vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 รอยจูบสัญลักษณ์ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 รอยจูบสัญลักษณ์ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2563 17:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 รอยจูบสัญลักษณ์ (2/2)
แบบอักษร

ร้านเบเกอรี 

กลิ่นหอมของขนมปังยังคงเป็นกลิ่นที่ผมหลงใหลเสมอ เป็นอีกวันที่มันดูสดใสเหลือเกิน สงสัยเมื่อเช้ากินอิ่มเลยพร้อมทำงานเต็มกำลัง ลูกค้าทั้งใหม่และประจำยังคงทยอยมาไม่ขาดสาย ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นี่ถือเป็นงานพาร์ตไทม์ที่ทำแล้วมีความสุขชะมัด  

เข็มนาฬิกาเดินไวจนถึงช่วงเวลาเย็น... 

“วันนี้ป้าเก็บขนมคัพเค้กไว้ให้ชานมด้วยนะคะ สูตรแป้งนุ่ม”  

“ขอบคุณครับป้า ไว้เดี๋ยวก่อนเลิกงานผมจ่ายให้นะ” ผมหยิบที่คีบมาล้างน้ำตรงอ่าง 

“ไม่ต้องเลย ไม่ต้องจ่าย”  

“ป้าเนท ของซื้อของขายนะครับ ไม่เอา”  

ป้าหยิกแก้มผมด้วยความเอ็นดูเหมือนลูกหลาน  

“ป้าทำไว้ให้เรา ไม่ต้องคิดมากเรื่องเงินทองหรอกนะคะ ชานมก็เหมือนหลานป้าคนหนึ่งป้าทั้งรักทั้งเอ็นดู”  

“ขอบคุณนะครับป้า ผมก็รักป้าเหมือนกัน”  

ป้าเนทยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปทางหลังร้าน ส่วนผมเดินออกมาจากทางเคาน์เตอร์เพื่อมาดูขนมว่าอันไหนยังเหลืออยู่บ้างกี่ชิ้น  

เสียงกริ่งตรงหน้าประตูดังขึ้นเรียกความสนใจผมให้หันไปมองคนที่เปิดประตู  

“ร้านปิดรึยังครับ ชานม” บอลในชุดนักกีฬาขาสั้นพร้อมไปออกกำลังกาย 

“บอลมาทำอะไรที่นี่” เขาเดินเข้ามาหา  

“ผมกำลังว่าจะไปวิ่งน่ะ แต่ผ่านร้านเบเกอรี มองเข้ามาก็เห็นชานมพอดี”  

“อ๋อ รับขนมอะไรสักชิ้นไปกินระหว่างวิ่งด้วยไหม” ผมถามด้วยความสดใส  

อีกฝ่ายหัวเราะ  

“เอาจริงดิ วิ่งไปกินไปเนี่ยนะ” บอลเหลือบมองตรงคอผมอย่างสังเกตก่อนใช้นิ้วแตะนิดๆ ผมสะดุ้ง 

“ตรงคอน่ะ มีรอยจูบอีกแล้วนะ”  

“ฮะ มันเห็นชัดเหรอ” ผมใช้มือแตะตรงคอ บอลเขยิบเข้ามาใกล้เหมือนจะช่วยดู  

เสียงประตูร้านเปิดเข้ามาอีกรอบพร้อมกับคนตัวสูงในชุดสูท เซนมาจังหวะตอนบอลกำลังก้มหน้าลงมาใกล้ผม 

“ทำอะไร!!” เซนกระชากคอเสื้อบอลจนเขาเซออกห่าง ผมตาโตรีบจับแขนร่างสูงไว้  

“คุณเซนทำอะไรน่ะครับ” 

“ใจเย็นนะครับ ผมแค่ดูรอยจูบตรงคอให้ชานม ไม่ได้ทำอะไร” บอลยกมือขึ้นเพื่อโชว์ความบริสุทธิ์ใจ  

ทั้งที่ใบหน้าหล่อของเซนควรเรียบเฉย ตอนนี้มันดูเหมือนเขากำลังหงุดหงิด  

“แล้วมันเกี่ยวกับอะไรกับนาย ถ้าชานมจะมีรอยจูบ” เซนถามเหมือนหาเรื่องกับบอล  

โอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย อย่ามาพูดเรื่องผมต่อหน้ากันแบบนี้ได้ไหม  

“ผมเป็นเพื่อนชานม ก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา” บอลยังคงตอบต่อ  

แววตาเข้มเริ่มดุดันเมื่อเห็นคนต่อปากต่อคำเขา ห้ามมาตีกันกลางร้านเด็ดขาดนะ โนๆ  

“เอ่อ คือ...มันไม่ใช่รอยจูบหรอกครับ มันอาจเป็นรอยแมลงกัด” ผมแก้สถานการณ์  

ทว่ามันกลับไม่ดีขึ้นเมื่อคนตัวสูงที่ผมจับแขนเขาอยู่บอกออกมาหน้าตาเฉย  

“ใช่ มันเป็นรอยจูบ ซึ่งมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเพื่อนอย่างนายที่จะต้องมาจับหรือแตะต้องคอของชานม!”  

“คุณเซนหยุดนะครับ อย่าเสียงดังได้ไหม” ผมปราม  

ก่อนประโยคของบอลจะเรียกความสนใจของเซน ส่วนผมก็ถึงอึ้งไปตามๆ กัน 

“ทำไมจะไม่เกี่ยวครับ เพราะผมชอบชานม ผมก็เลยสนใจเขา อยากรู้เรื่องของเขา มันพอจะเป็นเหตุผลให้เกี่ยวได้ไหมล่ะครับ” บอลพูดเหมือนจงใจกวนไม่ได้จริงจัง แต่คนฟังข้างกายผมกำหมัดแน่น  

“ชานมกลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!” เขาคว้าข้อมือผมพร้อมลากออกจากร้าน ผมสะบัดมือออก 

“ผมยังไม่เลิกงานครับ ถ้าคุณอยากให้ผมกลับกับคุณ คุณควรไปรอข้างนอก”  

“ชานม” เซนทำเสียงดุ  

แต่ผมจริงจังเรื่องเวลาและหน้าที่ของตัวเองมาก ผมจ้องกลับ  

“ช่วยเกรงใจเวลาของผมด้วยครับ”  

พอเห็นสีหน้าของผม เซนเลยยอมปล่อยมือแล้วออกไปข้างนอกร้านแต่โดยดี เขามาทำอะไรที่นี่กัน อย่าบอกนะว่ามารับผม? มารับเอง? 

ผมหันมามองบอลจัดแจงเสื้อผ้าตัวเอง เขาเงยหน้า  

“ขอโทษแทนคุณเซนด้วยนะ เขาคงไม่ได้ตั้งใจจะกระชากคอเสื้อบอลแบบนั้น”  

“ไม่เป็นไรหรอก เขาก็คงหึงชานมนั่นแหละ”  

“บ้า เขาจะมาหึงผมได้ยังไง” เป็นไปไม่ได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้... 

“เขาคือคนที่ทำรอยจูบตรงคอของชานมใช่ไหมล่ะ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่ ที่เขาจะหึง”  

“มันไม่ใช่แบบที่บอลคิดจริงๆ เอ่อ คือ...มันอธิบายให้เข้าใจยากน่ะ”  

“ยากที่จะอธิบายขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาทำหน้าอยากรู้อยากเห็น ผมพยักหน้า  

ให้อธิบายได้ยังไงเล่าว่า อีกฝ่ายเขาเป็นแวมไพร์เชียวนะ... 

“มันอธิบายยากจริงๆ” ผมว่า  

“แปลว่าชานม ไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายคนเมื่อกี้หรอกเหรอ”  

“เปล่า ไม่...ไม่ได้คิดอะไร...” ผมตอบได้ไม่เต็มปากสักเท่าไหร่ บอลยิ้ม 

“ที่บอลบอกว่าชอบไปเมื่อกี้น่ะ บอลพูดจริงนะ....บอลชอบชานมแบบเพื่อน”  

ประโยคท้ายทำเอาผมโล่งใจ เมื่อเห็นบอลหลุดหัวเราะแล้วโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหู  

“บอลแค่เห็นคนขี้เก๊กแล้วรู้สึกอยากแกล้งน่ะ” เขาถอยห่างก่อนยกมือขึ้นมาขยี้ผมของผม  

“แปลว่าที่พูดเมื่อกี้ จงใจแกล้งเขาเหรอ” เขาพยักหน้าแล้วหันไปชี้ขนมสองสามชิ้นเอากลับไปกินที่บ้านด้วย  

ผมช่วยป้าเนทเก็บร้านอยู่สักพัก เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็เดินออกมาทางหน้าร้านถึงกับหยุดกึก  

เมื่อเจอเซนยืนกอดอกยืนพิงรถหรู ใบหน้าบึ้งดูหงุดหงิดสุดๆ ใกล้ระเบิดลงทุกเมื่อ คิดว่าเขากลับไปแล้วซะอีก  

“ยืนรอนานรึเปล่าครับ”  

“ผู้ชายคนเมื่อกี้มันเป็นใคร” เขาไม่ได้ตอบแต่กลับถามคำถามจี้มาแทน  

“เพื่อนที่มหาวิทยาลัยครับ”  

“ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับเพื่อนคนนี้จะดีกว่า เลิกคบเป็นเพื่อนไปเลยยิ่งดี”  

หา?!  

“คุณพูดอะไรของคุณ เขาเป็นเพื่อนผมนะครับ”  

“แต่สิ่งที่มันคิด มันไม่สมควรได้อยู่ใกล้นาย!”  

“บอลเขาไม่ได้คิดอะไร คุณอย่าใส่ร้ายเพื่อนผมได้ไหมครับ” เซนดึงแขนผมให้เขยิบเข้าหาเขา  

“ฉันไม่ได้ใส่ร้าย แต่ฉันพูดความจริง นายไม่เชื่อเหรอ”  

“ใช่ครับ ผมไม่เชื่อ และผมก็ไม่รู้ว่าคุณหงุดหงิดอะไรมาด้วย โอ๊ย! คุณเซนผมเจ็บนะ”  

เขาเปิดประตูรถพร้อมกับดันผมเข้าไปในฝั่งข้างคนขับแล้วปิดประตูเสียงดังปึง! เซนเดินอ้อมมาอีกฝั่งสร้างความกลัวให้เล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปกินรังแตนที่ไหนมาถึงได้อารมณ์ขึ้นผิดปกติแบบนี้  

“เราจะไปไหนกันครับ ทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านคุณนี่” ผมถามพอเห็นรถเลี้ยวไปอีกทางแทน  

ร่างสูงไม่พูดไม่จาเอาแต่มองถนนเบื้องหน้า เฮ้อ เขาคงไม่พาผมไปปล่อยทิ้งกลางถนนในป่าลึกหรอกนะ  

 

ผมมองนอกกระจกดูเส้นทางที่เขาขับผ่าน ย่านนี้ส่วนมากเป็นสถานบันเทิง พวกบาร์ทั้งนั้นเลย  

รถมาจอดสนิทอยู่หน้า Bar Night ถือเป็นบาร์หรูหราระดับหนึ่ง ดูจากลักษณะภายนอกบวกกับรถที่จอดอยู่แถวนี้ มีแต่รถหรู ว่าแต่เขามาทำอะไรที่นี่  

“ลงมา” เขาเปิดประตูรถ  

“เรามาทำอะไรที่นี่ครับ”  

“มาดื่ม”  

“หือ?” ผมเอียงคองง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม  

“มาดื่ม!” เขาย้ำอีกรอบ  

“ถ้างั้นผมขอกลับไปรอที่บ้านได้ไหม อ๊ะ!” ข้อมือเล็กถูกรวบไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขา  

เขาออกแรงกระชาก ย้ำว่าฉุดแรงมากจนผมเซไปชนไหล่เขาเต็มแรง  

“ฉันไม่อนุญาตให้นายไปไหนทั้งนั้น นายต้องเข้าไปในร้านด้วย”  

“ผมเพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้ต้องขออนุญาตคุณก่อนด้วยเหรอครับ ถ้าหากผมจะไปไหนมาไหน” ผมพยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากการจับกุม 

“ใช่” เสียงเข้มเน้นเสียงชัดเจน  

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยนะครับ ทำไมผมต้องมาทำตามใจคุณด้วย”  

“ต้องเป็นก่อนใช่ไหม นายถึงจะยอมเชื่อฟัง” เสียงเย็นเฉียบทำให้ผมนิ่งและยอมหยุดเถียง  

ขืนเขาโมโหหรือหงุดหงิดขึ้นมา มันคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ 

“คุณอยากดื่มไม่ใช่เหรอครับ รีบเข้าไปในร้านเถอะ”  

ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง เดี๋ยวค่อยหาโอกาสแอบหนีกลับตอนเขาดื่มจนเมาแล้วก็ได้!  

ทั้งที่คิดไว้อย่างนั้นแท้ๆ.... 

ความคิดเห็น