Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 25 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 25 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 01:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 25 100%
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 25 

  

 

 

เช้าของวันนี้ค่อนข้างวุ่นวายเป็นพิเศษ เมื่อเตชิตพาเขมินท์และลูกชายมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งในงานแต่งที่กำลังจะถึงนี้และก็เกิดปัญหาขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อชุดของโมเดลที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก เกิดการคับพุงจนแน่นเกินไป ทำให้ทางร้านต้องรีบวิ่งหาชุดใหม่มาให้เปลี่ยน 

 

“โมเดลครับ คุณแม่บอกแล้วยังไงครับว่าอย่ากินเยอะ ดูสิครับชุดลูกคับจนใส่ไม่ได้แล้ว” เขมินท์บ่นลูกชายพร้อมจิ้มไปที่พุงน้อยๆที่ยื่นออกมาอย่างหมั่นเขี้ยว ตนเองก็รู้ว่าลูกชายอ้วนขึ้นแต่ไม่คิดว่าจะอ้วนจนใส่ชุดที่เตรียมไว้ไม่ได้แบบนี้ ถ้ายังขืนปล่อยให้กินแบบนี้ต่อไปอีกโมเดลต้องมีภาวะโภชนาการเกินเป็นแน่ 

 

“โมเดลไม่อ้วนนะครับ คุณแม่ใส่ร้ายโมเดล” 

 

“ไม่อ้วนน้อยน่ะสิครับ ต่อไปนี้คุณแม่จะให้โมเดลไปเรียนพิเศษที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ลูกจะได้ขยับตัวบ้าง ไม่ปล่อยให้พุงใหญ่แบบนี้” 

 

“จะดีเหรอครับเขม ลูกยังเด็กอยู่เลย” 

 

“ดีสิครับ อย่างน้อยเอากีฬาที่ป้องกันตัวเองได้ก็พอ สังคมสมัยนี้มีอันตรายอยู่รอบด้าน เรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย” โมเดลที่ได้ยินคุณพ่อคุณแม่บอกแบบนั้นก็ก้มหน้ามองพุงน้อยๆของตนเองอย่างเสียใจ 

 

‘โธ่ พุงน้อยๆของพี่ เราคงต้องพรากจากกันแล้วสินะ’ 

 

แค่คิดขึ้นมาแบบนี้โมเดลก็เศร้าใจเสียแล้ว ฮื่อออออออออ 

 

การถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลังจากจัดการปัญหาเสร็จก็ผ่านไปได้ด้วยดี รูปภาพครอบครัวถูกถ่ายออกมาหลายสิบใบ รวมทั้งรูปถ่ายหวานๆที่โมเดลเป็นพยารักในรูปจูจุ๊บกันของคุณพ่อคุณแม่ เด็กน้อยที่ไม่ค่อยได้เห็นภาพแบบนี้ก็ร้องว้าวด้วยความตื่นเต้นไม่หยุดเลยทีเดียว 

 

“โมเดลอยากจุ๊บด้วยครับ จุ๊บๆโมเดลหน่อย” โมเดลเข้าไปยืนเกาะขาของคุณแม่ก่อนจะร้องอ้อนออกมา โมเดลก็โตแล้วอยากจุ๊บๆด้วยนี่นา 

 

“ครับๆ จุ๊บๆโมเดลคนเก่งครับ” เขมินท์ก้มลงจูบแก้มลูกชาย พอๆกับเตชิตที่ก้มลงจูบหน้าผาก ทำให้ช่างกล้องที่กำลังจะเก็บกล้องเห็นฉากน่ารักๆแบบนี้ก็อดที่จะกดถ่ายไว้ไม่ได้ ส่วนโมเดลที่ได้รับจูบจากทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็อารมณ์ดีวิ่งไปเปลี่ยนชุดหลังถ่ายเสร็จแต่งตัวเตรียมกลับบ้านเองให้เรียบร้อยโดยไม่ต้องมีใครช่วยเหลือ 

 

หลังจากที่ออกจากสตูดิโอเตชิตก็แวะพาลูกชายแวะมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะตามคำสั่งของว่าที่คุณแม่ลูกสองที่อยากมาเดินเล่น 

 

“คุณแม่ครับไอศกรีม โมเดลอยากกินครับ” เดินเล่นไปสักพักเจ้าเด็กอ้วนก็ชี้นิ้วไปที่รถเข็นที่ขายไอศกรีมที่อยู่ไม่ไกล เขมินท์เองที่อยากกินเช่นเดียวกันก็พาไปซื้อโดยมีเตชิตเดินตามไปติดๆ เพราะไม่ค่อยอยากให้ลูกและแม่ของลูกกินอะไรแบบนี้เท่าไร 

 

“เขมครับ ลูกจะท้องเสียรึเปล่า” เตชิตกระซิบถามเบาๆ เมื่อเห็นคนตักไอศกรีมในถังที่ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน 

 

“ไม่หรอกครับ เขมเคยพาลูกกิน พี่เตลองมั้งครับเขมป้อน” 

 

“ไม่เอาครับ” 

 

“ลองดูหน่อยนะครับ” เขมินท์บอกก่อนจะตักไอศกรีมในถ้วยของตนเองป้อนคุณพ่อของลูกที่ทำท่าทางประหลาดๆเพราะถูกจับให้กินไอศกรีมอย่างน่าสงสาร แต่พอเมื่อได้สัมผัสถึงรถชาติเตชิตก็พบว่ามันไม่ได้แย่เท่าไร 

 

“อร่อยมั้ยครับ” 

 

“ก็พอได้ครับ ไม่ได้แย่เท่าที่คิด” 

 

“อร่อยออกครับ โมเดลชอบที่สุด อยากได้อีกถ้วย” เด็กอ้วนอย่างโมเดลพูดขึ้นมาเมื่อกินของตนเองหมดไปแล้วครึ่งถ้วยแถมปากก็ยังแอบเลอะอีกจนเขมินท์ต้องหยิบทิชชู่ในกระเป๋าขึ้นมาเช็ดให้ 

 

“พอแล้วครับ โมเดลกินเยอะจนพ่อจะอุ้มไม่ไหวแล้ว” 

 

“อุ้มไหวสิครับ นี่ไงโมเดลกินหมดแล้วขี้เกียจเดินมากๆเลย ขอขี่หลังหน่อยนะครับ นะๆคุณพ่อ” โมเดลที่รีบกินไอศกรีมให้หมดก่อนจะเอาทิ้งลงถังขยะแล้ววิ่งมาขอขี่หลังผู้เป็นพ่อ ซึ่งเตชิตจะทำอะไรได้นอกจากยอมให้เจ้าลูกหมูตัวหนักขึ้นมาขี่หลังและพาเดินเล่นรอบๆสวนโดยที่ข้างกายก็มีเขมินท์เดินเคียงคู่ไม่ห่าง 

 

เป็นภาพที่เตชิตเคยคิดว่ามันอาจจะมีภาพนี้ แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าความคิดนั้นของตนจะเป็นจริงขึ้นมาได้ 

 

ดีจริงๆที่ยอมพ่ายแพ้ต่ออคติของตนเอง…. 

  

 

 

ไม่กี่วันหลังจากถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเสร็จ ข่าวการแต่งงานที่จะมีขึ้นก็ถูกประกาศขึ้นหน้าหนึ่งท่ามกลางความเสียใจของหลายคนที่อยากจะครอบครองเตชิต วินิชราชกุลหนึ่งในบุคคลที่มีความสามารถและเป็นมหาเศรษฐีที่ติดอันดับในประเทศ และที่เป็นการติดอันดับการค้นหามากกว่าชื่อของเตชิตในออนไลน์ก็เป็นชื่อลูกชายและว่าที่ภรรยาที่ถูกปกปิดแต่ก็ยังมีรูปแอบหลุดออกมาให้ได้เห็น ซึ่งตัวของเขมินท์นั้นไม่เท่าไรแต่การที่โมเดลถูกนำรูปไปแชร์บนสื่อออนไลน์ทำให้ตัวของเขมินท์และคนในบ้านเองไม่ค่อยพอใจนัก เพราะโมเดลยังเด็กและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตก็อาจจะลดลง 

 

“พี่ขอโทษนะครับเขม รูปของโมเดลหลุดออกไปเยอะมาก ต่อไปลูกจะถูกจับตามองไม่ว่าจะทำอะไร” เตชิตไม่ได้เครียดเรื่องที่ตนเองถูกเปิดเผยว่าลูกโต แต่ที่เครียดอยู่ตอนนี้เพราะอยากให้ลูกชายได้ใช้ชีวิตที่ไม่ถูกจับตามองเหมือนตนเองในวัยเด็ก แต่ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้แล้วก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องบอกให้ลูกเข้าใจและสอนเรื่องคนที่จะเข้ามาตีสนิทด้วยนับตั้งแต่วันนี้ 

 

“ไม่เป็นไรครับ เขมเข้าใจ ยังไงเรื่องของโมดลก็ต้องถูกจับตาเข้าสักวัน ไหนจะเรื่องสังคมในโรงเรียนของลูกที่กำลังจะเปิดนี้อีก ช้าเร็วคนก็ต้องรู้อยู่ดีว่าลูกคนโตของพี่เตคือใคร” 

 

“ขอบคุณนะครับ ต่อไปนี้ลูกเราคงต้องรับศึกหนักเลย” 

 

“เรื่องนี้ประสบการณ์จะสอนเค้าเองครับ” 

 

“โดยเฉพาะเจ้าเด็กหัสบดินทร์ พี่ไม่ไว้ใจเป็นที่สุด” 

 

“โธ่… พี่เตครับลูกเรายังเด็กนะครับ” 

 

“เด็กๆนี่แหละครับร้ายกาจ ถ้าเจ้าตัวเล็กออกมาเมื่อไร พี่คงต้องสอนว่าให้กันท่าเจ้าเด็กกันยานั่นให้ห่างจากพี่ชายตัวเองให้ได้มากที่สุด” 

 

“เฮ้อ… ลูกเรายังเด็กครับพี่เต” เขมินท์ล่ะเหนื่อยใจกับคนๆนี้จริงๆ เมื่อสักครู่เรายังคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตของโมเดลอยู่เลย ทำไมถึงวกกลับมาเรื่องนี้ได้ก็ไม่รู้ ทั้งๆที่โมเดลยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย จะคิดเรื่องรักของลูกไปทำไมตั้งแต่ตอนนี้กัน เฮ้อ… พี่เตนี่เป็นพี่เตจริงๆ 

  

 

..........................................40%............................................ 

 

 

และแล้วก็ถึงวันแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการในโรงแรมหรู แขกที่เข้ามาในงานทุกคนต่างจ้องมองลูกสะใภ้ของตระกูลวินิชราชกุลที่ถูกโอบกอดด้วยเจ้าบ่าวที่เป็นที่รู้จักของงานไม่ให้ห่างกาย และเมื่อแขกเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เขมินท์ที่รู้สึกเหนื่อยตั้งแต่พิธีการช่วงเช้าก็เริ่มเพลียๆ เพราะหลังจากพิธีช่วงเช้าเสร็จก็ได้พักไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงเย็นอีก ทำให้วันนี้ว่าที่คุณแม่ลูกสองอย่างตนเองอยากจะยืนหลับกลางอากาศท่ามกลางงานเลี้ยงงานแต่งเลยจริงๆ

“พี่เตครับ ลูกไปไหนครับ” เขมินท์ถามหาลูกชายที่ไม่รู้หายตัวไปไหนแล้วตอนนี้ ทั้งๆที่ช่วงแรกๆยังตามติดเขมินท์และเตชิตอยู่เลย

“ไม่รู้เหมือนกันครับ เขมไปนั่งก่อนมั้ยครับยืนนานแล้วพี่ว่าไม่ค่อยดีต่อลูกกับเขมเท่าไร”

“ก็ดีเหมือนกันครับ เขมเพลียๆยังไงไม่รู้” เตชิตที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบประคองคนท้องไปนั่งกับคุณแม่ที่โต๊ะ ก่อนตนเองจะขอตัวไปตามหาลูกชายและคอยทักทายแขกไปด้วย เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงก็คงส่งแขกกลับกันหมดและเตชิตต้องตามหาโมเดลให้เจอก่อนเพราะวันนี้บ้านหัสบดินทร์ก็มาด้วย ไม่รู้ว่าโมเดลไปอยู่กับเด็กเจ้าชู้นั่นหรือเปล่า

ทางด้านโมเดลที่ถูกจูงมือมาเดินเล่นกับเด็กแฝดแถมยังมีเด็กตัวน้อยกว่าตนเองอีกคนมาเล่นด้วยก็ตกลงกันว่าจะเล่นซ่อนแอบกัน โมเดลที่ไม่ค่อยเต็มใจเล่นเท่าไรก็ถูกอ้อนวอนอย่างน่ารำคาญจนตกลงยอมเล่นด้วย ทำให้ตอนนี้ตนเองต้องเข้ามานั่งหลบใต้โต๊ะขนมของงานที่ถูกจัดไว้ให้แขกในงานอย่างเบื่อหน่าย แม้จะมีเด็กที่ชอบวอแวอย่างกันยามาอยู่ข้างๆก็ตาม แต่ก็ดีอยู่อย่างหนึ่งคือกันยาใช้งานง่ายมากที่ให้ออกไปเอาขนมมานั่งกินรอให้คนที่ตามหามาเจอตนเองแล้วจะได้ออกไปซะที

“เราหิวน้ำ” เมื่อนั่งกินนู้นกินนี่ไปนานๆก็เริ่มรู้สึกหิวน้ำจึงพูดขึ้นมาเบาๆ

“น้ำเหรอ น้องแก้มนิ่มอยากกินน้ำอะไร พี่กันยาคนนี้จะไปเอามาให้” กันยาตัวแสบของบ้านหัสบดินทร์บอกพร้อมเอามือน้อยๆตบเข้าที่อกเต็มแรงแมนๆโชว์น้องแก้มนิ่มคนน่ารัก ว่าพี่ชายคนนี้พร้อมจะทำทุกอย่างให้!

“เอาน้ำที่กินได้สิ”

“ครับๆ พี่จะไปเอาให้นะ” กันยาบอกก่อนจะมุดตัวออกไปแล้วหยิบแก้วน้ำสีสวยๆบนโต๊ะใกล้ๆมาสองแก้วก่อนจะมุดลงไปใต้โต๊ะตามเดิม

“นี่มันน้ำอะไร กลิ่นแปลกๆแต่สีสวยจัง” โมเดลมองน้ำในแก้วอย่างสงสัย พอเอาจมูกดมก็พบว่ากลิ่นแปลกกว่าทุกครั้งที่เคยกิน

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็กินได้แหละ พี่เห็นผู้ใหญ่กินเกือบทุกกคนเลย”

“ก็ได้…. แหวะ! ไม่อร่อยเลย” โมเดลลองชิมดูก่อนจะแหวะออกมาเมื่อรสชาติแปลกๆ แต่ผ่านไปสักพักรสชาติที่แอบขมกลับรู้สึกหวานในลำคอทำให้รู้สึกอร่อยจนต้องยกดื่มอีกครั้งจนหมดแก้ว ส่วนกันยาที่เห็นว่าน้องแก้มนิ่มยกดื่มจนหมดแก้ว ตนเองเลยยกดื่มจนหมดแก้วบ้างและหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มมีอาการตาปรือๆและล้มตัวลงนอนพร้อมๆกันก่อนจะผล็อยหลับสนิทไป โดยไม่รู้เลยว่าได้สร้างความโกลาหลให้แก่คนทั้งงานในคืนนี้เป็นการปิดท้ายงานแต่งได้อย่างน่าจดจำ

เขมินท์ที่รับรู้ว่าหาลูกชายไม่เจอจนส่งแขกกลับจนหมด ก็แทบจะเป็นลมล้มทั้งยืน ใจของตนเองสั่นไหวไปหมดเพราะกลัวลูกจะเดินออกจากโรงแรมไปไม่บอกใคร หรือเกิดอุบัติเหตุตรงไหนรึเปล่า หากโมเดลเป็นอะไรไปเขมินท์ต้องใจสลายแน่ๆ

“คุณเขมใจเย็นๆนะครับ กันยาก็หายไปด้วยคงพากันไปซนแถวๆนี้ ตอนนี้พนักงานกำลังช่วยกันตามหาอยู่ เห็นสิงหากับกันยาบอกว่าเล่นซ่อนแอบกันก่อนจะหายไปทั้งสองคน คงไปแอบด้วยกัน” โยที่นั่งรออยู่ด้วยเอ่ยบอกพร้อมกลับคาดโทษเจ้าลูกชายตัวแสบในใจว่าทำเอาคนป่วนไปทั้งงาน

“คูมแม่ฮับ พี่ๆหายเหยอ” เจ้าตัวน้อยบนตักของโยถามเสียงใส เพราะมองหาพี่ชายอีกคนไม่เจอ

“พี่ชายเล่นซ่อนแอบกับมีนาไงครับ ตอนนี้คุณพ่อกำลังหาพี่ชายอยู่”

“มีนา ยั่กเย่นยวยยยย” มีนาตัวน้อยที่ยักพูดไม่ชัดเอ่ยออกมาพร้อมกลับจะดิ้นลงตักเพื่อไปเล่น แต่โยไม่ยอมปล่อยให้ลงไปจึงหยิบเอาตุ๊กตาตัวโปรดในกระเป๋าที่มีแต่ของมีนามาให้เล่นแทน ซึ่งเด็กน้อยพอเห็นตุ๊กตาก็ละความสนใจที่จะลงจากตักทันที

“น่ารักจังเลยนะครับ ดูไม่ดื้อเท่าไรเลย” เขมินท์มองลูกชายคนสุดท้องของคุณไฟและคุณโยแห่งบ้านหัสบดินทร์อย่างเอ็นดู

โมเดลแม้จะไม่ดื้อเท่าไรแต่พอได้ดื้อก็เป็นแบบนี้ ซนจนเขมินท์จะเป็นลมทุกครั้ง

“มีดื้อบ้างครับ พ่อกับพี่ๆเค้าชอบตามใจ แต่นิสัยดื้อน้อยกว่าพี่ชาย เวลาดื้อก็เลียนแบบพี่ๆทั้งนั้นว่าทำยังไง”

“ลูกของเขมนี่เลียนแบบคนพ่อเลยครับ ความดื้อด้านนี่เป็นที่หนึ่งเลย ช่วงหลังๆปล่อยให้อยู่ด้วยกันเริ่มนิสัยเหมือนกันเข้าไปทุกวัน พอท้องนี้เลยแอบกลัวเจ้าตัวเล็กในท้องจะมาดื้อตามไปอีกคน ถ้าเป็นแบบนั้นเขมคงปวดหัวไม่น้อย”

“คุณเตชิตนี่ดูไม่ออกเลยนะครับว่ามีนิสัยแบบนั้น”

“น้อยไปสิครับ เมื่อก่อนทั้งเอาแต่ใจและหัวแข็ง มั่นใจในตัวเองที่สุด ใครบอกอะไรก็ไม่ฟัง แต่ตอนนี้ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว”

“ดีแล้วครับ สามีของโยก็ใช่ย่อยกว่าจะทำตัวดีได้ขนาดนี้ก็ผ่านมาเยอะเหมือนกัน”

พอจบประโยคนี้ของโย ทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมๆกัน เพราะพอจะเดาได้ว่าตนเองทั้งคู่ต้องรับมือกับคุณสามีตัวดีจนเหนื่อยไม่ต่างกัน ยิ่งพอได้นั่งคุยทำความรู้จักเพิ่มขึ้นไปอีกแบบนี้ ยิ่งรู้สึกเป็นคนหัวอกเดียวกันเลยจริงๆ

 

ทางด้านเตชิตและไฟและลูกชายอีกสองคนก็ช่วยกันตามหาเด็กทั้งสองจนทั่วโรงแรมแต่ก็ไม่เห็น จนสักพักพนักงานรีบวิ่งเข้ามาบอกว่าเจอแล้ว เจออยู่ใต้โต๊ะวางอาหารในงานและตอนนี้ก็หลับหัวชนกันอยู่ทั้งคู่ และเมื่อเตชิตเข้าไปดูก็พบว่าลูกชายของตนเองนั้นดื่มเครื่องดื่มค็อกเทลที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปทำให้หลับแบบนี้ เตชิตจึงเข้าไปอุ้มและพาไปหาเขมินท์ที่คงเป็นห่วงอยู่ในห้องรับรองแขก

“ทำไมลูกหลับแบบนั้นครับพี่เต ลูกเป็นอะไร” เมื่อเห็นเตชิตอุ้มลูกชายเข้ามาก็รีบลุกขึ้นมาดูก่อนจะถามถึงอาการทันที

“ดื่มค็อกเทลแล้วไปหลับหัวชนกันอยู่สองคนใต้โต๊ะครับ”

“โธ่… ถ้าตื่นขึ้นจะต้องโดนดุสักหน่อยแล้ว ทำไมซนแบบนี้นะครับโมเดล” เขมินท์ปัดใบเส้นผมออกจากใบหน้าของลูกชายเบาๆ ก่อนจะเบนสายมาไปยังเด็กอีกคนที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอดของคุณอัคคี หัสบดินทร์ โดยมีเด็กแฝดอีกสองคนอยู่ข้างๆ

“ทางเราต้องขอโทษด้วยนะครับที่เจ้าตัวแสบพาหนูโมเดลไปซนแบบนี้” ไฟเอ่ยขอโทษออกมา เพราะที่เกิดเรื่องนี้เจ้าตัวแสบต้องมีส่วนผิดเยอะแน่ๆ

“ไม่เป็นไรครับ เด็กๆก็ซนไปตามเรื่องราว โมเดลเองก็ดื้อไม่น้อยเหมือนกัน”

“ถ้ายังไงก็ยินดีอีกครั้งนะครับสำหรับงานแต่งวันนี้ แม้จะวุ่นวายไปหน่อยก็ตาม ส่วนวันนี้คงต้องขอตัวกลับก่อน เจ้าตัวแสบหมดฤทธิ์แบบนี้วันหลังจะพามาขอโทษอีกครั้งนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะครับคุณไฟคุณโยที่มาร่วมงาน”

“ยินดีมากครับ เด็กๆครับบอกลาคุณอาก่อนครับ” โยบอกลูกชายทั้งสองคนส่วนเจ้าลูกคนเล็กอย่างมีนาพอโดนอุ้มซบอกเตรียมกลับก็เริ่มงัวเงียง่วงนอนแล้ว และเมื่อเด็กๆเอ่ยคำลาจบทั้งโยและไฟก็รีบพาลูกๆกลับบ้าน และไฟก็รู้ชะตาลูกๆเลยว่าพรุ่งนี้วันแม่พิโรธแน่ๆ เจ้าตัวแสบทั้งหลายคงโดนดุแต่เช้า…..

เมื่อส่งแขกคนสุดท้ายอย่างบ้านหัสบดินทร์แล้ว เขมินท์ก็พาโมเดลขึ้นมาพักบนห้องพักของโรงแรมที่ตนเองจองไว้นอนในคืนนี้ ส่วนคุณหญิงรวีวรรณหลังจากส่งแขกกลับไปจนหมดเตชิตก็ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านพร้อมน้องสาวแล้ว

“เขมไปอาบน้ำเถอะครับ พี่เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูกเอง”

“ได้ครับ อย่าลืมปะแป้งด้วยนะครับจะได้ไม่เหนียวตัวเท่าไร”

“ครับ เขมก็อย่าล็อกประตูห้องน้ำนะครับ วันนี้ยืนหน้าพี่กลัวเขมจะเป็นตะคริวแล้วล้มในห้องน้ำ”

“ครับๆคุณพ่อ รีบๆเช็ดตัวให้ลูกได้แล้วครับ เดี๋ยวจะตื่นมางอแงก่อนพอดี”

หลังจากที่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อย เตชิตก็รีบเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้โมเดลก่อนจะเตรียมชุดนอนให้ว่าที่คุณแม่ได้ใส่นอน และก็โทรลงไปขอยานวดจากพนักงานมาหนึ่งหลอดเพื่อที่จะได้นวดให้เขมินท์ก่อนนอน เพราะวันนี้ทั้งเขมินท์ทั้งยืนและเดินทั้งวัน คงเมื่อยมากเป็นแน่ แล้วไหนจะเกิดเรื่องวุ่นวายอีกในวันนี้หลังจบงาน เตชิตเองก็ต้องทำตัวดีๆสักหน่อยเพื่อไม่ให้ว่าที่คุณแม่ลูกสองเหนื่อยใจไปมากกว่านี้ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันแต่งงานของเราสองคน ไม่ได้เข้าหอไม่เป็นไร ไว้ลูกอีกคนลืมตามาดูโลกเมื่อไร ค่อยเข้าหอตอนนั้นก็ไม่สาย!

อดทดเพื่อลูกและความสบายใจของเมียแค่นี้ เตชิตทำได้!!!

 

...........................................100%.......................................... 

สู้ๆค่ะคุณพ่อ!!!!  

ช่วงนี้สถานการณ์โควิดค่อนข้างแย่ขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ >< 

ความคิดเห็น