mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 23 : น้ำตา [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 : น้ำตา [100%]

คำค้น : เมียหมอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76.3k

ความคิดเห็น : 175

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2559 06:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 : น้ำตา [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 23

น้ำตา

 

 

หลังจากทานข้าวทานยาและอาบน้ำเสร็จเสร็จ ช่วงเวลาต่อจากนี้สิงห์บอกว่าเขาอยากจะทำอะไรก็ได้

          ขาเรียวเดินย่ำไปตามชายหาด ผิวขาวส่องกระทบกับแสงแดดอบอุ่นที่ไม่ร้อนจนเกินไปแถมอุ่นกำลังดี สายลมพัดและกลิ่นของทะเลทำให้ธามหยุดชะงัก ใบหน้าหวานเงยขึ้น มองท้องทะเลสีสวยที่ไกลออกไปจนลับสายตา

ร่างเล็กค่อยๆนอนลงบนพื้นทรายคิดทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

มันกลับตาลปัตรแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

เหมือนกับว่าคนที่เคยดีกลับมาร้ายคนที่เคยร้ายกลับมาดี

คนที่บอกว่ารักหนักหนาไม่แม้แต่จะมาหา ส่วนคนที่เกลียดนักหนากลับมาหาอยู่แบบนี้

เชื่อใจใครไม่ได้เลย

หยาดน้ำสีใสไหลผ่านขอบตาลงสู่แก้มขาวก่อนตกบนทรายสะอาดทีละหยด ทีละหยด

ร้องไห้เพราะเจ็บที่โดนหลอกจากคนที่รัก แต่นับจากนี้จะไม่แล้ว.

ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะเริ่มต้นใหม่

“ฮึก ฮือ”

จากนี้ไปจะไม่ร้องไห้เพราะคนแบบนั้นอีกแล้ว

 

“มาหลับตรงนี้ได้ยังไงกันนะ”นัยน์ตาคมก้มลงมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงพื้นทราย ตอนนี้เวลาสี่โมงกว่าๆแดดเริ่มแรงเพราะใกล้จะเที่ยง เขาที่ไม่เห็นวี่แววว่าธามจะกลับเข้ามาในบ้านทั้งๆที่ออกไปนานแล้วเลยตามออกมาดู ไม่ได้ตามทุกฝีก้าวเนื่องจากบอกเอาไว้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นอิสระ แต่พอออกมาก็พบว่าธามกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนทรายเสียแล้ว “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย”

ผิวสีขาวที่เริ่มเปลี่ยนเป็นคล้ำเล็กน้อยบ่งบอกว่าอีกฝ่ายนอนตรงนี้มานานพอสมควร อย่างน้อยก็สักชั่วโมงกว่าๆแล้วจะได้ เพราะธามอาบน้ำเสร็จประมาณแปดโมงครึ่ง สิงห์ส่ายหน้าเล็กน้อยถ้าเขาไม่ออกมาดูคนตรงหน้าอาจจะหลับเพลินจนเป็นมะเร็งผิวหนังแล้วก็ได้

“หลับเพลินเลยนะครับ” เสียงทุ้มว่าขณะก้มลงไปช้อนมือใต้เอวคอด พลันสายตาดันสะดุดกับบางจุดที่เปียกบนผืนทรายใกล้บริเวณใบหน้าหวาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เปียกก็จะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจาก

น้ำตา

ร้องไห้อีกแล้วสินะ

นัยน์ตาสีฟ้าเข้มมีแววหม่นลง มือหนาวางอีกฝ่ายเอาไว้บนตักก่อนจะประทับริมฝีปากที่หน้าผากกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นอุ้มธามในท่าเจ้าหญิงแล้วเดินหมุนตัวกลับเข้าบ้านไป ธามทิ้งน้ำตาลงหาดทรายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เขาอยากให้ธามทิ้งไปคือความเศร้า ทิ้งมันลงไปในทะเลเสียเถอะ

 

ใครนะ

ใครกำลังอุ้ม ?

เปิดตาสีไข่ค่อยๆเปิดขึ้น แสงแดดที่สะท้อนลงมาแม้จะไม่เห็นว่าเป็นใครกันแน่แต่ใบหน้าคมคายนั่นคล้ายกับ เสือ

มือบางเผลอยกขึ้นไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลาอย่างลืมตัว ทันใดนั้นคนที่กำลังอุ้มเขาอยู่ก็ก้มหน้าลงมาทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วคนคนนี้คือ สิงห์

“หือ” สิงห์ร้องอย่างแปลกใจ เมื่ออยู่ดีๆก็สัมผัสถึงฝ่ามือนุ่มบริเวณทางด้านขวา นัยน์ตาสีฟ้าเข้มหลุบลงมองพอเห็นว่าธามตื่นแล้วจึงเอ่ยถามทันที “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“นายเองหรือ” เป็นคำตอบที่ทำให้คิ้วเข้มต้องขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“ครับผมเอง” แม้จะสงสัยแต่ก็ตอบกลับไป ทันใดนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจความหมายของคำตอบของอีกฝ่าย นายเองหรือ

นี่น่ะคงไม่ใช่ว่าเห็นภาพเขาซ้อนทับภาพของอีกคนใช่ไหม?

นัยน์ตาคมฉายแววหม่นลงเล็กน้อย พยายามทำใจให้กลับมาเป็นปกติแต่ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ลึกๆ

ทว่ามือบางที่ยกขึ้นมาคล้องคอกับใบหน้าหวานที่เอียงซบลงที่บ่าทำให้สิงห์ต้องเบิกตากว้าง ความหม่นหมองเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งเหลือเอาไว้เพียงความรู้สึกดีใจแทน

ดีใจเหมือนเด็กเจอของเล่นที่ถูกใจ

รู้ว่าตอนนี้ของเล่นมันยังไม่ได้เป็นของตัวเองแต่ก็ดีใจเพราะรู้สึกว่ากำลังจะได้มันมา

 

ธามถูกวางลงบนโซฟา

พอมาคิดดูดีๆแล้ว เขาที่ว่าน่าสงสารยังเทียบไม่ได้กับความน่าสงสารของสิงห์

เขาอาจจะโดนหลอกก็จริง แต่ถ้ามาเทียบกับสิงห์รักก่อน เป็นคู่หมั้นแล้ว แต่โดนพี่ชายแย่งคู่หมั้น ถึงจะบอกว่าเคยมีอะไรกับคู่หมั้นของพี่ชาย แต่ถ้านับจำนวนครั้งที่เขาได้กับเสือแล้วล่ะก็ ความรู้สึกที่เจ็บปวดมันห่างกันลิบลับ

แววตาคู่นั้นไม่ได้ปิดบังความรู้สึกจึงดูออกง่าย แท้ที่จริงคนที่ว่าร้ายกลับกลายเป็นผู้ชายที่น่าสงสาร

สิงห์น่ะน่าสงสารจริงๆนะ

“สี่โมงแล้วจะทานข้าวเที่ยงเป็นอะไรดีครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันที ในบ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากเขาและธามอย่างที่บอก ดังนั้นเรื่องทำอาหารทั้งหมดแน่นอนว่ามันต้องตกเป็นหน้าที่ของเขาแทน

ธามเลิกคิ้วขึ้นที่ได้ยินดังนั้นแล้วส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่รู้จะทานอะไร ขณะจ้องสายตามองไปยังโทรศัพท์จอแบนขนาดใหญ่แทน “อยากดูหนัง”

สิงห์พยักหน้าแล้วเดินไปหยิบกล่องสีแดงที่วางอยู่ไม่ไกลนักมายื่นให้ “กล่องใส่แผ่นหนังน่ะครับ เลือกเอาก็แล้วกันนะครับว่าอยากดูเรื่องอะไร ธามเปิดวิดิโอเป็นไหม ผมมีเรื่องต้องไปทำน่ะ”

” เขาไม่ตอบแต่พยักหน้ารับเล็กน้อย ร่างสูงเดินออกไปทันทีที่เห็นดังนั้น ส่วนธามก็ไม่ได้สนใจมากนักเพราะมัวแต่วนหาแผ่นหนังที่ชอบอยู่ ในจังหวะนั้นมือก็ดันไปหยิบแผ่นหนังขึ้นมารูปที่ติดมากับแผ่นหนังทำริมฝีปากต้องเม้มปาก เปลือกตาสีไข่ปิดลงแน่นกันไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาเพราะสัญญากับตัวเองแล้วว่าต่อจากนี้จะไม่ร้องไห้อีก

อเวนเจอส์

หนังเรื่องแรกที่ไปดูด้วยกัน

มือบางกำหมัดแน่นก่อนตัดสินใจเก็บแผ่นนี้เอาไว้แล้วเลือกแผ่นใหม่ขึ้นมาแทน

อดาไลน์

เรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่โดนฟ้าฝ่าทำให้ร่างกายไม่แก่ลง เหมือนกิ้งจะเคยเล่าให้ฟังแต่ยังไม่เคยดูเองสักครั้งเพราะไม่มีเวลา ธามตัดสินใจเลือกแผ่นนี้ไม่ใช่เพราะกิ้งเล่าแต่เป็นเพราะรูปนางเอกที่แผ่นหนัง แววตาของเธอน่ะเหมือนกับเขาตอนนี้เลย

เขาลุกจากโซฟาเพื่อไปเปิดแผ่นหนัง เลือกดูเป็นพากย์อังกฤษแทนเพราะมันได้ฟิลด์กว่า

นางเอกของเรื่องมีคนคนรัก แต่คนรักนั้นเสียชีวิตไป พอคิดว่าจะถึงคราวของตัวเองบ้างกลับไม่ตายแถมยังมีท่าทีว่าจะไม่แก่ตายอีกด้วย แววตาของเธอจึงเป็นแววตาที่โดดเดี่ยว ใบหน้ายิ้มที่ปนไปด้วยความทุกข์ความรู้สึกบางอย่างมันชวนให้รู้สึกสุขปนเศร้าตามไปด้วย

แต่ทว่าดูได้ไม่ถึงยี่สิบนาทีเขาก็ต้องหยุดแผ่นเอาไว้ก่อนเนื่องจากมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังมาคลอเคลียที่ขาและดูท่าว่าจะเป็นแมว

เหมี้ยว~

และก็ใช่แมวจริงๆด้วย

แมวตัวเล็กที่ดูจากรูปร่างของมันคงจะเป็นพันธุ์ The Sand (แมวทราย) ตัวเล็กๆและหน้าหยิ่งๆแถมเหมือนจะขี้อ้อนไม่เข้ากับหน้าตา ธามหยิบเจ้าลูกแมวตัวนั้นขึ้นมาแล้วสังเกต น่าแปลกที่มันไม่ดิ้นหนีแถมยังร้องเหมียวๆใส่อีกต่างหาก

ถึงจะหน้าตาหยิ่งๆแต่ดูๆไปแล้วก็น่ารักจังเลย

“อะ

เสียงร้องทำให้ใบหน้าหวานต้องละสายตาจากแมวไปทางต้นเสียงที่มีสิงห์ยืนอยู่ ร่างสูงกำลังเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อมองมาทางเขา ธามเลิกคิ้วขึ้นคล้ายจะถามว่ามีอะไรแต่พอได้ยินถ้อยคำที่ออกมาจากปากของอีกฝ่ายก็ทำให้คำพูดของตัวเองต้องสะดุด

“ยิ้มแล้ว”

“?”

เขาสงสัยแต่ไม่ได้ถามออกไป สิงห์เองหลังจากพูดประโยคนั้นเสร็จก็รีบมาอุ้มลูกแมวตัวนี้ออกไปจากมือเขาทันที มือหนาชูลูกแมวขึ้นสูงๆ พูดกับมันเล็กน้อย “มาอยู่นี่เองเราน่ะ ที่ให้ไปเมื่อกี้ไม่อิ่มหรือ”

“ให้ไปเมื่อกี้ ?”

“เมื่อกี้ผมไปให้อาหารมันมา มันเป็นแมวที่ผมเลี้ยงเอง ถูกฝึกให้อยู่กับที่จะเดินออกมาเพ่นพ่านตอนที่หิวเท่านั้นแหละครับ”พอว่าจบสิงห์ก็วางเจ้าแมวเหมียวลงกับพื้นแล้วเดินไปหยิบชามอาหารแมวใส่อาหารเม็ดมาวางตรงหน้าเจ้าเหมียวอีกครั้ง ทว่ามันกลับไม่กิน “ผมว่ามันคงอยากมาหาธามมากกว่าล่ะมั้ง”

 

 

“มันชื่ออะไร”

“เธียร์ครับ มันชื่อว่าเธียร์”

“เธียร์ ?”

“อือหึเธียร์” ร่างสูงจับลูกแมวมาวางบนตักของอีกฝ่ายแล้วนั่งลงข้างกาย ขณะลูบหัวเจ้าแมวเหมียวมันเบาๆแต่นั่งได้ไม่นานก็ลุกขึ้นยืน “เล่นกับมันไปก่อนนะครับ ผมต้องไปทำอาหารเที่ยงแล้ว”

“ต้องทำเร็วขนาดนี้ ?” ธามถามก่อนจะชะเง้อคอไปมองนาฬิกานี่มันพึ่งจะสี่โมงเช้า ทำเร็วขนาดนี้อาหารมันไม่เย็นก่อนหรือ

“ก็ผมทำเก่งสักทีไหนละ ข้าวต้มเมื่อเช้าน่ะใช้เวลาทำเกือบสองชั่วโมงเลยนะครับ ธามอาบน้ำให้มันรอผมก็ได้นะ ผมไม่ได้อาบให้มันนานแล้ว” ร่างสูงบอกขณะยกมือขึ้นมากุมที่คอแก้เก้อ นัยน์ตากลโตมองเล็กน้อยก่อนจะลุกยืนขึ้นตามแล้วอาสาตัว

“งั้นเดี๋ยวช่วย แต่ต้องพามันอาบน้ำก่อน” ธามว่าพร้อมยกเจ้าแมวเหมียวขึ้นมาอุ้มเล่นไปด้วย

“โอเคไหม”

สิงห์พยักหน้าทันที “โอเค”

 

“จับมันไว้แน่นๆสิครับ”

“ก็มันดิ้น”

“แมวมันกลัวน้ำนี่ครับ ไม่ดิ้นได้ไง”

การอาบน้ำให้แมวเต็มไปด้วยความอลม่าน ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้กลิ่นของเค็มของน้ำทะเลที่ทำให้รู้สึกเหนียวตัวเล็กน้อยลอยมาแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเท่ากับว่าแมวตัวนี้มันไม่ยอมอยู่นิ่งสักที ธามเริ่มจะโดนข่วนไปหลายรอบโชคดีที่เล็บมันไม่ยาวตรงจุดที่โดนข่วนเลยกลายเป็นเพียงรอยแดงเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าหวานถอนหายใจถามคนที่อยู่ตรงหน้าทันที

“ปกติเอามันอาบน้ำยังไง”

สิงห์เลิกคิ้วตอบ “อาบในห้องน้ำที่มีพื้นที่น้อยๆน่ะครับ ปิดประตูล็อคไม่ให้มันออกแล้วฉีดน้ำใส่ ธาบเอาเธียร์มาให้ผมมาเดี๋ยวผมจับมันเอง นายมาคอยฉีดน้ำดีกว่า” สิงห์เสนอตัว คนที่ได้ยินพยักหน้าเห็นด้วยทันที มือบางรับสายยางฉีดน้ำมาจากอีกฝ่าย แต่พอรับมาก็พบว่าสายยางอันนี้น้ำมันแรงจนควบคุมยากพอๆกับแมวเลย

ฉ่า!!!!!!

แต่พอมาดูอีกทีแล้วดูท่าว่ามันจะควบคุมยากมากกว่าด้วยซ้ำ

“ธาม” เสียงทุ้มกล่าวต่ำในลำคอ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ธามยิ้มแหย่เป็นอีกฝ่ายในตอนนี้นั้นบอกได้เลยว่าเปียกทั้งคนเปียกทั้งแมว มือหนายกขึ้นลูบหยดน้ำที่เกาะตรงใบหน้าขณะเอามือสะบัดผมที่เปียกชื้นให้ไปทางด้านหลังด้วย ใบหน้าหล่อเหลาที่น่าจะดูเซ็กซี่เพราะน้ำแต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขาเพราะรู้สึกพิศวาสนอกจากความรู้สึกที่ว่ามันตลก

ตลกจนทำให้ต่อมหัวเราะที่เคยถูกกลับด้วยต่อมร้องไห้ได้กลับมาอีกครั้ง สิ้นความคิดเขาแผดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังจนคนที่เป็นผู้รับเคราะห์กรรมต้องเอ่ยถาม “หัวเราะอะไรครับธามตลกหรือ”

          ธามตอบไม่ได้เพราะกำลังเอามือกุมที่ท้องเนื่องจากหัวเราะมากจนจุก ที่มันไม่ได้ดูเซ็กซี่ก็เพราะมันเปียกเกินคำว่าเซ็กซี่ไปแล้ว มันเหมือนลูกหมาตกน้ำมากกว่า ดังนั้นคนที่เริ่มตั้งสติจนหายหัวเราะได้จึงหยิบสายตาขึ้นมาอีกครั้ง พยายามบังคับมันแล้วฉีดเข้าไปตรงๆ

          “ไหนๆก็เปียกไปแล้ว อาบน้ำกับแมวไปเลยเนาะ” เขาตัดปัญหาที่จะให้แมวอยู่นิ่งๆโดยให้สิงห์เป็นเป้าแล้วให้ทั้งสองชีวิตเปียกไปพร้อมๆกัน สิงห์ไม่ได้ว่าอะไรแถมใช้จังหวะนั้นในการเทสบู่เหลวลงฝ่ามือแล้วถูเข้าที่ตัวของเจ้าเธียร์ “อยากทำบ้าง”

          “นั่งลงสิครับ” เขาทำตามที่โดนบอกแต่โดยดี สิงห์ค่อยๆปล่อยมือให้เขาจับ ปรากฏว่ามันเลื่อนจนเผลอปล่อยให้ลูกแมวหนีไปอีกครั้ง คนตัวสูงเลยตัดสินใจจับไว้แล้วให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ถูสบู่แทน แถมคนที่ได้รับหน้าที่ยังทำงานอย่างจริงจังชนิดว่าพอเงยหน้าขึ้นมาถึงรู้ตัวว่านัยน์ตาคมกำลังมองเขาอยู่

          “มองอะไร”

          “นายยิ้มขึ้น นายหัวเราะ”

          “หา ?”

          “ก็แต่ก่อนน่ะ

          “ไม่ต้องพูดดีกว่า” เขาตัดบท พยักหน้าอย่างเข้าใจก็จริงอย่างที่สิงห์ว่ามาอยู่ที่นี่อารมณ์ดีขึ้นจริงๆ อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่การเอาแต่นอนร้องไห้ที่โรงพยาบาลเหมือนเก่า อีกอย่างเขาสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ร้องไห้อีก

คนที่ไม่คิดแม้แต่จะมาหาน่ะ อยากจะลืมๆเขาไปเถอะ

มันเป็นความคิดที่ดีที่ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ความรู้สึกของตัวเองมันยังเปราะบาง แค่โดนสะกิดนิดเดียวก็กลับมาเศร้าใหม่ได้ตลอด

คนที่คอยมองตลอดเลยได้แต่ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ นัยน์ตาคมหลุบลงมองมือบางนี่หยุดถูเจ้าแมวไปตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้แล้ว แต่เจ้าตัวน่ะจะรู้ตัวหรือเปล่า ใบหน้าหวานที่กลับมาเหม่อลอยอีกครั้ง แค่นิดเดียวจริงๆนิดเดียวก็สามารถทำให้กลับมาเศร้าได้เหมือนเดิม

“ธาม”

“ธาม”

“ธามครับ!

“หา หะ ? มีไร”

“ผมเรียกนายนานแล้วไม่ได้ยินหรือครับ” คนที่ฟังได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย สิงห์เม้มปากแน่นอุ้มลูกแมวที่เริ่มอยู่นิ่งเหมือนยอมรับชะตากรรมว่าต้องเปียกมาล้างตัวแล้วห่อด้วยผ้าผืนหนา เดินไปปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันไปบอกอีกฝ่าย “เสร็จแล้วเขาบ้านกันเถอะครับ”

“ธาม”

“ธาม!!

“อ๋อ! อื้ม!” คำตอบรับที่เหมือนไม่ได้ฟังกันอยู่เลยทำให้คนตัวสูงต้องถอนหายใจ สิงห์เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้ววางลูกแมวเอาไว้ให้ที่มือจนธามสะดุ้งขึ้นมา “มีอะไรหรือ”

“เอาเธียร์ไปเช็ดให้หน่อยนะครับ ผมต้องเข้าหลังบ้านไปอาบน้ำเพราะเปียก”

“อ๋อ”

“ธาม” เสียงทุ้มว่ามือหนาแตะที่ใบหน้าขาวเล็กน้อย “เลิกเหม่อได้แล้วนะครับ”

เขาเม้มปาก หลับตาแน่นแล้วสั่นหัวแรงๆ “จะพยายาม”

สิงห์ยื่นมือมาขยี้ผมจนมันเริ่มจะฟูขึ้นเล็กน้อย ก่อนเจ้าตัวจะเดินเอื้อมไปทางด้านหลัง ธามมองเจ้าลูกแมวที่ยังเปียกโชกอยู่ใต้ผ้าขนหนูก่อนจะเดินไปขยี้ขนมันให้แห้งไป ขาเรียวเดินมาถึงห้องนั่งเล่นแล้วนั่งลงตรงโซฟาตัวเดิม เพื่อไม่ให้เงียบจนเกินไปจึงกดเล่นแผ่นหนังที่เคยกดหยุดเอาไว้ นัยน์ตากลมโตมองที่หน้าจอขณะเดียวกันก็เช็ดตัวให้เจ้าแมวเหมียวที่เริ่มจะสัปปะงกใกล้หลับเต็มที ธามก้มลงมองก่อนหัวเราะเล็กน้อยแล้วเกาคางมันเล่นพอเห็นว่ามันหาววอดๆแถมเปลือกตาปิดเรียบร้อยแล้วจึงหันมาลูบหัวเจ้าแมวเหมียวที่กำลังนอนอยู่บนตักแทน

หนังเล่นต่อไปได้เกือบสามสิบนาทีสิงห์ก็เดินออกเข้ามา มือหนากำลังใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมของตัวเองอยู่

“เที่ยงแล้ว หิวหรือยังครับ”

“หิวแล้ว” ธามว่าขณะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องครัวเพราะเขาบอกกับอีกฝ่ายเอาไว้แล้วว่าจะช่วยทำอาหาร ร่างสูงเดินเข้ามาตาม ธามมองไปยังรอบๆพอเห็นวัสถุดิบแล้วจึงเอาผักไปล้างโดยมีคนที่เข้ามาทีหลังคอยยืนมองอยู่ห่างๆ

“นายจะทำอะไรนะ”สิงห์ถามขึ้นในขณะที่เขากำลังผูกผ้ากันเปื้อนเข้ากับเอว มือบางสะบัดผมที่เริ่มจะยาวและใกล้จะปรกตาแล้วไปทางด้านหลัง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ข้าวผัด”

“เบสิกเนาะ”

“ไปตั้งกระทะรอหน่อย”

ธามยักไหล่ขณะหยิบมีดขึ้นมาเพื่อลงมีดหั่นผักที่ล้างเสร็จเรียบร้อยไปตั้งแต่เมื่อสักครู่นี้แล้ว สิงห์ตั้งกระทะรอส่วนเขาก็หั่นผักไปใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ

“เก่งจัง” เขารับคำชม “ไปฝึกกับใครมาครับเนี่ย”

กึก!

ปลายมีดที่กำลังจะลงหั่นผักล็อตที่สองชะงักทันที สิงห์นิ่งไปเขารู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ตัวเองถามเรื่องที่ไม่ควรถามสุดๆออกไปเสียแล้ว เป็นคำถามธรรมดาที่ทำให้ความทรงจำในครั้งก่อนไหลเข้ามาอีกรอบ

 

จับมีดแน่นๆสิหั่นชิ้นเล็กด้วยตี้

ก็กลัวมันบาดมือ

มานี่มาเดี๋ยวสอน

 

“ธามนายนิ่งไปเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ธาม

“เปล่าหรอก เปล่าไม่มีอะไร”

“แต่ว่านาย

“ทำต่อเถอะ”  เขาตัดบทสนทนาขณะพยายามก้มหน้าก้มตาหั่นผักอีกรอบ แม้จะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจิตใจเหม่อลอยอีกครั้ง

ฉึก!

“โอ๊ย!” เพราะไม่ระวังปลายมีดแหลมก็เลือนเฉือนเข้าที่ปลายนิ้ว เลือดสีแดงสดไหลหยดออกมาตางทาง คนที่กำลังผัดกระเทียมอยู่ในกระทะจึงรีบปิดเตาแก๊สแล้ววิ่งมาจับมือของเขาไปดูแทน นัยน์ตาคมเบิกกว้างเพราะแผลมันลึกอยู่พอสมควร สิงห์มองคนที่กำลังเม้มปากเพราะความเจ็บก่อนถอนหายใจแล้วมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง

“ทำไมเหม่ออีกแล้ว”

“ไปนั่งรอผมที่โซฟานะครับ เดี๋ยวผมไปเอาอุปกรณ์ทำแผลแล้วเดี๋ยวตามไป” เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งรอที่โซฟาตามที่สิงห์บอก ขณะเอามืออีกข้างลูบหน้าตัวเองไปมา เอนตัวพิงโซฟาปิดเปลือกตาแน่นในใจพึมพำว่า

ความรู้สึกนี่มันช่างอ่อนไหวจังเลย ถูกสะกิดนิดเดียวก็เป็นแบบนี้เสียแล้ว

สักพักสิงห์ก็เดินตามมานั่ง เขาเอียงคอมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขะมักเขม้นเพื่อปฐมพยาบาลชั้นต้นให้อยู่ ตั้งแต่เช็ดเลือดออกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือติดพลาสเตอร์ ธามกำลังจะชักมือออกทว่าอีกฝ่ายกลับยังจับมือของเขาเอาไว้เหมือนเดิม ยกขึ้นแล้วเหมือนจะร่ายอะไรบางอย่าใส่ที่จบด้วยคำว่า

“หายไวไวนะครับ เพี้ยง! เพี้ยง!

ธามยิ้มออกมาเล็กน้อย เอ่ยถามทันที “ที่เมืองนอกเขามีเป่าคาถาให้แผลหายด้วยงั้นหรือ”

“ที่เมืองนอกน่ะไม่มีหรอกครับ อันนี้ผมจำจากที่ไทยนี่แหละ”

“หรือ” เสียงเล็กว่าแผ่วเบาในขณะที่อีกฝ่ายก็พยักหน้าบอกว่าใช่อยู่ตลอด มือบางที่วางบนโซฟายกขึ้นแล้วแตะเบาๆที่โครงหน้าคมคายให้คนที่กำลังมัวแต่อุปกณ์ทำแผลอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองแล้วทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจแทน มือบางลากลงตรงปลายคางเลื่อนต่ำไปตามลำคอ ไหล่ ไหปราร้าลงมาจนถึงหัวใจ แล้ววางทาบค้างเอาไว้ตรงนั้น

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

เสียงหัวใจที่เต้นแรงราวกำลังตีกลอง เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย สิงห์เก็บความรู้สึกไม่เก่งตั้งแต่ที่ทำหน้าเศร้าตอนอุ้มเขาแล้ว ทำไมแต่ก่อนที่เจอกันไม่เป็นแบบนี้บ้าง

หมับ!

แต่แล้วคนที่กำลังคิดกับตัวเองก็ได้หยุดชะงัก เมื่อมีมือหนามาจับมือของเขาออกแล้วสอดนิ้วทั้งสิบเข้ามาแทน ธามเงยหน้าเห็นอีกฝ่ายทำสีหน้าจริงจังขึ้น ตั้งใจว่าจะปล่อยมือที่ประสานกันอยู่ออกแต่สิงห์ไม่ยอม นัยน์ตาสีฟ้าเข้มที่มองมาอย่างแน่วแน่คู่นั้นทำให้เขาต้องเม้มปาก

“นี่ธาม” สิงห์ใช้อีกมือหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลออกไปไกลๆแล้วเลื่อนเข้ามาประชิดตัว

“อะไร” เขาเลิกคิ้วขึ้นยามเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆและเรื่อยๆ จนปลายจมูกชนกันใบหน้าห่างกันแค่คืบและสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน พอมือหนาโอบรอบเอวทันใดนั้นริมฝีปากนุ่มก็แนบลงมา ตามด้วยลิ้นชื้นที่แทรกเข้ามาในปาก แขนที่โอบอยู่กอดแน่นขึ้นพอๆกับที่ร่างสูงรุกหนักกว่าเดิม ธามอยู่ผลักให้นอนราบลงไปกับโซฟาโดยที่มีอีกฝ่ายขึ้นคร่อม จากนั้นจึงถอนจูบออก

“ไปทำอาหารต่อกันดีกว่าครับ”

ใบหน้าหวานไม่ตอบแต่พยักหน้าราวเห็นด้วย

 

ตึก! ตึก!

เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นทางเดิน ร่างสูงรีบวิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อหนีจากการตัวตามของพวกชายชุดดำ หลังจากที่งัดช่องระบายอากาศเล็กๆและใช้สิ่งของที่หาได้จากภายในห้องนั้นมาทุบให้มันใหญ่ขึ้น โชคดีที่เสือทำลายสิ่งของจนเกิดเสียงดังอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ตอนทุบพวกที่เฝ้าอยู่เลยไม่สงสัย ตอนแรกเสือไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ไหนเพราะได้แต่อยู่ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง แต่พอออกมาได้เขาก็รู้ทันทีว่าพ่อคิดผิดมหันต์ที่เอาเขามาขังไว้ที่คฤหาสน์ให้แฟรงเฟิร์ต ที่นี่เขามาบ่อยๆช่วงซัมเมอร์โชคดีชั้นที่สองเพราะว่าเส้นทางในคฤหาสน์หลังนี้เขารู้ดีมากกว่าใคร ถึงแม้การหลบหนีมันจะไม่ง่ายแต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังหลบได้แล้วกัน แต่ภายหลังจากที่เขาเงียบไปเพราะหนีออกมาได้ไม่ถึงห้านาทีเท่านั้นแหละ รถมาเซราติหลายคันก็เคลื่อนขบวนกันออกจากคฤหาสน์สุดหรูทันที

ร่างสูงวิ่งเข้าตรอกซอยเล็กๆเพื่อพักหายใจ ตอนนี้เขาเริ่มนึกชอบรถติดของกรุงเทพฯขึ้นมาเพราะอยากจะให้รถในแฟรงเฟิร์ตติดเหมือนในกรุงเทพมหานครบ้าง แต่น่าจะเป็นได้แค่ความฝันเพราะสถานการณ์รถติดที่กรุงเทพฯน่ะมันติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกเลยทีเดียว เสือเริ่มวิ่งต่อหลังจากที่พักได้ไม่นานแต่การที่พักอยู่ไม่นานนั้นมันก็ทำให้เขาคิดเรื่องหนึ่งได้บ้างอย่างเหมือนกัน

“แย่ชะมัด” น้ำเสียงสบถดังขึ้น เสือต้องวิ่งกลับที่เดิมเมื่อเห็นรถหรูที่กำลังจะแล่นเข้ามา ร่างสูงลัดเลาะไปตามเส้นทางต่างๆเหนื่อยจนแทบจะขาดใจหากต้องวิ่งต่อถ้ายังอยากหนีให้พ้น แม้เป้าหมายที่แท้จริงของเขาตอนนี้มันจะอยู่ที่พวกร้านจิวเวอร์รี่ก็ตาม ตอนที่ได้พักอยู่นั้นเสือก็พึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าพาสปอร์ตเพื่อเข้าเมืองหรือเอกสารที่จำเป็นน่ะเขาไม่มีอยู่เลย อีกทั้งถ้าจะกลับประเทศไทยแน่นอนว่าต้องไปทางเรือหรือไม่ก็เครื่องบิน ไปเรืออาจปลอดภัยกว่าแต่ในสถานการณ์ตอนนี้เขาจำเป็นต้องไปเครื่องบินเท่านั้น

ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าจะไปเครื่องบินก็ต้องผ่านจุดตรวจ

ถ้าเขาจะขึ้นเครื่องอย่างไม่บริสุทธิ์ล่ะก็คงต้องใช้เงินอยู่มากโข นัยน์ตาสีครามเข้มมองแหวนหมั้นราคาแพงในมือตนเอง นึกขอโทษบรรพบุรุษของตระกูลเป็นอันดับแรก แล้วนึกไปถึงใบหน้าของอีกคน

“ตี้”

เสียงทุ้มพูดอย่างแผ่วเบาก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อนึกถึงก็ยิ่งคิดถึง

ดังนั้นเขาต้องกลับประเทศไทยให้ได้แม้ว่าต้องใช้วิธีอะไรก็ตาม

 

“นายทำอาหารอร่อยจัง” คำชมถูกยอใส่ภายหลังที่อาหารมือค่ำจบลง ต่อจากมื้อเที่ยงที่ธามเป็นคนทำปรากฏว่ามันอร่อยพอถึงมื้อค่ำเลยได้มีโอกาสเป็นเซฟอีก ธามพยักหน้ารับคำชมเล็กน้อยขณะกำลังเก็บจานไปล้างแต่มือหนาดันมาฉวยเอาไปเสียก่อน “ไปนอนเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมล้างเอง”

“อืม” ธามตอบรับตั้งใจว่าจะหมุนตัวกลับแต่โดนมือหนารั้งเอวเอาไว้แล้วดึงเบาๆให้เข้าใกล้กว่าเดิม ริมฝีปากร้อนของอีกคนประทับลงที่หน้าผากในขณะที่เลื่อนมือจากเอวบางมาศีรษะของอีกคน ถอนจูบออกแล้วขยี้หัวอย่างแผ่วเบา

“ฝันดีนะครับ”

“อืม นายก็ด้วย” สิงห์ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเดินไปอีกทาง นัยน์ตากลมมองแผ่นหลังกว้างจนลับสายตาถึงเดินไปยังห้องตัวเองบ้าง พอลูกกลอนประตูถูกปิดออกแอร์เย็นเฉียบที่มีคนมาเปิดมันเอาไว้รออยู่แล้วจึงประดังเข้าใส่ ธามแทรกตัวเข้ามาในห้องปิดประตูแล้วล็อคกลอนก่อนไถลตัวลงไปทรุดกับพื้น ฝ่ามือแตะที่ริมฝีปากแล้วนั่งกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่น

หลังจากจูบนั่นความสัมพันธ์แบบชู้สาวมันก็เริ่มเข้ามาแทนที่เพื่อน ตอนนั้นเขาไม่ได้ปฏิเสธเพราะถ้าจะพูดกันตามตรงแล้วล่ะก็สิงห์มีสิทธิที่จะทำมากกว่าจูบด้วยซ้ำ

ใบหน้าหวานก้มลงที่เข่าแล้วหลับตาลง พลันได้ยินเสียงหนึ่งลอยมากับสายลม

ตี้

น้ำเสียงแบบนี้

“เสือหรือ!!” น้ำเสียงใสตะโกนถามหากแต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือเสียงสะท้อนของตัวเองและความเงียบ ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นจากพื้น ขาเรียวเดินไปที่กระจกที่ตอนนี้ปิดสนิททาบมือกับมันแล้วมองออกไปยังทะเลด้านนอก เห็นแต่ความมืดมีแสงจันทร์เล็กน้อยทำให้พอได้เห็นว่าตอนนี้น้ำทะเลขึ้นสูงเพราะเป็นช่วงกลางคืน

เมื่อกี้เขาทำอะไรลงไป

          ได้ยินเสียงอย่างนั้นหรือ

          “คงจะหูฝาด”

          ใช่หูฝาดต้องหูฝาดไปแน่ๆ

          คนที่แม้แต่ตอนที่เขาป่วยยังไม่มาหา แล้วจะมาบนเกาะที่ไกลขนาดนี้ได้ยังไง

          “ฮึกฮือ” เสียงสะอื้นดังขึ้นทันทีที่คิดขึ้นมาได้ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้

 

          เสียใจที่มันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

 

 

100%

ทำไมมันเศร้าช่วงหลังจะมีแต่พาร์ทเศร้าๆ

รออีกหน่อยมันจะมีหวาน หวานชนิดที่ว่ามดขึ้นเลย

รอเสือค่ะ ช่วงนี้พี่เสือค่าตัวแพง แกแทบไม่ออกมาให้ธามเห็นเลย 55555

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ที่จริงอยากแต่งตอนพิเศษวาเลนไทน์นะแต่วันๆนี้

มันถูกใช้เป็นวันมี่สำคัญมากในเรื่อง 

คือถ้าแต่งมันอาจจะเป็นการสปอยเนื้อเรื่องล่วงหน้าได้ ต้องดูก่อนว่าจะได้แต่งหรือเปล่า

อัพตอนต่อไปวันที่ 19 เนาะ ถ้าวันที่ 19 แล้วไม่อัพไปตามที่เพจนะค่ะ

ขอบคุณจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น