สุริย์
email-icon Twitter-icon

ไรท์เป็นนักเขียนหน้าใหม่ ฝากคอมเมนท์ให้ไรท์จะได้มีกำลังใจเขียนต่อด้วยนะค้า ช่องทางติดตาม https://twitter.com/Suree_suri

ชื่อตอน : ต้องแลก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 30

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2563 13:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ต้องแลก
แบบอักษร

"โอเคคัท!" เกื้อตะโกนสั่งผ่านโทรโข่งตัวเล็ก เมื่อได้ฉากที่ต้องการ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังลั่นกองถ่าย เพราะเป็นวันนี้เป็นการถ่ายทำวันสุดท้ายของกองละครเรื่องนี้ 

ปกป้องกับแคทที่ถ่ายทำฉากจูบกัน ก็รีบผละออกอย่างคนเหม็นขี้ฟันทันที ก่อนที่ดาราหนุ่มเจ้าบทบาทจะหันไปขอบคุณทีมงานดาราสาวก็หันไปเรียกเด็กดูแลกองให้เอาน้ำยาบ้วนปากที่เตรียมไว้มากลั้วปากอย่างรังเกียจ 

"วันศุกร์นี้พี่ขอเชิญทีมงานทุกคนไปร่วมงานฉายละครรอบปฐมทัศน์กันที่โรงหนัง และจะจัดงานเลี้ยงปิดกล้องไปในตัวนะคะ" พุทธรักษาคว้าโทรโข่งจากเกื้อมาประกาศข่าวดีให้ทีมงานฟัง  

"แต่เช้าวันเสาร์ก็จะเป็นงานแต่งของผมแล้วนะ" ปกป้องเข้ามากระซิบถามพุทธรักษาอย่างไม่พอใจ เพราะเขาต้องไปร่วมงานในฐานะพระเอกอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

"รักก็กำลังจะบอกคุณอยู่นี่ไง ว่าจะจัดงานเลี้ยงสละโสดให้คุณด้วย เดี๋ยวนี้ใครๆก็ทำกัน เริ่ดจะตาย" พุทธรักษาตอบกลับไปหน้าตาเฉย ราวกับงานนี้ไม่มีอะไรแอบแฝง "นักข่าวหรือว่าคนใหญ่คนโตในวงการก็มาร่วมงานด้วย แล้วงานแต่งคุณจะต้องปังที่สุดแห่งปีแน่นอนค่ะ" 

"ขอบคุณนะครับ ผมคิดว่าคุณจะไม่ชอบขี้หน้าผมเสียอีก" ปกป้องขอบคุณพุทธรักษาอย่างเสียไม่ได้ แม้จะยังไม่ไว้ใจหล่อนก็ตาม 

"คิดอะไรอย่างนั้นละคะ นี่เรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ" พุทธรักษาฉอเลาะให้ปกป้องตายใจ ก่อนจะหันไปพูดกับทีมงานต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "กรุณาแต่งกายในธีมชุดไทยนะคะ เนื่องจากมีสื่อมวลชน คนดังมาร่วมงานอีกเยอะแยะ เพราะละครเรื่องนี้จะเป็นละครที่ดังแลัปังที่สุดแห่งปีแน่นอนค่ะ" 

เสียงปรบมือพร้อมเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมใบหน้ายิ้มแย้มที่เกิดขึ้นกับทุกคน โดยเฉพาะพุทธรักษาที่หันไปยิ้มให้แคท เธอจะทำมันให้ดีที่สุด ต่อให้ต้องแลกกับอะไรเธอก็ยอม 

ตันหยงเดินด้อมๆมองๆ หาพุทธการุณที่ประตูรั้ว เธอเป็นห่วงคนรักสุดใจ เนื่องจากไม่สามารถติดต่ออะไรได้อีกเลย 

"ลุงๆจำหนูได้ไหม คนที่เป็นนักเขียนของคุณพุทธน่ะ" ตันหยงตะโกนหาคนขับรถที่เคยเจอเมื่อครั้งที่พุทธการุณไปรับที่คอนโด 

"กลับไปเลยไป ชิ้วๆ" คนขับรถไล่ตันหยงราวกับเป็นหมาแมวจรจัด 

"ขอหนูเข้าไปหาเธอหน่อยได้ไหมคะ" ตันหยงเว้าวอนขอความเห็นใจ 

"คุณพัฒน์เขาสั่งห้ามไม่ให้คุณมาเจอคุณพุทธอีก" คนขับรถไล่ตันหยงอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะเห็นใจแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายได้ "รีบถอยออกไปก่อน นายกำลังมา" 

รถเก๋งคันหรูจอดหน้าประตูรั้ว ก่อนที่หน้าต่างผู้โดยสารข้างหลังจะเลื่อนลง พร้อมใจของตันหยงที่เต้นระทึก เพราะไม่อยากเจอหน้าหรือว่ามีเรื่องกับพุฒิพัฒน์ 

"หนู หนูมาหาใครเหรอ?" พริ้มพลอยดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เจอผู้มีพระคุณของเธออีกครั้ง 

"สวัสดีค่ะคุณยาย หนูมาหาคุณพุทธค่ะ" ตันหยงวัดใจลองเสี่ยงดูสักตั้ง หากผิดหวังก็แค่กลับไปตั้งหลักใหม่ 

"มาหายัยพุทธเหรอ ว่าแต่หนูมีธุระอะไรกับหลานฉันหรือเปล่า" พริ้มพลอยนึกเอะใจ 

"คือหนูติดต่อเธอไม่ได้หลายวันแล้ว.." ตันหยงหยุดคิดชั่วครู่ ก่อนจะเผยความในใจออกมา "หนูเป็นห่วงเธอค่ะ" 

พริ้มพลอยนึกรู้ได้ว่าบุคคลตรงหน้าคือคนที่หลานสาวของเธอมีใจให้อย่างแน่นอน ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถให้ "ขึ้นมาสิ ฉันจะพาไปหา" 

ตันหยงขอบคุณพริ้มพลอยพัลวัน ก่อนที่จะรีบขึ้นรถอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวหญิงชราจะเปลี่ยนใจ 

"หนูช่วยไปพูดกับหลานสาวฉันหน่อยสิ เธอไม่ยอมกินข้าวมาหลายวันแล้ว" พริ้มพลอยจับมือตันหยงไว้ ก่อนจะพูดขอร้อง แม้จะตั้งแง่รังเกียจคนรักเพศเดียวกัน แต่เพราะความรักที่มีต่อหลานสาวมันมีมากกว่า ทำให้พริ้มพลอยยอมละทิฐิพาตันหยงเข้ามา ต่อให้ต้องแลกกับอะไรเธอก็ยอม เพื่อให้หลานสาวของเธอยอมกินอาหาร 

"แล้วตอนนี้คุณพุทธเธอเป็นอย่างไรบ้างคะ" ตันหยงเป็นห่วงคนรักจับใจ เธอเดินตามพริ้มพลอยขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้านพร้อมถาดอาหาร 

"ยัยพุทธเปิดประตูให้ย่าหน่อย" พริ้มพลอยไม่ตอบคำถามตันหยงเพราะไม่อยากจะใส่ใจคนที่เป็นต้นเหตุทำให้หลานของเธอไม่รักดี เธอเคาะประตูเรียกบุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งที่รู้ว่าไร้เสียงตอบรับกลับมา ก่อนที่เธอจะไขประตูห้องเข้าไป "หันมาหาย่าหน่อยสิลูก" 

"คุณย่าเอากลับไปเถอะคะ หนูไม่กิน หนูจะอดอาหารให้ตายไปเลย" พุทธการุณพูดทั้งที่นอนหันหลังให้ประตู จนพริ้มพลอยต้องเบือนหน้าหนี เพราะทนมองหลานสาวซูบผอมต่อไปไม่ได้ 

"โจ๊กหมูร้อนๆ ใส่ไข่ยางมะตูมน่ากินจังเลยค่ะคุณยาย ถ้าคุณพุทธไม่กิน หนูขอได้ไหมคะ" ตันหยงนั่งลงบนขอบเตียง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา พร้อมทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นอาหาร 

"ตันหยง" พุทธการุณได้ยินเสียงของคนรัก ก็รีบหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เต็มไปด้วยความดีใจ เธอคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกับตันหยงอีกแล้ว  

ตันหยงวางถาดอาหาร ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่โผเข้าหาอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยความคิดถึง 

"ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว" พุทธการุณร้องไห้สะอึกสะอื้น 

"ถ้าคุณอยากเจอหยงอีก คุณต้องกินข้าวนะคะ" ตันหยงต่อรองพุทธการุณ เธอเองก็ดีใจไม่แพ้กันที่ได้มีโอกาสเจอคนรักอีกครั้ง 

"ได้ๆฉันจะกินให้หมดถ้วยเลย หยงจะได้มาหาฉันบ่อยๆ" พุทธการุณรีบผละออกมาหยิบถาดอาหารไปจ้วงกินอย่างรวดเร็ว 

"มาค่ะ เดี๋ยวหยงป้อนเอง" ตันหยงแย่งถาดอาหารกลับไป แล้วตักอาหารให้เอง 

พริ้มพลอยมองดูพุทธการุณกินอาหารทั้งรอยยิ้ม ก็หลบไปร้องไห้อย่างตื้นตันระคนสงสารจับใจหลานรักจับใจ ถึงแม้จะไม่ถูกใจเท่าไหร่นัก แต่ความรู้สึกของหลานสาวมันสำคัญกับพริ้มพลอยเป็นอย่างมาก เธอจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดีนะ 

 

 

 

 

หาญกับเรืองยกไหน้ำจันทร์ขึ้นมาซดดื่มราวกับน้ำเปล่า หลังจากที่ทราบเรื่องว่าหย่ง คังกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในวันรุ่งพรุ่งนี้แล้ว 

"ไอ้หาญเกลอรัก หรือว่าข้าจักพาแม่ประยงค์วิวาห์เหาะดีวะ" เรืองคิดหาทางพาหย่ง คังหนีออกจากการคลุมถุงชน 

"มิได้เว้ยไอ้เรือง หากแม่ประยงค์จักต้องเป็นเมียใครสักคน คนๆนั้นจักต้องเป็นข้าคนเดียวเท่านั้น" หาญโบกมือห้ามความคิดของสหายรัก 

"แล้วน้องสาวต่างสายเลือดของเราอย่างแม่พุดจีบละวะ จักเป็นเยี่ยงไรบ้าง คิดแล้วข้าก็ปวดใจแทนนางเสียจริง" เรืองขบคิดเรื่องพุดจีบ หลังจากตั้งสติขึ้นมาได้ 

"นางมิมีวันรู้ดอก เถ้าแก่ฮงห้ามมิให้ผู้ใดในเรือนแพร่งพรายให้นางรู้" เยื้อนวางถ้วยมะขามเปียกลงบนแคร่ให้สองหนุ่มแกล้มน้ำจันทร์ เธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่อกหักจากสาวชาวจีน 

"แล้วเอ็งรู้ได้อย่างไรวะอีเยื้อน" หาญกระถดเข้ามาถามหญิงสาวอย่างคนใคร่รู้ 

"ฉันก็ได้ยินไม่ถนัด ประมาณว่าต้องแลกกระไรสักอย่างนี่แหละพี่ อาจจักเป็นเรื่องร้ายแรงกระมัง แม่ประยงค์เลยยอมตกลง" เยื้อนพยายามครุ่นคิดวาจาที่สองคนพ่อลูกพูดกัน พอเป็นสำเนียงจีนเธอจึงฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง 

"หรือว่าเราจักพาทั้งคู่หนีไปกันดีวะไอ้หาญ อีเยื้อน" เรืองออกความคิดเห็นอีกครั้ง 

"บ๊ะ! ไอ้นี่ หากเรื่องมันง่ายก็คงดีสิ แต่นี่แม่ประยงค์รับปากแต่งไปแล้ว เราคงไปห้ามความคิดของนางมิได้ดอก" หาญตบเข่าฉาดใหญ่ อย่างขัดเคืองใจ ทำไมเขาจะไม่อยากพาหย่ง คังกับพุดจีบหนีไป แต่อะไรๆ มันคงไม่ได้ง่ายเหมือนความคิดหรอก 

"หากทำกระไรมิได้ เราคงต้องทำใจ" เยื้อนแย่งไหน้ำจันทร์จากมือหาญมาดื่มอย่างช้ำใจ ก่อนที่จะสำลักออกมา เพราะรสชาติที่บาดคอ "แค่กๆ" 

"เป็นผู้หญิงยิงเรือ มิมีผู้ใดเขาร่ำสุรา ดื่มน้ำจันทร์กันหรอกว่ะอีเยื้อน" ชายหนุ่มทั้งสองพาหันหัวเราะหญิงสาวที่ไอโคล่กๆอย่างเอ็นดู 

"เอามา ฉันจักกินให้ลืมโลกไปเลย" เยื้อนพยายามแย่งไห แต่กลับล้มฟุบนอนหลับไปบนแคร่อย่างคนสิ้นสติ 

"ฮ่าๆ" ชายหนุ่มทั้งสองพากันหัวเราะหญิงสาวร่างเล็ก ก่อนจะพาร่ำสุรายาดองท่ามกลางแสงจันทร์จนเมามาย แล้วล้มฟุบไปตามๆกัน 

"คนอย่างเรา มิมีผู้ใดอยากได้หรืออย่างไรวะไอ้หาญ" เรืองบ่นเรื่องคาใจไปกับสายลม ด้วยความเจ็บใจ 

"หรือว่าเราจักมาเอากันเองวะไอ้เรือง" หาญละเมอเพ้อพก ก่อนจะหันไปกอดเรืองที่นอนอยู่ข้างกาย 

"ไอ้หาญปล่อยกู กูจักนอน" เรืองผลักหาญออก ก่อนจะตะแคงหนีอย่างรำคาญ 

"เอ็งมาเป็นเมียข้าเถิดนะ" หาญหันไปกอดคนข้างกาย ก่อนจะซุกไซ้ไปตามซอกคออย่างต้องการหยอกล้อ ก่อนที่อารมณ์ดิบกับฤทธิ์น้ำเมาจะทำให้เขาเกิดกำหนัดขึ้นมา แล้วกระทำไปอย่างไม่รู้ตัว 

"ไอ้หาญปล่อยกู" เสียงตวาดไม่อาจทำให้หาญรู้สึกตัวแม้แต่น้อย แม้ว่าจะพยายามขัดขืนฝืนผลักไสสักแค่ไหน แต่เพราะฤทธิ์น้ำเปลี่ยนนิสัย ทำให้คนใต้ร่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง 

"เจ้าจักขัดขืนข้าไปไย หื้ม คนดี" 

สุดท้ายหาญก็หักหาญน้ำใจได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนจะหลับใหลไปอย่างสิ้นฤทธิ์ 

 

หย่ง คังนั่งตรึกตรองลองคิดถึงวันที่เธอกำลังล่วงล้ำข้ามความเป็นเพื่อนกับพุดจีบ แล้วเตี่ยเข้ามาเจอ ก่อนจะพาเธอแยกมาคุยกันเป็นการส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง 

"อั๊วหมายจักให้ลื้อสองคนเป็นพี่น้องกัน มิใช่มาทำเรื่อง.." เถ้าแก่ฮงพยายามข่มอารมณ์เกรี้ยวกราดไม่ให้เผยออกมา ก่อนจะผินหน้ามองเมินไปทางอื่น เพราะกระดากปากเหลือเกินที่จะเอ่ยออกมา "บัดสีบัดเถลิงสมสู่กันเองเยี่ยงนี้" 

"อั๊วกับพุดจีบมิได้อยากเป็นพี่น้องกันเสียหน่อย เราสองคนรักกัน" หย่ง คังเถียงผู้เป็นพ่อคอขึ้นเอ็น เพียงเพราะเถ้าแก่ฮงรับพุดจีบมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยที่ไม่ได้ปรึกษาหัวใจของเธอทั้งสองคนเลย 

"ผู้หญิงกับผู้หญิงจักรักกันได้อย่างไร วิปริต" เถ้าแก่ฮงตวาดลั่นห้องอย่างคนอดกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะหันไปเห็นหย่ง คังนั่งหน้าเสีย จึงค่อยเสียงเบาลงอย่างคนใจอ่อน "ลื้อห้ามทำอย่างนี้อีก มันผิดบาปมหันต์ อั๊วมิอยากให้ลื้อต้องตกนรกนะรู้ไหม" 

"เตี่ย..อั๊วขอโทษ อั๊วจักมิทำมันอีก" หย่ง คังก้มหน้ารับความผิดอย่างเต็มหัวใจ เมื่อได้เห็นความห่วงใยจากผู้เป็นพ่อ 

เถ้าแก่ฮงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะเขากำลังจะใจอ่อนให้ลูกสาวอีกแล้ว ในขณะที่คิดหาทางออกจากเรื่องนี้ 

"อาหย่งลื้อก็โตพอจะมีเย้ามีเรือนได้แล้ว คงจักถึงเวลาที่ลื้อจักต้องมีคู่ครองเสียที" เถ้าแก่ฮงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว หลังจากที่ลังเลใจอยู่นาน ว่าจะยกบุตรสาวที่เขาสุดจะหวงแหนให้ เพื่อนสนิทที่เคยช่วยชีวิตในตอนออกศึกกับพระเจ้าตากสิน "อั๊วจักให้ลื้อออกเรือนกับเจ้าขรัวเหลียน" 

"เตี่ยยกอั๊วให้เขา โดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจของอั๊วหรือว่าเจ้าขรัวเหลียนเลย" หย่ง คังทักท้วงทันที เพราะไม่อยากตกเป็นของใครโดยที่เธอไม่เต็มใจ 

"เจ้าขรัวเหลียนอีพึงใจลื้ออยู่ อีกทั้งอีก็เป็นผู้ที่มีพระคุณของอั๊ว เคยช่วยชีวิตอั๊วเอาไว้หลายคราในตอนออกศึก ซ้ำยังช่วยเหลือเจือจานแบ่งที่อยู่ที่กินให้กับเราสองพ่อลูกด้วย" เถ้าแก่ฮงยกสารพัดเหตุผลความดีของว่าที่ลูกเขยให้ลูกสาวฟัง 

"..." หย่ง คังไม่พูดไม่จา เธออาศัยความนิ่งเงียบเป็นการต่อต้านทางอ้อม จนเถ้าแก่ฮงยกอีกเหตุผลขึ้นมา 

"อาหย่งเอ๋ย คนจีนเราเขาถือกันว่าบุญคุณต้องทดแทนหนี้แค้นต้องชำระ ลื้อจักให้อั๊วเป็นคนเนรคุณอย่างนั้นหรือ"  

"..." หย่ง คังยังเงียบเหมือนเดิม จนเถ้าแก่ฮงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

"ลื้อจะมาหาว่าอั๊วใจร้ายมิได้นะอาหย่ง" เถ้าแก่ฮงกลั้นใจพูดในสิ่งที่ไม่คิดจะทำมาก่อน แต่ถ้ามันจะลูกสาวกลับมาเป็นคนปกติ ไม่ทำผิดบาปสมสู่กับผู้หญิงด้วยกันเช่นนี้ เขาก็จะทำมัน "หากลื้อมิยอมออกเรือนกับท่านเจ้าขรัว ลื้อจักต้องแลกกับการที่แม่พุดจีบจักต้องตกมาเป็นเมียอั๊ว ลื้อเลือกเอา" 

"อย่านะเตี่ย!" หย่ง คังถลามากอดเข่าผู้เป็นพ่อทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะร่ำร้องขอความเห็นใจ "อย่าทำกระไรนางเลยอั๊วขอร้อง อั๊วยอมแล้ว จักให้อั๊วออกเรือนกับใครอั๊วก็ยอม" 

เถ้าแก่ฮงยกยิ้มอย่างพอใจ ที่หย่ง คังยินยอมแต่โดยดี "แล้วสักวันลื้อจักรู้ว่าอั๊วหวังดีกับลื้อแค่ไหน" 

เมื่อนึกถึงเรื่องราวหย่ง คังร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น เธอหักห้ามจิตมิให้คิดพิสวาทถึงพุดจีบอีกต่อไป เพราะเธอจะต้องกลายเป็นของคนอื่นในวันรุ่งพรุ่งนี้แล้ว 

หย่ง คังปาดน้ำตาอย่างอาลัยรัก ขณะที่คนอื่นๆ ต่างพากันหลับใหลจวบจนรุ่งสาง แสงตะวันยอแสงแทงตา ถึงได้พากันรู้สึกตัวขึ้นมา 

"ไอ้หาญ!" เรืองถีบร่างกำยำที่นอนผ้าผ่อนหลุดลุ่ยเต็มแรง จนหาญตกลงจากแคร่ทั้งที่ยังนอนหลับไร้สติอยู่ 

"กระไรของเอ็งแต่เช้าวะไอ้เรือง" หาญงัวเงียตะกุยดินขึ้นมามองหน้าสหายรักที่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ 

"เอ็งทำกระไรแม่เยื้อนวะ" เรืองยันร่างหาญลงไปคลุกดินอีกครั้ง หลังจากที่เขาตื่นมา พบเห็นเยื้อนนอนร้องไห้ และมีร่องรอยของการโดนกระทำชำเรา  

"ข้าทำกระไรวะ" หาญหันมองไปบนแคร่ที่มีหญิงสาวนอนอยู่ ก่อนจะตกใจแทบเป็นลม เมื่อเห็นสิ่งที่เขากระทำไปอย่างไร้สติ เพียงเพราะฤทธิ์น้ำเมา "แม่เยื้อน.." 

"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน" เยื้อนปัดมือออกอย่างรังเกียจ 

"ในเมื่อเอ็งทำนางเสียหายแล้ว เอ็งก็จงพูดมาว่าเอ็งจักทำอย่างไรต่อ" เรืองไถ่ถามอย่างเป็นกลาง 

"ข้าคงต้องทำทุกอย่างให้มันถูกต้องตามทำนองครองธรรม" หาญเอามือกุมหัวอย่างคนคิดหนัก ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียว "แม่เยื้อน ข้ามันคนมีแต่ตัวเอ็งจักรังเกียจข้าไหมวะ ถ้าข้าจักไปสู่ขอเอ็งมาเป็นเมีย" 

"ฉันเสียมันไปแล้วนี่ จักพูดกระไรได้อีกล่ะ" เยื้อนปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ก่อนจะเค้นเสียงพูดอย่างเคืองโกรธ แต่เธอจะโทษหาญอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะถ้าเธอไม่อาจหาญดื่มน้ำจันทร์ร่ำสุรากับชายหนุ่ม เธอคงไม่ตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ 

หลังจากเยื้อนกลับไปแล้ว เรืองก็เข้าไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองออกจากกระท่อมหลังเล็กที่ใช้เป็นที่อาศัยร่วมกับหาญ 

"ไอ้เกลอ เอ็งจักเก็บผ้าไปไหนวะ" หาญใจหาย หลังจากที่ได้เห็นชายหนุ่มเอาผ้าใส่พก 

"บัดนี้เอ็งมีเมียแล้ว ข้าจักอยู่ทำมะเขือกระไรวะ" เรืองมัดชายพกทั้งสี่มุมเข้าด้วยกัน ก่อนจะยกมันขึ้นคล้องไหล่ ในใจหงุดหงิดไปหมด เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนเกิน 

"มิใช่เอ็งกำลังหึงข้าอยู่ดอกรือ" หาญรั้งแขนชายหนุ่มเอาไว้ไม่ให้ไปไหน เขาอยากรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเรือง เพราะตอนนี้ในใจเขาเองก็สับสนไปหมด เขากลัวการที่จะไม่ได้พบเรืองอีกต่อไปเป็นที่สุด 

"เอ็งพูดกระไรวะของเอ็งวะไอ้หาญ" เรืองดึงแขนออกอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างซัดหมัดกลับไป แต่กลับโดนหาญรับมันได้เสียก่อน 

"ข้ารู้ว่าเอ็งมีใจให้ข้า ไอ้เรือง" หาญดึงเรืองเข้ามาใกล้ ก่อนจะพูดความในใจออกมาตรงๆ "และข้าก็รู้สึกดีกับเอ็งเช่นกัน แต่มิรู้มันคือสิ่งไหน" 

หาญเองก็รู้สึกสับสนในใจ ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเรืองมันคืออะไร ขณะที่เรืองได้ฟังก็ถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะยอมเอ่ยถ้อยวจีออกมา  

"ข้าก็มิรู้ว่ามันเกิดเรื่องประหลาดนี้ตอนไหน แต่ที่รู้แน่ๆ คือมันรู้สึกคนละแบบกับแม่ประยงค์" เรืองรู้อยู่แก่ใจว่าความรู้สึกนี้คือการเล่นเพื่อน แต่เขายังไม่อยากยอมรับความจริง 

"ข้าเองก็รู้สึกมิต่างจากเอ็งดอก" หาญกลั้นใจตอบสิ่งที่ค้างใจออกมาอย่างกระดากปาก ก่อนจะดึงรั้งเรืองเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเขาจะดึงมือออก "เอ็งอย่าไปเลย อยู่กับข้าต่อมิได้รึ" 

"แต่ข้ามิอาจทนดูเอ็งมีเมียได้หรอกนะ" เรืองดึงมือมากระชับห่อผ้าแน่น ก่อนจะผละลงจากกระท่อมไปอย่างไม่ยอมหันหลังกลับ 

"เอ็งจักเป็นความรู้สึกดีๆ ของข้าตลอดไปนะไอ้เรือง" หาญตะโกนตามหลังเรืองที่เดินดุ่มๆ ไปทางท่าเรือ ก่อนจะมองตามหลังชายหนุ่มไปอย่างใจหาย 

ความคิดเห็น