ฮะนะชิ

เมื่อผู้มีพลังพิเศษกลุ่มหนึ่งยกยอตนว่าสมควรเป็นผู้ครองโลก ผู้ไม่เห็นด้วยจึงต้องขัดขวางแผนการวินาศกรรมนั่นให้ได้! นิยายโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งแรกของโลก! (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

ชื่อตอน : บทที่ 2-4

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ ศึกเดิมพันคนเหนือโลก แฟนตาซี ไซไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2563 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2-4
แบบอักษร

เก๋าหวนนึกถึงชีวิตประจำวันของคิม 

คิมเปลี่ยนคู่รักเหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่ต้องลงทุนเดินไปถึงบาร์ แค่ระหว่างทางถนนที่ไปถึงบาร์ หรือแค่ออกไปข้างนอกเขาก็ได้สาวในสเปคกลับมาควงแล้ว นั่นทำให้เก๋านึกอิจฉาคิมอยู่เสมอ 

แต่ว่าครั้งนี้ เสือผู้หญิงอย่างคิมกลับโดนตัดหางด้วยเรื่องผู้หญิงเสียแล้ว 

เก๋าเงยหน้ามองแผ่นป้ายร้าน ตัวอักษร ‘เฮเลน แดนซ์ฮอลล์’ ถูกตั้งขึ้นไว้สูงเหนือหัว แต่ด้วยความที่มองป้ายในตอนกลางวันที่ไม่มีแสงไฟนีออน ก็เลยชวนให้รู้สึกเหงาๆ อย่างไรชอบกล เมื่อเก๋าเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปก็พบว่า ด้านในนั้นมืดสนิทราวกับอยู่ในโพรงถ้ำ มีเพียงแสงไฟจากป้ายหนีไฟที่ส่องสว่างจนเห็นเงาของหญิงคนหนึ่งที่กำลังดื่มเหล้าตรงเคาน์เตอร์ เก๋าเดินไปท่ามกลางความมืดอย่างระมัดระวังแต่กลับมีอะไรบางอย่างพันขา เมื่อมองลงไปด้วยสายตาซึ่งเริ่มชินกับความมืดก็พบว่ามันคือเส้นของสายไฟระโยงระยางพันกันมั่วอยู่บนพื้น 

หญิงสาวหันมาตามเสียงเดินสะดุดของเขา 

“ตอนนี้ไม่มีทั้งแดนส์หรือเหล้าหรอกนะ ไว้หกโมงแล้วค่อย...” 

“ผมตามหาคนอยู่” 

“ที่นี่ก็ไม่มีใครนอกจากฉันซะหน่อย?” 

หญิงสาวจ้องมองเก๋าตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังสนุก 

“รู้จักผู้ชายคนนี้ไหม?” 

พอยื่นรูปภาพของคิมให้ดู หญิงสาวก็มีท่าทีเปลี่ยนไปทันที น้ำเสียงนั้นดูแข็งกร้าวขึ้น 

“ไม่รู้จัก” 

“ไม่รู้จักจริงๆ เหรอ?” 

“อะไรกัน นี่คิดว่าพูดแบบนั้นแล้วคำตอบมันจะเปลี่ยนหรือไง?” 

“แล้วจะเปลี่ยนไหมล่ะ?” 

“ก็บอกว่าไม่รู้ไงล่ะ จะถามวันนี้หรือพรุ่งนี้คำตอบก็เหมือนเดิมนั่นแหละ” 

พอพูดจบหญิงสาวตรงหน้าก็นิ่งไป ดูท่าเจ้าหล่อนจะสังเกตเห็นแบงค์สีเขียวร้อยดอลล่าห์ที่เหน็บไว้ระหว่างนิ้วของเก๋าแล้ว เขาถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเอาไว้ก่อนตามคำแนะนำของบรูโน่ หญิงสาวดึงแบงค์นั้นออกมา 

“ได้สิ ฉันจะบอกให้ เมื่อวานเขานั่งอยู่ที่โต๊ะตรงข้ามนั่น ตอนนั้นเขาดูเมามาก แต่เห็นว่าแซ่บดีแถมยังแต่งตัวหล่อด้วย ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะหลอกเอาเงินสักหน่อยแล้วค่อยพาขึ้นเตียง… ถ้าเป็นผู้ชายงานดีแบบนั้นใครๆ ก็อยากได้ใช่ไหมล่ะ? แต่ใครจะไปนึกว่าเขาจะปฏิเสธฉันแล้วก็วิ่งตาตื่นหนีออกไปอย่างกับคนบ้า นั่นมันทำให้คนอื่นล้อฉันไม่ใช่น้อย เขาหาว่า ‘พ่อคนหล่อนั้นมองเธอแล้วคงคิดว่าป๊ะเข้ากับไดโนเสาร์ล่ะสิ’ เลยนะ!” 

“แล้วเขาออกไปทางไหนล่ะ?” 

“คิดว่าฉันจะรู้เหรอ?” 

เจ้าหล่อนพูดออกมาแบบนั้นก็จริง แต่ไม่รู้ด้วยผลของแบงค์ร้อยดอลล่าห์หรืออย่างไร เธอก็นิ่งเงียบเหมือนเริ่มคิดอะไรบางอย่าง 

“เขาคงไปทางเหนือล่ะมั้ง? ฉันเห็นเขาตอนวิ่งออกไปน่ะ” 

เก๋าเปิดปากถามอะไรต่อหลายคำถาม แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมานอกจากข้อมูลนั้นก่อนจะเดินออกมาจากร้าน 

 

หลังออกไปข้างนอก เก๋าไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังถูกจับตามองจากรถสีดำที่จอดบนถนนฝั่งตรงข้าม 

จอร์จกำลังสังเกตการณ์เก๋า เขาเป็นสมาชิกของหน่วยปฏิบัติการในสังกัดหน่วยข่าวกรองแห่งชาติและเป็นคนของฝั่งซุส ซุสเป็นคนที่เลี้ยงดูลูกน้องภายในหน่วยข่าวกรองหลายคนรวมถึงเขาให้เติบโตขึ้น แต่ก็ไม่มีใครคนไหนได้เข้าไปในกลุ่มภูผาศักดิ์สิทธิ์ และถูกปฏิบัติเป็นเพียงสมาชิกที่คอยให้ความช่วยเหลือภายอกองค์กรเท่านั้น 

จอร์จจ้องมองการเคลื่อนไหวของเก๋าพลางกัดแฮมเบอร์เกอร์เข้าปาก เขาซื้อมันมาจากร้านใกล้ๆ  รสชาติของผักกลบรสอันละเอียดอ่อนของเนื้อไปจนหมด เขาอดคิดแบบนั้นไม่ได้ทุกครั้งที่แฮมเบอร์เกอร์นั้นเข้าปาก ในเวลานี้เขาควรจะนั่งกินข้าวเที่ยงแสนอร่อยที่บ้านแท้ๆ 

ใครจะไปนึกว่าภาระกิจบ้าๆ จะทำให้เขาต้องมานั่งกินแฮมเบอร์เกอร์รสชาติห่วยแบบนี้… 

เป้าหมายที่เขากำลังจับตามองเริ่มเคลื่อนไหว จอร์จจึงรีบกลืนแฮมเบอร์เกอร์ที่เหลืออย่างรีบเร่งก่อนจะเอื้อมมือหมายจะสตาร์ทรถ แต่กลับมีใครบางคนเคาะรถจนต้องหันกลับไปมอง 

“โธ่เว้ย มีอะไรวะ...” 

พอเงยหน้ามอง เขาก็พบกับคาเรนยืนอยู่อีกฟากของหน้าต่างกำลังจ้องมองมายังตนด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

“หัวหน้า!” 

อาหารที่กลืนเข้าไปติดคอจนจอร์จไออย่างแรง เขารีบหยิบโคล่าขึ้นมาดื่มจนอาการดีขึ้นแต่ด้วยเสียงเคาะกระจกจากคาเรนทำให้เขาต้องเปิดประจกลงอย่างเสียไม่ได้ 

“หัวหน้า ผมนึกว่าจะผมจะตายซะแล้ว” 

“ทำภาระกิจอยู่เหรอ?” 

“คือ… ขอโทษจริงๆ ครับ ผมพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ได้” 

“ตามสะกดรอยใช่ไหมล่ะ?” 

คาเรนพูดดัก 

“คนที่จะให้เธอที่มีฝีมือสะกดรอยตามระดับนี้มาทำงานได้ก็มีแค่คนบ้านั่นคนเดียวเท่านั้นแหละ ให้ตายสิ พอกันเลยทั้งคู่ แล้วได้เรื่องบ้างไหมล่ะ? ดูท่าตอนช่วงเช้าเธอคงจะโดนตาบ้านั่นปั่นหัวเอาไม่น้อยเลยล่ะสิ” 

นี่ก็ไม่ได้อยากจะโดนปั่นหัวสักหน่อย จอร์จคิดพลางรู้สึกสมเพชตัวเอง 

“ซุสกังวลอะไรอยู่นะ?” 

จอร์จตกใจ พูดตามตรง เขาเองก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่การแย่งชิงอำนาจภายในมันก็เป็นเสียแบบนี้ ผู้ที่ยึดติดคิดจะเอารัดเอาเปรียบกันมักมีหายนะรออยู่ จอร์จชอบหัวหน้าแบบคาเรน เธอทั้งสวย มั่นใจ มีความสามารถและเป็นคนซื่อตรงมากคนหนึ่ง แต่การจะเลือกข้างผู้อำนวยไปอยู่กับเจ้าหล่อนก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่รับประกันว่าเขาจะถูกว่าจ้างให้ทำงานต่อได้ เขายังมีหนี้สินต้องหาใช้กับลูกเมียที่ต้องดูแล และยิ่งคิดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจซึ่งกำลังวุ่นวายในกรีซตอนนี้ ก็ไม่เหลือช่องว่างอื่นใดเหลือให้เขาได้เลือกเลย 

รู้กันดีในหมู่หน่วยข่าวกรองว่าการอยู่ข้างผู้อำนวยการอัลเบิร์ตไม่เกิดประโยชน์อะไร นั่นไม่ใช่เพราะปัญหาเรื่องความสามารถ แต่เป็นเรื่องของอายุ เพราะอีกไม่นานอัลเบิร์ตก็จะเกษียณแล้ว ในตอนนี้มีการเก็งตัวรองผู้อำนวยการซุสเอาไว้แทนที่ เท่ากับว่าหลังจากอัลเบิร์ตเกษียณในอีกสองปีข้างหน้า คนที่สนับสนุนเขาก็จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่นับคนใกล้ชิดมาหลายปีอย่างคาเรน คนอื่นในหน่วยงานที่เหลือก็รู้ดีว่าพวกเขาควรจะเลือกใคร 

แต่ทุกอย่างนั้นล้วนเป็นเพียงสิ่งที่รู้กันเงียบๆ เพราะเหตุนั้นเขาจึงรู้สึกว่าคำถามที่เชิงแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายของคาเรนเป็นคำถามที่ฟังดูยากเกินจะตอบ จอร์จลังเลไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่ดูท่าคำถามนั้นของคาเรนจะเป็นเพียงคำถามซึ่งไม่ต้องการคำตอบ 

ในตอนนั้น เก๋าที่อยู่อีกฝั่งของถนนก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขากำลังจะคุยอยู่กับใครบางคน แต่จู่ๆ ก็วิ่งหายไป 

ความคิดเห็น