tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...เหนื่อยมั้ย

ชื่อตอน : หมอครับ...เหนื่อยมั้ย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2563 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...เหนื่อยมั้ย
แบบอักษร

หมอครับ...เหนื่อยมั้ย?

 

ผมกลับมาถึงคอนโดก็ทิ้งร่างบนเตียงแบบหมดแล้วซึ่งเรี่ยวแรง ไม่สนห้าสนสิบใดๆ น้ำเหรอ ไว้ตื่นค่อยอาบ ข้าวเหรอ ยังไม่มีอารมณ์กินที่อยากได้ที่สุดก็ที่นอนแหละตอนนี้

ผมหลับยาวไปนานแค่ไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกที่แสงในหรอกก็ค่อนข้างสลัว คงจะเริ่มเย็นแล้ว อากาศในฤดูหนาวมืดเร็วซะด้วย พอเอื้อมมือหามือถือ กดดูก็พบว่าห้าโมงกว่าๆเข้าไปแล้ว เรียกได้ว่านอนนาน นอนยาว เต็มอัตรากันเลยที่เดียว

 

มีข้อความจากไอ้หมวดยี่สิบกว่าข้อความได้ ทั้งยังมีมิสคอลอีกหลายสาย ซึ่งข้อความสุดท้าย มันบอกว่าออกจาก สน.แล้ว และกำลังเดินทางมาที่คอนโดผม บ้านมีไม่กลับหรือไงฟ่ะ

ผมกดโทรกลับไอ้คนที่น่าจะกำลังขับรถ เพื่อถามว่าถึงไหนแล้ว ใจความสำคัญคือ ผมหิว กะจะฝากมันซื้อของกินเข้ามาด้วย

 

“ถึงไหนแล้วอ่ะ” ผมถามออกไปเมื่อปลายสายกดรับ

 

“อยู่ตลาดกำลังหาอะไรเข้าไปกิน หมอเอาไรมั้ยอ่ะ”

 

“อยากกินยำ ได้มั้ย” ปลายเสียงผมว่าผมก็อ้อนมันนะ รู้ตัว แต่อยากทำ

 

“ได้ จะเอาอะไรเพิ่มมั้ย”

 

“ได้โค๊กด้วยจะดีมาก เพิ่งตื่น”

 

“ถึงว่า ไลน์ไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ”

 

“อื้อ ง่วงอ่ะ คุณไม่ง่วงเหรอ ฮ่าววววว” ท้ายประโยคผมหาวใส่มันไปทีนึง

 

“ก็ง่วง”

 

“แล้วสำนวนคดีเสร็จแล้วหรอ”

 

“ส่งอัยการแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของสอบสวนแล้วแหละ ผมขอพักเถอะ ไม่ได้นอนเต็มอิ่มเท่าไหร่เลยอาทิตย์นี้”

 

“อือ ขับรถดีๆ” ผมบอกมันเสร็จก็ชิงวางสาย ทันได้ยินประโยคสุดท้ายของมันพอดี ‘เป็นห่วงผมเหรอ’ แต่ก็นะ...ถือว่าไม่ได้ยิน

 

รอราวๆเกือบชั่วโมงไอ้หมวดมันก็มาถึงพร้อมของกินที่สามารถกินได้ทั้งชั้น มึงซื้อมาเลี้ยงเพลหรือไง อ๋อ ไม่ได้สิ นี้หกโมงแล้ว

 

“ซื้อไรมาเยอะแยะวะ” ผมที่เดินออกมาในชุดอยู่บ้านหลังอาบน้ำสระผมเสร็จพอดีถามขึ้น

 

“กลัวหมอหิว”

 

“คุณไม่หิวหรือไง”

 

“ผมหิวไม่มาก เพราะตอนบ่ายจ่าธงส่งข้าวกล่องมาช่วยชีวิตแล้ว แต่ผมเห็นหมอไม่ตอบข้อความ เลยเดาว่าน่าจะหลับ ซึ่งถ้าหมอหลับยาว แสดงหมอต้องยังไม่กินอะไรตั้งแต่เมื่อเช้า” อ่ะ สมเป็นสายสืบ และผมไม่เถียงเพราะมันจริง แถมพอได้กลิ่นอาหาร ท่องผมมันก็ออกแรงบีบรัดประท้วง ราวกับรับคำที่ไอ้หมวดมันวิเคราะห์ พอได้ยินอย่างนั้น มันก็ยิ้มขำแถมมือยังแกะอาหารใส่จานให้

 

“ขอบคุณ” ผมบอกมันเบาๆ เมื่อมันนั่งลงตรงข้ามเพื่อกินข้าวด้วยกัน อาหารที่มันหิ้วมา เป็นของโปรดผมทั้งนั้น

 

“ไม่เป็นไร ผมแค่อยากดูแล” มันว่าเสียงนุ่ม เอิ่ม ผมว่าแอร์ในห้องคงเสีย รู้สึกร้อนๆอีกแล้ว

 

“กินไปเลย” ผมบอกพลางหลบสายตาคนตรงหน้า

 

“หมอต้องกลับไปนิติเวชอีกมั้ยนี้” หมวดเตมันถามเพราะผมมักจะกลับไปที่แผนกช่วงกลางคืนประจำ

 

“ไม่อ่ะ ส่งงานแผนกคุณแล้วนี้ ผมว่าง ให้ผมได้พักเถอะ นี้กะว่าอาหารย่อยผมก็จะนอนต่อล่ะ”

 

“นอนมาทั้งวันยังนอนต่อได้อีกหรอหมอ”

 

“ไม่ใช่ปัญหา” ผมไหวไหล่ใส่ไอ้คนตรงหน้า จนมันขำ

 

“ขี้เซานะหมอเนี่ย”

 

“คุณก็กลับบ้านไปนอนได้แล้ว ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคน รวมกันหลังจากที่ตื่นเมื่อวาน ไม่ใช่ว่าครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วเหรอ”

 

“ก็เกือบๆ”

 

“อืม กินเสร็จก็กลับบ้านไปพักได้แล้ว”

 

“ทำไมต้องไล่อ่ะ” ไอ้หมวดมันเริ่มทำหน้ายู่

 

“ขอค้างนี่ไม่ได้หรอ”

 

“ได้พักแล้ว แทนที่จะกลับบ้านนอนให้สบายใจ จะมาอยู่เบียดกันทำไมกับผมเนี่ย”

 

“ก็พักกลับหมอสบายใจกว่ากลับบ้านไปอยู่คนเดียวนี่”

 

“คุณนี่มันยังไง”

 

“ใช่ว่าผมไม่เคยค้างสักหน่อย” มันว่าส่วนผมได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

 

“ก็แค่อยากนอนกอด”

 

“คุณว่าอะไรนะ” เพราะมัวแต่จิ้มโทรศัพท์เลยไม่ทันฟังที่หมวดมันพูด

 

“เปล่า ผมกลับก็ได้ อย่างมากก็คงแค่หลับใน เสยเสาไฟต้นไหนสักต้นแหละ” นั้นไงมันดราม่า

 

“เออๆ จะค้างก็ค้าง ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวผมเก็บตรงนี้เอง”

 

“คร้าบบบบ” หมวดเตมันรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะลุกหายไปทางห้องน้ำ

แปลกใจอะไรกัน เตธวัชมันมานอนที่นี่ออกจะบ่อย เผลอบ่อยกว่านอนคอนโดตัวเองอีกมั้ง เพราะไหนจะค่าเฉลี่ยที่มันแบ่งไปเวลาไปนอนเฝ้าผมที่นิติเวชอีก

 

อย่าเพิ่งงงในความสัมพันธ์แบบแปลกๆของพวกผมนะครับ จริงอยู่ ที่พวกผมไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ก็สนิทกันมากๆ มากแค่ไหนน่ะเหรอ ก็มากพอที่จะมีคนคิดว่าเราแป็นคนรักกัน มากพอที่จะนอนกอดกันแหละเอ้า แต่มันก็เท่านั้น ทั้งผมทั้งไอ้หมวดไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น อย่าเพิ่งบอกนะ ว่าเพื่อนกันเขาไม่กอดกัน เหมือนเตมันจะพูดแหะ อันที่จริงก็ใช่ว่าผมจะซึนจนไม่รู้อะไรหรอก ทำงานมาร่วมกันตั้งกี่ปี บ้านผมทุกวันนี้ไม่ต่างจากบ้านมันเลย เข้าออกเป็นว่าเล่น ไหนจะที่มันเองก็ค่อยดูแลเทคแคร์ผมมาตลอด คนนะครับ ไม่ใช่เสาไฟฟ้าจะได้ไม่รู้ว่ามันคิดกับผมแบบไหน หรือ มองผมยังไง

แต่จะให้ทึกทักไปเองโดยที่เจ้าตัวไม่พูดมันก็ออกจะเกินไปหน่อย แทบมี่ผ่านๆมาเราเองก็ใช่ชีวิตด้วยกันแบบความเคยชินมาโดยตลอด คล้ายๆว่าสิ่งที่หมวดมันปฏิบัติกับผม หรือ ที่ผมแสดงออกกับมัน เป็นเรื่องปกติ ผมว่า ระหว่างผมกับไอ้หมวด ขาดก็แค่การพูดคุยที่ชัดเจน แต่ก็นั้นแหละ ผมเองก็พูดได้ไม่เต็มปากนักหรอก ว่ารู้สึกยังไง

 

อันที่จริง ที่มิ่งกัลยาพูดมันก็มีเหตุผล ระหว่างผมกับหมวด เรายังไม่มีการตกลงกันเลยว่าเราจะอยู่ร่วมกันในสถานะไหน ดังนั้นพอเตมันบอกว่าจะจีบ ก้อนเนื้อในอกผมมันก็ดันสั่นเป็นเจ้าเข้า เต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ซะอย่างนั้น

 

แบบนี้ เรียกว่า ผมมีใจ ได้มั้ยนะ

 

ภายในห้องแห่งหนึ่งยามค่ำคืน

 

ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก

 

เสียงนาฬิกาที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอยามที่เข็มมันเดินไปข้างหน้า ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่นัก มุมหนึ่งของห้องมีที่นอนขนาดห้าฟุตสภาพยุ่งเหยิง เหมือนไม่ได้เก็บมาหลายวัน

ผนังด้านหนึ่งมีรอยจุดสีแดงคล้ายโดนสีกระเด็นใส่ ปลายที่นอนมีกองของเหลวสีแดงสดกองใหญ่ ก่อนจะเป็นรอยลากยาวไปทางห้องน้ำ กลิ่นคาวคลุ้งในห้อง บ่งบอกว่ามันไม่ใช่สี แต่เป็นเลือดสดๆของจริง และบัดนี้เจ้าของกองเลือด กำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่พื้นห้องน้ำ ตามร่างกายมีเปื้อนคราบเลือดจนชุ่ม เพราะบาดแผลที่เป็นจุดเลือดไหลมีอยู่หลายแห่ง. ข้างๆร่างเปลือยมีมีดวางอยู่สองสามเล่ม ทั้งมีดบางและมีดปังตอ ถัดไปไม่ไกลก็มีแพคถุงขยะสีดำอย่างหนา ขณะที่เลือดไหลไปตามน้ำลงไปที่ท่อน้ำทิ้ง

 

ผมรู้สึกตัวตื่นตอนราวๆตีห้ากว่า ด้วยเพราะร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ความรู้สึกแรกที่รับรู้ยามที่ประสาทสัมผัสเปิดเต็มที่คือ ความหนักๆแถวเอวกับช่วงขา ไม่ต้องเดาเลยไอ้ยักษ์ที่เนียนมานอนห้องผมกำลังกอดผมเอาไว้แน่น ทั้งขายาวนั้นก็พาดเกี่ยวผมไว้ทั้งตัว

 

“อืออออ” ผมขยับตัวอย่างอึดอัด แต่คนข้างก็ไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังกอดแน่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

เนี่ยไงล่ะ ใครมันจะไม่สับสน เพื่อนที่ไหนนอนกอดกันกลมขนาดนั้นวะ

อ่ะ ก็ได้ ตอนนี้เลื่อนเป็นคนจีบแล้วไง แต่นะ ดูสิ่งที่ปฏิบัติต่อกันสิ ไอ้หมวดปล่อยก่อนเถอะ อยากเข้าห้องน้ำแล้วเนี้ย

ผมพยายามแกะมือของไอ้หมวดออกจากตัวเพราะร่างกายเริ่มเตือนให้เข้าห้องน้ำ

 

“ไม่อาววว นอนก่อน” เสียงไอ้หมวดอู้อี้บอก

 

“ปล่อยก่อน จะไปเข้าห้องน้ำ” ผมบอกพลางตบเบาๆที่แขนไอ้เต

 

“หืออออ”

 

“ปล่อย ผมปวดท้องจะเข้าห้องน้ำเนี่ย”

 

“ก็ด้ายยย” มันว่าแล้วก็ปล่อยตัวผม เสร็จแล้วพลิกตัวไปอีกฝั่งแล้วหลับต่อ

 

สายแล้วแต่ไอ้คนไม่กลับบ้านก็ยังไม่ตื่น จนกระทั่งผมไปซื้ออาหารเช้ากลับมา มันก็ยังหลับ เอ่อ มันหลับสมไม่ได้นอนเต็มอิ่มทั้งอาทิตย์จริงๆ ผมจัดอาหารใส่จานเสร็จก็เลยเดินไปปลุกมันเพื่อให้มารับอาหารก่อน ปล่อยไว้แบบนั้นเดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหา (แกล้งลืมไปว่าตัวเองทำเป็นประจำ)

 

“หมวด...หมวดตื่น” ผมร้องเรียกมันที่หน้าประตู

 

“อือออออ” แต่ไอ้คนบนเตียงไม่มีท่าทีว่าจะตื่น จนผมต้องเดินเข้าไปหา แล้วเขย่าตัวมันแรงๆ

 

“ไอ้หมวดตื่น... มะ เฮ้ย!!” คนหลับมันดึงผมลงบนเตียง แถมยังพลิกตัวขึ้นค้อมผมเอาไว้

 

“เล่นบ้าไรวะเนี้ย”

 

จุ๊บ!!

 

“มอนิ่งคิส” มันพูดหลังจากที่จุ๊บหน้าผากผม

 

อ่า หน้าเป็นร้อนๆอีกแล้วกู

 

“ปล่อยโว้ย”

 

“โวยวายอ่ะหมอ ฝึกไว้สิจะได้ชิน” ชินบ้านพ่อมึงดิ

 

“ปล่อยเลยไอ้หมวด เกินไปแล้ว”

 

“เกินไปที่ไหน เนี่ย ตอนนี้เป็นคนจีบไง ไม่ใช่แค่เพื่อน”

 

“เป็นแค่คนจีบ อย่ามาเยอะเถอะ”

 

“ไม่เยอะๆ เพราะถ้าเยอะมันต้องแบบนี้”

 

จุ๊บ!! อีกแล้ว!!

 

“นี่สิถึงจะเรียกว่าเยอะ” มันบอกหลังจากกดปากลงจุ๊บหนักๆที่ปากผม เวรล่ะ หัวใจผม ไม่ได้การแล้ว วันนี้ต้องให้ไอ้ดลตรวจแล้วสิ

 

“ปล่อยได้แล้ว”

 

“หึๆ”

 

“ลุกกกกก”

 

“หน้าแดงอ่ะหมอ”

 

“ไอ้เต!!”

 

“ไอ้เตเลยน้าาาา ฮ่าๆๆๆ”

 

กริ้งงงงงง กริ้งงงงงงง

 

ขณะที่ไอ้เตมันมีความสุขกับการก่อกวนผม เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น พอได้ยินเสียงไอ้หมวดมันก็เลิกแกล้ง ขยับตัวออกอย่างง่ายดาย ผมเลยเดินไปรับสาย

 

-หัวหน้าเจิง-

 

เป็นเบอร์พี่เจิงที่โทรเข้ามา

 

“ครับพี่ วันนี้ผมหยุดถ้าไม่มีใครตายแล้วโทรมาพี่โดนเล่นแน่” ผมรับสายและขู่ไปพร้อมกัน

 

“โธ่...หมอก็ คราวนี้มาเป็นชิ้นๆเลย ไม่ใช่แค่หัวหาย”

 

“ห่ะ!!!”

 

ไรท์ //ฝากติดตามหมวดกับหมอหน่อยนะค่าาา ช่วยเอ็นดูพวกนางด้วย

ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คอมเมนท์ติชมมาได้นะค่ะ

ความคิดเห็น