tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมวดครับ...อย่าหักโหม

ชื่อตอน : หมวดครับ...อย่าหักโหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2563 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมวดครับ...อย่าหักโหม
แบบอักษร

หมวดครับ...อย่าหักโหม

 

 

เตธวัชทอร์ค

 

 

ผมที่โดนหมอชินปลุกเพื่อมากินข้าวถึงกับตาสว่างโร่โม่ต้องง้อคาเฟอีนเมื่อได้ยินเสียงหมอชินอุทานหลังรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาขัดจังหวะสวีทของเราเมื่อกี้พอได้ยินแบบนั้นผมก็เลยขยับไปใกล้เพื่อฟังหมออย่าครับอย่ามองผมแบบนั้นผมไม่ได้มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นอะไรเลยแต่บางที่ไปสายที่โทรมาจากนิติเวชมักจะเป็นเรื่องที่ผมจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

และก็ดูเหมือนจะใช่จริงๆ อย่างที่ผมสงสัยพี่เจิงผู้ช่วยของหมอชินโทรมารายงานเรื่องที่มีการพบศพและหมอชินต้องไปดูเรื่องนี้ผมที่นึกเคืองๆ ก็จนใจจะโวยวายมันเป็นงาน

 

 

ผมรู้จักหมอชินมาหลายปีแรกๆ ที่เข้ามาทำงานในฝ่ายสืบสวนใหม่ก็ได้เจอกับหมอชินพอดีด้วยความที่อายุเท่าๆ กันและมีหลายๆ อย่างที่เข้ากันได้ทำให้ผมกับหมอสนิทกัน?

นานวันเข้าความเป็นหมอก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในใจผมทั้งรอยยิ้มการพูดจาการเดินการนั่งทุกๆ อย่างที่เป็นหมอชินสำหรับผมมันมีผลต่อความรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าถามว่าเผลอตัวไปชอบหมอชินตอนไหนบอกเลยไม่รู้เหมือนกันรู้ตัวอีกทีผมก็ใช้คำว่ารักกับคนๆ นี้ไปเสียแล้ว

หลายๆ อย่างระหว่างเรามันมีอะไรมากมายที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไรทุกสิ่งที่ผมปฏิบัติต่อหมอแม้แต่คนนอกอย่างไอ้เจยังรู้เลยว่าผมคิดยังไงเห็นก็มีแต่หมอน่ะแหละที่เฉยเมยถ้าถามว่าแล้วทำไมไม่หยุดก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละระหว่างมันค่อนข้างซับซ้อนเพราะถึงหมอจะเย็นชาแต่หมอก็ห่วงใยผมนะเปล่าผมไม่ได้คิดไปเองเด้อ

ก็ดูสิเรานอนกอดกันเราหอมแก้มกัน (ที่มีแต่ผมนี่แหละทำแต่หมอก็ยอมนะ!!) แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันมันเศร้านะคุณว่ามั้ยพอมิ่งกัลยาบอกว่าผมเองก็ไม่เคยชันเจนว่าจีบหมอผมก็ร้องเออออออในใจเสียงดังเลยจริงอย่างมิ่งว่าจะได้ใครสักคนมาเป็นแฟนเราต้องจีบเขาก่อนแต่พูดก็พูดเถอะผมต้องจีบหมอยังไงแงงงงง

ข้ามประเด็นนี้ไปก่อนแล้วกันนะเพราะตอนนี้หมอชินวางสายแล้วหันมาหาเหมือนจะบอกดด้วยสีหน้าและแววตาว่า ‘มีคดี!!’ เบื่อเตเบื่อ

 

 

“มีคดี” เห็นม่ะ

 

 

“ร้ายแรงแค่ไหนครับ”

 

 

“ฆ่าหั่นศพ”

 

 

“...” เป็นคดีที่กูโคตรเกลียด

 

 

“หมอจะเข้านิติเวชเลยมั้ย”

 

 

“อืมคุณพักเถอะวันนี้ไม่ต้องไปทำงานไม่ใช่หรอ” หมอชินถาม

 

 

“ห้า”

 

 

“อะไร” หมอชินมองผมด้วยความสงสัย

 

 

“สี่”

 

 

“หืออออ”

 

 

“สาม”

 

 

“...”

 

 

“สอง...หนึ่ง”

 

 

กริ๊งงงงงงงกริ๊งงงงงง

 

 

เสียงเรียกเข้าจากเครื่องของผมดังขึ้นราวกับนัดกันไว้

 

 

-ไอ้เจ-

 

 

เบอร์ของเจธนินโชว์หราอยู่หน้าจอเครื่องผมหมอชินมองมาเหมือนจะพูดว่าอย่าบอกนะว่าเรื่องเดียวกัน

 

 

“ว่าไงมึง” ผมกดรับสายเพื่อนสนิท

 

 

“มึงอยู่ไหน” ไม่น่าถามนะอันนี้

 

 

“คอนโดหมอ”

 

 

“บ้านมึงไม่มีให้กลับไง๊”

 

 

“อยู่นี่กูสุขใจกว่า” ผมตอบไปตามความจริง

 

 

“กูล่ะสงสารหมอจริงจริ๊งงงงมีคนมาชอบก็ดันเป็นคนไม่เต็มบาท”

 

 

“มึงเข้าเรื่องเถอะ” ผมไม่อยากเถียงกับมันต่อหน้าหมอเลยตัดบทไอ้เจเอาดื้อๆ ไอ้เพื่อนเลวรู้ๆ อยู่ว่าเพื่อนกำลังจีบเขายังจะมาทำเรื่องให้กูเสียภาพพจน์อีก

 

 

“มีคดีว่ะร้อยเวรได้รับแจ้งเมื่อช่วงดึกๆ จากเจ้าหน้าที่เทศบาลว่าเจอชิ้นส่วนคนอยู่ในถุงดำกองขยะเพราะหมาจรจัดไปกัดถุงเอาออกมาแทะ” อือหือหาดีไม่ได้จริงๆ งานตูทุกวันนี้ทำไมมันมีแต่คดีชวนสยองแบบนี้ฟ่ะ

 

 

“แล้วเจอครบทั้งร่างมั้ย”

 

 

“หึตอนนี้กำลังค้นหาส่วนที่เจอส่งไปนิติเวชแล้ว” อ่าาาาคดีเดียงกันกับที่หมอชินรับสายพี่เจิงชัวร์

 

 

“อ่าหะ”

 

 

“มึงต้องมาสน. ทิ้งเรื่องพักไปก่อนเพื่อนรีบมา”

 

 

“อือเดี๋ยวไป”

 

 

“ฆ่าหั่นศพสินะ” หมอชินถามผมขณะที่นั่งลงตักอาหารใส่ปากและถามถึงคดีไปด้วยเหมือนกันเป็นปกติซึ่งจริงๆ มันก็...ปกตินั่นแหละ

ระหว่างผมกับหมอแถมไม่เคยได้พูดคุยกันเรื่องอื่นเลยนอกจากเรื่องงานบทสนทนาแบบคนทั่วๆ ไปแทบไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราอย่างมากก็แค่อยู่ไหนทำอะไรกินข้าวยังนอนไหนแค่นี้จริงๆ นะเตเศร้าฮืออออ

 

 

“หมอต้องเข้านิติเวชเลยมั้ย”

 

 

“อืมคุณต้องไปสน.เลยสินะ”

 

 

“ครับแต่เดี๋ยวผมไปส่งหมอที่นิติเวชก่อน” ปกติผมจะไปส่งหมอเป็นประจำเพราะเจ้าตัวไม่ชอบขับรถไปเองส่วนใหญ่มักจะขึ้นรถไปไฟฟ้าไปเองรถมีไว้จอดจองช่องเฉยๆ สินะอืมมมม

 

 

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปรถไฟฟ้าก็ได้เดี๋ยวนายสาย”

 

 

“แต่ว่า...”

 

 

“ไปเถอะเดี๋ยวจะเสียงานเสียการ”

 

 

“งั้นผมไปส่งหน้าสถานีแล้วกัน”

 

 

“อืม” หมอชินพยักหน้ารับคำหมอก็เป็นแบบนี้เสมอมักจะห่วงผมมากกว่าตัวเองตลอดน่ารักจริงๆ (คิดไปเองน่ะสิ// ไรท์)

 

 

หลังจากจัดการกับตัวเองกันเรียบร้อยพวกเราก็ออกจากคอนโดผมแวะส่งหมอชินที่สถานีรถไฟฟ้าแล้วตัวเองก็ออกไปทำงานต่อลืมบอกไปหมอให้ผมเอารถตัวเองออกมาใช้เพราะจอดเอาไว้หลายวันไม่ได้สตาร์ทเลยให้ผมเอามีขับให้ส่วนรถผมจอดไว้ที่เดิมดีจริงๆ รถตัวเองแต่ไม่ชอบขับจริงๆ เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันหมอชินก็มักจะให่ผมเป็นคนขับให้ตลอดซึ่งผมชอบนะเพราะมันเหมือนผมได้ดูแลหมอฝึกไว้เตธวัชตอนเป็นแฟนจะได้ไม่เขิน

 

 

ทันทีที่ผมถึงสน.ไอ้เจก็แทบเข้ามาชาร์จผมทันทีก่อนจะลากผมไปหาผู้กองคามินที่หน้าหงิกเป็นจนแงะไม่ออก

 

 

“ให้ตายเถอะ!!” ผู้กองสบถหลังจากอ่านรายงานที่ถูกส่งมาจบก่อนจะทิ้งแฟ้มลงบนโต๊ะดังปัง

 

 

“คดีเก่าเพิ่งอัยการมีอันใหม่มาอีกแล้วแถมแต่ละคดีก็สยองขวัญประชาชนจนจะโดนชาวบ้านแดกหัวแล้วไอ้คดีเก้าศพนั้นก็ถูกนักข่าวเล่นซะยับยังใาต่อด้วยคดีนี้อีกเหรอวะ” หัวหน้าผมบ่นยาวเป็นขบวนรถไฟ

 

 

“ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี” จริงครับ

 

 

“หมวดพวกแกสองคนคุมเรื่องนี้อีกจะไหวมั้ยหรือจะให้ทีมไอ้วัสมันทำ”

 

 

“วัสมันทำคดียาอยู่ไม่ใช่หรอครับ”

 

 

“เอ่อจริงลืม” ไปหมดแล้วหัวหน้าผม

 

 

“งั้นก็เป็นพวกแกแหละไอ้เจแกไปลงพื้นที่หาชิ้นส่วนที่เหลือของศพไอ้เตแกไปนิติเวชได้เรื่องยังไงส่งข่าวฉันด้วยปวดหัวชิบ”

 

 

“ครับ”

 

 

“เอ่อเต”

 

 

“ครับผู้กอง”

 

 

“ฝากบอกหมอชินเรื่องขึ้นศาลคดีไอ้หมอเสริมด้วย”

 

 

“ได้ครับ”

 

 

“เจนายไปสมทบกับจ่ายอดจ่าสนฉันสั่งให้ระดมคนออกหาชิ้นส่วนที่เหลือของศพอยู่ได้เรื่องอะไรรายงานฉันเป็นระยะเตแกไปดูกับหมอชินได้เบาะแสอะไรจากชิ้นส่วนที่เราส่งไปก่อนหน้ารีบรายงานฉันทันที”

 

 

“ครับ”

 

 

พวกผมแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองตามที่โดนสั่งพอผมมาถึงนิติเวชก็เจอหมอกับผู้ช่วยคนสนิทหน้าหงิกพอๆ กับหัวหน้าผมเลย

 

 

“ดูอารมณ์บ่จอยกันเนาะ” ผมทักทายขึ้นมาเบาๆ แต่ก็ได้รับสายตาพิฆาตกลับมาจากทั้งหัวหน้าและลูกน้อง

 

 

“หมวดลองมาเป็นพวกผมมั้ยล่ะ” พี่เจิงถามขึ้น

 

 

“ได้เรื่องว่าไงบ้างครับ” ผมถามเบาแบบแสนจะเกรงใจ

 

 

“ได้อะไรล่ะหมวด” พี่เจิงอีกแล้วครับ

 

 

“ได้แขนสองท่อนได้ขาท่อนครึ่งนอกนั้นไม่มีไรเลย” ฟังพี่เจิงแกฉุนๆ

 

 

“ที่รู้ๆ จากขนาดรูปร่างน่าจะเป็นผู้หญิงและร่องรอยบนผิวหนังบอกได้แค่ว่าคนๆ นี้ถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต” หมอชินเล่าให้ผมฟังถึงผลตรวจเบื้องต้น

 

 

“ถ้ายังไม่เจอชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ยังบอกอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้อ่ะ” อันนี้ผมเข้าใจนะดูเหมือนความหวังจะอยู่ที่ทีมค้นหา

 

 

และไอ้เจก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังด้วยความสามารถแบบแปลกๆ ของมันทำให้ทีมค้นหาเจอชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นอีกจนเกือบครบ

ชิ้นส่วนที่เจอเพิ่มถูกส่งมาที่นิติเวชทันทีเพื่อทำการตรวจสอบหาอัตลักษณ์และยืนยันตัวคนเพราะยังไม่มีรายการได้รับแจ้งคนหายจากที่ต่างๆ

 

 

“อืมหนีไปพ้นจริงๆ แฮะ” ทั้งหมอชินทั้งพี่เจิงต่างยืนท้าวสะเอวมองชิ้นส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ที่ถูกตัดแบ่งชิ้นส่วนที่ตอนนี่ถูกนำกลับมาวางเรียงในตำแหน่งของมันเพื่อดูรูปร่าง

ปัญหาคือหัวหายอีกแล้วครับท่าน

 

 

“ปิดไปหนึ่งก็มีมาใหม่ทำไมช่วงนี้เจอแต่คดีหัวหาย”

 

 

“หาคดีปกติมาให้ทำไมได้หรือไงหมวด”

 

 

“ฆาตกรก็นะเอะอะตัดหัว”

 

 

“แล้วนี้หามาได้เกือบครบหัวเอาไปทิ้งไหนของมันวะ”

 

 

“อยากเห็นหน้าคนทำจริงจริ๊งงงงง”

 

 

“เวรเอ้ย!!” หมอชินกับพี่เจิงสลับกันบ่นไปมาจนผมไม่สามารถพูดแทรกอะไรได้ถ้าจะให้บอกกันตามตรงคืออะไรที่เป็นนายแพทย์ชินฤทธิ์ผมไม่กล้าขัดสักอย่างหรอกครับเตเศร้า

 

 

“เริ่มกันเลยมั้ยครับ” เมื่อคู่ดูโอทั้งสองเงียบเสียงลงผมจึงค่อยๆ ถามขึ้นมาซึ่งหมอชินก็พยักหน้ารับแล้วขยับเข้าหาเตียงชันสูตรเพื่อเริ่มทำงาน

 

 

หลังจากใช้เวลาในการทำงานทั้งวันไม่สิผมใช้คำผิดต้องใช้คำว่าทั้งคืนเถอะเหมาะกว่ารุ่งเช้าเราก็ได้ข้อเบื้องต้นของผู้ตายจากรายนิ้วมือที่ได้จากศพตรวจสอบแล้วว่าผู้ตายคือนางสาวศิริลักษณ์อายุยี่สิบเจ็ดภูมิลำเนาคือจังหวัดชัยภูมิจากการตรวจสอบศพเธอถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักก่อนเสียชีวิตแต่เพราะส่วนลำตัวของเธอตัดทำให้อวัยวะภายในหายไปบางส่วนที่สำคัญผู้ตายรายนี้เธอกำลังตั้งครรภ์ได้เก้าสัปดาห์สาเหตุการตายคือการเสียเลือดเยอะเพราะบนร่างกายศพนอกจากร่องรอยการทุบตียังมีบาดแผลที่เกินจากของมีคมหลายแห่งซึ่งก็น่าจะเป็นมีดปลายแหลมเมื่อเราดูลักษณะของบาดแผลบนตัวศพ

ปัญหาที่ต้องตอบหลังจากนี้คือเธอถูกใครฆ่าและฆ่าทำไมตอนนี้ผมล่ะอยากได้พาราสักกำ

 

 

ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์บอกอะไรได้ไม่มากบอกไม่ได้ว่าเธอมาทำอะไรที่เมืองเพราะไม่พบข้อมูลประกันสังคมจึงไม่อาจจะตรวจสอบจากที่ทำงานได้งั้นคงต้องหวังพึ่งข้อมูลจากภูมิลำเนาของเธอแล้วล่ะ

ผมถูกส่งให้ตามสืบที่มาที่ไปของศิริลักษณ์เลยต้องเดินทางไปที่ชัยภูมิบ้านเกิดผู้ตาย

 

 

“เป็นไงบ้างได้เรื่องอะไรมั้ย” หมอชินโทรมาถามในช่วงบ่ายหลังจากที่เมื่อเช้าผมไลน์ไปบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเหยื่อตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์

 

 

“ได้เรื่องนิดหน่อยครับที่อยู่ที่ได้มาไม่ได้มีคนในครอบครัวของศิริลักษณ์อยุ่แต่พวกเขาก็ให้ที่อยู่อีกที่มาแล้วแต่มันค่อนข้างไกลกันพวกผมกำลังเดินทางไปที่นั้นครับ”

 

 

“อ้าวแล้วเจ้าของบ้านเขาไม่ถามหรือไงว่าพวกคนไปตามหาผู้ตายทำไม”

 

 

“ถามพวกผมเลยแจ้งให้ทราบแล้วแต่ไม่มีใครติดต่อที่บ้านผู้ตายได้เจ้าของบ้านเลยให้พวกผมเดินทางไปที่บ้านเหยื่อเอง”

 

 

“ไกลมาเลยหรอ”

 

 

“ถ้าจากอำเภอที่พวกผมอยู่เมื่อเช้าก็เรียกว่าคนละฟากจังหวัดเลยล่ะ”

 

 

“อืมขับรถกันดีๆ ล่ะ”

 

 

“คร้าบบบบ” ผมรับคำพร้อมยิ้มอย่างชอบใจ

 

 

“ห่วงผมเหรอ” ผมถามเสียงอ้อนไม่สนท่าทางเอือมระอาของไอ้เจที่แสดงออก

 

 

“เปล่าห่วงทำไมโตแล้ว”

 

 

“แต่ผมอยากเป็นเด็กหมอชินจะรับไว้เลี้ยงดูสักหน่อยได้มั้ยครับ”

 

 

“พอเลยเล่นไปเรื่อย”

 

 

“เล่นที่ไหนผมจริงจัง”

 

 

“สงสารหมวดเจดันต้องไปทำงานกับคนสติไม่ดี”

 

 

“สงสารมันทำไมสงสารผมนี่”

 

 

“ทำไมต้องสงสารคุณ”

 

 

“เพราะผมต้องห่างหมอไม่เห็นหน้ามาวันนึงแล้วนี่ผมคิดถึง” ผมใส่ลูกอ้อนเพิ่มเข้าไปอีกนิดไอ้เจเริ่มทำท่าพะอืดพะอม

 

 

“อือ” หมอชินทำเสียงรับรู้ในคอซึ่งแค่นี้มันก็ดีมากแล้วสำหรับผม

 

 

“ดูแลตัวเองด้วย” หมอชินบอกเบาๆ เขาเป็นแบบนี้ประจำห่วงผมเสมอแม้จะชอบแสดงออกทางตรงกันข้ามตลอดเลยก็เถอะ

 

 

“เป็นห่วงผมก็บอกซิ”

 

 

“เอ้อ! เป็นห่วงพอใจยัง” เสียงหมอชินแง้วๆ มาตามสายแล้วชิงตัดสายไปเลยเขินแน่ๆ ว่าที่แฟนใครเนี่ยน่ารักจริงๆ

 

ผมกับไอ้เจเดินทางมาถึงอำเภอๆ หนึ่งสุดชายแดนจังหวัดชัยภูมิเอาตอนเกือบจะเย็นแล้วเพราะหลงทางด้วยในส่วนหนึ่งแต่ข้อดีคือคนที่พวกผมตามหากับเข้าบ้านพอดีตอนที่พวกผมไปถึงเพราะกลางวันชาวบ้านแถบนี่เขาออกไปไร่นากันหมด

 

 

“สวัสดีครับผมมาหาคุณป้าอุทัยกับคุณลุงนิวัติไม่ทราบว่าอยู่มั้ยครับ” ผมทักทายเจ้าของบ้านซึ่งเป็นชายสูงวัยที่กำลังเก็บข้าวของที่หิ้วมาเต็มมือเข้าที่

 

 

“มาหาผู้ได๋กะล่ะหึ” เอาแล้วตัวผมลืมเรื่องภาษาถิ่นไปเลย

 

 

“ลุงๆ ผมมาหาพ่อนิวัติแหมครับคนได๋น้อ” อ่ะโชคดีไปจ่าสนเป็นคนหนองบัวลำภูฮ่าๆๆๆ

 

 

“โอ๋พ่อนี้ล่ะนิวัติแม้นผู้ได๋ล่ะมาแต่ทางไหนลูกผู้ได๋ล่ะโต” จบครับผมกับไอ้เจไม่แต่ยืนมองตาปริบๆ

 

 

“ผมเป็นตำรวจมาแต่กรุงเทพแหมพ่อใหญ่”

 

 

“ตำรวจ!!” สีหน้าชายคนนั้นดูตกใจจนใบหน้าที่คล้ำแดดมองออกว่าซี้ดลงทันตา

 

 

“มีอิหยังล่ะท้าวคือได้มาหาพ่อ”

 

 

“พ่อเป็นของศิริลักษณ์แม้นบ่ล่ะฮึ”

 

 

“แม้นๆ อีโบว์มันไปเฮ็ดหยังผิดมาตำรวจคือได้นำมาฮอดเฮียน”

 

 

“ใจเย็นๆ เด้อพ่อลุง” จ่าสนพูดกับชายคนดังกล่าวแล้วหันมาพวกผมด้วยสีหน้าลำบากใจ

 

 

“แล้วนี่ป้าอุทัยเพิ้นบ่อยู่ตี้พ่อลุงผมว่าไปเอิ้นเรามาฟังพร้อมกันดีบ่”

 

 

“ได้ๆ บึ้ดนึงเด้อท้าว” ชายสูงวัยขยับเดินกลับเข้าไปในบ้านไม่นานนักแกก็เดินกลับมาหาพวกผมโดยมีหญิงสูงวัยอีกคนเดินตามกันออกมา

 

 

“ว่าได๋ล่ะหล่าอีโบว์มันไปเฮ็ดอีหยังมาตำรวจคือได้มานำฮอดเฮือน” ผู้หญิงที่ตามนายนิวัติออกมาคงเป็นนางอุทัยมารดาของผู้ตายหลังจากนี้ใบหน้าซีดที่เกิดจากอาการตกใจในคราวแรกคงได้เปลี่ยนไปแน่หากได้ฟังสิ่งที่พวกเราจะบอกต่อไปนี้

 

 

“คือจั่งซี้เด้อลุงกับป้าพวกผมมาเพราะว่าสิ่งแจ้งข่าวไอ้โบว์หนิล่ะแก๊บ่ได้ไปเฮ็ดหยังผิดดอกเพียงแต่ว่า...”

 

 

“คนนี้คือโบว์ลูกสาวป้าถูกมันครับ” ผมยื่นรูปถ่ายจากทะเบียนราษฎร์ให้ทั้งสองคนดู

 

 

“แม่นๆ นี่ล่ะอีนางโบว์ลูกสาวแม่” เมื่อยืนยันตัวตนถูกต้องพวกผมก็ต้องมองหน้ากันอีกครั้งเพราะรู้สึกหน่วงๆ เมื่อคิดว่าต้องแจ้งข่าวการตายของใครสักคนให้ญาติของเขารับรู้

 

 

“คือว่ามันเป็นจั่งซี่เด้อพ่อลุงไอ้โบว์นี้เราถืกทำร้ายหรือคนฆ่าตายแหมครับ” สิ้นสุดคำบอกเล่าของจ่าสนก็เกิดเดตแอร์ท่ามกลางพวกเรา

 

 

“มึงว่าจั่งได๋ก่อหนา”

 

 

“นางสาวศิริลักษณ์หรือนางโบว์ลูกลุงกับแม่ถืกพ้อว่าเป็นศพหวั่งมื้อก่อนนี้แหมครับพวกผมกำลังสืบหาคนฆ่าอยู่ครับ”

 

 

“อีโบว์อีโบว์ตายแล้วฮือออออ” เมื่อรับฟังสิ่งที่เราตั้งใจจะแจ้งได้อย่างชัดเจนสองลุงป้าก็ปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามใจไม่ได้

 

 

“ไผ...ไผฆ่าลูกกู...” ลุงนิวัติคร่ำครวญทั้งน้ำตาจนผมรู้สึกเวทนาในขณะที่ป้าอุทัยแก้เป็นลมไปจนไอ้เจกับจ่าสนต้องช่วยกันปฐมพยาบาล

เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร่ำไห้ก็ต่างพากันมาดูเหตุการณ์ที่บ้านหลังจากที่รู้เรื่องต่างก็พากันเข้าปลอบใจทั้งสองคนจนนานพอสมควรกว่าทั้งสองคนจะสงบลงได้พวกเราย้ายจากลานหน้าบ้านเข้ามายังตัวบ้านเพื่อพูดคุยสอบถามกับทุกคนที่รู้จักกับผู้ตายเพื่อหาเบาะแสของคดี

 

—————————————————————-

ไรท์ // อุแงงงงง เครียดอีกแล้ว อย่าเพิ่งด่าเขาน่ะ ก็ใครใช้ให้หมอกับหมวดทำอาชีพแบบนี้ แฮ่

หมวดเต : แม่ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เตจะมีแฟน

ไรท์ // เอ่อ น่ะ ไม่ปล่อยให้โสดนานหรอก ใจเย็นเป็นม่ะ

หมวดเต : ใจเย็นจนจะหนีบวชแล้ว ชักช้าเตจับหมอทำเมียนะแม่

ไรท์ // ไอ้ลูกเวง

ความคิดเห็น