นิยา เบรานี่

มาอัพทุกวันจ้า รอติดตามกันได้เลยนะคะ ฮิฮิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2563 23:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

“ขอแบบนี้อีกแก้วค่ะ” เธอบอกกับบาร์เทนเดอร์คนเดิม เมื่อเหล้าในแก้วหมดลง บาร์เทนเดอร์รีบนำบรั่นดีอีกแก้วมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว มาริสาดื่มต่อไป เธอไม่ได้รีบเร่ง เพราะขณะดื่มก็หวนคิดถึงความทรงจำที่มีกับริชาร์ดไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นความสุภาพ น่ารัก หรือว่าจะเป็นเรื่องความเข้ากันได้ของเธอ ความจริงแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากทีเดียว และเธอก็คิดว่า การคิดถึงเขามันง่ายกว่าการพยายามลืมเขาเป็นไหนๆ และเธอก็มีความสุขกับการคิดถึงเขามากกว่าด้วย  

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” เธอพึมพำเบาๆ ขณะมองแก้วเหล้าในมือ หมุนวนให้น้ำสีอำพันผสมกับน้ำแข็งก้อนใสๆ   

เธอเห็นภาพสะท้อนของริชาร์ดอยู่ในนั้น เขากำลังส่งยิ้มให้กับเธอ เป็นรอยยิ้มหวานเชื่อม ลักยิ้มบนข้างแก้มซ้ายดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล และส่งให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นด้วย   

เธอคิดว่าเขานี่ล่ะคือสามีในอนาคต โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า ภายใต้รอยยิ้มที่แสนสดใสนั้นจะมีความไม่ชอบใจมากมายซ่อนอยู่  

“คุณน่าจะบอกกับฉันนะ” เธอกล่าวต่อไป แม้จะยังไม่รู้เลยว่า หากเขาบอกความจริงกับเธอก่อนหน้านี้ว่าเขาต้องการสิ่งใดจากเธอ เธอพร้อมจะมอบให้เขาหรือไม่ ในเมื่อขณะนั้นเธอยังเรียนไม่จบนี่นา  

“ให้หรือไม่ให้ดี” เธอถามตัวเอง พร้อมกระดกเหล้าเข้าปากอีก ดีใจที่น้ำสีอำพันสีเข้มเริ่มมีรสชาติดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอจึงกระดกเครื่องดื่มในมือราวกับน้ำเปล่าทีเดียว  

มาริสาไม่รู้ตัวไปด้วยซ้ำว่าเธอดื่มอีกกี่แก้ว เพราะขณะที่ดื่มนั้น หญิงสาวไม่ได้จดจ่อที่แก้วเหล้าเลยแม้แต่น้อย หากกลับคิดถึงแต่ผู้ชายคนที่บอกเลิกเธอไป เหล้าช่วยให้เธอสามารถระบายความในใจที่มีต่อชายหนุ่มที่เธอรักได้อย่างไม่ติดขัด รู้สึกเป็นอิสระ และปลอดโล่งอย่างไม่เคยเป็น  

“ไหนบอกว่าช่วยให้ลืมได้ไง” เธอเริ่มพาลแก้วเหล้าในมือโดยไม่รู้ตัว เมื่อดื่มหลายแก้วเข้า น้ำเสียงอ้อแอ้ยานคาง เนื่องจากเครื่องดื่มสีอำพันเริ่มหมุนแล่นอยู่ในกระแสเลือด ในอัตราที่เข้มข้นมากแล้ว  

“ให้ผมนั่งด้วยคนนะครับ” ชายคนหนึ่งเข้ามาชวนคุย แสงสลัวทำให้เธอเห็นหน้าของเขาไม่ชัดนัก จึงพยายามหรี่ตามอง เพื่อให้เห็นชัดขึ้น หากก็เป็นได้ยาก ในเมื่อประสาทสายตาทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ เหล้าที่ดื่มไปก่อนหน้านี้ทำให้เธอรับรู้ได้น้อยลง เธอรู้สึกเหมือนชายคนนั้นมีสองหัว เสมือนสัตว์ประหลาดเลยทีเดียว   

มาริสาหัวเราะเบาๆ ให้กับภาพที่เห็น ทำให้ชายคนนั้นรีบฉกฉวยโอกาสทิ้งกายลงนั่งที่เก้าอี้ตัวติดกัน  

“คุณมาคนเดียวหรือครับ” เขาถามอย่างสุภาพ นัยน์ตาซุกซนและเป็นมิตร  

หากมาริสากลับถามกลับไปว่า  

“คุณเป็นใคร” เธอพยายามเพ่งมองเขา เพราะน้ำเสียงไม่คุ้นเลย เอ... หรือว่าเสียงเพลงในนี้จะดังไป จึงพยายามเพ่งมองอีก แต่แล้วจู่ๆ ก็เหมือนมีอะไรมากระชากร่างของเธออย่างแรง  

“ระวังครับ” ชายคนนั้นรับร่างของเธอเอาไว้ได้ ก่อนที่เธอจะตกเก้าอี้   

มาริสาหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ เธอรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนรถไฟเหาะ โคลงเคลง แต่ก็รู้สึกเหมือนกำลังบินได้  

“สนุกจัง” มาริสาว่า   

ชายคนนั้นหัวเราะให้กับภาพที่เห็น และพยายามประคองให้เธอนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเมื่อเธอต้องการ แม้ว่าใจจริงแล้วอยากจะกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ในอ้อมแขนในนานต่อไปอีกนิดก็ตามโดยเขาบอกตัวเองว่า ‘ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม’ พร้อมๆ กับนัยน์ตาคู่คมสีเขียวมรกตที่เจิดจรัสขึ้นมาด้วยความเจ้าเล่ห์   

แต่อนิจจาขณะนี้มาริสาไร้สติเกินกว่าที่จะเข้าใจ เธอยังคงจับแก้วบรั่นดีของตนแล้วกระดกต่อไป พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลง  

มาริสาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า จังหวะครึกครื้นในผับก็น่าสนุกดีเหมือนกัน โดยมีชายคนข้างๆ นั่งคอยสังเกตดูอยู่ไม่ห่าง เขาทำตัวเป็นเพื่อนร่วมวงสนทนาที่น่ารัก โดยการไม่ล้ำเส้น ไม่บังคับให้เธอต้องพูดกับเขา ซึ่งวิธีการนี้ได้ผลมากทีเดียว เพราะเพียงไม่นานคนที่ไม่สนใจเขาก็เริ่มชวนคุยว่า  

“ทำไมต้องทิ้งกันด้วย”  

ชายคนนั้นหรี่ตาเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ แต่ดูจากรูปการและสภาพของเธอแล้ว เขาพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำให้อดคิดไม่ได้ ผู้ชายประเภทไหนกันนะที่กล้าทิ้งผู้หญิงที่น่ารักเช่นนี้ได้   

“ผมอยู่นี่แล้วไง ไม่ต้องกลัวนะ” เขาปลอบประโลม พร้อมทั้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีก และเมื่อเธอไม่ได้ปัดป้อง เขาก็กดดวงหน้าของเธอลงกับแผงอก นั่นเองที่ทำให้ความเจ็บช้ำในใจของมาริสาที่อดกลั้นไว้พรั่งพรูออกมาเสมือนเขื่อนแตก  

“ฉันเจ็บเหลือเกิน ฮือๆ ทุกอย่างที่วาดไว้พังหมดแล้ว อือๆ ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”  

ความคิดเห็น