ไม่รู้ข้าวเช้าที่กินเข้าไปก็อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง

“อย่าทรมานกันนักเลย”

ผมนั่งพักอยู่จนปรับการหายใจจนเป็นปกติแล้วจึงเดินออกมานั่งที่เตียง หยิบยาดมที่วางอยู่ข้างๆหมอนมาสูดเพื่อความสดชื่นและลดอาการเวียนหัว ผมถอนหายใจเอนหลังไปกับหัวเตียง มือขยับลูบเบาๆ

•••

หลังจากที่กลับมาจากสเปนน่าฟ้าก็เริ่มฝันแปลกเขาฝันว่ามีเด็กผู้ชายมาเรียกตัวเองว่าพ่อ ฝันแบบนี้ติดต่อกันหลายวันถามเพื่อนก็มีแต่คนบอกว่าคงเครียดเรื่องอยากมีลูกมากเกินไปหรือเปล่าถึงฝันแบบนั้น แต่โบราณว่าฝันเห็นเด็กจะมีลูก แต่ต้งแต่แต่งงานกับเสาวรสมาเขายังไม่เคยมีอะไรกับเธอเลยสักครั้งจะไปมีลูกได้ยังไง แต่คิดไปก็มีแต่จะปวดกหัวจิตใจไม่สงบจนอาจจะกระทบถึงงาน เขาจึงเลือกที่จะลาพักสักสองวันเผื่อว่าอาการที่เป็นอยู่จะดีขึ้น

ในตอนเช้าหลังจากที่ลาหยุดงานไปน่าฟ้าก็ตื่นไปทำงานตามปกติที่ไม่ปกติคงจะเป็นเมื่อคืนที่เขาไม่ได้ฝันเห็นเด็กคนนั้นอีกแล้ว หรือว่าเขาจะเครียดเรื่องลูกมากจนเอามาวิตกจริตไปเองเสียมากกว่า

“พี่ยุ้ย สวัสดีครับ”

"สวัสดีค่ะ”

“ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ” น่านฟ้าพูดขึ้นเขาไม่รู้เหมืนอกันว่าทำไมถึงอย่าปรคึกษากับรุ่นพี่คนนี้เรื่องความฝันของตัวเอง หรือเพราะว่ายุ้ยมีความน่าเชื่อถือกว่าคนอื่นๆ “พี่จะบอกอะไรผมกันแน่ครับ”

"มีอะไรคะ"

"คือว่า..." 

น่านฟ้าเล่าเรื่องความฝันของตัวเองให้ยุ้ยฟัง ใจเธอหล่นตุบไปอยู่ที่ตาตุ่มที่คิดว่ากัปตันหนุ่มจะมีความฝันแบบนี้เขานึกว่ามันเป็นความเชื่อแบบโบราณเสียอีกที่ว่าคนกำลังจะมีลูกจะฝันถึงเด็ก แต่นี่น่านฟ้าฝันถึงเด็กมาเกือบอาทิตย์จนต้องลางานเพราะอาการวิตจริต ยุ้ยถอนหายใจเธอไม่รู้ว่าจะบอกเรื่องนี้กับน่าฟ้าดีไหม มันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะยื่นมือเข้าไปสอดได้ น่านฟ้าเองก้แต่งงานมีภรรยาแล้วส่วนแสงเหนือก็ไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากผู้ชายคนนี้ 

“อาจจะเป็นสัญญาณเตือนมั้งคะ” ยุ้ยไม่รู้จะตอบอะไรเลยตอบออกไปแบบนั้นเธอไม่รู้ว่าจะตอบอะไรจริงๆ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้แต่เดาสุ่มไปแบบนั้น "บางทีภรรยาคุณอาจจะ..."

"หรอครับ" น่านฟ้าพยักหน้ารับ แล้วเดินจากไป

เขารู้อยู่แก่ใจว่าเสาวรสไม่มีทาง้องกับเขาแน่แล้วเรื่องที่เขาฝันถึงเด็กมันจะหมายถึงอะไรน่านฟ้าได้แต่ครุ่นคิด แต่คิดยังไงก็นึกไม่ออกเขาไม่ใช่ผู้ชายรักสนุกที่จะกินไม่เลือกจนจำไม่ได้ว่านอนกับใครไปบ้าง ผู้หญิงที่เคยนอนด้วเขาก็ป้องกันทุกครั้งยกเว้นก็แต่...

"หรือว่าเด็กนั่น?" แต่แล้วความคิดนั้นก้ต้อหยุดลงเมื่อคิดได้ว่าเด้กคนนั้นเป็นผู้ชายจะท้องได้ยังไง

•••

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนผมก็ขึ้นมานอนดูการ์ตูนบนเตียงช่วงนี้ผมติดการ์ตูนเอามากๆโชคดีที่ห้องมีเคเบิ้ลทีสีไม่อย่างนั้นคงเหงามากแน่ๆ ผมหยิบหนังสือแม่และเล็กเล่นหนึ่งที่เคยซื้อขึ้นมาอ่านไปด้วยลูบท้องไปด้วยผมพยายามอ่านออกเสียงให้ได้มากที่สุดเพราะในช่วงนี้ตัวเล้กจะเริ่มดิ้นและพัฒนาการด้านการได้ยินนั้นพัฒนาอย่างดีแล้ว ดังนั้นผมความหลี่เลี่ยงที่เสียงดัง และผมก้ได้ยินมาว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่อยูี่ในท้องจะช่วยเสริมพัฒนาการด้วย 

"ช่วงนี้คุณแม่จะหิวบ่อย มีอาการมือบวมเท้าปวด เป็นตะคริว ควรดื่มน้ำเยอะ" ผมอ่านหนังสือแบบนี้ตัวเล็กจะรู้เรื่องไม่นะ นึกแล้วผมก้อมยิ้มอยู่คนเดียว 

"ดื่มน้ำเยอะๆ แช่เท้าในน้ำอุ่น" ผมบ่นพึมพำคนเดียวแล้วหาดินสอมาจดวิธีการดุแลตนเองลงไปในสมุดบันทึกเล็กๆ ผมอยู่คนเดียวจะต้องดูแลตัวเองให้มากๆจะได้ไม่ต้องลำบากคนอื่น

เช้าวันนี้ผมมีสอบมิดเทอมที่มหาลัยผมอ่านหนังสือเต็มที่และพร้อมที่จะไปสอบโดยมีพี่ยุ้ยเป็นคนมารับไปส่งที่สนามสอบ ผมเล่าให้ฟังเรื่องตัวเล็กและเรื่องของตัวเองหลังจากที่ได้มาอยู่ที่นี่ พี่ยุ้ยถอนหายใจเม้มปากเข้าหากันแน่นผมรู้ว่าผมดื้อจนพี่ยุ้ยเองก็ไม่อยากจะดุจะว่าถึงได้มีท่าทางแบบนั้น

“แสงจะเอาแบบนี้จริงหรอ"

"ครับทำไมหรอ?"

"คิดดีแล้วใช่มั้ยที่จะไม่บอกพ่อเด็ก"

"ไม่บอกหรอก ตัวเล็กเลี้ยงง่ายผมเลี้ยงได้" ผมบอกแล้วจับหน้าท้องตัวเองเบาๆ

"ไว้เลิกแล้วโทรมานะเดี่ยวพี่มารับ"

"ไม่เป็นไรครับ ถ้าพี่ยุ้ยไม่ว่างเดี๋ยวผมกลับเอง" ผมยิ้มให้พี่ยุ้ยก่อนที่จะเดินเข้าไปในตึกที่เป็นสนามสอบ

•••

ตลอดทางยุ้ยคิดไม่ตกเลยจริงไไม่รู้จะทำยังไงกับความสัมพันธ์ของคนสามคน มันไม่ใช่เรื่องของแสงเหนือกับน่านฟ้าแต่มันมีเสาวรสเข้ามาอีกคน ที่ยากไปกว่านั้นคืออีกฝ่ายได้ชื่อว่าเป็นเมียแต่งแต่น้องชายเขาจะทำยังไง หลานที่เกิดมาจะทำยังไง มันดูเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอแต่เธอก็ไม่อยากให้มันมีปัญหาในตอนหลัง สักวันน่านฟ้าก็ต้องรู้ความจริงถึงตอนนั้นจะทำยังไง

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำให้ยุ้ยที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดรู้สึกตัว เธอมองผู้มาเยือนไม่ใช่ใครแต่เป็นกัปตันน่านฟ้าที่เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างถือวิสาสะ

"มีอะไรคะคุณน่านสีหน้าไม่ดีเลย"

"นอนไม่หลับอีกแล้วครับ"

"ฝันเรื่องั้นหรอคะ"

"ครับ" น่านฟ้ายอมรับว่าเขาไม่ค่อยสบายมจที่ฝันแบบนี้ติดต่อกันหรือว่าเขาควรจะไปพบจิตแพทย์ "ผมไม่เข้าใจถ้าผมคิดเรื่องอยากมีลูกมาเกินไปแต่มันก็เกินไปไหมครับที่ผมจะต้องฝันแบบนี้"

"ลองนึกดูดีๆสิคะ ว่าคุณไปทำใครท้องหรือเปล่า" น่านฟ้าเงยหน้ามองสาวรุ่นพี่ที่นั่งอยู่จรงข้าม "ไม่ต้องมองพี่แบบนั้นค่ะ พี่รู้ค่ะว่าคุณเป็นคนยังไง"

"เห้อ..."

ยุ้ยไม่ได้ซักไซ้ให้น่านฟ้าต้องรีบตอบเขาปล่อยให้ร่างสูงได้อยู่กับความคิดของตัวเองจนพอใจ แต่ยุ้ยก็ใจเย็นพอที่จะนั่งรอให้อีกคนพูด

"พี่ว่าผู้ชายจะท้องได้ไหมครับ"

"หืม?"

"คือ..." น่านฟ้ารู้สึกลำบากใจที่จะเล่าแต่ไหนๆมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องเล่ามันออกไป "คือว่าผมไปมีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่งครับ ผมเมาด้วยนิดหน่อย"

คราวนี้เป็นยุ้ยที่เป็นฝ่ายเงียบบ้างเธอกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกเรื่องแสงเหนือยังไงดีทั้งยัมารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมามันมาจากความเมาของอีกฝ่ายด้วยแล้วเขาจะทำยังไงดี 

"แล้วถ้าเขาท้องจริงๆคุณจะทำยังไงคะ" ยุ้ยตัดสินใจโยนหินถามทางไปก่อน แต่ก็แอบลุ้นให้คำตอบของน่านฟ้านั้นตรงกับใจเธอด้วยเธอ

"ผมคงเอาแค่ลูก"

"ค่ะ? เอ่อ..." ตอนนี้ยุ้ยอยากจะเข้าไปตบหน้าคนตรงหน้าสักทีให้หายแค้นใจ เอาแค่ลูกหรอ? แล้วอนาคต้องชายเขาที่เสียไปใครจะรับผิดชอบไอ้ผู้ชายเฮงซวย!! "คุณคะพี่นึกได้ว่าต้องไปรับน้องชายที่มหาลัยพี่ขอตัวก่อนนะคะ"

ยุ้ยขอตัวออกมาข้างนอกก่อนที่เธอจะทนไม่ไหวจับอีหคนหักคอทิ้งโทษฐานที่พูดอะไรหมาๆ พูดออกมาได้เฮงซวยแต่ยังไงซะมันก็ช่วยให้เธอตัดสินใจเรื่องนี้ง่ายขึ้น ในเมื่อเลือกที่จะเอาแค่ลูกงั้นก็ไม่ต้องรู้หรอกว่าใครท้องกับตัวเองปล่อยให้โง่ไปอย่างนั้นแหละ

 

 

วันนี้ครบกำหนดที่จะต้องไปตามหมอนัดและเป็นสัปดาห์ที่20 แล้วสำหรับการตั้งครรภ์ ตอนนี้ผมก็กำลังทานข้าวเช้าหลังจากที่อบน้ำเปลี่ยนเสื้อผมเสร็จเพื่อเตรียมตัวไปโรงพยาบาล 

ในห้องตรวจครรภ์มีเครื่องมืออุปกรณ์หลายอย่าง คุรหมอให้ผมขึ้นไปนอนบนเตียงก่อนที่จะทาเจลใส่ๆลงบนหน้าท้องและให้เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องอัลตร้าซาวน์ค่อยๆถูวนไปตามหน้าท้องของผมตรงที่ทาเจล ภาพเจ้าตัวเล็กขาวดำขยับไปมาในจอทำให้ผมน้ำตาคลอคุณหมอก็พูดบรรยายไปถึงพัฒนาการต่างๆและอาการของผมที่หน้าจะเป็นไปได้

“แข็งแรงดีทั้งแต่แม่ทั้งลูกเลยนะครับ” หมอบอกและจดลายมือขยุกขยุยลงไปในแบบฟอร์มอะไรสักอย่าง "ดูแลตัวเองแบบนี้ให้ได้ตลอดนะครับ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายมากๆแต่อย่างหัดโหม"

“ครับ”

“แต่เรื่องทานรสจัดหมอก็ยังไม่อยากให้ททานเท่าไหร่นะครับ” หมอติงเพราะผมเคยโทรมาปรึกษาเรื่องนี้แล้วก่อนหน้า “เพราะรสเผ็ดจะทำให้รู้สึกแสบร้อนมากขึ้นเวลาที่เกิดเป็นกรดไหลย้อนนะครับอาจจะทำให้ไม่สบายตัวได้"

“เข้าใจแล้วครับ”

“โอเคครับ เดี๋ยวผมให้พยาบาลไปเอายามาให้นะครับ”

คุณหมอเรียกพยาบาลผู้ช่วยเข้ามาเพื่อให้เธอไปเอายาบำรุงครรภ์ผมก็นั่งเล่นรอจนได้ยาครบคุณหมออธิบายเกี่ยวกับยานิดหน่อยว่ามีอะไรบ้างกินยังไงซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาบำรุงและวิตามินที่เป็นประโยชน์

"เรียบร้อยแล้ว แล้วเจอกันอีกที่ตามวันนัดเลยนะครับ แต่ถ้ามีอะไรด่วนหรือสงสัยโทรหาผมได้ตลอดเลย"

“ขอบคุณครับ” 

"อ๋อ" หมอเรียกไว้ก่อนที่ผมจะเปิดประตูออกไปหมอก็เรียกเอาไว้ก่อน "ครั้งหน้าพาคุณพ่อมาด้วยนะครับ"

"..."

ผมพยักหน้าด้วยรอยยิ้มจางๆแล้วออกจากห้องตรวจไป ผมจะบอกหมอได้ยังไงว่าพ่อตัวเล็กยังไม่รู้เลยว่ามีตัวเล็ก ไว้ครั้งหน้าค่อยข้าข้ออ้างเอาแล้วกัน

 

Talk; จะพยายามรีไรท์ให้ได้เยอะที่สุด จะหาเวลามารีไรท์ให้มากที่สุด ตอนนี้อาจจะมีคำผิดอยู่นะคะไม่ได้เช็คปวดตามากขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามอยู่ เริ่มอ่านใหม่เลยนะคะ เนื้อเรื่องจะเริ่มเปลี่ยนช่วงตั้งแต่ตอนที่ 03 นะคะ

ความคิดเห็น