email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01 เสียงครวญคราง ดังมาจากในครัว

ชื่อตอน : 01 เสียงครวญคราง ดังมาจากในครัว

คำค้น : ัyaoi, boylove, ชายรักชาย, Mpreg, ผู้ชายท้องได้, นิยายวาย, นิยายY,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2563 08:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01 เสียงครวญคราง ดังมาจากในครัว
แบบอักษร

สวัสดีครับ ผมชื่ออิทธิพล หรือจะเรียกว่าพลอย่างเดียวก็ได้ อายุ 20 ปี เรียนอยู่ปีสอง พ่อผมเสียชีวิตไปตั้งแต่ผมอายุได้สิบขวบแล้ว หลังจากนั้นแม่ก็เลี้ยงเดี่ยวมาตลอด จนสองปีให้หลังถึงได้ตัดสินใจแต่งงานอีกครั้ง  

แฟนใหม่ของแม่เป็นเพื่อนสนิทแม่มาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมปลาย แต่มาห่างกันไปเพราะเลือกเรียนมหา’ลัยคนละจังหวัด ก่อนกลับมาเจอกันอีกครั้งก็แต่งงานกันนี่แหละ  

ไม่รู้ว่าพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งได้ยังไง และรู้ด้วยว่าที่แม่ตัดสินใจแต่งงานเพราะช่วงนั้นผมกำลังเข้าสู่วัยต่อต้าน เธอรู้สึกว่าเลี้ยงคนเดียวไม่น่าจะไหว อยากได้ผู้ชายสักคนมาช่วยกันดูแลสั่งสอนให้ผมเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง ช่วงนั้นผมอายุ 13 แล้ว กำลังหาเรื่องหาราวให้แม่ปวดหัวไปวันๆ กระทั่งมีคุณธีร์เข้ามาช่วยดูแล  

เขาทำหน้าที่ได้ดีมาก ทั้งหาเงินเข้าบ้าน ทั้งดูแลแม่ และอบรมสั่งสอนผม จนทำให้เด็กเกเรจัดๆ คนหนึ่งกลับกลายมาเป็นเด็กดีได้ ทำเอาแม่ผมแทบหลั่งน้ำตา 

แต่แม่อยู่กินกับคุณธีร์ได้แค่ห้าปีก็โดนรถชนเสียชีวิต ผมเสียใจมาก ดีว่าได้คุณธีร์ช่วยดูแลปลอบใจ ทั้งที่ตัวเองก็แทบจะยืนไม่ไหว ผมเห็นเขาแอบหลบไปร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยๆ เขาคงอยากให้ผมเห็นเฉพาะด้านที่เข้มแข็งของเขาเท่านั้น หลังจากนั้นก็ดูแลผมแทนแม่มาตลอด ดูแลประหนึ่งผมเป็นลูกในไส้ของตัวเองจริงๆ  

ทั้งที่เอาตามจริงแล้ว หลังจากแม่ตาย เขาจะโยนผมไปให้ญาติคนใดคนหนึ่งดูแลก็ได้ แต่เขาไม่ทำ หนำซ้ำยังออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ผมทั้งหมดอีกต่างหาก รวมถึงดูแลบ้านช่องและคุณภาพชีวิตของผมทุกอย่างด้วย เขาบอกถ้าจะให้พวกนั้นดูแล สู้เขาดูแลเองดีกว่า จนกว่าผมจะแต่งงานมีครอบครัวนู่นแล้วแหละ เขาถึงจะไว้วางใจปล่อยมือจากผมได้  

ญาติๆ ของผมบอกว่าที่คุณธีร์มาดูแลผมเพราะหวังสมบัติที่พ่อกับแม่ผมทิ้งเอาไว้ให้ แต่จริงๆ แล้วพวกเขานั่นแหละที่ตาโตอยากได้ พยายามมาแย่งตั้งแต่พ่อผมเสียไปใหม่ๆ แล้ว ดีว่ามีแม่คอยปกป้องเอาไว้ให้ผมมาตลอด หลังแต่งงานก็บอกทุกคนไปว่ายกสมบัติทุกชิ้นให้คุณธีร์ดูแลไปหมดแล้ว พวกนั้นถึงมายุ่งมากไม่ได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยชื่อเสียงที่เสียไปของคุณธีร์ 

และนั่นคือสาเหตุที่ผมไม่สนใจบรรดาญาติๆ ทั้งหลาย ดีหน่อยตรงที่พอแม่แต่งงานใหม่ก็จดทะเบียนสมรสกับคุณธีร์ทันที พาผมไปเปลี่ยนนามสกุลจากของพ่อไปใช้นามสกุลของคุณธีร์แทน 

ทรัพย์สินทุกอย่าง รวมถึงบ้านหลังนี้เป็นชื่อของผมทั้งหมด โดยเฉพาะหุ้นจำนวนมหาศาลที่พ่อทิ้งเอาไว้ให้ ต่อให้ไม่มีคุณธีร์ ผมกับแม่ก็อยู่กันได้สบายๆ แต่คุณธีร์กลับไม่ใช้เงินของเราสองแม่ลูกแม้แต่บาทเดียว ทำงานหาเลี้ยงเราทั้งบ้าน รวมไปถึงพวกค่าเทอม ค่าขนมไปเรียนสำหรับผม หนำซ้ำยังเก็บบางส่วนเอาไว้ให้ผมไปขอสาวในอนาคตอีกต่างหาก  

จนบางครั้งผมยังแอบคิดว่าหรือจริงๆ แล้วผมเป็นลูกลับๆ ของคุณธีร์กันแน่  

แต่ข้อกังขานี้หมดไปในเวลาอันรวดเร็ว เพราะหน้าผมโขลกพ่อมาทั้งดุ้น ไม่มีส่วนไหนเหมือนคุณธีร์เลย ยกเว้นมีจู๋เหมือนกันเท่านั้น 

อาชีพหลักของคุณธีร์คือนักเขียน ที่เหลือก็มีพวกอสังหาฯให้เช่า พอๆ กับเล่นหุ้น อย่างหลังๆ แม่ผมเป็นคนสอน แล้วพ่อก็สอนแม่มาอีกที  

คุณธีร์ถึงมีเวลาดูแลผม ทำงานอยู่ที่บ้านเป็นหลัก ตอนแม่อยู่ เขาเขียนนิยายอย่างเดียว แม่ทำงานบ้าน แต่หลังจากแม่เสีย เขารับหน้าที่เองทุกอย่าง ไม่ยอมจ้างแม่บ้านด้วย เขาบอกว่ายังไงก็อยู่บ้าน งานมันไม่ได้เยอะจนถึงกับต้องจ้างคนอื่น แถมยังไปเรียนทำอาหารเพิ่มด้วย ผมจะได้มีอาหารอร่อยๆ กินทุกวัน  

เขาตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ผมทุกเช้าเหมือนที่แม่เคยทำ ทั้งที่บางคืน ผมเห็นเขาเข้านอนตอนตีสามตีสี่นี่เอง  

ผมเคยคุยกับคุณธีร์แล้ว ว่าถ้าเขาเจอใครที่พร้อมจะแต่งงานด้วย เขาสามารถแต่งได้เลย ไม่ต้องเกรงใจผม แต่คุณธีร์บอกว่า เขาไม่คิดจะแต่งงานใหม่ เคยให้คำสาบานกับแม่ว่าจะดูแลเราสองแม่ลูกไปตลอดชีวิต  

เพราะมีพ่อเลี้ยงดีแบบนี้ ผมถึงได้พยายามปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาภูมิใจ แม่ที่อยู่บนสวรรค์จะได้มีความสุขด้วย    

หลังทำใจเรื่องแม่ได้ เราก็ใช้ชีวิตเหมือนพ่อลูกทั่วไป เพราะเขาเป็นคนหน้าอ่อน ทำให้หลายคนคิดว่าเขาเป็นพี่ผมมากกว่า ช่วงแรกๆ ที่เขาแต่งกับแม่ ผมไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อสักคำ แต่หนึ่งปีหลังจากนั้น ด้วยความสามารถในการอบรมสั่งสอนของเขา ทำให้ผมปรับเปลี่ยนนิสัยได้ รวมถึงยอมเรียกเขาว่าพ่อด้วย  

เขาดีใจมาก รักหลงผมมากขึ้นกว่าเดิมอีก   

ช่วงนี้ผมกำลังรับน้อง ถึงจะไม่เหนื่อยเท่าปีที่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะสบาย ลากสังขารกลับบ้านทุกวัน  

จริงๆ วันนี้มีเรียนถึงสี่โมงเย็น แต่ผมกับเพื่อนนัดกันไปทำธุระ เสร็จเร็วกว่าที่คิด ตอนแรกว่าจะชวนกันไปหาอะไรทำ แต่เพื่อนมันดันติดธุระต่อ จะกลับไปเรียนก็ขี้เกียจแล้ว ผมถึงเลือกกลับบ้านแทน 

ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณธีร์หน่อยก็ดี ช่วงนี้นอกจากเจอกันตอนกินมื้อเช้าแล้วก็แทบจะไม่เห็นหัวเห็นหางกันเลย ติดรับน้องตลอด  

ผมไม่เคยกลับบ้านระหว่างวันเลย ไม่รู้ว่าเวลานี้เขากำลังทำอะไรอยู่ ให้เดาก็น่าจะปั่นต้นฉบับ หรือไม่ก็ทำงานบ้าน ผมกะจะเข้าไปจ๊ะเอ๋ให้เขาตกใจเล่นสักหน่อย  

ผมเปิดประตูเข้าบ้านเบาๆ ทำตัวประหนึ่งหัวขโมยขึ้นเรือนเศรษฐี ย่องเงียบเข้าไปภายใน บ้านเงียบมาก เงียบขนาดนี้ก็น่าจะกำลังเขียนนิยายอยู่ 

คุณธีร์มีห้องทำงานส่วนตัวหนึ่งห้อง ภายในเต็มไปด้วยหนังสือ มีโต๊ะทำงานหนึ่งตัว มีโซฟาสำหรับพักผ่อนอีกหนึ่ง แต่คุณธีร์ไม่ได้ทำงานที่ห้องอย่างเดียว บางครั้งก็ไปนั่งเขียนในห้องนอนบ้าง ห้องรับแขกบ้าง หรือไม่ก็ในสวน แล้วแต่อารมณ์และความเบื่อหน่ายของเจ้าตัวเอง  

พอย่องเข้าบ้าน ในห้องรับแขกว่างเปล่า ผมเดินขึ้นห้องทำงานของเขาก่อนเป็นอันดับแรก ประตูห้องถูกเปิดอ้าไว้ แต่ภายในไร้คน ผมเดินเข้าห้องนอนของเขาต่อ แต่ไม่เห็นเหมือนกัน  

เอ๊ะ? หรือว่าจะเข้าไปทำความสะอาดห้องผม ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องตัวเอง ภายในว่างเปล่าเหมือนกัน  

ผมตัดสินใจเดินลงไปข้างล่าง บางทีเขาอาจอยู่ในครัว ไม่งั้นก็หลังบ้าน แต่ไปดูในครัวก่อนละกัน  

ผมเดินย่องเงียบ มุ่งตรงไปยังห้องครัว ก่อนชะงักกึก เพราะได้ยินเสียงครางเบาๆ ดังออกมาจากในนั้น  

ตัวผมร้อนผ่าว ผมไม่ได้ไม่ประสีประสาจนเดาไม่ออกว่าเสียงนั้นคืออะไร  

นี่คุณธีร์แอบพาสาวมาจิ๊จ๊ะกันในครัวเหรอเนี่ย 

...ฮอตจริงๆ  

ผมนิ่งคิด กำลังชั่งใจว่าจะหลบฉากออกไปเพื่อให้เขามีความสุขเต็มที่ หรือว่าจะเข้าไปแอบดูดี  

…อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน  

บางทีเธอคนนั้นอาจเป็นแม่เลี้ยงของผมในอนาคตก็ได้ อยากเห็นหน้าเหมือนกันว่าจะสวยขนาดไหน เทียบกับแม่ผมได้รึเปล่า  

ผมยืนชั่งใจ หูคอยเงี่ยฟัง ไม่ได้ยินเสียงของฝ่ายหญิงเลย ได้ยินแต่เสียงครางของคุณธีร์อย่างเดียว  

ผมนึกภาพตาม ถ้าได้ยินเสียงของฝ่ายชายอย่างเดียวแบบนี้ แปลว่าผู้หญิงกลังโม๊กให้คุณธีร์อยู่แน่ๆ  

เอาไงดี ดูไม่ดู ดูไม่ดู  

แต่ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย ผมย่องเงียบเข้าไปภายใน ก่อนนิ่งตะลึงไป  

ความคิดเห็น