tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมวดครับ...พักหน่อยมั้ย

ชื่อตอน : หมวดครับ...พักหน่อยมั้ย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2563 12:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมวดครับ...พักหน่อยมั้ย
แบบอักษร

หมวดครับ...พักหน่อยมั้ย

 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมกับทีมเดิม (ไอ้เจ กับจ่าสน) ก็ออกจากสน.ในช่วงสายเพื่อเดินทางไปที่โรงงานที่นันทิดาทำงานอยู่ ผมถือหนังสือขอความร่วมมือจากที่สำนักงานไปติดต่อแผนกบุคคลเพื่อของพบพนักงานในสังกัดของพวกเขา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี พวกเราได้พบหัวหน้างานของนันทิดา พร้อมกับได้สอบถามถึงศิริลักษณ์ผู้ตาย ซึ่งสิ่งที่ได้คือ ผู้ตายลาออกไปเมื่อหกเดือนก่อน และหัวหน้างานก็ไม่ได้สนิทกันมากพอจะให้ข้อมูลมากไปกว่านี่ ความหวังจึงตกอยู่ที่นันทิดาแทน

โชคดีที่วันนี้นันทิดาเข้ากะในช่วงเช้าจึงอยู่ให้เจอได้พอดี ซึ่งเจ้าตัวก็ดูตกใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆก็มีตำรวจไปหา

“พวกคุณมาหาฉันมีเรื่องอะไรหรอคะ” เธอถามพวกเราหลังจากที่หัวหน้างานอนุญาตให้เพื่อนพักเบรก เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างพวกผม

“คุณรู้จักผู้หญิงคนนี่หรือเปล่า” จ่าสนทำหน้าที่เอาภาพถ่ายหน้าบัตรประชาชน กับภาพถ่ายที่เราปริ้นออกมาจากเฟสบุ๊คของผู้ตายให้นันทิดาดู

“โบว์” เมื่อเธอเห็นรูปก็พึมพำชื่อคนในรูปออกมา ก่อนจะเงยหน้ามองพวกเราดเวยสายตาเป็นคำถาม

“ฉันรู้จักเธอค่ะ เธอเคยเป็นพนักงานที่นี่เหมือนๆกับฉัน”

“เธอลาออกจากที่นานยัง”

“สักห้า หก เดือนนี้แหละมั้ง”

“ทราบมั้ยครับว่าทำไม”

“ไอ้โบว์มันมีแฟน เลยย้ายงานไปอยู่กับแฟน”

“แฟนเธอเป็นใคร คุณพอจะทราบมั้ยครับ”

“ไอ้นพ เพื่อนต้า

“นายต้านี้ใคร”

“ไอ้ต้าเป็นเพื่อนฉันที่มาจากชัยภูมิด้วยกัน มันมีเพื่อนที่โรงงานนู้นอยู่หลายคน ไอ้นพมันเป็นเพื่อนไอ้ต้า ช่วงสิ้นเดือนมีกินเลี้ยงกันบ่อยๆ ไอ้นพมันเลยเจอกันกับไอ้โบว์ ก็จีบๆกันแหละ หลังจากนั้นมันก็เป็นแฟนกัน”

“โบว์กับนพ เคยมีปัญหาอะไรกันมั้ย”

“บ่เคยน๊า” สาวโรงงานหลุดภาษาถิ่น

“โทดๆ ไม่เคยนะ ก็เห็นรักกันดี”

“โบว์เคยมีเรื่องเครียดอะไรมาเล่าให้ฟังบ้างมั้ยครับ” ผมถามเพราะเด็กหอมจันทร์เคยบอกว่า ผู้ตายเคยโทรหาและมีท่าทางเครียดๆให้เห็น

“ก็มีแต่เรื่องที่ทำงานแหละ มันก็ปกติเศรษฐกิจแบบนี่ บางทีงานมันก็น้อยเงินมันก็ลด บางที่ก็คือปิดตัวไปเลย”

“หกเดือนมานี้เจอกับศิริลักษณ์บ่อยมั้ย”

“เดือนละสองสามครั้งได้ แล้วแต่ว่าหยุดตรงกันมั้ย”

“ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน เมื่อไหร่”

“สักสิบห้า หรือสิบหกมั้ง...อืม เอ่อๆสิบหก จำได้ว่าวันนั้นไอ้โบว์ถูกหวยกับเบอร์ทอง ได้แหวนมาวงนึง จำได้ละๆ”

 

ก่อนวันพบศพหนึ่งอาทิตย์พอดีสินะ

 

“หลังจากนั้นได้ติดต่อหากันอีกมั้ย”

“ไม่อ่ะ” อีกคนส่ายหัว ก่อนจะหันไปเจอใครสักคนเข้าแล้วร้องเรียกออกมาพร้อมกวักมือไวๆเรียก

“ต้า ต้าๆ บักต้า!!” ผู้ชายที่นันทิดากวักมือเรียกที่แท้คือ นายต้า เพื่อนของนายนพ นั้นเอง

“แม่นหยังล่ะ” ต้าเป็นหนุ่มร่างเตี้ยผิวเข้ม หน้าตาบ่งบอกถึงลักษณะของชาวอีสาน เดินเข้ามาหา หลังจากที่เห็นนันทิดากวักมือเรียก

“นี่ตำรวจ”

“ห่ะ!! ผมไม่ได้รับแทงบอลนะครับ” นายต้าโพลงออกมาเมื่อรู้ว่าพวกผมเป็นตำรวจ แถมใบหน้าคล้ำนั้นยังดูซีดลงด้วย

“เอ่อ ว่ายังไงนะ” ไอ้เจมันถามย่ำเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองฟังอะไรถูกต้องหรือเปล่า

“ผมเปล่ารับแทงบอลนะครับ” โป๊ะเชะ ผู้ร้ายหลุดปากเอง แถมท่าทางยังออกอาการอย่างชัดเจนด้วย

“ฮ่าๆๆๆ อย่างนี้ก็ได้ด้วย” จ่าสนถึงกับหัวเราะออกมา

“เพิ่นบ่ได้มาย้อนเรื่องนี้ มึงนี้กะดาย บอกจั๊กเทือแล้ว” นันทิดาบ่นเพื่อนทั้งยังตีแรงที่หลังอีกฝ่ายแล้วดึงให้นั่งลง

“นั่งลงๆค้านแหงนคอ เมือย”

“พวกผมมาเรื่องอื่นครับ” ผมเป็นคนบอกเขาเอง พอได้ยินอย่างนั้นสีหน้าของนายต้าก็ดีขึ้น

“โอ๋ๆ นึกว่าอีหยัง มีเรื่องหยังล่ะครับ โอ๊ะๆ คุณตำรวจมีธุระอะไรหรือครับ” ตอนแรกนายต้าก็พูดภาษาถิ่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาษากลางที่ฟังดูแปร่งๆ

“นายต้ารู้จักกับนายนพ กับ โบว์ใช่มั้ยครับ”

“ใช่ๆ บักนพกับอีโบว์ โอ้ย!!” นายนพที่ถูกนันทิดาร้องขึ้น

“เว้าดีๆ”

“เอ้อ!” นายนพทำหน้าเซ็งที่ถูกดี มองดูว่าทั้งสองคนสนิทกันมาเลยทีเดียว

“นพกับโบว์เป็นหมู่พวกผมนี่แหละครับ” นพมันพูดกลางปนอีสานจนเกือบจะฟังไม่รู้เรื่อง

“นพมันเฮ็ดอยู่โรงงานฝรั่ง ตอนแรกโบว์มันก็เฮ็ดอยู่นี่ แต่บัดพอมันเป็นแฟนกันมันก็ย้ายไปเฮ็ดงานอยู่ที่เดียวกัน”

“นายต้าพอจะมีรูปนายนพมั้ย”

“มีในเฟสครับ” แล้วต้าก็หยิบเอามือถือของตัวเองมาเปิดเฟสแล้วเลื่อนค้นหานู้นนี้อยู่แป๊ปนึง ก่อนจะส่งให้พวกเราดู

“รูปมันถ่ายคู่กับโบว์ หัวแต่ถ่ายวั่งมื้อวันที่สิบหกนี่ล่ะครับ”

รูปชายหญิงสองคนที่ถ่ายคู่กันถูกส่งให้พวกผมดู ฝ่ายหญิงนั้นเป็นผู้ตายแน่ๆ อีกคนคือนายนพที่ใครๆพูดถึง

“พอจะติดต่อนายนพได้มั้ย”

“ผมติดต่อมันบ่ได้มาสี่ห้ามื้อแล้วครับ” หือ ถ้านับเวลาก็พอดีกับช่วงที่สันนิษฐานว่าเป็นเวลาตายของศิริลักษณ์พอดีน่ะสินะ

“คุณตำรวจพอจะบอกพวกเราได้ยังคะ ว่าตามหาสองคนนั้นทำไม” นันทิดาถามขึ้นมาหลังจากเงียบไปพักนึง

“เมื่อห้าวันก่อนศิริลักษณ์ถูกพบว่าเป็นศพที่ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปทิ้งที่กองขยะตามจุดต่างๆ” เงียบ ทั้งสองคนถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของผม จากสายตาของตำรวจผมเห็นแววช็อกที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนบนใบหน้าของทั้งสองคน ทำให้ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่รู้เรื่องที่เพื่อนหายไปตั้งแต่ต้น ในรูปการณ์ตามความคิดผม สองคนนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปจนกระทั่งฆาตกรรมของศิริลักษณ์

“หมายความว่า...โบว์ บอ...โบว์” นันทิดาพึมพำอะไรอีกหลายคำ ราวกับตั้งสติไม่ได้

“แล้วๆ แล้วบักนพ...” นายต้าถามถึงเพื่อนอีกคน ที่อาจจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้

“พวกเรากำลังจะถามต่อเลยว่า จะสามารถพบนายนพคนนี้ได้ที่ไหน” นายต้าไม่ได้ตอบคำถามผม เอาแต่อ้าปากพะงาบๆ อย่างคนที่ตกใจรุนแรงจนควบคุมตัวเองไม่ได้

 

ผมนั่งอยู่กับพวกเขาเงียบๆราวๆห้านาทีทั้งสองคนจึงเริ่มมีสติสัมปชัญญะกลับคืนมาบ้าง

“แล้วคุณ...คุณตำ...รวจอยากให้ช่วยอะไรคะ” เป็นนันทิดาที่ถามขึ้นมาก่อน โดยมีนายต้าพยักหน้ารับเหมือนจะบอกว่าเห็นด้วย

“ผมอยากทราบที่อยู่ของทั้งสองคนครับ” พอพวกผมพูดจบ ทั้งสองคนก็เริ่มให้ข้อมูลกับพวกเรา

 

นายนพ หรือ นพพล เป็นชาวชัยภูมิเช่นเดียวกับบุคคลทั้งสาม ก็ตามประสาคนพลัดถิ่นเมื่อเจอคนบ้านเดียวกันก็มักจะคุ้นเคยไว ทำให้ทั้งสี่สนิทสนมกันระดับหนึ่ง ที่มากพอตะไปมาหาสู่ ผมทำเรื่องขอลางานให้กับทั้งสองคนเพื่อช่วยเรื่องคดี เพื่อไม่ให้ทั้งสองถูกตำหนิจากหัวหน้า โดยให้ทั้งสองพาไปยังที่ทำงานของนายนพพล ซึ่งก็อยู่ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมเดียวกันนั้นแหละ

แต่เมื่อมาถึงก็ต้องพบว่าตัวนายนพพลไม่ได้มาทำงานเกือบๆจะอาทิตย์หนึ่งอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ สนับสนุนคำบอกเล่าของนายต้าที่ว่าติดต่อเพื่อนไม่ได้มาหลายวันแล้ว ดังนั้นที่ต่อไปพวกเราจึงต้องไปยังที่พักของผู้สูญหายทั้งสองคน พวกเขาทั้งสองพาเราไปยังห้องพักของผู้ตายก่อน เนื่องจากว่าอยู่ใกล้กว่า

พอมาถึงห้องพักของศิริลักษณ์ซึ่งเป็นลักษณะเป็นตึกสี่ชั้นสองตึกหันหน้าเข้าหากันอยู่ในซอยไม่ลึกนักมีคนพลุกพล่าน ก่อนถึงหอพักมีร้านสะดวกซื้ออย่างเซเวนอยู่ และมีวินมอไซค์อีกต่างหาก

พวกเรามาถึงสักสิบนาทียังไม่ทันได้เข้าไป เนื่องจากรอคนสำคัญของผมอยู่ และไม่นานรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซีรีย์ห้าสีขาวสะอาดป้ายทะเบียนที่ผมคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดข้างๆ ใจผมอ่ะ อยากพุ่งไปเปิดประตูรถเพื่อรับคนที่เพิ่งมาใจจะขาด แต่ติดที่ตอนนี้ผมไม่ได้มีแค่ไอ้เจกับจ่าสน ยังมีเพื่อนของผู้ตายอีกสองคนมาด้วย เลยต้องคีพลุค ทั้งที่ใจจริงผมอย่างวิ่งไปรับถึงหน้าประตูรถเลยเถอะ

“สวัสดีครับหมอชิน” จ่าสนทำท่าเคารพหมอชิน เพราะถึงจะเป็นนายแพทย์แต่หมอก็มียศทางตำรวจเท่ากันกับผม ดังนั้นด้วยลำดับขั้นแล้วจ่าเลยต้องทำความเคารพหมอเวลาเจอ

“หวัดดีจ่า” คนดีของผมยิ้มบางๆให้ ก่อนจะหันมาพยักหน้าทักทายทั้งผมทั้งไอ้เจ

“วันนี้เอารถออกมาขับเองเลยหรอหมอ” ไอ้เจมันทัก

“อืม วันนี้เย็นมีนัดน่ะ” นัดไหน นัดกับใคร ผู้หญิงผู้ชาย นัดเรื่องอะไร คำถามมากมายที่พุ่งพล่านในใจผมแต่ไม่อาจจะเอ่ยออกมาได้ เพราะดันมีบุคคลอื่นขวางอยู่ แงงงง เตธวัชไม่ชอบใจสิ่งนี้

“พวกคุณขึ้นไปบนห้องผู้ตายแล้วหรอ” หมอเตหันมาถามผม ซึ่งกว่าจะนึกได้ว่ามีผมอยู่ตรงนี้ ไอ้ผมก็เกือบจะแห้งเหี่ยวติดประตูรถอยู่แล้ว หึ

“ยังครับ รอหมออยู่”

“ขอโทษที่มาช้า ผมเข้าผิดซอย” ไม่รู้ว่าผมหูแววหรือเปล่า แต่ท้ายเสียงเหมือนหมอจะมีแววขอโทษเป็นเชิงอ้อนยังไงชอบกล (แกเมากาว)

“ไปกับเถอะครับ” จ่าสนเรียกขึ้นมา จนพวกเราทุกคนขยับเดินตามไป โดยมีนันทิดากับนายต้าเดินนำหน้าขึ้นไป

“ตอนเย็นนัดไปไหน” ผมที่เดินรั้งท้ายกระซิบถามหมอชิน

“นัดกินข้าว” ว่าไงนะ ได้ไง

“กับใคร” ผมเริ่มจะงอนแล้วนะหมอ

“กับคุณ” หมอชินตอบแค่นั้นแล้วก็ก้าวยาวๆเร็วๆตามคนอื่นๆขึ้นไปบนอาคาร ในขณะที่ผม...กรี๊ดดดดดดดดด ดีใจอ่ะ แบบใจมันฟูๆ อย่างนี้ก็แสดงว่า หมอชินชวนผมเดทใช่มั้ย งื้ออออออ เตธวัชกดไลน์รัวๆ อยากบิดด้วยจริตสาวน้อย แต่! ทำยังไงฟ่ะ

 

เราทั้งหกมายืนอยู่หน้าห้องๆนึงในตัวตึกซึ่งอยู่ชั้นสอง พยายามเคาะเรียกเผื่อมีใครคนอื่นอยู่ เพราะจากคำบอกเล่าของนายต้ากับนันทิดา บางครั้งนายนพก็มานอนค้างบ้านแฟนสาว เมื่อเคาะอยู่นานไม่มีใครตอบสุดท้ายผมเลยให้จ่าสนไปแจ้งผู้ดูแล เพื่อนำกุญแจสำรองมาเปิดห้องให้

ภายในห้องพักของศิริลักษณ์เป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดสิบคูณสิบเมตรมีห้องน้ำในตัวมีระเบียงด้านหลัง ภายในห้องไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นห้องในแบบผู้หญิงเป็นผู้อาศัยทั่วไป มีเสือผ้าผู้ชายปนอยู่ด้วยไม่กี่ชุด คงเพราะนพพลเองก็คงไม่ได้อาศัยอยู่นี้ประจำ พวกผมถือวิสาสะ (ในแบบทีไม่ถูกต้อง) ค้นภายในห้องเผื่อเจอเบาะแสอะไรที่บอกจะบอกมูลเหตุจูงใจที่จะให้เหยื่อถูกฆ่าได้ แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ ทรัพย์สินของมีค่าของผู้ตาย ดูเหมือนจะยังอยู่ครบ

เมื่อไม่ได้อะไรจากในห้องผู้ตายพวกเราก็หันมาสอบถามผู้ดูแลหอพักแทน โดยแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาได้รู้ด้วย

“ศิริลักษณ์ เคยมีปัญหาหรืออะไรที่น่าสงสัยบ้างมั้ยครับ”

“ไม่นะ แกก็เป็นคนร่าเริงคุยสนุก ยิ้มง่าย บางวันก็ยังซื้อนู้นนี้มาฝากหลังเลิกงานเลย”

“แล้วเคยมีใครที่น่าสงสัยมาหาเขาบ้างมั้ยครับในช่วงหลัง”

“ไม่มี ตอนแรกนึกว่าแกกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะไม่เห็นมาหลายวัน นึกไม่ถึงจะเกิดเรื่องน่ากลัวแบบนี้ขึ้นกับแก”

“ป้าเห็นเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

“วันคืนวันอาทิตย์ จำได้เพราะป้ากำลังดูละครตอนจบที่ห้องทำงาน ยังไม่ดึกมากเลยตอนที่แกออกไป ซัก...สามทุ่มได้มั้ง”

“ขอดูกล้องวงจรปิดได้มั้ยครับ”

“ได้จ่ะ”

พวกเรานั่งดูบันทึกกล้องวงจรปิดกันอยู่นานก็เป็นอย่างที่ผู้ดูแลหอเล่า คืนนั้นผู้ตายไม่ได้กลับมาที่ห้องพัก แต่เพื่อความชัวร์พวกผมเลยขอสำนานไฟล์กลับมาที่สน.เพื่อดูอีกรอบให้ถี่ถ้วน

หลังจากนั้นก็พากันเดินทางไปที่หอพักของนพพลต่อ ที่นี่มีลักษณะคล้ายกันกับหอพักของผู้ชายแต่เป็นรูปตัวอยู่ ต่างกันที่มันอยู่สุดซอยและดูเปลี่ยวกว่า สภาพก็เก่ากว่า บางห้องก็ไม่มีคนอาศัย พอไปถึงพวกผมก็ติดต่อผู้ดูแลหอทันที เพราะขณะที่ผมกับหมอชินไปตามหาผู้ดูแลหอพัก คนที่เหลือก็ขึ้นไปเคาะห้องของนพพล แต่ก็เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่เช่นกัน ดังนั้นเลยต้องให้คนเฝ้ามาเปิดประตูให้เหมือนเดิม

จะด้วยสัญชาตญาณการเป็นตำรวจ หรือ อะไรก็แล้วแต่ ห้องนี้เมื่อเปิดเข้ามาก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับห้องของผู้ตายโดนสิ้นเชิง ทั้งสภาพที่ไม่เรียบร้อย กลิ่นอับภายในห้องที่ไม่น่าจะเกิดจากความเก่าของห้องเช่าทำให้พวกเราหันไปมองหน้ากันอัตโนมัติ

“กลิ่นคาวเลือด” จมูกดีกว่าหมาก็ว่าที่แฟนผมนี่แหละ

“จ่า ไปเปิดเอากล่องอุปกรณ์ในรถให้ผมที” หมอชินหันไปบอกจ่าสนพร้อมทั้งยืนกุญแจรถให้

“อย่าเพิ่งแตะต้องอะไรนะครับออกไปรอข้างนอกก่อน” ไอ้เจหันไปบอกอีกสามคนที่เหลือให้ไปรอที่นอกระเบียง รออยู่อึดใจ จ่าสนก็กลับมาพร้อมกล่องเครื่องมือของหมอชิน (ที่คงไปปล้นเจ้าหน้าที่พฐ.มา ดูได้จากตราประทับที่กล่อง)

“จ่าปิดม่านหน่อย” ผมบอกจ่าสนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ห่าง

เมื่อห้องอยู่ในความมืดหมอชินก็เริ่มฉีดน้ำยาลูมินอลร่องรอยของเลือดก็เริ่มแสดงออกมาให้เห็น

“บิงโก” ไอ้เจมันพูดออกมา ขณะที่พวกผมตามรอยเลือดไป

แสงสว่างจากไปตู้เย็นที่มันเปิดทำให้พวกเราหันไปมอง สิ่งที่อยู่ภายในตู้เย็นเล่นเอาผมยังขนลุกซู่

“เจธนินกับหัวเหยื่อที่หายไป” กริบ ทุกคนได้แต่ทำหน้าแบบ -___-

มันยังมีอารมณ์เล่นน่ะเนอะ

“หามาหลายวัน อยู่ที่นี่เองสินะ” บางทีผมก็เคยคิดนะ ว่าไอ้เจมันโรคจิตหรือเปล่า เหนื่อยใจกับมันจริงๆ

“จ่า ตามทีมเถอะ” ผมรีบบอกจ่าสนก่อนที่ไอ้เจมันจะเล่นมุกโรคจิตอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งมันก็ไม่ว่าอะไร แต่ปิดตู้เย็นกลับเข้าที่เดิม

 

 

ไรท์ // ในที่สุดชิ้นส่วนศพก็ครบเสียที่ เห้ออออ เหนื่อยจะตามหา

 

ขอกำลังใจให้เขาสู้งานหน่อยนะทุกคน และก็ขอขอบคุณอย่างเป็นทางการที่สละเวลาเข้ามาอ่าน นิยายกะโหลกกะลาของเขา รักคุณคนนะคะ

 

หมวดเต : รักเตมั้ยแม่

ไรท์ // รักหมอชิน

หมวดเต : T_T

ไรท์ // เช่นเดิม ฝากติดตามอีหมวดกับหมอชินด้วยน๊าาาา

คอนเมนต์ = กำลังใจ

ว่างๆก็แวะไปทักทายทำความรู้จักกับผู้กองคามินได้ที่. Warnings Love Danger Zone เขตรักอันตราย แล้วจะพบว่าผูัชายหล่อ ไม่ได้สติดีทุกคนนะคะ (เหมือนๆกับอีหมวดที่เดี๋ยวจะรู้ว่า หมอชินน่ะ น่าสงสารสุดแล้วที่ดันมีไอ้หมวดมาชอบ) ไปค่ะทุกคน

 

ความคิดเห็น