นิยา เบรานี่

จะมาอัพนิยายทุกวัน วันละสามเวลาเลยค่า ขอกำลังให้กันด้วยน๊า

ชื่อตอน : ตอนที่1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2563 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1
แบบอักษร

  

ตอนที่1 มารยาร้อยเล่มเกวียน 

         ณ ตึกสูงเสียดฟ้าใจกลางกรุง ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของประเทศ พนักงานหลายร้อยชีวิตกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานในความรับผิดชอบของตนกันอย่างเคร่งเครียด ค่าตอบแทนที่บริษัทแห่งนี้มอบให้ สูงตามปริมาณขอบเขตความรับผิดชอบ หากส่งไม่ตรงเวลาหรือทำงานผิดพลาดเมื่อไหร่ ต้องถูกเรียกเข้าห้องเย็นเป็นแน่ และมันอาจจะหมายถึงอนาคตทางหน้าที่การงานที่ต้องจบลงด้วย

         ทุกคนรู้ความจริงข้อนี้ดี จึงไม่มีใครกล้าอู้เลยแม้แต่คนเดียว ต่างใช้ทุกนาทีที่มีทุ่มเทให้กับการทำงานรับใช้บริษัท เพราะมันไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนที่สูงกว่าบริษัทอื่นๆ ในธุรกิจเดียวกันเพียงเท่านั้น หากทว่ายังรวมถึงความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพ และโบนัสหลายหลักตอนช่วงปลายปีด้วย

         ชายหนุ่มเจ้าของความสูงกว่า 180 เซนติเมตร ในชุดสูทตัดเย็บประณีต ผู้ดำรงตำแหน่งประธานและผู้บริหารสูงสุด นามว่า ‘ภาคินัย เตชะภูดินันท์’ ยิ้มพอใจกับภาพที่เห็น เขาเป็นพวกชอบเสพติดความสำเร็จ และแน่นอน เขาจะทำมันคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยทีมที่ดี และเขาก็ดีใจที่เขามีสิ่งนี้

         ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน!

         “ลมอะไรหอบคุณภาคมาถึงที่นี่ได้ครับนี้” วิบูลย์ หนุ่มใหญ่หัวหน้าแผนกออกแบบตกแต่งรีบเดินออกมารับหน้าภาคินัยด้วยความแปลกใจ

         ปกติแล้ว ภาคินัยจะไม่มายุ่มย่ามที่นี่ หากเขามีข้อสงสัยหรือต้องการสิ่งใด ประธานหนุ่มก็จะให้เลขาฯเรียกให้เขาขึ้นไปพบที่ห้องทำงานบนชั้นสูงสุดของตึก หรือไม่... ก็เจอกันที่ห้องประชุมเสียมากกว่า

         “คุณภาคคงจะมีธุระด่วนใช่ไหมครับ” วิบูลย์เดาเอาจากความจริงข้างต้น “ความจริงคุณภาคโทรเรียกให้ผมไปพบก็ได้ครับ ไม่เห็นจะต้องลำบากลงมาเองเลย” เขากล่าวต่อไปด้วยความเกรงใจ เพราะแผนกของเขาค่อนข้างรกทีเดียว ลูกน้องส่วนใหญ่ไร้ความเป็นระเบียบตามประสาศิลปิน เศษกระดาษร่วงหล่นกระจายอยู่ตามพื้นไปทั่ว โต๊ะทำงานรึ ก็ไม่ต่างอะไรกับกองขยะดีๆ นี่เอง มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และเศษขนมเลอะไปทั่ว สร้างความอับอายขายหน้าให้เขา ซึ่งเป็นผู้ปกครองคนกลุ่มนี้มากทีเดียว

         ภาคินัยเองก็พอจะเข้าใจ จึงบอกอย่างอารมณ์ดีว่า

         “ไม่เป็นไร ตราบใดที่พวกเขายังสามารถทำงานได้ดี ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”

         ทุกคนในห้องนั้นฟังแล้วก็สะดุ้งไปตามๆ กัน ไม่ได้รู้สึกสบายใจขึ้นมาแต่อย่างใด ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าภาคินัยนั้นเขี้ยวขนาดไหน

         ภาคินัยสามารถก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆ ด้วยวัยเพียงแค่ 33 ปีเพียงเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากความเก่งของเขา อีกส่วน มาจากนิสัยส่วนตัวที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ต้องมี นั่นก็คือการแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว

ความคิดเห็น