ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ

FRIEND STATION - 3 อยากมีแฟน

ชื่อตอน : FRIEND STATION - 3 อยากมีแฟน

คำค้น : นิยายวาย,Yaoi,BL

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2563 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
FRIEND STATION - 3 อยากมีแฟน
แบบอักษร

FRIEND STATION - 3 

อยากมีแฟน 

 

           หลังจากเลิกคลาสแล้วผมกับเจ้านายก็ออกมานั่งชิวที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย เราสองคนชอบเอาหนังสือมาอ่านทบทวนที่นี่กันเป็นประจำ จนรู้จักกับเจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อ ดีกรีอดีตเดือนคณะไอทีที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกับแฟน

           พี่อิฐ คือเจ้าของร้านสุดหล่อที่ผมเพิ่งจะกล่าวถึง หล่อระดับเดือนคณะ มีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่ว่าเจ้าชู้สุด ๆ

           ส่วนแฟนแกชื่อ พี่ปอย เป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ขาว น่ารัก น่าทะนุถนอม ขี้หึงและขี้หวงมาก โชคดีที่พวกผมรู้จักแกมานานเลยพูดหยอกเล่นกับพี่อิฐได้ แต่ช่วงแรก ๆ ที่มาก็โดนมองแรงไปหลายครั้งเหมือนกัน ฮ่า ๆ

           “สวัสดีครับพี่อิฐ”

           “สวัสดีครับน้องเปอร์น้องนาย วันนี้รับอะไรดีครับ” พี่อิฐตอบกลับพร้อมรอยยิ้มหวานบาดใจ

           “เหมือนเดิมครับพี่”

           “โอเค ๆ งั้นไปรอที่โต๊ะนะ เดี๋ยวพี่ให้เด็กไปเสิร์ฟให้”

           “คร้าบบบ”

           เราทั้งสองเดินไปนั่งที่โต๊ะประจำ ร้านนี้เป็นร้านข้างถนนสายหลัก ทำให้ลูกค้าเยอะมากพอสมควร ส่วนมากจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยผมนั่นล่ะครับ

           “วันนี้รู้สึกคันคออยากไปนั่วชิว ๆ ดื่มเบียร์เย็น ๆ จังเลยว่ะมึง”

           “ไอ้เปอร์พรุ่งนี้มีสอบย่อย” เจ้านายมันเหลือบตามองผมอย่างตำหนิ ในมือยังคงถือเอกสารที่เพิ่งจะเรียนมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมง

           “ก็คนมันเซ็งนี่นา อยู่คอนโดก็เหมือนอยู่คนเดียว ไอ้ยอร์ชแม่งออกไปค้างกับหญิงของมันแทบทุกวัน”

           “มึงก็เลยอยากจะไปหาหนุ่ม ๆ บางว่างั้นเถอะ”

           “เปล่าสักหน่อย คนเรามันก็ต้องมีปลดปล่อยบ้างใช่ป่ะ ไม่เหมือนมึงเครียดแต่กับเรื่องเรียน ปวดหัวจะตายห่า”

           “แต่เราเรียนหมอนะเว้ย ต้องตั้งใจเป็นพิเศษ ทุกวินาทีมันมีค่า”

           “เออ ๆ ช่างเถอะ กูไม่อยากฟังมึงเทศนาแล้ว สรุปไปไหมวันนี้”

           “เออ ๆ ไปก็ไปวะ”

           “อย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อยเพื่อนกู”

           ผมยิ้มหน้าบานเมื่อตอนนี้ได้เพื่อนไปเที่ยวด้วยกันแล้ว ปกติผมจะไปนั่งชิวในร้านเหล้าที่มีดนตรีเล่นสด นั่งฟังเพลงสบาย ๆ นานทีปีหนจะเข้าผับที่ผู้คนแออัดยัดเยียด บางทีมันก็รู้สึกหายใจไม่ค่อยคล่องสักเท่าไหร่

           “เครื่องดื่มมาเสิร์ฟแล้วครับเด็ก ๆ”

           “อ้าวพี่ปอย สวัสดีครับ” เมื่อเห็นพี่ปอย พวกผมก็รีบยกมือไหว้ทันที

           “สวัสดีครับ ไม่เห็นหน้าหลายวันเลยนะ”

           “ช่วงนี้กิจกรรมเยอะไปหน่อยครับพี่ ว่าแต่พี่เพิ่งมาเหรอครับ” ผมถาม

           “ใช่ครับ พี่เพิ่งไปคุยงานกับลูกค้ามา ว่าแต่เห็นไอ้อิฐมันเหล่สาว ๆ ที่ไหนหรือเปล่า”

           “ไม่มีหรอกครับ พี่อิฐรักพี่จะตายไม่มีทางนอกใจเด็ดขาด”

           “ให้มันจริงเถอะ วันก่อนมีสาวไซด์ไลน์โทรฯมาหาตอนดึก ๆ พี่ยังไม่จัดการเลย”

           “เฮ๊ย! จริงดิพี่” เจ้านายมันอุทานออกมา จนผมต้องเอามือปิดปากมันไว้

           “จริงสิ แต่พี่ยังไม่ได้บอกมันหรอกว่ามีคนโทรฯมา รอดูพฤติกรรมอีกสักระยะ ดูว่ามันสองคนยังติดต่อกันอยู่ไหม”

           “พี่นี่ใจเย็นเนาะ ถ้าเป็นผมคงจัดให้หนักไปแล้ว”

           “มึงไม่ต้องทำเป็นพูดเลย มึงก็ไม่ต่างจากพี่ปอยหรอก” เจ้านายมันว่าให้ผม

           “อะไรของมึง” ผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

           “เอ๊ะ! มันยังไงกันแน่ เปอร์มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย ทำไมพี่ไม่รู้มาก่อนเลย” พี่ปอยทำหน้าสนใจ จ้องมองผมราวกับต้องการเค้นหาความจริงซะอย่างนั้น

           “อย่าไปฟังมันพี่ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยมีแฟนเลย ไอ้นี่มันก็กวนตีนไปเรื่อยล่ะครับ” ผมรีบปฏิเสธทันควัน แถมยังเอื้อมมือไปฟาดกบาลไอ้เจ้านายทีหนึ่งด้วย

           “มันแอบชอบเพื่อนสนิทมันอ่ะพี่ ไม่สิ! เพื่อนมันก็รู้ว่ามันชอบ ประมาณว่าเพื่อนกันมันส์ดีอะไรเทือกนั้นอ่ะครับ แต่เพื่อนมันแม่งเลว เอาหญิงไปเรื่อยโดยไม่สนใจวความรู้สึกมันเลย”

           “ไอ้นายมึงกล้าขายเพื่อนเหรอวะ”

           ผมพยายามเอื้อมมือมาปิดปากมัน ทว่ามันรีบเอี้ยวตัวหนีไปได้ทันเวลา จึงทำได้เพียงส่งสายตาอันเกรี้ยวกราดขู่อาฆาต

           “กูไม่ได้ขาย มันเรื่องจริงเปล่าวะ พี่พูดกูเป็นห่วงมึงนะเว้ย ไม่อยากให้อยู่ในวังวนบ้า ๆ นี้อีก”

           ได้ยินอย่างนั้นผมก็ยอมสงบปากสงบคำ ผมรู้ว่าไอ้นายมันเป็นห่วงผมมาก เผลอ ๆ บางทีอาจจะห่วงมากกว่าไอ้ยอร์ชด้วยซ้ำ รายนั้นมันก็ห่วงแต่ตัวเอง เห็นแต่ความสุขของตัวเองเท่านั้น

           “เอาล่ะ ๆ อย่าทะเลาะกันเลย เอาเป็นว่าพี่เอาใจช่วยละกันนะ ขอให้เพื่อนเปอร์มองเห็นสิ่งที่เปอร์มอบให้ ขอให้เปอร์สมหวังนะ สู้ ๆ”

           “ขอบคุณครับพี่ปอย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ได้ชอบผู้ชาย ทั้งที่รู้ว่าผมชอบมันแต่มันก็ยังไม่ชายตาแลเลย แค่มันไม่รังเกียจผมก็ดีใจมากแล้ว”

           “เอาน่า ถ้าใช่มันก็ใช่เองล่ะ เวลาจะเป็นคำตอบเรื่องนี้เอง”

           “พี่ปอยบอกให้มันหาแฟนเป็นตัวเป็นตนทีครับ ผมจะได้เลิกเครียดตามมันไปด้วย”

           “ก็ไม่มีใครมาจีบกูนี่นา”

           “มึงไม่เอาเองต่างหากล่ะ งั้นคืนนี้ถ้ามีคนมาจีบมึง มึงต้องคุยแล้วก็คบโอเคไหม” สีหน้าไอ้นายจริงจังจนผมรู้สึกกลัวมัน สรุปว่ามันจะให้ผมมีแฟนให้ได้ใช่ไหม

           “คืนนี้จะไปไหนกันเหรอ”

           “คืนนี้มันชวนผมไปนั่งดื่มชิว ๆ ครับพี่ พี่ปอยไปด้วยกันไหม”

           “ไป ๆ พี่ก็ไม่ได้รีแล็กซ์มานานแล้ว”

           “ดีเลยครับไปกันเยอะ ๆ จะได้สนุก” ผมได้เพื่อนไปเที่ยวเพิ่มอีกคนแล้วสินะ เย้!

           “งั้นเดี๋ยวพี่ไปชวนอิฐก่อนนะ”

           “ครับผม”

           เราสองคนยิ้มให้พี่ปอย รอให้แกเดินไปก่อน จึงเริ่มสนทนากันต่อ

           “กูขอโทษละกันที่เอาเรื่องมึงไปคุยให้พี่ปอยฟัง”

           “ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรสักหน่อย กูก็เป็นอย่างที่มึงพูดจริง ๆ”

           “แล้วมึงโอเคป่ะเรื่องที่กูบอก”

           “เรื่อง?” ผมขมวดคิ้วมองหน้าไอ้นาย

           “เรื่องที่ให้มึงคบกับคนอื่นไง ลองดูนะเผื่อว่ามึงจะเปลี่ยนใจได้”

           “มึงว่ามันจะโอเคจริง ๆ เหรอวะ”

           “โอเคสิวะ ลองดู ๆ ถ้าไม่ใช่ค่อยเลิก มันไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย”

           “งั้นก็โอเค ลองดูสักตั้ง”

           “ดีมากเพื่อนรัก”

           

           หลังจากนั้นไม่นานผมก็กลับมาที่คอนโด เปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นเสื้อนักศึกษาของไอ้ยอร์ชถอดเกลื่อนบนพื้นพร้อมกับกางเกง ผมส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาถือไว้แล้วมองหาเจ้าของ ก่อนจะพบว่ามันกำลังยืนใส่บ็อกเซอร์ดูดบุหรี่อยู่ที่ระเบียง

           เดินเอาเสื้อไปเก็บใส่ตะกร้าให้มันแล้วก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง ออกมาอีกทีก็เห็นไอ้ยอร์ชเอนหลังขาไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ชมการแข่งขันฟุตบอลลีกต่างประเทศอย่างตั้งใจ

           “กูนึกว่ามึงจะมีเรียนค่ำซะอีก” มันถามแต่ไม่ยักจะหันมามองหน้าผม

           “ไม่อ่ะ วันนี้อาจารย์ติดธุระเลยต้องยกคลาส แล้วมึงอ่ะวันนี้ไม่ไปเที่ยวกับน้องโบว์เหรอ” ผมว่าพลางเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำดื่มออกมาเปิดฝาเตรียมจะดื่ม

           “วันนี้น้องโบว์ติดธุระกับครอบครัว กูเลยว่าง” ว่าแล้วมันก็กวักมือเรียกให้ผมเข้าไปหา

           ผมยกขวดน้ำขึ้นดื่ม แล้วเดินไปหามันอย่างว่าง่าย ก็ใช่น่ะสิ คอนโดมันนี่นาสั่งอะไรก็ต้องยอมล่ะ(ข้ออ้างล้วน ๆ)

           “มีอะไร” เอ่ยถามขณะยืนอยู่ข้างโซฟา

           “กูอยาก”

           มันดึงแขนผมให้ลงไปนอนซบบนตัวมัน ผมจะลุกขึ้นแต่มันกอดร่างผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันจนได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยโชยเข้าจมูก คนที่ไม่สูบบุหรี่อย่างผมปกติจะเหม็น ทว่ากลิ่นนี้กลับมีความเซ็กซี่เจืออยู่ จนต้องยอมสูดกลิ่นนี้เข้าปอดอย่างเต็มใจ

           “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ กูจะไปอาบน้ำ”

           “ค่อยอาบกูอยากมึงไม่ได้ยินเหรอ”

           “อยากก็ช่วยตัวเองสิวะ”

           “ไม่! มีมึงอยู่แล้วทั้งคนทำไมกูต้องช่วยตัวเอง มึงชอบไม่ใช่เหรอวะ แต่ก่อนเป็นคนอ้อนกูเองนี่นา”

           “แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แต่ก่อน มึงมีแฟนแล้ว กูไม่อยากทำผิดกับแฟนมึง”

           “เรื่องของเรามันเป็นความลับไม่มีใครรู้นี่นา ทำไมมึงเพิ่งจะมาสำนึกเอาตอนนี้”

           คำพูดของมันทำให้ผมโกรธจนหน้าขึ้นสี สำนึกงั้นเหรอ ดูเหมือนว่าผมเป็นคนผิดฝ่ายเดียวซะอย่างนั้น ทั้งที่มันเองก็ผิดเหมือนกันที่ทำอย่างนี้

           “ก็กูไม่อยากทำแบบนี้อีกแล้ว กูว่า…มันถึงเวลาที่เราจะเป็นแค่เพื่อนกันจริง ๆ แล้วว่ะ”

           “ไม่! กูไม่มีทางยอมให้มันเป็นอย่างนั้น มึงเป็นของกูมาตั้งนานแล้ว มึงเป็นสมบัติของกู”

           “มึงแม่งเห็นแก่ตัวสุด ๆ”

           “เออ! กูมันเห็นแก่ตัว แล้วไงวะ ในเมื่อมึงก็รักกู ทำไมกูจะเห็นแก่ตัวไม่ได้”

           “ก็มึงเป็นแบบนี้ไงกูถึงอยากจะเลิก” ผมน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำพูดที่เปล่งออกจากปากมัน พยายามขัดขืนให้ตัวเองเป็นอิสระ ทว่ามันกลับกอดแน่นยิ่งขึ้น พลิกตัวผมให้ลงไปนอนด้านล่าง คร่อมร่างผมไว้ ตรึงข้อมือไม่ให้หนีไปไหนได้

           “ปล่อยกู!”

           “อย่ามาแสดงกิริยาแบบนี้ต่อหน้ากูนะเปอร์ กูไม่ชอบ” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ดูหงุดหงิดไม้น้อยที่ผมขัดขืน ทั้งที่ผ่านมาผมอ้าขาให้มันอย่างง่ายดายมาโดยตลอด

           “กูก็ไม่ชอบที่มึงบังคับกูอย่างนี้”

           “กูจะทำ”

           ว่าแล้วมันก็ซุกใบหน้าลงมาไซ้ที่ซอกคออย่างหื่นกระหาย แยกขาทั้งสองข้างผมออกด้วยท่อนขาแกร่งของมัน ไม่นานริมฝีปากผมก็ถูกประกบจูบ แม้ว่าจะส่ายหน้าหนีแต่มันก็ตามมาตักตวงความหอมหวานจากปากผมจนได้

           “อื้อ…”

           แคว่ก!

           เสื้อยืดตัวบางของผมถูกฉีกจนขาด ก่อนที่มันจะส่งริมฝีปากลงมาขบที่ยอดอก ดูดเลียสลับข้างอย่างบ้าคลั่ง เป็นเช่นนี้แล้วมีหรือที่ผมจะต้านทานไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังลุกโชนได้ ยอมอ่อนข้อให้มันจนได้

           …

           …

           “จะลุกไปไหน”

           “ปล่อย กูจะไปเที่ยวกับเพื่อน”

           “ที่ไหน”

           “ไม่บอก”

           “ถ้าไม่บอกกูไม่ให้ไป จะกอดมึงไว้อย่างนี้ทั้งคืน”

           “ไอ้เหี้ยยอร์ช มึงแม่งสันดานเลว เอากูแล้วจะมาทำสันดานเหี้ย ๆ อย่างนี้อีกเหรอวะ”

           “ก็มึงไม่บอกว่าไปไหน”

           “กูจะไปXXX พอใจมึงหรือยัง ปล่อยกู! ไม่งั้นไม่ต้องมาพูดกับกูอีกตลอดชีวิต”

           “วันนี้กูว่างเดี๋ยวกูไปด้วย”

           “ไม่ได้! กูไม่ให้ไป”

           “ทำไม? กลัวกูไปเห็นอะไรงั้นเหรอ” มันทำหน้ากวนตีน จนผมอยากจะถีบเท้าคู่ใส่หน้ามันซะจริง ๆ

           “ทำไมกูต้องกลัวด้วยวะ”

           “งั้นให้กูไปด้วย”

           “เออ ๆ จะไปก็ไป รีบปล่อยกูจะไปอาบน้ำแต่งตัว”

           ฟอดดด!!!

           ก่อนจะยอมปล่อยมันไม่วายที่จะหาเศษหาเลยกับผมเช่นเคย ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าห้องไปทั้งที่ยังเปลือยกาย

oooooooooo 

           

           ในที่สุดผมก็เป็นตุ๊กตาหน้ารถยอมให้มันมาด้วย เราสองคนมาถึงท้ายสุดเพราะอะไรทุกคนคงรู้ดี พี่อิฐพี่ปอยและไอ้เจ้านายนั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว ผมยกมือไหว้รุ่นพี่ก่อนจะทักทายไอ้เพื่อนรัก แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ที่ยังว่าง

           “นี่ไอ้ยอร์ชเพื่อนผมเองครับพี่อิฐพี่ปอย”

           “นี่น่ะเหรอเพื่อนที่เราพูดถึง” พี่ปอยเอ่ยพลางจ้องมองใบหน้าหล่อ ๆ ของไอ้ยอร์ชไปด้วย

           คนที่นั่งข้างผมหันขวับมามอง เชิงตั้งคำถามว่าผมไปพูดอะไรเกี่ยวกับมันให้คนอื่นฟัง ผมได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธทันที

           “ไอ้เปอร์มันพูดอะไรเกี่ยวกับผมให้พวกพี่ฟังงั้นเหรอครับ”

           “ก็…บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทไง พักอยู่ด้วยกัน แค่นั้น” พี่ปอยเอ่ยยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัย ได้ยินอย่างนั้นผมก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง แกล้งซะผมแทบฉี่จะราด

           “พี่อิฐกับพี่ปอยเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่กูกับไอ้นายไปนั่งบ่อย ๆ”

           “อ๋อ” มันพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะส่งสายตามองไปรอบร้านอย่างสนใจ อย่างมันคงหนีไม่พ้นสาว ๆ นั่นล่ะครับ

           “มึงมัวไปทำอะไรมาวะถึงได้มาสายอย่างนี้”

           “เอ่อ…กูทำงานบ้านน่ะ พอดีกลับไปแล้วห้องมันรก”

           “จริงดิ ไม่ใช่ว่า…” เจ้านายมันหรี่ตามองผมอย่างไม่เชื่อ แววตามันราวกับรู้ว่าผมไปทำอะไรมา

           “ไอ้นายหุบปาก” ผมเอ่ยให้เบาเสียงที่สุด ยกนิ้วชี้หน้ามัน กลัวว่าไอ้ยอร์ชมันจะสงสัยอะไร

           “วันนี้มึงอย่าลืมที่พูดกันไว้นะ”

           “เออ ๆ ไม่ลืมแน่นอน ถ้ามีนะ”

           พอถึงเวลาจริง ๆ แล้วใจผมก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ยิ่งไอ้ยอร์ชมาด้วยยิ่งรู้สึกกลัว กลัวว่ามันจะไม่ยอมให้ผมใช้สถานะเพื่อนอีกต่อไป ในข้อหานอกใจมัน

           หลังจากเราสั่งอาหารและเครื่องดื่มมาแล้วก็ลงแขกกันโดยไม่ให้เสียเวลา เพียงแค่ไม่นานไอ้ยอร์ชมันก็เข้าขากับทุกคนได้เป็นอย่างดี ทั้งที่เจอกันแค่ครั้งแรก มันเป็นคนมีอัธยาศัยดีอย่างนี้ล่ะครับ

           “มึงมีแฟนยังวะยอร์ช” พี่อิฐถามหลังจากเริ่มคุยกันอย่างถูกคอมาได้สักพัก

           “มีแล้วครับพี่”

           “แฟนมึงคงสวยน่าดูใช่ไหมวะ”

           “สวยสุด ๆ เลยล่ะพี่ ระดับผมถ้าไม่สวยไม่เอามาเป็นแฟนหรอก”

           ได้ยินอย่างนั้นผมก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบ ฉายรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาเพื่อปกปิดความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในใจ ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับเจ้านายและพี่ปอยต่างก็มองผมอย่างเข้าใจ

           “มั่นหน้าซะเหลือเกินนะมึง”

           “ก็ใช่สิครับผมหล่อขนาดนี้ ว่าแต่พี่เถอะมีแฟนหรือยังล่ะ”

           “ระดับกูต้องมีสิวะ”

           “แฟนพี่ก็คงจะสวยไม่เบาเลยล่ะสิท่า”

           “ก็ไม่เชิงนะ”

           ไอ้ยอร์ชมันขมวดคิ้วมองหน้าพี่อิฐ

           “ยังไงพี่”

           “ให้มึงดูเองดีกว่าว่าสวยไหม แฟนกูนั่งอยู่ในโต๊ะนี้ด้วยไงล่ะ”

           “ห๊ะ! ในโต๊ะนี้ด้วย”

           พี่อิฐยักคิ้วตอบกลับ ก่อนที่ไอ้ยอร์ชมันจะหันมามองหน้าผมเป็นคนแรก ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที มันจึงพุ่งเป้าไปที่ไอ้นาย มันก็ปฏิเสธเหมือนกัน ท้ายที่สุดจะเป็นใครไปได้นอกจากพี่ปอย

           “อื้ม พี่เองล่ะแฟนอิฐ”

           “เฮ้ย! จริงดิพี่ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแมน ๆ อย่างพี่อิฐจะมีแฟนเป็นผู้ชาย” ไอ้ยอร์ชหน้าเหวอเมื่อรู้ความจริง

           “สมัยนี้ความรักมันไม่มีเพศแล้วเว้ย แต่ก่อนกูก็คั่วหญิงไปทั่ว แต่พอได้เจอกับไอ้ปอยมันก็ทำให้กูตกหลุมรักได้และหยุดอยู่ที่มันคนเดียว โดยไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเกย์หรือเพศที่สาม เพราะท้ายที่สุดมันก็คือความรักเหมือนกัน” ไม่ว่าเปล่าพี่อิฐเอื้อมมือไปโอบไหล่พี่ปอยเพื่อยืนยันความจริง

           “ผมไม่เชื่อว่าพี่จะเปลี่ยนมารักผู้ชายได้จริง ๆ บางทีพี่อาจจะยังสับสนอยู่ก็ได้”

           “เรื่องนั้นเอาไว้ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้คนที่กูรักก็คือไอ้ปอยว่ะ”

           ผมรู้สึกประทับใจในคำตอบพี่อิฐมาก ๆ แกแมนสุด ๆ เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกอิจฉาพี่ปอยจริง ๆ อยากให้ไอ้ยอร์ชมันคิดได้อย่างนี้บ้าง

           “ทำหน้าตาตื่นอย่างกับไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ รูมเมทแกมันก็ชอบผู้ชายไม่ใช่เหรอยอร์ช รู้ไหมว่าจุดประสงค์ที่มาดื่มกันวันนี้เพราะว่าเปอร์มัน…” พี่ปอยทิ้งปริศนาชวนคิดไว้ท้ายประโยค ทำให้ไอ้ยอร์ชยิ่งทำหน้าอยากรู้เข้าไปใหญ่

           ผมรู้ว่าพี่ปอยกำลังจะพูดอะไร จึงพยายามขยิบตาให้แก ขอร้องไม่ให้พูดเรื่องนั้น ทว่าตอนนี้ไอ้ยอร์ชมันหันมาจ้องมองผมเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบแล้ว

           “มึงทำไมวะไอ้เปอร์”

           “กูเปล่า!!! พี่ปอยแกก็ขี้เล่นแบบนี้ล่ะ”

           “ไอ้เปอร์มันบ่นว่าอยากมีแฟน วันนี้เราเลยนัดกันมาหาแฟนให้มันยังไงล่ะ มึงว่าดีไหมวะยอร์ช” ผมหน้าชาเมื่อเจ้านายมันพล่ามออกมาอย่างไม่มีปกปิด รอยยิ้มบนใบหน้าผมเจื่อนลงเมื่อเห็นรังสีอำมหิตในแววตาของไอ้ยอร์ช มันน่ากลัวอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ความคิดเห็น