มณีภัทรสร/ สไบนาง นามปากกา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สีสันใหม่ของไร่

ชื่อตอน : สีสันใหม่ของไร่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2563 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 3,000
× 0
× 0
แชร์ :
สีสันใหม่ของไร่
แบบอักษร

ลลนาทำงานไปจนถึงพักกลางวัน ระหว่างที่ทำงานกลางแจ้ง มีหลายครั้งที่หญิงสาวเกือบเป็นลมไปจริงๆ การที่เธอใส่ชุดแบบนี้มาอาจจะช่วยเรื่องแดดได้ แต่มันทำให้อึดอัด คงเพราะยังไม่ชิน จึงมีหลายจังหวะที่เกือบหน้ามืด จึงต้องนั่งพักบ่อยๆ อดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่ต้องกินแรงเพื่อนแบบนี้

 

เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน หญิงสาวต้องรอเวลาไปโรงอาหารพร้อมกับคนงานต้นอ่อน เธอเลยใช้เวลาสิบนาทีนี้ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะยังไม่ชินกับการต้องทำอะไรให้เป็นเวลา ระบบขับถ่ายของเธอก็เช่นกัน หญิงสาวจึงต้องอั้นปัสวะตั้งแต่ตอนเริ่มงาน

 

“มารีเดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เจอกันที่โรงอาหารเลย”หันไปร้องบอกมารี เพราะกลัวเพื่อนร่วมงานจะรอ ก่อนจะวิ่งไปห้องน้ำ ที่อยู่กลางไร่

 

หลังจากทำธุระเสร็จ ลลนาก็ถอดหมวกออก ถอดผ้าโพกหน้า แล้วก็ถอดเสื้อออกหนึ่งตัว เวลาหนึ่งชั่วโมง ได้นั่งพักตากลมคงทำให้ดีขึ้น

 

ร่างบางวิ่งเร็วๆไปยังโรงอาหาร เพราะกลัวจะไม่ทัน ถ้ากับข้าวหมดก่อน หรือแม่ครัวแกล้งเธอแบบเมื่อวานอีก มีหวังได้หิวตายกันพอดี

 

โครม!!!

 

จังหวะที่จะก้าวเข้าโรงอาหาร เพราะความรีบร้อน ลลนาเลยไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปะทะเข้ากับร่างสูงของใครบางคนอย่างแรง ดีที่ได้เขาช่วยกอดเอวเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้ล้มลงอย่างไม่เป็นท่าแน่นอน

 

“ขอบคุณค่ะ”เอ่ยขอบคุณเร็วๆ เมื่อรู้สึกตัว โดยที่ไม่มองหน้าคนที่เธอชนเลยสักนิด เพราะตอนนี้ใจของลลนาไปอยู่ที่หม้อสามใบบนโต๊ะในโรงอาหารนั่น

 

“ปอ...ลลนา...ดาราหรือเปล่าครับนี่”เสียงนุ่มทุ้มหูเอ่ยถามอย่างยินดี ในขณะที่แขนเเกร่งก็ยังไม่ปล่อยจากเอวของเธอ

 

ลลนาจึงต้องจำใจเงยหน้าขึ้นมาดู ก่อนจะต้องตกใจ เมื่อเห็นคนที่กำลังกอดเอวเธอชัดเจน

 

“หมอตั้ม!...”

 

“ครับ...คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ แล้วเออ...คุณใช่ดาราไหมครับ”

 

ลลนากระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะไล่เลียงคำตอบ มีคนทักเธอแบบนี้อีกแล้ว เขาคงเคยดูละครของเธอ ถ้าเป็นแบบนี้ อีกไม่นานความคงแตก เธอคงโดนแฟนคลับนางเอก ประเคนเปลือกทุเรียนให้สักวัน

 

“ไม่เจ็บค่ะ ขอบคุณหมอที่ช่วยไว้นะคะ พอดีฉันรีบไปหน่อย หิวมากน่ะค่ะ ออ...ฉันไม่ใช่ดาราหรอกคะ ดาราที่ไหนจะมาขุดดินแบบนี้ล่ะคะ หมอช่วยปล่อยเอวฉันก่อนได้ไหม คนมองกันเต็มเลยค่ะ”ลลนาบอกกับพิริยะ เมื่อเขายังคงกอดเอวเธอไว้แน่น ตอนนี้มีสายตาหลายคู่มองมาที่เธอ โดยเฉพาะกลุ่มของสายใจ เธอไม่อยากโดนแขวะอีก ดีไม่ดีมีเรื่องกันอีก เดี๋ยวจะพาลให้ถูกเจ้าของไร่ทำโทษแบบพิสดารอีก แค่คิดขนอ่อนก็พากันลุกชัน

 

ตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อปะทะเข้ากับตาคมเข้มของใครบางคนโดยบังเอิญ มือบางแกะมือของพิริยะออกจากเอวเร็วๆ ก่อนจะรีบผละออกจากร่างสูง เพียงแค่เห็นสายตาของเผ่าเพชร ทำไมเธอต้องรู้สึกกลัว เหมือนตัวเองกำลังทำความผิดร้ายแรงอยู่อย่างนั้น เอ่ยขอบคุณพิริยะอีกครั้ง แล้ววิ่งเร็วๆไปหากลุ่มของมารี วางสัมภาระลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปเอาถาดอาหาร

 

ตากลมโตมองถาดอาหารอย่างปลงๆ วันนี้มีแกงเขียวหวานไก่ กับผัดผักรวมมิตร แต่เธอมาช้าผัดผักเลยเหลือแต่หม้อ ส่วนแกงเขียวหวานนั้น เธอได้แต่มะเขือกับน้ำ ส่วนไก่นั้น หญิงสาวก็ได้แต่วิญญาณของมันมาเช่นกัน

 

“แกงเขียวหวานวิญญาณไก่”แอบบ่นในใจ เมื่อถือถาดอาหารเดินกลับมาที่โต๊ะ

 

“ปอเราแบ่งกุ้งให้”มารีตักกุ้งในถาดให้เธอสองตัว ลลนากลืนน้ำลายเมื่อเห็นกุ้งในถาด ถ้าเธอมาเร็วกว่านี้ คงได้กุ้งเพิ่มอีกหลายตัวแน่ๆ ภาพกุ้งแม่น้ำลอยเข้ามาในหัว รอพรุ่งนี้เถอะ เธอจะพาคนกลุ่มนี้ไปกินของอร่อยๆให้พุงกางเลย

 

“แม่เราทอดปลาเค็มมาให้ แบ่งกันนะปอ”กีตาแบ่งปลาเค็มให้เธอหนึ่งชิ้น ลลนายิ้มให้ทุกคน ก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารในถาด ก็ยังดีที่มีเหลือให้กินประทังชีวิต หญิงสาวคิดในใจ

 

ไม่นานแตงก็เดินมาพร้อมกับข้าวโพดถุงใหญ่ในมือ ลลนายิ้มรับ ก่อนจะขยับให้แตงนั่งลงข้างๆ

 

“มาส่งขนมให้เพื่อนใหม่หรอจ้ะแตง”ทับทิมเอ่ยถาม ก่อนจะเบะปากใส่ลลนา

 

“แตงเขาเลือกอะจ้ะ เขาเลือกอยู่ข้างคนสวย เผื่อวันหนึ่งเกิดฟลุ๊ค ได้เป็น...เป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมา แตงจะได้สบายไปด้วย”สายใจเอ่ยสมทบ 

 

ลลนามองบน เมื่อได้ยินคำพูดที่จงใจแขวะเธอ ถึงแม้สายใจจะพูดอ้อมๆ แต่เธอก็รู้ความหมาย

 

หญิงสาวเลือกที่จะเงียบ เพราะต่อปากต่อคำไปก็เท่านั้น ก่อนจะหันมากินข้าวในถาดต่อ แล้วจัดการข้าวโพดที่แตงต้มมาฝาก

 

“อร่อยมาเลยมารี ข้าวโพดหวานมาก”เอ่ยชมเมื่อกัดข้าวโพดเข้าปากคำโต

 

“ค่อยๆกินสิปอ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”แตงเอ่ยเตือน เมื่อเห็นลลนาแทะข้าวโพดเข้าปากเร็วๆ

 

“ก็มันอร่อยนี่”ลลนาหันไปเถียง ทั้งๆที่ข้าวโพดยังเต็มปาก

 

“เธอน่ะสวยแต่หน้าตา แต่นิสัยเหมือนเด็กเลยนะ”มารีพูดขึ้น เรียกรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะจากแตงและลลนาได้ชุดใหญ่ ลลนาไม่โกรธเพราะรู้ว่ามารี อาจจะยังไม่เข้าใจภาษาไทยมากพอ

 

การกระทำของหญิงสาวไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของเผ่าเพชรเลย และนอกจากเผ่าเพชรแล้ว ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขาก็เห็นความน่ารักสดใสของเธอ รอยยิ้มที่มาจากใบหน้าซีดๆนั่น กลับทำให้หัวใจของเผ่าเพชรอุ่นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

 

“มองตาค้างเลยนะหมอตั้ม”วาสินีเอ่ยแซวรุ่นน้อง เมื่อสังเกตสายตาของพิริยะมาสักพักหนึ่งแล้ว

 

“น่ารักนะครับพี่หมอ สดใสร่าเริงดีนะครับ”พิริยะเอ่ยตอบ เมื่อเผลอยิ้มตามคนที่พูดไปแทะข้าวโพดไป จนเขากลัวว่าข้าวโพดในปากจะล้นออกมา

 

“คนงานใหม่หรอคะคุณเผ่า วาเพิ่งเห็นเมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่ได้ไปตรวจสุขภาพนะคะ”

 

“ครับเพิ่งมาใหม่”เผ่าเพชรตอบสั้นๆ

 

“สวยมากเลยค่ะ คนไทยหรือเปล่าคะ”

 

“ต่างด้าวครับ สติไม่ค่อยสมประกอบเท่าไร”

 

“เหรอครับ เมื่อกี้ที่ชนกัน เธอพูดไทยนะแถมคุยรู้เรื่องอีก ไม่เหมือนคนสติไม่ดีเลยนะครับ”พิริยะเอ่ยแย้ง

 

“เป็นบางทีครับหมอ แล้วแต่บทที่ต้องแสดง”คำตอบของเผ่าเพชร ทำให้วาสินีและพิริยะงงหนัก คนที่แสดงเป็นคนบ้า แล้วตกลงเธอบ้าจริงหรือเปล่า

 

ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เมื่อรู้สึกว่าเจ้าของไร่ไม่อยากตอบคำถามสักเท่าไร ต่างคนต่างหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ จะมีก็แต่พิริยะที่ยังมองไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งเป็นพักๆ ผิดกับเผ่าเพชร ที่นั่งหน้าบึ้งตึง ถึงจะไม่ได้หันไปมอง แต่เขาก็รู้ว่ามีหลายคนที่กำลังมองยัยตัวเล็กอยู่ สงสัยเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้ คนงานของเขาคงได้มองกันเพลินตา ของๆเขา ถ้าเขาหวงใครหน้าไหนก็ห้ามมอง

 

ร่างสูงสะดุดความคิดตัวเอง เมื่ออยู่ๆเขาก็เกิดหวงลลนาขึ้นมา และที่น่าโมโหก็คือ ทำไมเขาต้องตู่ว่าเธอเป็นคนของเขาด้วย ยัยนั่นก็แค่หลงเข้ามาอยู่ผิดที่ผิดทาง เป็นสินค้าที่ถูกส่งมายั่วยวนเขา นึกแล้วก็โมโหตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่ายัยนี่เป็นเครื่องมือที่อดีตพ่อตาเขาส่งมาเพื่อจะได้มีส่วนแบ่งในสมบัติที่เคยตกลงกันไว้ ปากบอกว่ายกให้เขาทั้งหมด แต่กลับเอาเนื้อมาป้อนให้เขาถึงปากแบบนี้ จะไม่ให้เขาโมโหได้ยังไง

 

.................................

 

เอาความสดใสของน้องปอมาส่งเข้านอนจ้ะ

 

เฮียเหมือนจะมีปัญหากับสมองนะจ้ะ...ถ้าจำไม่ผิดเฮียบึ่งรถไปรับน้องมาเองเน้อ นอกจากหน้าจะเสียแล้ว สติเฮียก็ฟั่นเฟือนด้วย😂😂😂

 

ฝากเฮียด้วยนะคะ

 

 

ความคิดเห็น