tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมวดครับ...งานหนักมั้ย

ชื่อตอน : หมวดครับ...งานหนักมั้ย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2563 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมวดครับ...งานหนักมั้ย
แบบอักษร

หมวดครับ...งานหนักมั้ย

 

 

จากการสอบถามครอบครัวและคนรู้จักของศิริลักษณ์ทำให้ได้รู้ว่าผู้ตายเป็นลูกคนเดียวของบ้านไปทำงานโรงงานแถวนวนครตั้งแต่สองสามปีที่แล้วไม่ค่อยได้กลับบ้านแต่ก็ส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่เป็นประจำเมื่อประมาณหกเดือนก่อนเจ้าตัวได้เริ่มคบกับผู้ชายคนหนึ่งแต่นายนิวัติกับนางอุทัยไม่เคยเจอว่าเป็นใครรู้แต่ว่าชื่อนายนพทำงานที่เดียวกันกับผู้ตาย

ผมสอบถามถึงที่ทำงานของศิริลักษณ์สองลุงป้าก็ไม่รู้จักเพราะไม่เคยถามลูกสาวไม่เคยไปหาว่าลูกสาวพักอยู่ที่ไหนกับใครยังไงพวกเราเกือบจะเจอทางตันอยู่แล้วตอนที่ไม่รู้ว่าจะสืบต่อไปทางไหนดีเพราะทางครอบครัวของเหยื่อไม่ได้ติดต่อกับลูกสาวทางอื่นๆ เลย

จนกระทั่งกำลังจะกลับนั้นแหละเหมือนฟ้าประทานหรือวิญญาณคนตายนำทางให้ก็ไม่รู้เมื่อมีเด็กสาววัยราวๆ สิบเจ็ดสิบแปดปีถีบจักรยานนำปิ่นโตมาส่งพ่อแม่ของโบว์น้องผู้หญิงคนนั้นเห็นคนออกันเยอะแยะที่บ้านนายนิวัติเลยสอบถาม

นั่นแหละได้เรื่องเลย

น้องผู้หญิงชื่อหอมจันทร์เรียกสั้นๆ ว่าหอมเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันศิริลักษณ์รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ และติดต่อกับผู้ตายทางเฟสบุ๊คอยู่เป็นประจำ

“พี่โบว์อ่ะไปทำงานโรงงานไรนี่แหละแถวนะวะหอมไม่ได้สนใจแต่ก็ติดตาอกันผ่านเฟสบ่อยๆ”

“พี่ขอดูได้มั้ย” ไอ้เจถาม

“ได้ๆ” น้องเขาหยิบมือถือออกมาเปิดแอพพิเคชั่นที่ว่าเลื่อนๆ กดๆ ก่อนจะยื่นให้ไอ้เจดูต่อ

“ช่วงหลังมาพี่โบว์มีความรักแกคบกับคนชื่อนพก็เห็นรักกันดีนะพี่แกเล่าว่างั้น”

“คนไหนชื่อนพ” ไอ้เจทีากำลังเลื่อนหน้าเพสของผู้ตายไปมาถามขึ้น

“ไม่มีหรอกพี่โบว์ไม่เคยโพสต์รูปแฟนเลยขนาดหอมขอดูยังไม่เคยให้ดูเลย”

“ครั้งสุดท้ายที่ติดต่อโบว์ได้คือเมื่อไหร่”

“สองอาทิตย์ก่อนจำได้เพราะตรงกับวันสอบเก็บคะแนนที่โรงเรียนพอดี”

“วันนั้นโบว์มีท่าทางเป็นไงบ้าง”

“ดูเครียดๆ พี่โบว์โทรเฟสมาน้ำเสียงไม่ดีเลยบอกว่าอีกไม่นานคงได้กลับไปอยู่บ้าน”

“ได้ถามอะไรเพิ่มมั้ยครับ”

“ไม่ค่ะวันนั้นหอมต้องสอบเลยไม่ทันได้สนใจอะไรพี่แกคุยกันไม่นานหอมก็วางสาย”

“แล้วหอมพอจะรู้จักเพื่อนหรือใครที่ทำงานกับโบว์บ้างมั้ย”

“อือๆ คนนี้ๆ” เด็กสาวพยักหน้ามั้งยังทำท่ากวักมือเรียกเอามือถือคืนจากไอ้เจ

“นี่พี่แตเป็นคนชัยภูมิเหมือนกันแต่แกอยู่ภูเขียวทำงานที่เดียวกับพี่โบว์” หอมจันทร์เปิดหน้าเฟสหญิงสาวคนหนึ่งพวกผมดูจ่าสนเลยทำการเก็บข้อมูลเพื่อค้นต่อ

“พี่แตแกทำงานอยู่ที่เดียวกันกับพี่โบว์แต่อยู่กันคนล่ะหอ”

“รู้มั้ยว่าโบว์เขาพักที่ไหน”

“ไม่รู้ค่ะพี่โบว์ไม่เคยบอกหอมก็ไม่เคยไป”

“หอมพอจะติดต่อแตให้พวกพี่ได้มั้ย”

“ก็ทำได้แค่ติดต่อผ่านเฟสแหละพี่ถ้าพี่แตไม่ได้เข้ากะก็คงตอบได้”

“ไม่เป็นไรครับหมวดผมส่งข้อมูลให้ฝ่ายไอดีค้นหาอยู่ผมว่าเราอย่าดึงน้องเข้ามาเกี่ยวดีกว่า” จ่าสนว่าจริงของจ่ามันถ้าคนร้ายเกิดรู้ตัวแล้วรู้ว่าตำรวจได้เบาะแสมาจากใครน้องอาจจะซวยไปเพราะงั้นเท่าที่น้องเล่ามาก็ถือว่าให้เส้นทางการสืบหาต้นต่อกับพวกเรามากพอแล้ว

“พวกพี่...หอมถามได้ป่ะ”

“ว่า”

“พี่โบว์ถูกฆ่ายังไงหรอ” พวกผมมองหน้ากันเหมือนจะถามความคิดเห็นกันและกัน

“พี่ว่าหอมอย่างรู้เลย”

“หอมรู้ไม่ได้หรือพี่”

“ไว้ให้เราสืบหาคนร้ายได้หอมก็จะรู้เองแต่ตอนนี้อย่าเพิ่งรู้เลยเดี๋ยวจะกลัวซะเปล่า” น้องมันฟังแล้วเงียบไปไม่ค้านแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ

“งั้นพวกพี่จับคนทำให้ได้เร็วๆ นะหอมสงสารป้าทัยกับลุงวัติแกมีลูกคนเดียวหมดพี่โบว์ไปแกคงจะเศร้าเสียใจจนอยากตายตาม” ฟังที่เด็กมอปลายเล่าพวกผมก็รู้สึกเวทนาคนเรามีลูกก็หวังจะให้ดูแลตัวเองยามแก่เฒ่าคนที่เป็นความหวังในชีวิตมาจากไปเสียก่อนแบบนี่สองลุงป้าคงใจสลายไม่น้อย

“ไม่ต้องห่วงมันเป็นหน้าที่ของพวกพี่อยู่แล้ว” เจมันบอกน้องหอมก่อนจะยิ้มปลอบใจไปที

“ถ้ามีอะไรที่พอจะนึกได้ช่วยโทรกลับไปบอกพวกพี่ทีได้มั้ย”

“ได้ค่ะ” จ่าสนบอกน้องพร้อมทั้งยื่นเบอร์ติดต่อให้

“โทรไปแล้วถามของคุยกับจ่าสนทยาหรือหมวดเจธนินได้เลย”

“อ้าวไม่ให้คุยกับกู”

“มึงน่าจะไปสิงที่นิติเวชมั้ยไม่น่าจะอยู่รับสายน้องได้หรอก” ก็จริงของมัน

“บอกคนทีรับสายว่าต้องการแจ้งเบาะแสคดีของศิริลักษณ์ให้เขาตามพี่คนใดคนนึงมารับสาย”

“ได้ค่ะถ้าหอมนึกอะไรออกหอมจะโทรไป”

“ขอบใจมาก”

“พวกพี่ไปล่ะยังไงเราก็อยู่รอฟังข่าวทางนี้เถอะอย่ากังวลใจมากจะเครียดหน้าที่เราคือเรียนเข้าใจมั้ย”

“หอมเข้าใจค่ะ”

“ดีมาก”

“พวกพี่ไปนะ”

“ค่ะเดินทางปลอดภัยแล้วก็จับคนร้ายให้ได้เร็วๆ นะคะ”

“อืม”

พวกผมทั้งสามกลับเข้าตัวจังหวัดชัยภูมิพักอีกคืนก่อนจะกลับกรุงเทพในช่วงเช้าจ่าสนส่งข้อมูลเฟสบุ๊คให้ฝ่ายไอทีเพื่อติดตามหาตัวบุคคลระหว่างรอผลจากทางนั้นพวกผมก็ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากขับรถกลับกัน

 

 

กริ้งงงงงงงกริ้งงงงงงงงง

 

 

มือถือผมดังจณะที่พวกเราแวะกินข้าวในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งตอนเกือบๆ บ่ายโมง

 

-หมอชิน-

 

เบอร์ที่โชว์ขึ้นหน้าจอทำให้ยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดี

“หมอชินคงแค่อยากเช็คมั้งว่ามึงทำงานหนักใกล้ตายยัง” เสียงไอ้เจพูดลอยแล้วเลยผ่านไปไอ้เพื่อนเวร

“ครับหมอ” ผมเลิกสนใจเพื่อนแล้วหันมาสนใจแฟนแทน?

“เป็นไงบ้าง”

“กำลังกลับกรุงเทพครับนี่ก็แวะทานข้าวเที่ยงกันอยู่”

“ได้เรื่องอะไรมั้ย”

“ก็ได้มานิดหน่อยครับไม่ถึงกับตัน”

“ทางนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย” น้ำเสียงหงอยๆ ของอีกคนทำผมนึกหน้าออกเลยว่าหมอกำลังทำหน้าแบบไหนคิดแล้วก็อย่ากอดปลอบแฟนใครน่ารักจริงๆ??

“รอหน่อยแล้วกันครับทางนี้กำลังฝ่ายไอทีเขาดูให้อยู่ที่แน่ๆ ผู้ตายทำงานในโรงงานแถวนวนคร”

“แคบกว่าแปซิฟิกนิดเดียว”

“ฮ่าๆๆ หมอก็ว่าไป”

“ตอนนี้แค่จะหาว่าผู้ตายโดยฆ่าที่ไหนยังทำไมได้เลยญาติๆ เขาก็ไม่รู้เลยหรอว่าลูกสาวพักที่ไหน”

“ไม่ครับที่บ้านเขามีแค่พ่อแม่ติดต่อกันแค่ทางโทรศัพท์โบว์เองก็ไม่เคยบอกที่บ้านว่าพักที่ไหนยังไง”

“โบว์??”

“ชื่อเล่นของศิริลักษณ์ครับ”

“อ๋อ”

“หมอไม่ต้องห่วงผมอ่ะมีหมอชินคนเดียวสายตาไม่สามารถมองใครได้อีกแล้วแน่นอน”

“พอเถอะ”

“อ้วกกกกก” หมอชินที่อยู่ปลายทางกับไอ้เพื่อนรักพูดพร้อมกันทันทีที่ผมว่าอย่างนั้น

“พอเถอะขอร้อง”

“กลัวหมอไม่อิน”

“เหนื่อย”

“พักบ้างนะครับผมเป็นห่วง” ผมพูดกับหมอหางตาก็เห็นว่าเพื่อนทำท่าจะอาเจียนอีกรอบ

“เหนื่อยใจกับคุณเนี่ย”

“ฮ่าๆๆ ผมหยอกแต่คิดจริงๆ นะครับ”

“คิดอะไร”

“คิดถึงหมอชิน”

“อืมดีไม่เคยจะปกติ”

“นี่แหละปกติสุดแล้ว” ผมว่า

“ปกติแบบมึงหมอชินควรส่งมึงไปจิตเวช” เสียงไอ้เจแว่วมาลอยๆ อีกครั้ง

“ไอ้หมวดดดดฮ่าๆๆๆ” ถึงหมอชินจะร้องด่าแต่ก็หัวเราะตามหลังทำให้รู้ว่าหมอรู้สึกดีกับเรื่องที่ผมทำและกำลังยิ้มแค่นี้ก็พอใจแล้วต่อให้ต้องเป็นตัวตลกแต่ถ้าทำให้หมอชินมีความสุขได้ผมก็ไม่ต้องการอะไรตอบแทนเพราะรอยยิ้มหมอคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผม

“เอ้าจริงๆ”

“เออๆ ทานข้าวเถอะไม่กวนแล้ว”

“แล้วหมอทานข้าวยังครับ”

“...”

“หมอชิน” เงียบแบบนี่

“ไปนะดูเหมือนจะงานเข้า...ตุ๊ดๆๆๆ” หมอชินกดวางสายรู้เลยว่ายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเผลอๆ ข้าวเช้าด้วยเถอะ

 

 

หมวดเต: อย่าลืมหาอะไรทานนะครับ

เป็นหมอนิติ: รู้แล้ว!!!

 

ผมส่งไลน์ไปบอกอีกทางรู้แน่ๆ ว่าอีกคนต้องดื้อไม่ทานอะไรทุกครั้งก็มักจะบอกแต่ว่ายังไม่หิวอยู่ใกล้ๆ จะจับทำโทษให้เข็ด

 

“แหมๆๆๆ พอได้คุยกับหมอชินหมวดเตก็ยิ้มหน้าบานเลยนะครับ” จ่าสนแซวสีหน้าล้อเลียน

“ธรรมด๊าอะไรเป็นความสุขพอได้สัมผัสมันก็จะมีความสุขนั้นแหละ”

“ไปขอเขาเป็นแฟนให้ได้ก่อนค่อยมาคุยไอ้ห่า”

“ไม่นานหรอกเว้ย”

“ขอให้หมอชินเทมึง”

“จับทำเมียเลยได้มั้ยวะคนนี่กูรักจริงหวังแต่งเดี๋ยวโทรบอกแม่ให้เตรียมสินสอดแป๊ป”

“เฮ้ยๆๆๆ อย่าเลวเดี๋ยวก็ได้โดนตีนหมอชิน”

“กูก็รักของกู”

“รักเลยนะครับหมวด”

“เอ้อ!! รักมึงมีปัญหาไรจ่า”

“แฮ่ผมก็แซวเล่น”

“ว่าไปแล้วก็คิดถึง” แค่คิดถึงแฟนทำไมพวกนั้นต้องทำหน้าเหม็นเบื่อขนาดนั้นอ่ะไอ้พวกไม่มีหัวใจฮึ้ยๆๆๆ

 

พวกเรามาถึงกรุงเทพเอาช่วงเย็นๆ ฝ่ายไอทีเอาข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวที่ชื่อแตคนรู้จักของผู้ตายมาวางไว้ให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายพอมาถึงพวกผมก็รีบเปิดดูทันที

แตกระแตหรือนันทิดาเป็นสาวโรงงานในเขตนวนครพื้นเพเป็นคนภูเขียวจังหวัดชัยภูมิอายุ27 ปีโสดไม่มีครอบครัวหลังจากได้ข้อมูลพวกเราก็ตั้งใจจะไปสืบหาตัวบุคคลที่ที่ทำงานในวันพรุ่งนี้

“หมวดครับหมอชินมาครับ” จ่ายอดเดินเข้ามาบอกตอนที่พวกผมกำลังสรุปงานกันประโยคบอกเล่าของจ่าทำเอาผมแทบโยนแฟ้มแล้วพุ่งไปที่ประตูกรี๊ดดดดดดดหมอชินถึงที่สงสัยคิดถึงผมมากจนทนไม่ไหวแน่เลย (ไรท์// เมากาวป่ะวะ)

“หมอออออออออ” ผมปรี่เข้าไปหาอีกคนด้วยท่าทางเหมือนเด็กเจอของเล่น

“เสียงดังไปนะหมวด”

“หมอมาทำไรแถวนี้”

“หมอดลมันมาทำธุระแถวนี้ผมเลยติดรถมาด้วยเอาข้าวเย็นมาให้” หมอชินบอกพร้อมยื่นถุงอาหารหลายใบมาให้ผม

“แล้วหมอทานยัง”

“ก็กินพร้อมกันจริงๆ จะมาคุยเรื่องคดีด้วยแหละ”

“มีอะไรเพิ่มเติมป่ะ” ผมเดินนำหมอชินกลับไปที่ห้องทำงาน

“จากการตรวจอย่างละเอียดอีกรอบเราได้ร่องรอยอสุจิจากช่องคลอดของผู้ตาย”

“คนละคนกับพ่อเด็กสินะ”

“อืม”

“...”

“รู้นะคิดอะไรอยู่”

“รู้ใจสมกับตำแหน่งแฟน”

“ไอ้เต!” หมอชินมองผมตาขว้างสงสัยจะเขิน

“ผมหยอกกกกก”

“เดี๋ยวจะโดน”

“โดนอะไรโดนรักหรือโดนคิดถึง” ผมยิ้มประจบ

“โดนตีน!”

“แรงอยู่น๊าหมอน๊า” หมอชินเลิกสนใจผมแล้วหันไปแกะอาหารเทใส่จานที่พวกจ่ายอดไปเอามา

 

“เป็นไปได้เหมือนกันนะว่าศิริลักษณ์ผู้ตายจะคบซ้อนหลายคนจนคนใดคนนึงเกิดหึงหวงจนนำไปสู่การฆ่า” ไอ้เจพูดขึ้นระหว่างที่เราล้อมวงทานข้าวเย็นที่หมอชินซื้อมาด้วยกัน

“มันก็เป็นไปได้ว่าไอ้ที่เราเจออสุจิในตัวผู้ตายไม่ตรงกับเด็กในท้องก็ไม่ได้หมายความว่าการหึงหวงจะเป็นสาเหตุนะ” ผมออกความคิดเห็นแม้ตอนแรกจะคิดเหมือนกันกับที่ไอ้เจว่าก็เถอะ

“หมอล่ะคิดว่าไง”

“จริงอยู่ว่าผลชันสูตรในตอนนี้กับข้อมูลที่เรามีเหนี่ยวนำให้รูปคดีเป็นไปทางนั้นแต่ก็มีคดีทำนองนี่ไม่น้อยที่เรื่องนี้ไม่ใช่สาเหตุหลัก”

“มันก็จริงอย่างหมอว่า”

“ตอนนี้ที่อยากรู้คือสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมนี้เกิดที่ไหน”

“นอกจากที่หมอตัวเจอนี้ในร่างกายผู้ตายไม่พบสายอะไรขึ้นมาบ้างหรอหรือในกระเพาะอาหารก็ไม่เจออะไรเลยจริงๆ ใช่มั้ย”

“นอกจากอาหารมื้อสุดท้ายก็ไม่มีอะไรแล้วขนาดยาที่ใช้บำรุงครรภ์ยังไม่มีเลยเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าผู้ตายยังไม่รู้ว่าตัวเองท้อง”

“หรือรู้แล้วแต่ยังไม่มีการฝากครรภ์ที่ถูกต้อง”

“พรุ่งนี้ไปหาคนที่ชื่อนันทิดาใช่มั้ยเดี๋ยวผมขอไปด้วย” หมอชินบอก

“พรุ่งนี้ไม่มีงานที่นิติเวชหรอหมอ”

“แพทย์ชันสูตรไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวมั้ย”

 

 

“อ้าวอยู่นี้กันหมดเลย” ระหว่างที่คุยกันก็มีอีกเสียงทักขึ้นผู้กองคามินที่เดินมาพร้อมแฟ้มรายงานคดีเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ว่าง

“สรุปการสอบปากคำไอ้หมอเสริมกับพรรคพวกที่สอบสวนเอามาให้วันนี้”

“เป็นไงบ้างครับ”

“พวกมันรับสารภาพที่ทำเพื่อบูชาเจ้าพ่อเขียมอะไรของมันไม่รู้”

“ศาลไม้ที่อยู่หลังบ้าน” ผมกับหมอชินพูดออกมาพร้อมๆ กันเพราะที่นั้นเราเจอกระทงใบตองที่มีเศษผมเศษเล็บอยู่แถมจากการตรวจสอบดีเอ็นเอตรงกับของเหยื่อเก้ารายที่เราเจอ”

“ใช่วิธีลงมือคือพวกมันจะล่อลวงเหยื่อที่เข้ามาพึ่งพาไสยศาสตร์ที่สำนักก่อนจะวางยาให้หมดสติแล้วทำพิธีตัดคอเอาหัวไปฝังที่ป่าหลังบ้านแล้วเอาศพไปทิ้ง”

“แต่เหยื่อรายที่แปดมีการต่อสู้เกิดขึ้นแถมร่องรอยเนื้อเยื่อที่เราเก็บได้จากซอกเล็บของศพก็ตรงกับนึงในพรรคพวกของมันนี่ครับ” ผมสงสัย

“นายศราวุธเหยื่อรายที่แปดไม่ได้ถูกฆ่าเพราะจะมาทำพิธีทางไสยศาสตร์อะไรหรอกแต่มีเรื่องกันเพราะธุรกิจพระเครื่องที่มีเลือดในเรือเพราะจากพวกมันทำพิธีกันที่โกงดังร้างเสร็จมันก็เอาหัวเหยื่อกลับมาด้วยพรุ่งนี้ผมให้คนคุมตัวพวกมันไปชี้จุดที่ฝังหัวอื่นๆ ไว้หลังจากได้หัวที่เหลือมาหมอชินคงต้องทำการชันสูตรอีกทีว่าตรงกับเหยื่อที่เหลือของเรามั้ยจะได้แจ้งญาติผู้ตายให้มาดำเนินการต่อ”

“โอเคครับ”

“ส่วนพวกนายพรุ่งนี้จะไปหาเพื่อนของผู้ตายในคดีฆ่าหั่นศพใช่มั้ย”

“ครับ”

“ได้เรื่องยังไงแล้วรายงานฉันด่วน”

“ครับผม” ผู้กองแกสั่งเสร็จก็ลุกออกไป

“พรุ่งนี้มีงานอีกกกกก”

“เรากลับกันเถอะหมอผมจะไปเอารถที่คอนโดหมอก่อน”

“อืม”

“พรุ่งนี้เจอกันไอ้เจ”

“เอ้อกลับบ้านนะมึงไม่ใช่ไปสิงที่คอนโดหมออีก”

“เสือก!!” ด่ามันเสร็จก็เดินตามหมอชินออกมาที่ลานจอดรถ

 

“รอด้วยซิคร๊าบคุณหมอ” ผมก้าวยาวๆ ตามคนตัวเล็ก (175 ซม.ตัวเล็ก?? // เอาที่สบายใจเถอะ)

ผมขับรถมาจอดที่คอนโดหมอชินแล้วหันไปหาเจ้าของห้อง

“วันนี้ผมขอ...”

“ไม่” ยังพูดไม่จบคุณหมอที่รักก็หันมาชี้หน้าพร้อมทำเสียงแข็งใส่

“บ้านคุณมีนอนบ้านตัวเองบ้างเถอะกลับบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” วันก่อนป่ะวะลืมเหมือนกัน

“ก็นอนบ้านมันไม่ได้อุ่นใจเหมือนนอนกับหมอนี่”

“เกินไปล่ะเราไม่ได้เป็นไรกันจะมากอยู่ด้วยกันอะไรบ่อย”

“หึ” ผมทำเสียงขึ้นจมูก

“พอเลยผมว่าคุณกลับไปนอนบ้านบ้างเถอะ”

“ก็อยากนอนกับหมออ่ะ”

“นี่หมวดเกินไปล่ะเกินแค่จีบอย่าเรียกร้องเยอะอีกอย่างคุณนอนนี้ที่ไรไม่พ้นหาเรื่องลวนลามผมตลอดแหละ” หมอบ่นไปก็หน้าแดงไปฮึมมมน่ารักอ่ะอยากฟัดแก้ม

“หมอก็ยอมตลอดนี้”

“งั้นต่อไปนี้อยู่ห่างๆ ผมไว้แล้วกัน”

“อ๋าาาาไม่อาวววว” หมอไม่พูดอะไรนอกจากมองผมนิ่งๆ แต่หน้ายังแดงไม่หายไม่ไหวเตว่าเตไม่ไหวอ่ะแม่!!!

“ก็ได้ๆ ผมไม่ค้างก็ได้แต่ว่า...” ผมเปลี่ยนโหมดสับสวิตช์ทันทีก่อนที่หมอจะนึกเคืองผมจนไม่อยากยุ่งด้วยจริง

“ขอกุ๊ดไนท์คิสก่อนกลับหน่อยดิ” ผมพยายามทำหน้าอ้อนเสียงอ๋อยสุดชีวิต

“น้าาาาาคืนนี้ผมจะได้นอนหลับฝันดีไง” ผมไม่รู้หรอกว่าหน้าตาผมตอนนี้จะทุเรศขนาดไหนถ้าคุณลองจินตนาการผู้ชายตัวอย่างตึกทำท่าอ้อนดูสิคงมีเงิบกันบ้างขนาดหมอชินยังถึงกับนิ่งไปไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่ผมว่าเหมือนหมอจะหน้ามากกว่าเดิมซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าหมวดเตน่ารักใช่มั้ยครับหมอ

“นะครับ” ผมทำเสียงอ้อนสุดชีวิตอ่ะตอนนี้

“อะ...เอ่อกะก็ได้” พอได้ยินคำอนุญาตผมก็ไม่รอช้าขยับเข้าไปหอมแก้มขาวนิ่มๆ ของหมอทั้งสองข้างทันที

 

ฟอดดดดดด

 

ฟอดดดดดด

 

จุ๊บ

 

“!!!” ก่อนผละออกมาผมจุ๊บลงที่ปากอิ่มสีสดนั้นเบาๆ อีกทีแล้วรีบเผ่นลงจากรถก่อนจะโดนด่าหรือเจอฝ่ามือพิฆาตซะก่อน

 

ผมขับรถกลับคอนโดตัวเองด้วยความรื่นรมรู้ดีแก่ใจว่าระหว่างผมกับหมอเตมันก็มีแค่เรื่องของสถานะเท่านั้นเองที่ยังไม่มีในเมื่อที่ผ่านมาผมกับหมอเราก็มักมีอะไรที่มากกว่าเพื่อนมาตั้งนานแล้วเอาเถอะอย่างน้อยวันนี้ผมก็ฝันดีล่ะน่า

 

————————————————————

 

ไรท์// อืม อีหมวดมันก็ร้ายนะและชั้นก็ไม่เคยบอกนะว่าเตธวัชมันเป็นคนปกติ หึๆ

หมวดเต: แม่นี่เตเอง

ไรท์// ไอ้วะ?? ไม่รู้จัก

ความคิดเห็น