ฮะนะชิ

เมื่อผู้มีพลังพิเศษกลุ่มหนึ่งยกยอตนว่าสมควรเป็นผู้ครองโลก ผู้ไม่เห็นด้วยจึงต้องขัดขวางแผนการวินาศกรรมนั่นให้ได้! นิยายโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งแรกของโลก! (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

ชื่อตอน : บทที่ 2-2

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ ศึกเดิมพันคนเหนือโลก แฟนตาซี ไซไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 74

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2-2
แบบอักษร

เก๋าทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนในห้องของโรงแรม แต่เพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาวางสัมภาระทิ้งไว้ในบ้านพักตากอากาศของผู้อำนวยการ 

“ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีเจ้านี่อยู่” 

เก๋าหยิบบัตรเครดิตออกจากกระเป๋า แต่ไม่ทันจะถอนหายใจโล่งอกได้อย่างเต็มปอด เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น 

“ฮัลโหล?” 

“นี่บรูโน่นะ เมื่อกี้คิมติดต่อกลับมาแล้ว” 

“เอ๊ะ?” 

เก๋าเหม่อไปชั่วขณะ แต่ก็ระเบิดความดีใจออกมาทันที 

“งั้นก็เท่ากับว่างานของผมจบแล้วใช่ป่ะ! เจ๋งเลย! แบบนี้ก็จะได้กลับสักที พอกันทีกับ ‘สมาคมปริศนา’ จะเป็นยังไงก็ช่างหัวมัน!” 

“แต่ว่าคิมตัดการติดต่อไปน่ะ” 

“ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย หมายความว่ายังไงน่ะ?” 

บรูโน่อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังคร่าวๆ 

“ฉันคิดว่าคิมน่าจะถูกใครสักคนจับตัวไป” 

“แต่จับไปในเวลาสั้นๆ แบบนั้นเนี่ยนะ? จริงอยู่ที่หมอนั่นน่ะอ่อนแอ แต่ก็คงไม่โดนรุกฆาตได้ง่ายๆ แบบนั้นหรอกจริงไหม” 

“ก็ถ้าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ธรรมดาก็ฟังขึ้นอยู่หรอก” 

“ก็จริง… เดี๋ยวนะ งั้นก็หมายความว่า?” 

“สถาบันวิจัยเอสเอ็นพี คงเป็นฝีมือของคนจากสถาบันวิจัยแน่” 

“เป็นไปไม่ได้หรอก” 

เก๋าลุกขึ้นยืน 

“แต่ว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมตัวคนเดียวคงไม่ไหวหรอก! นายรีบเรียกทุกคนมาที่นี่เร็วเข้า โดยเฉพาะชุนคุง! เจ้าบ้านั่น นี่มันไม่ใช่เวลาเที่ยวเล่นสบายใจนะ!” 

“ก่อนอื่น ตอนนี้ชุนกำลังอยู่ทำภาระกิจ สอง ฉันเรียกคนอื่นไปได้ เดี๋ยวฉันจะติดต่อแต่ละคนแล้วจองตั๋วเครื่องบินเที่ยววันพรุ่งนี้เลย… ฮัลโหล?” 

หลังจากผ่านไปหลายวินาทีก็มีเสียงตอบกลับมา 

“เดี๋ยวก่อน” 

เสียงของเก๋าเปลี่ยนไปฟังดูเย็นชา 

“มีอะไร?” 

“นี่นายไม่มีแผนอะไรเลยเหรอ คิดจะเชื่อคำพูดของหมอนั่นโดยไม่คิดอะไรแล้วเรียกให้ทุกคนมาที่นี่อย่างนั้นเหรอ? ทั้งที่มันอาจจะเป็นนกต่อหรือไม่ก็ตัวปลอมอย่างนั้นน่ะเหรอ? นายที่มันโง่จริงๆ” 

“เสียงนี้ ‘จิตจักรกล’ เหรอ?” 

“เวลาของผมมีสองนาที จากนี้ไปผมจะพูดแผนการของผม นายจงฟังแล้วทำตามนั้นซะ ฟังให้ดีนะ ผมจะเป็นคนกำหนดแผนการครั้งนี้เอง” 

บรูโน่นิ่งเงียบอีกครั้ง บางครั้งเขาก็รู้สึกเหมือนเห็นภาพลวงตา อดคิดไม่ได้ว่า ‘จิตจักรกล’ นั้นไม่ใช่แค่เพียงหนึ่งในพลัง แต่เป็นคู่หูพิเศษคนหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากเก๋า แผนที่ ‘เขา’ ผู้ได้รับความไว้วางใจอย่างล้นหลามจากเพื่อนพ้องเป็นคนกำหนดนั้นไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแผนการอันชวนให้รู้สึกกังวลและหวาดหวั่นเมื่อคิดไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น 

ก่อนหน้านี้คิมเคยพูดเอาไว้ ว่าสักวันหนึ่งเขาจะดึงร่างของ ‘จิตจักรกล’ ออกมาแล้วกระหน่ำซัดให้น่วม บรูโน่เองก็เข้าใจความรู้สึกนั้นของคิมดี นั่นก็เพราะครั้งหนึ่ง ‘จิตจักรกล’ เคยสั่งให้คิมปลอมตัวเป็นคนรักร่วมเพศไปยั่วยวนชายร่างใหญ่หนักราวร้อยกิโลแถมยังให้เปลื้องผ้าล่อนจ้อนอีกด้วย 

เอาเป็นว่า คนที่จะกำหนดแผนการครั้งนี้คือ ‘จิตจักรกล’ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยอมรับกันดีในกลุ่ม 

“...โอเค” 

หลังจากสองนาทีผ่านไป เก๋าก็รู้สึกตัวแล้วตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างไม่คิดชีวิต 

“เดี๋ยวก่อนสิ! นายจะทำตามแผนการนี้ไม่ได้เด็ด...” 

เสียงที่ตอบกลับมา มีเพียงเสียงตื้ดๆ ที่ดังบอกว่าอีกฝ่ายตัดสายไปแล้วเท่านั้น 

เก๋ายืนนิ่งอย่างตะลึงงงงัน เขาเจ็บใจตัวเองที่เรียก ‘จิตจักรกล’ ออกมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล แต่กลับทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก แบบนี้มันสนุกนักหรืออย่างไรกัน? 

เก๋าทิ้งตัวลงบนเตียงนอนแล้วจินตนาการภาพถึงอนาคตอันมืดหม่น 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เก๋าลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงดังบางอย่าง พอลืมตาก็เห็นแสงพระจันทร์สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่าง นาฬิกาดิจิตัลบนโต๊ะข้างเตียงบอกเวลาตีสอง แสงไฟของเลขนาฬิกาส่องประกายสีฟ้าสว่าง เก๋ารู้สึกคอแห้งจึงจะลุกขึ้นมากินน้ำ แต่ตอนนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่ทำให้เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง 

ก็อกๆๆ 

เสียงเคาะประตูนั่นเอง เก๋าลุกไปเปิดประตูด้วยความรู้สึกหนวกหู แต่เมื่อเปิดออกไปก็เห็นคิมที่รอบตัวอาบด้วยแสงจันทร์สีขาวกำลังยืนอยู่ตรงประตูและมองตรงมาทางเขา 

คิมนี่! 

เก๋าเปิดปากกว้างแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา ประหนึ่งว่าเส้นเสียงเขาโดนยึดติดกันด้วยกาว หรือไม่ก็ตัวมันลืมหน้าที่ของตัวเองไปเสียแล้ว คิมส่งยิ้มดูบิดเบี้ยวแปลกประหลาดให้ก่อนจะหันตัวไปด้านหลังแล้วออกเดินไปข้างนอกด้วยท่าทีไม่ดูเป็นธรรมชาตินัก 

           พอตามไปเก๋าก็เห็นว่าข้างนอกส่วนหนึ่งนั้นเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า วัชพืชที่ขึ้นอยู่เป็นสีเทาอ่อน เขาจึงนึกว่าเป็นเพราะแสงสะท้อนจากพระจันทร์ แต่เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ 

           ไม่ ไม่ใช่แล้ว! 

           เก๋านึกขึ้นมาได้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนชั้นสองของโรงแรม ถ้าเกิดเปิดประตูออกไปแล้วเห็นทุ่งว่างรกร้างก็แสดงว่ามีใครบางคนวางระเบิดในเมืองตอนกลางคืน ยิ่งไปกว่านั้น ข้างนอกควรจะเป็นจตุรัสซินตักมา ไม่ใช่พื้นที่รกร้างแบบนี้ 

จังหวะที่เขารู้สึกตัว ความรู้สึกหวาดกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจก็พลันหายไป เขาจับสถานการณ์ออกแล้ว 

เขากำลังอยู่ในความฝัน 

แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเขาเองก็ไม่ได้ฝันมาเป็นสิบปีแล้ว สาเหตุอาจจะเป็นเพราะได้รับการฝึกฝนอันหนักหน่วงตั้งแต่ยังเด็ก หรือไม่ก็เพราะพลังตื่นตัวขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไหน เขาก็ตัดขาดกับการฝันไปนานแล้ว 

น่าแปลกที่ว่า เขากลับจำความฝันที่เห็นครั้งสุดท้ายได้อย่างแม่นยำ ตอนนั้นเขาอายุสิบสองปี หลังจากฝึกซ้อมเสร็จชุนก็เล่าเรื่องผีให้เก๋าฟัง แต่ในตอนนั้นเก๋าไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้กับเรื่องสยองขวัญจนทำให้ชุนต้องผิดหวังคอตกกลับไป เอาเข้าจริงแล้ว ตัวเก๋าเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนั้นมันน่าสนใจหรือน่ากลัวแต่อย่างใด แต่ชุนไม่รู้ว่าหลังจากนั้น เก๋าก็เห็นเรื่องราวนั้นขึ้นในความฝัน เก๋าหวาดกลัวกับฝันนั้นจนตัวสั่นและได้รู้ถึงความกลัวที่แท้จริง ความกลัวเป็นสิ่งที่แทรกตัวเข้ามาจากในกระดูกก้นกบไปจนถึงภายในร่างกายแล้วทะลุผ่านไปยังกระโหลก เป็นความรู้สึกเหมือนกับก้อนน้ำแข็งทะลุทะลวงไปทั่วร่างกาย และหลังจากนั้นมันก็ทำให้ขนอ่อนทั้งตัวลุกขึ้นซู่ จนอยากจะพาตัวเองไปหลบในที่ที่ไม่มีใครจะพบเห็นได้ 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่ฝันอีกเลย 

เก๋าเดินตามหลังคิม ท่าเดินของคิมดูไม่สมประกอบ เขาลากขาไปข้างหน้าเหมือนตอนเดินบนน้ำ ร่างกายของเขามันดู ‘แข็งเกร็ง’ ราวกับเครื่องจักรสนิมเขรอะซึ่งพยายามขยับเครื่องสุดชีวิต 

ลมหายใจของเก๋าเริ่มติดขัดและเร็วขึ้น เขาบอกกับตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความกลัวแต่เป็นเพียงความรู้สึกวิตกกังวล อีกทั้งเขายังรู้ดีว่าถ้าไม่รีบจบความฝันนี้ เขาก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้อย่างแน่นอน เก๋าจึงพยายามดึงตัวออกจากที่นอนให้ได้ 

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องลุกขึ้นมาให้ได้! 

แต่ว่าตัวเก๋าก็ยังคงเดินตามหลังคิมต่อไป 

ทุ่งร้างทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาจนไม่รู้ว่าเดินมาไกลเท่าไหร่ มีเพียงเนินดินที่ปรากฏขึ้นข้างหน้า ตอนแรกมันดูเหมือนกับเนินดินของภูเขาแต่เขาคิดผิด เพราะเมื่อมองดูดีๆ ก็พบว่าเนินนั้นดูโค้งกลม บริเวณผิวปกคลุมไปด้วยต้นวัชพืช และมีแท่งหินซึ่งมีรอยสลักของอักษรเลือนลางจารึกอยู่ 

นี่มันสุสาน หัวใจของเก๋ากระตุกเต้นอย่างเร็ว แต่จู่ๆ ความคิดจะ ‘หนีไป’ นั้นกลับเลือนหายไปจากสมองราวกับถูกอะไรบางอย่างลบออกไป เก๋ายืนมองคิมที่ยืนนิ่งอยู่หน้าหลุมศพ ทันใดนั้นคิมก็หันหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างแข็งตึง 

“นายดูสิ นี่หลุมศพใครกันนะ?” 

เสียงของคิมนั้นแหบพร่าวผิดปกติราวกับเสียงหินเสียดสีกัน 

มองเห็นไม่ค่อยชัดเลย… ไม่ใช่สิ ผมไม่อยากดู! 

เก๋าตะโกนขึ้นในใจ แต่สมองกลับสั่งการคนละอย่าง ตาทั้งสองของเขามองตรงไปยังเสาของหลุมศพ แต่ตัวอักษรที่สลักไว้นั้นมันเลือนลางจนมองไม่ออกจริงๆ 

“ดูอีกทีสิ ผมเป็นใครกันแน่?” 

คิม! นายคือคิม จุนโฮไง! 

เก๋าตะโกนบอกในใจ 

แววตาของคิมที่จ้องมองมาที่เก๋าพริ้วไหวไปมาราวกับลูกไฟของวิญญาณ แต่แล้วคิมก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เขาหัวเราะพลางใช้เล็บข่วนหน้าของตัวเองจนเลือดสีแดงสดไหลออกมา ผิวที่ถูกเล็บกรีดจนเป็นเส้นๆ นั้นค่อยๆ หลุดลอกออกมาทีละแผ่นๆ เหมือนกับแผ่นกระดาษที่ใช้เขียนคำอธิษฐานในวันทานาบาตะลอกร่นจนมาถึงคาง 

คิมส่งยิ้มด้วยใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยเลือดพลางเอ่ยปากถามเก๋า 

“ผมคือใคร? ผมคือใคร?” 

ความหวาดกลัวแทรกตัวเข้ามาจากกระดูกก้นกบทะลุผ่านกะโหลก ร่างกายของเก๋าสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ความกลัวนั้นแทรกซึมเข้ามาทั่วร่างกายราวกับควันไฟที่กำลังพวยพุ่ง ใบหน้าที่ห่างไกลคำว่ามนุษย์ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ กลิ่นเหม็นเน่าของความตายลอยมาถึงใต้จมูก 

เก๋าพยายามหันหนาหนีอย่างไม่คิดชีวิตแต่กลับเสียสมดุลจนล้มหงายหลังไปกับพื้น ร่างของเขากำลังร่วงหล่นลงไปในเหลวลึกที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เขากรีดร้องออกมาพลางยื่นแขนออกไปข้างหน้า แต่ทว่าท้องฟ้ากลับปรากฏใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดพร้อมกับปากที่ขยับถามอย่างไม่รู้จบ 

“ผมคือใคร? ผมคือใคร?” 

เก๋าตะโกนเสียงดังก่อนจะดีดตัวขึ้นมาจากเตียง เขาเปิดปากกว้างพลางร้องโอดครวญ ชุดนอนที่ใส่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้ร่างกายชื้นนั้นรู้สึกเย็นวาบ เก๋ารินน้ำใส่แก้วแล้วกระดกเข้าปากจนหมดในอึกเดียวก่อนจะเปิดไฟแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนด้วยสภาพที่ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

ในที่สุดเขาก็หนีออกจากความกลัวในฝันร้ายนั้นได้ เขาลองใช้เวลานั่งนึกถึงความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้นในฝัน แต่ก็จับถึงความเชื่อมโยงอะไรไม่ได้เลย คิดได้เพียงว่าเป็นฝันที่เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกเป็นห่วงคิมกับความคิดแง่ลบต่อโชคชะตาของตนเอง 

เมื่อเลื่อนเปิดผ้าม่าน แสงอาทิตย์ยามเช้าก็สาดส่องเข้ามาทักทายทำให้รู้สึกดีขึ้น เก๋าใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติก่อนจะออกจากโรงแรม 

ความคิดเห็น