ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Guilty Love ตอนที่ 6 [100%]

ชื่อตอน : Guilty Love ตอนที่ 6 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65.6k

ความคิดเห็น : 259

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2559 10:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Guilty Love ตอนที่ 6 [100%]
แบบอักษร

 

 

 

 

Guilty Love…ผิดที่ร้าย หรือ ผิดที่รัก ตอนที่ 6

Author:   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

“ทำไมเกิดเรื่องแบบนี้ได้ครับน้า ทำไมแม่ยังหน้ามืดตามัวกับคนพรรค์นั้นอยู่ได้” ฟ่างตัดพ้อออกมาให้กับชะตากรรมของตนเอง ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

 

 

“น้าเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วฟ่างเอ๊ย เตือนแม่แกก็แล้ว แกก็เห็นว่าน้าโดนด่ากลับมาอีก บ้านน้าก็ไม่ได้ร่ำรวบที่จะช่วยเหลืออะไรได้จริง” น้าตุ่นบอกออกมาด้วยความสงสารหลานชาย

 

 

“ผมรู้ครับน้า ทุกครอบครัว ก็มีปัญหาของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น จะให้มาช่วยเหลือกันไปตลอด มันก็ไม่ได้ ยิ่งแม่ของผมเป็นแบบนี้ด้วย ผมก็เข้าใจน้าล่ะครับ” ฟ่างบอกออกมาเสียงแผ่ว เพราะฐานะทางบ้านของน้าตุ่นก็ไม่ได้ดีมากนัก ก็ค้าขายเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้มีรายได้มากมายนัก

 

 

“แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อ” น้าตุ่นถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ฟ่างนั่งคิด ก่อนจะขอโทรไปหาพรูพ เพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้เพื่อนรักฟัง

..

..

(“แม่ง ทำไมมันเหี้ยแบบนั้นวะ”) พรูพโวยวายออกมาทันที เมื่อฟ่างเล่าเรื่องให้ฟังจนจบ

 

 

“นี่ถ้าอยู่ต่อหน้ากู กูก็จะตีหัวมันให้แตกเหมือนกัน” ฟ่างพูดถึงพ่อเลี้ยงตนเอง

 

 

(“ของไอ้เหี้ยนั่น มันเลี่ยมทองรึไง แม่มึงถึงได้ติดมันนัก”) พรุพว่าออกมาด้วยความฉุนเฉีย ทำให้ฟ่างนิ่งไปนิด

(“ขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ”) พรูพเองก็รู้ตัววว่าเผลอว่าแม่ของเพื่อนไปตรงๆ ถึงแม้ว่าฟ่างจะรู้สึกแย่กับสิ่งที่แม่ตนเองทำ แต่เขาก็ยังรักและห่วงแม่ตนเองอยู่ดี

 

 

“ไม่เป็นไร กูเข้าใจ” ฟ่างตอบกลับ

 

 

(“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ”) พรูพถามขึ้นบ้าง

 

 

“มึง กูว่าจะเอาเงินที่พวกมึงให้กูยืมมา ไปใช้หนี้ให้แม่ก่อน มึงว่าจะดีมั้ยวะ เรื่องรักษาพยาบาล เดี๋ยวกูเจียดเงินที่พี่นิติโอนมาให้กูใช้ เอาไปจ่ายค่ารักษาแม่กู” ฟ่างปรึกษาเพื่อน ตอนนี้เขามึนไปหมด

 

 

(“งั้นมึงก็ต้องติดหนี้ไอ้พี่เคนต่อน่ะสิ พี่เค้าจะเอาภายในวันสองวันนี้ไม่ใช่เหรอวะ”) พรูพบอกเตือนออกมา ทำให้ฟ่างนิ่งไปนิด

 

 

“แต่ถ้ากูไม่เอาไปจ่ายหนี้ บ้านกูก็จะถูกยึด มันไม่ใช้หนี้จากทางธนาคารนะมึง ที่เราจะเข้าไปขอผลัดผ่อนเค้าได้ แต่นี่เป็นหนี้นอกระบบ ถ้ากูไม่จ่าย แม่กูจะไปอยู่ที่ไหน” ฟ่างบอกออกมาเสียงเครียด

 

 

(“มึงก็ชวนแม่มึงมาอยู่คอนโดด้วยกันสิ แม่มึงจะได้ไม่ต้องเจอกับพ่อเลี้ยงมึงอีก กูว่าไอ้บ้านั่น มันต้องกลับมาแน่ แต่กลับมาเมื่อตอนเงินหมดนะ”) พรูพเดาออกมาอย่างมั่นใจ ฟ่างนั่งถอนหายใจหนักๆ

 

 

“กูต้องลองคุยกับแม่กูก่อนว่ะ แต่พวกมึงไม่ต้องห่วงนะ กูจะหาเงินใช้คืนพวกมึงแน่ๆ” ฟ่างบอกออกมาด้วยความที่เกรงใจเพื่อนด้วย

 

 

(“เงินของพวกกู มึงไม่ต้องมากังวล มึงห่วงเรื่องเงินไอ้พี่เคนดีกว่า”) พอพรูพพูดจบ ฟ่างก็นิ่งเงียบไปนิด เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะบอกหรือผลัดผ่อนกับเคนยังไงดี

(“มึงไม่ต้องเครียดไปนะ เดี๋ยวพวกกูจะลองปรึกษากันอีกทาง ว่าจะช่วยมึงยังไง ตอนนี้มึงไปคุยกับแม่มึง แล้วก็ย้ายโรงพยาบาลก่อนดีกว่า”) พรูพบอกให้เพื่อนได้สบายใจลงบ้าง แต่เอาจริงๆ ฟ่างก็สบายใจไม่ลง

 

 

“อืม ขอบใจมึงมากนะ ยังไง ต้องวานมึงลางานกับพี่เหมียวให้กูหน่อย กูไม่แน่จะว่าแม่กูจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน” ฟ่างไหว้วานเพื่อนตนเองเรื่องงาน พรูพก็รับคำ ก่อนที่จะวางสายไป  ฟ่างถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกลับขึ้นไปหาแม่ตนเอง และติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องย้ายโรงพยาบาล

..

..

“แม่ เดี๋ยวช่วงบ่าย เราย้ายโรงพยาบาลกันนะ” ฟ่างบอกกับแม่ตนเอง เมื่อติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

 

 

“แกโทรไปหาธงอีกทีสิ บอกเค้าว่าชั้นจะย้ายโรงพยาบาลแล้ว เผื่อเค้ามาไม่เจอ” แม่ของฟ่างพูขึ้น ทำให้ฟ่างชะงักกึก

 

 

“แม่ยังจะห่วงอะไรเค้าอีก ป่านนี้มันเอาเงินสามแสน ที่ผมให้แม่ไปใช้หนี้ ไปเลี้ยงอิหนูที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ถ้ามันรักแม่จริง มันต้องรีบมาหาแม่แล้ว ไม่ใช่หนีไปแบบนี้” ฟ่างอดที่จะต่อว่าแม่ตนเองไม่ได้

 

 

“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ฟ่าง ชั้นสองคนก็แค่ทะเลาะกันนิดหน่อย ธงเค้าก็แค่เคือง เดี๋ญวเค้าก็มา” แม่ของฟ่างยืนยันความคิดตัวเอง ฟ่างกัดปากตนเองจนเจ็บ

 

 

“แม่ แม่ย้ายไปอยู่กับผมที่กรุงเทพฯ ดีกว่ามั้ย ถ้าแม่อยากให้ผมดูแล อยู่ใกล้ๆแม่ แม่ก็ย้ายไปอยู่กับผมไง เราไปอยู่กันสองคนเถอะนะแม่นะ” ฟ่างพยายามพูดดีๆ กับแม่ตนเองบ้าง

 

 

“ชั้นไม่ชอบไปอยู่ที่แออัดแบบนั้น แล้วถ้าชั้นไป ใครจะอยู่กับธง” แม่ของฟ่างยังคงคิดถึงพ่อเลี้ยงของฟ่างอยู่เสมอ ทำให้ฟ่างรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วหัวใจ ที่แม่ตนเองไม่คิดถึงเขาเลยสักนิด ฟ่างพยายามฝืนตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา เขานั่งเงียบไม่พูดอะไรต่อ เพราะพูดไป แม่ของเขาก็ยืนยันคำเดิม ยังคงห่วงแต่สามีใหม่ของตนเอง มากกว่าความรู้สึกของลูกแท้ๆ

..

..

..

“เออๆ ไม่รู้เวรกรรมอะไรของมัน มันเองก็ทิ้งแม่มันไม่ได้ พวกมึงก็รู้” พรูพคุยโทรศัพท์กับทอม ขณะที่กำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถหลังเลิกงาน แต่เขาก็ต้องชะงักเท้า เมื่อมีร่างสูงใหญ่ของชายสองคนมายืนขวางเอาไว้ พรูพเงยหน้ามอง ก็พบว่าเป็นเคน ส่วนอีกคนพรูพคุ้นหน้า แต่จำไม่ได้ พรูพจะขยับเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่เคนก็เดินมาขวางเอาไว้เหมือนเดิม

“มึง แค่นี้ก่อนนะ” พรูพวางสายจากเพื่อน แล้วมองหน้าชายหนุ่มสองคนสลับไปมา

“ไม่ทราบว่ามายืนขวางผมทำไมครับ” พรูพถามด้วยน้ำเสียงติดขุ่นนิดๆ

 

 

“ชั้นมีเรื่องจะถามนาย” เคนพูดเสียงนิ่ง พรูพเลิกคิ้วนิดๆ

 

 

“ว่า” พรูพถามกลับไปสั้นๆ

 

 

“วันนี้เพื่อนนายไปไหน” เคนถามต่อ วันนี้เขามาติดต่องานที่นี่เหมือนเมื่อวาน แล้วตั้งใจจะมาถามฟ่างเรื่องเงิน แต่เขาก็ไม่เจอฟ่างตลอดทั้งวัน ลองเดินไปแถวๆแผนกที่ฟ่างทำงานก็ไม่เจอ

 

 

“เพื่อนผม? คนไหนล่ะ ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ” พรูพตอบกลับอย่างยียวน เพราหมั่นไส้เคนอยู่แล้วที่พูดจาไม่ดีกับเพื่อนของเขา

 

 

“น้อง พี่ว่า..” ชาเพื่อนของเคนที่ยืนอยู่รู้ว่าพรูพพยายามกวนประสาทเคน จึงอยากจะปราม

 

 

“ผมไม่มีพี่ชาย” พรูพตอบกลับ ทำให้ชาชะงักไปนิด

 

 

“เฮ้ย นี่พี่พูดดีๆนะ” ชาสวนออกมา กลายเป็นเคนที่ต้องเอามาขวางเพื่อนตนเองเอาไว้

 

 

“บอกมา ว่าเพื่อนนายที่ชื่อฟ่างไปไหน ไม่ใช่หนีหนี้ไปแล้วล่ะ” เคนพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ

 

 

“มันไม่ได้หนี มันก็มีธุระของมันบ้างสิ” พรูพเถียงออกมาทันที

 

 

“ธุระอะไร คงไม่ใช่ไปหาหลอกเงินคนอื่นมาใช้คืนชั้นหรอกนะ” เคนพูดเสียงนิ่ง

 

 

“ปากเหรอที่พูดออกมาน่ะ ไม่ว่าฟ่างมันจะทำตัวยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่ามัน คุณไม่ได้รู้จักมันดีพอหรอกนะ” พรูพอดที่จะเถียงแทนเพื่อนไม่ได้

 

 

“งั้นนายก็คงไม่ต่างจากเพื่อนสินะ ถึงได้คบกันได้น่ะ” ชาอดที่จะพูดเหน็บพรูพไม่ได้เช่นเดียวกัน พรูพหันไปมองชาตาเขียวปั่ด

 

 

“ก็เหมือนคุณสองคนนั่นแหละมั้ง ที่ปากไม่ดีพอกัน ถึงได้คบกันได้น่ะ” พรูพเถียงออกไปอีก ชากัดฟันเล็กน้อย

 

 

“เด็กบ้าอะไรวะ มันน่าเตะสักที” ชาทำท่าฮึดฮัด พรูพยักไหล่อย่างไม่กลัว เพราะยังไงก็มีคนเดินผ่านไปผ่านมา แล้วทั้งสองก็มีหน้ามีตาในสังคม คงไม่ทำอะไรเขาแน่ๆ

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว” พรูพบอกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วรีบเดินไปที่รถของตนเอง เคนมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด

 

 

“เด็กฟ่างนั่น ธาตุแท้เหมือนกับเพื่อนรึเปล่าวะ” ชาถามเคนอย่างข้องใจ

 

 

“ไม่ต่างกันหรอก” เคนตอบเสียงนิ่ง

 

 

“แล้วนี่ตกลงมึงจะเอายังไง” ชาถามต่อ เขาจะไปทำธุระกับเคน แต่เคนพาเขามาดักรอพรูพก่อน

 

 

“กูว่า มันหนีหนี้กูแน่ๆ เล่นไม่มาทำงานแบบนี้น่ะ” เคนสันนิษฐาน

 

 

“เด็กนั่นจะยอมทิ้งงานที่ทำเหรอวะ” ชาถามอย่างข้องใจ

 

 

“หึ มันอาจจะทำได้มากกว่าที่พวกเราคิดก็ได้ คนแบบนั้นน่ะ” เคนพูดออกมาอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“แต่มันคงยังไม่รู้ ว่ามันหนีกูไม่พ้นหรอก” เคนพูดออกมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้

..

..

.

..

“เค้าไปหามึงเหรอ” ฟ่างถามเพื่อนด้วยความตกใจเล็กน้อย เมื่อพรูพโทรมาเล่าให้ฟัง ว่าเคนไปดักถามหาฟ่าง

 

 

(“เออ  เพื่อนของเค้าด้วย นิสัยแย่พอกัน ตอนเรียนมหาลัยก็เหมือนเทพบุตรอยู่หรอก แต่พอได้คุยวันนี้ แม่ง ซาตานชัดๆ”) พรูพพูดว่าออกมา ฟ่างถอนหายใจหนักๆ เขาก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่าเคนจะคิดว่าเขาหนีหนี้รึเปล่า

(“แล้วนี่มึงย้ายโรงพยาบาลให้แม่มึงรึยัง”) พรูพถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เมื่อรู้ว่าเพื่อนตเนองเริ่มเครียดอีกแล้ว

 

 

“ย้ายแล้ว คืนนี้กูคงนอนเฝ้าแม่ พรุ่งนี้ค่อยให้น้าตุ่นมาเปลี่ยน กูว่าจะเข้าไปดูบ้านสักหน่อย” ฟ่างบอกกับเพื่อนกลับไป

 

 

(“อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกละกัน”) พรูพบอกกลับจากใจจริง ก่อนจะคุยกันอีกเล็กน้อย ฟ่างก็ต้องวางสายเพราะจะต้องไปเตรียมป้อนมื้อเย็นให้แม่ตนเอง

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“แม่ เดี๋ยวแม่อยู่กับน้าตุ่นก่อนนะ ผมจะกลับไปดูบ้านสักหน่อย แล้วจะได้เอาเสื้อผ้าของแม่มาเตรียมไว้ด้วย แม่จะเอาอะไรมั้ย ผมจะได้หยิบมาให้” ฟ่างถามแม่ตนเองในช่วงเช้าของวันใหม่ เพราะเขาตั้งใจจะกลับไปดูความเรียบร้อยของบ้านที่เขาไม่ได้กลับมานานบ้าง

 

 

“ถ้าเจอธง บอกให้เค้ามาหาชั้นที่นี่นะ” แม่ของฟ่างยังคงพูดถึงแต่สามีใหม่ของตนเอง ทำให้ฟ่างถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“ผมฝากแม่ด้วยนะน้าตุ่น” ฟ่างบอกกับน้าสาว  แล้วเดินออกไปจากโรงพยาบาล เพื่อนั่งรถประจำทางกลับบ้านตนเอง ไม่นาน ฟ่างก็มาถึงบ้านของเขา ฟ่างยืนมองบ้านตัวเองด้วยความหดหู่ใจ บ้านดูทรุดโทรมลงไปพอสมควร อาจจะเป็นเพราะคนที่อยู่ ไม่ค่อยจะใส่ใจจะดูแลจริงจังสักเท่าไร พอมองไปที่สวนนั่งเล่นข้างบ้าน ก็มีแต่หญ้าขึ้นรก บ่อปลาเล็กๆ ก็แห้งขอด ไม่มีน้ำ ไม่มีปลาหลงเหลืออยู่เลยสักนิด ฟ่างเดินเข้าไปในบ้าน ไขประตูเข้าไป ในบ้านก็มีของวางระเกะระกะ มีร่องรอยจากเศษเม็ดยาพาราและรอยอาเจียนของแม่ของเขาอยู่ด้วย ฟ่างถอนหายใจ ก่อนจะทำการเก็บกวาดบ้านจนเรียบร้อย ถึงจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ฟ่างหันไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าเวลาเลยเที่ยงมานิดหน่อย เขาจึงปั่นจักรยานออกไปหาซื้อข้าวเพื่อมากินก่อนที่จะกลับไปหาแม่ตนเองที่โรงพยาบาล พอฟ่างปั่นจักรยานมาถึงบ้าน ก็ต้องชะงัก เมื่อเจอเข้ากับคนที่ตนเองไม่อยากจะเจอ

//พี่แทค// ฟ่างหน้าซีดเผือด เมื่อเจอชายหนุ่มที่ตนเองจงเกลียดจงชัง

 

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะฟ่าง” ชายหนุ่มพูดขึ้น ทำให้ฟ่างรีบลงจากรถจักรยาน พร้อมกับมองหาเพื่อนบ้าน ว่าจะมีใครอยู่แถวนี้บ้าง

“ฟ่างใจร้ายมากนะ ไม่กลับมาหาพี่บ้างเลย” ชายหนุ่มพูดออกมาอีก พร้อมกับขยับเดินเข้ามาหา แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อมีรถยนต์คันหรูตรงเข้ามาจอดพอดี ฟ่างและชายหนุ่มที่ชื่อแทค ต่างหันไปมองอย่างแปลกใจ

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++++++

 

และฟ่างก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างสูงที่ลงจากรถ

//พี่เคน// ฟ่างพึมพำออกมาด้วยความตกใจ ไม่รู้ว่าทำไมเคนถึงมาที่นี่ได้

 

 

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอหะ” เคนพูดขึ้น โดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกคน ที่มองมาที่เขาอย่างหงุดหงิด

 

 

“ผะ...ผมไม่ได้หนี” ฟ่างรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไร ทำให้เขาต้องเจอชายหนุ่มทั้งสองคนพร้อมกันในวันนี้

 

 

“หึ โกหกจนติดเป็นนิสัยสินะ” เคนพูดเสียงเยาะ

 

 

“ผมไม่ได้โกหก แม่ผมเข้าโรงพยาบาล ผมเลยต้องกลับมาดูท่าน” ฟ่างพยายามอธิบาย แต่ดูท่าทางเคนไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไร

 

 

“ไปขึ้นรถ อย่าให้กูต้องใช้กำลัง” เคนพูดเสียงเข้ม ฟ่างลังเลใจ แต่ถ้าไม่ขึ้น เขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับแทคต่อ ฟ่างจึงรีบเดินอ้อมรถของเคน เพื่อจะขึ้นไปนั่งที่ตรงที่ข้างคนขับ

 

 

หมั่บ..

 

“จะไปไหนฟ่าง พี่มีเรื่องต้องคุยกับฟ่างนะ” แทค เดินมาจับแขนของฟ่างเอาไว้ ทำให้ฟ่างสะบัดแขนตัวเองอย่างแรงอย่างกับโดนของร้อนสัมผัสผิว

 

 

“อย่ามาจับ! ผมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่” ฟ่างบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะเปิดประตูรถของเคนขึ้นไปนั่งทันที พร้อมกับล็อคประตูเสร็จสรรพ เคนยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเปิดประตูฝั่งตนเองบ้าง แต่แทคเดินมาจับขอบประตูเอาไว้ก่อน

 

 

“มึงเป็นใคร จะพาฟ่างไปไหน” แทคถามเคนเสียงแข็ง เคนผลักแทคอย่างแรงจนผงะถอยไปด้านหลัง

 

 

“ไปที่ชอบๆ” เคนพูดเสียงเรียบ แล้วขึ้นรถ แทคมาทุบหน้าต่างรถเสียงดังปึงปัง แต่เคนก็ไม่สนใจ ขับรถออกมาจากหน้าบ้านของฟ่างทันที ฟ่างถอนหายใจออกมาเบาๆ

“มึงนี่อ่อยผู้ชายไปทั่วทุกที่เลยรึไง” เสียงพูดดูถูกของเคนดังขึ้น ทำให้ฟ่างชะงักกึก

 

 

“ผมไม่ได้อ่อยเค้า เค้าเป็นแค่คนรู้จักเท่านั้น” ฟ่างรีบเถียงออกมา

 

 

“หึ ร่านดีนะ กูเพิ่งรู้ว่าผู้ชายร่าน มันเป็นแบบนี้นี่เอง” เคนพูดเสียงเยาะๆ ทำให้ฟ่างรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที

 

 

ปึ่ก...ปึ่ก ตุ้บ..

 

 

“คนนิสัยไม่ดี พี่ไม่มีสิทธิ์มาว่าผมแบบนี้นะ!” ฟ่างทุบไปที่ไหล่แกร่งของเคนอย่างสุดทน ขณะที่เคนกำลังขับรถอยู่

 

 

“เป็นบ้าอะไรวะ! หยุดนะ” เคนโวยกลับมา แต่ฟ่างก็ยังไม่หยุด เคนยกแขนข้างหนึ่งมากันมือของฟ่าง ส่วนอีกมือก็บังคับพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง ดีที่เขายังไม่ได้ออกมาที่ถนนสายหลัก

 

 

หมั่บ

 

“โอ๊ย” ฟ่างร้องออกมาทันที เมื่อมือแกร่งเอื้อมมือไปจิกเส้นผมตรงท้ายทอยของฟ่างอย่างแรง แล้วดึงลง ทำให้ฟ่างหน้าหงายเริ่ดด้วยความเจ็บ มือของฟ่างเปลี่ยนมาจับมือของเคนที่จิกเส้นผมตนเองอยู่ตอนนี้

 

 

“มึงจะเลิกบ้าได้รึยังห้ะ!!” เคนตะคอกเสียงเข้ม ฟ่างน้ำตาคลอ แต่ก็กลั้นเอาไว้ เขาไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเคน ไม่อยากให้อีกฝ่ายด่าตัวเองว่า...

“สำออย กูจับแค่นี้ จะร้องไห้เลยรึไง” เคนพูดเสียงแข็ง ฟ่างเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย

 

 

“ผมไม่ได้สำออย อึ่ก..” ฟ่างเถียง และร้องอีกครั้ง เมื่อเคนดึงผมของเขาแรงขึ้นอีกนิด เคนยกยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นฟ่างเจ็บ

 

 

“ทำอย่างอื่น มันน่าจะเจ็บกว่านี้ มึงยังทนได้เลย แค่กูดึงผมมึง คงไม่เจ็บเท่าไรหรอก” เคนพูดออกมาอย่างเยาะๆ และฟ่างก็เข้าใจความหมายที่เคนพูดออกมา ฟ่างมองคนตรงหน้าด้วยความผิดหวัง เหมือนกับที่พรูพบอกไว้ เทพบุตรของเขากลายเป็นซาตานไปแล้ว แต่ฟ่างก็โทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง  ฟ่างจึงกัดปากตัวเอง เพื่อข่มความเจ็บที่เกิดขึ้น

 

 

“ทำอย่างอื่นที่พี่ว่า มันไม่เจ็บหรอกครับ มันเสียวมากกว่า” ฟ่างอดไม่ได้ที่จะพูดตอกกลับเคนกลับไป

 

 

พลั่ก

 

ฟ่างถูกสะบัดจนตัวเหวี่ยงไปโดนประตูรถฝั่งที่ตนเองนั่ง ฟ่างนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ต่ำ!” เคนด่าออกมา พร้อมกับมองฟ่างอย่างสมเพช

“นั่งอยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” เคนพูดขู่ออกมาพร้อมกับชี้หน้าฟ่าง

 

 

“พี่จะพาผมไปไหน” ฟ่างถามขึ้นมาทันที เมื่อนึกได้ ตอนนั้นที่ยอมขึ้นรถเคนง่ายๆ เพราะฟ่างอยากจะหนีจากแทคเท่านั้น

 

 

“กูบอกให้นั่งเฉยๆไง” เคนหันมาว่าเสียงเข้ม ดวงตาคมวาวโรจน์

 

 

“พี่บอกให้ผมนั่งเฉยๆ แต่ไม่ได้บอกให้ผมหยุดพูดนี่!” ฟ่างเถียงอย่างไม่ยอม เคนฮึดฮัดเล็กน้อย

 

 

“ไปถึงแล้วก็รู้เอง” เคนพูดเสียงเข้ม

 

 

“ไปไหน ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นนะพี่เคน ผมต้องไปดูแม่ แม่ผมเข้าโรงพยาบาล” ฟ่างโวยออกมาทันที

 

 

“อย่ามาโกหก! คิดว่ากูจะเชื่อมึงรึไง มึงหนีกู เพราะไม่อยากจ่ายเงินที่หลอกน้องกูไปใช่มั้ย” เคนว่าออกมาด้วยความโกรธ

 

 

“ไม่ใช่นะครับ ผมมีเงินมาคืนพี่แล้ว...แต่..แต่..” ฟ่างไม่รู้จะบอกกับเคนยังไงดี อีกใจก็ห่วงบ้าน อีกใจก็อยากจะคืนเงินเคนไปจะได้จบๆ แต่เงินที่เขาได้มาจากเพื่อน มีแค่ 3 แสน ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้จ่ายเรื่องไหนก่อนดี ถ้าพ่อเลี้ยงของเขาไปหอมเงินหนีไป ฟ่างก็คงไม่ตกที่นั่งลำบากแบบนี้

 

 

“หึ คิดคำโกหกไม่ทันล่ะสิ พอเถอะ กูไม่เชื่อคนอย่างมึงแน่นอน” เคนยังคงยืนยันความคิดตัวเอง

 

 

“ผมไม่ได้โกหกจริงๆนะครับพี่เคน ผมพาพี่ไปหาแม่ผมที่โรงพยาบาลก็ได้” ฟ่างพยายามเกลี้ยกล่อม แต่เคนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก มือถือ ฟ่างก็ไม่ได้หยิบออกมาจากบ้าน เพราะเขาแค่ออกไปซื้อข้าวเท่านั้น เคนพูดอะไรออกมาต่อ ฟ่างมองออกไปนอกรถด้วยความหวาดหวั่น เมื่อเคนขับรถต่อไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าโรงแรมในตัวจังหวัด ฟ่างก็เห็นผู้ชายวัยกลางคนอีกคน ยืนรออยู่หน้าโรงแรม

 

 

“ไปนั่งด้านหลัง” เคนบอกเสียงนิ่ง เมื่อจอดรถ ฟ่างจึงเปิดประตูรถลงไป และจะวิ่งหนี

 

 

หมั่บ..

 

“ปล่อยผมนะพี่เคน ผมต้องไปดูแม่” ฟ่างดิ้นไปมา ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองอย่างตกใจ ฟ่างดิ้นเมื่อถูกเคนล็อคเอวเอาไว้

 

 

//มึงนี่ฤทธิ์เยอะจริงๆนะ// เคนว่าออกมาไม่ดังมากนัก ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้คนที่มองมาอย่างตกใจ

“ไม่มีอะไรครับ พอดีแฟนผมเค้างอแงนิดหน่อย ขอโทษทีครับ” เคนพูดเสียงสุภาพกับคนอื่น แล้วลากฟ่างกลับเข้าไปที่เบาะด้านหลังรถทันที ส่วนผู้ชายที่ฟ่างเห็นตอนแรก ขึ้นมานั่งประจำที่คนขับแทนแล้ว

 

 

ปึง..

 

“ออกรถ” เคนพูดกับคนขับรถ เมื่อพาฟ่างเข้ามานั่งในรถได้แล้ว

 

 

“พี่จะพาผมไปไหน!” ฟ่างถามเคนด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

 

“กูจะเอาเงินกูคืน” เคนพูดเสียงเข้ม

 

 

“พี่จับตัวผมแบบนี้ แล้วผมจะไปเอาจากไหนให้พี่” ฟ่างถามขึ้นมา เขาเองก็เริ่มหงุดหงิดและโกรธ ที่เคนรุนแรงกับเขาแบบนี้

 

 

“หึ ไม่ต้องห่วง กูมีงานให้มึงทำเพื่อใช้หนี้แน่นอน” เคนพูดเสียงนิ่ง

 

 

“งานอะไร ผมไม่ทำ ผมมีงานทำของผมอยู่แล้วนะ น้าครับ จอดรถให้ผมลงไปเถอะนะครับ” เมื่อพูดกับเคนไม่รู้เรื่อง ฟ่างจึงหันไปขอร้องคนที่เคนรับให้มาขับรถให้ น้าคนขับรถ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่พูดอะไร

 

 

“มึงนี่โง่รึเปล่า ที่ไปขอร้องคนของกูน่ะหะ” เคนถามออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ฟ่างมองเคนตาขวาง ก่อนจะกดเลื่อนกระจกรถลง แล้วยื่นหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว

 

 

“ช่วยด้วยครับ!! ช่วยด้วย ผมโดนลัก...อื๊อออออ” ฟ่างที่กำลังตะโกนออกไปนอกรถ โดนเคนเอามือปิดปากจากทางด้านหลัง และดิ้นไปมา เพื่อจะให้เคนปล่อยตนเอง

 

 

“น้ารุณเอาผ้าที่อยู่ในลิ้นชักมาให้ผมที ว่าจะไม่ใช้แล้วนะ” เคนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว คนขับรถก็รีบหยิบของมาให้เคนอย่างรวดเร็ว

“โอ๊ยย” เคนร้องออกมา เมื่อฟ่างกัดเข้าที่มือของเขาอย่างแรง ทำให้เคนต้องกระชากฟ่างเข้ามาหา พร้อมกับเอาผ้าที่เตรียมไว้ปิดจมูกฟ่างทันที

 

 

“อื๊อออ....” ฟ่างยกเท้าขึ้นมาถีบเคน กลิ่นแปลกๆจากผ้าถูกสูดเข้าเต็มที่โดยที่ฟ่างไม่ทันรู้ตัว เคนก็ล็อคตัวฟ่างเอาไว้ ไม่ให้ฟ่างดิ้นไปมากกว่านี้ กระจกถูกกดเลื่อนขึ้นไปแล้ว ไม่นานฟ่างก็เริ่มตาปรือ และสลบลงไป เคนถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะดันตัวฟ่างให้เอนไปอีกทาง แล้วเขาก็เอนพิงพนักด้านหลัง

 

 

“ไม่เป็นไรนะครับคุณเคน” คนขับรถถามขึ้น

 

 

“ไม่เป็นไรครับ” เคนตอบกลับเสียงเรียบ แล้วหันไปมองฟ่างที่หลับตาพริ้ม

//ตัวนิดเดียว พยศฉิบ// เคนบ่นเบาๆแล้วหยิบมือถือของตนเองออกมาเพื่อกดโทรออก

 

 

(“ครับพี่เคน”) เสียงของเคสดังขึ้น

 

 

“เป็นไงบ้าง” เคนถามน้องชายด้วยความเป็นห่วง

 

 

(“ก็ดีครับ ตอนนี้อยู่บ้านแล้ว ทำไมพี่เคนไม่มารับผมออกจากโรงพยาบาลล่ะ”) เสียงเคสถามกลับมาด้วยความสงสัยปนระแวง

 

 

“โทษที พี่ต้องไปดูงานกะทันหัน ช่วงนี้พี่จะไม่อยู่บ้านนะ จะไปดูงานที่จันทบุรี ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรเข้ามาหาละกัน” เคนบอกน้องตนเองไปไว้ก่อน

 

 

(“นั่งเครื่องไปเหรอครับ”) เคสถามกลับมาอีก

 

 

“เปล่า ไปรถยนต์น่ะ เพราะต้องดูงานหลายที่” เคนไม่อยากให้น้องชายรู้ว่าตนเองจะทำอะไร

 

 

(“ครับๆ เดินทางดีๆนะครับ”) เคสตอบกลับ ก่อนจะวางสายไป

 

 

“จากอุทัย ไปจันทบุรีประมาณกี่ชั่วโมงครับน้ารุณ” เคนถามคนขับรถของตนเอง

 

 

“ประมาณ 6 ชั่วโมงได้ครับ ผมจะจอดเช็ครถเป็นระยะนะครับ” คนขับรถตอบกลับมา เคนพยักหน้ารับ พร้อมกับกะเวลา  เขาคงไปถึงจันทบุรีประมาณ 1- 2 ทุ่มได้

..

..

..

..

ฟ่างรู้สึกตัวและลืมตาขึ้นมาช้าๆ ด้วยความมึนหัวอย่างหนัก ชายหนุ่มหน้าเหยเล็กน้อย เมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองตัวโยกคลอน เสียงเครื่องยนต์ดังสลับกับเสียงสาดกระจายของน้ำไปทั่วบริเวณ ฟ่างยันตัวขึ้นนั่ง ในห้องเล็กๆที่เขานอนอยู่ ไม่มีหน้าต่างให้มองออกไปเลย ฟ่างจึงยันตัวเองเพื่อลุกเดินไปที่ประตู แล้วทั้งห้องก็โยกไปมา จนฟ่างตัวเซล้มไปนั่งอยู่บนพื้นห้อง แต่เขาก็ฝืนความมึนเดินไปเปิดประตูจนได้

 

 

ซ่า...ซ่า

 

เสียงสาดกระเซ็นของน้ำและกลิ่นอายของทะเลลอยกระทบใบหน้าของฟ่าง ฟ่างตาโตขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าตนเองอยู่บนเรือที่กำลังแล่นอยู่ในทะเลยามค่ำคืน

“ฟื้นไวดีนี่” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทางเหนือหัวด้านหลัง ทำให้ฟ่างหันไปมองทันที ก็เห็นเคนเกาะราวเหล็กด้านบนมองลงมา

 

 

“ที่นี่ที่ไหนพี่เคน พี่จะพาผมไปไหน” ฟ่างถามทันที เคนเดินลงมาจากด้านบนมาหาฟ่างที่ยืนเกาะขอบเรือด้วยท่าทีนิ่งๆ

 

 

“จะถามไปเพื่ออะไร ยังไง มึงก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว” เคนพูดขึ้น ฟ่างมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดหวั่น

 

 

“พี่กำลังทำผิด พี่ลักพาตัวผมอยู่นะ” ฟ่างว่าออกมาให้เคนรู้ตัว

 

 

“แล้วไง” เคนถามกลับมา ทำให้ฟ่างชะงักเล็กน้อย ถ้าเคนพูดแบบนี้ แปลว่าเคนไม่กลัวเดือดร้อน ถึงได้กล้าลักพาตัวฟ่างมา

 

 

ซ่า...

พลั่ก...

 

เรือกระทบกับคลื่นทำให้เรือโยกไปมา ฟ่างที่ยังคงมึนอยู่จับขอบเรือไม่แน่นพอ จึงล้มลงไปนั่งที่พื้นเรืออีกครั้ง เคนยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะๆ และไม่คิดจะช่วยพยุงฟ่างให้ลุกขึ้นแต่อย่างไร ฟ่างก็ลุกขึ้นด้วยตัวเอง และมองเคนด้วยสายตาขุ่นๆ

“กลับเข้าไปข้างใน” เคนพูดเสียงนิ่ง แล้วพยักหน้าไปทางประตูห้องที่ฟ่างเดินออกมาก่อนหน้านี้

 

 

“พี่บอกผมมาก่อนสิ ว่าพี่จะพาผมไปไหน แล้วที่นี่ มันทะเลที่ไหน” ฟ่างถามออกมาด้วยความอยากรู้ อย่างน้อย เขาก็อยากรู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของประเทศ

“โอ๊ย” ฟ่างร้องออกมาอีกครั้ง เมื่อเคนกระชากแขนของเขา ทั้งลากและเหวี่ยงเข้าไปในห้องเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++

 

 

2  Be  Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โอ๊ะ จำเลยรัก มาทันที ฮ่าๆๆ

พล็อตมันตลาดๆ บ้านๆแบบนี้แหละนะคะ

นักเขียนบ้านๆก็คิดได้แค่นี้แหละค่ะ คึคึ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น