vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ที่แท้เขาก็คือ...แวมไพร์! (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ที่แท้เขาก็คือ...แวมไพร์! (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2563 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ที่แท้เขาก็คือ...แวมไพร์! (2/2)
แบบอักษร

มือเย็นเฉียบแถมหยาบกระด้างสัมผัสตรงแก้มเพื่อเรียกสติ ผมค่อยๆ ลืมตาก่อนถอยกรู เมื่อเห็นแววตาสีดำสนิทแต่กลับดูน่ากลัว ผู้ชายสองคนที่จับผมมาอยู่ตรงหน้า มือสองข้างของผมถูกรวบไว้ด้วยเชือกเส้นหนาจนมือมีรอยแดงเถือก 

“เขาตื่นแล้ว ทีนี้คุณจะให้เงินพวกเราได้รึยัง” หนึ่งในผู้ชายที่จับผมเอ่ยกับใครไม่รู้ที่อยู่ในมุมมืด  

“พวกคุณเป็นใคร แล้วจับผมมาทำไม เรียกค่าไถ่งั้นเหรอ”  

“ช่างไร้เดียงสาซะจริง...” เสียงเย็นดังทุ้มพร้อมกับฝีเท้าก้าวออกมาจากความมืด ผ้าคลุมสีดำปิดใบหน้าคนตรงหน้าหมด ยกเว้นดวงตาที่มีข้างหนึ่งเป็นสีแดง ส่วนอีกข้างเป็นสีเทา บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นพาดอยู่ทางด้านตาสีแดง  

ความรู้สึกอึดอัด น่ากลัว เกิดขึ้นทันทีเมื่อเขาเดินก้าวเข้ามาใกล้ เขาหันไปพูดกับผู้ชายสองคน  

“ฉันจะให้เงินพวกนาย แต่พวกนาย ไม่อยากลิ้มลองเลือดเด็กคนนี้ซะหน่อยเหรอ”  

สายตาเขาตวัดมาทางผมและเดินเข้ามาใกล้ ผมถอยกรูจนติดผนัง แม้ตัวสั่นแค่ไหนแต่ผมก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา  

“พวกเราอยากได้แค่เงิน ไม่ได้อยากแตะต้องมนุษย์คนนี้ เขามีเจ้าของแล้ว” คำกล่าวจากผู้ชายใส่แจ็คเก็ตทำให้คนตัวสูงในชุดคลุมสีดำหันขวับมาจ้องหน้าผม  

มือหยาบเชยคางผมขึ้น แววตาเขาดูตกใจไปชั่วครู่เมื่อพิจารณาใบหน้าของผมก่อนผลักออกจนเซแล้วเค้นหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้าเมายา  

“แบบนี้นี่เอง หึ ในที่สุดเวลาที่ฉันจะได้แก้แค้นมันคงใกล้มาถึงแล้วสินะ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเซน ยอมเข้าใกล้มนุษย์อีกครั้ง ทั้งที่มันยอมห่างมาเกือบร้อยห้าสิบปี...”  

พอได้ยินชื่อเซน มันเรียกความสนใจจากผมได้ทันที  

“เมื่อกี้คุณพูดถึงคุณเซนเหรอ พวกคุณเป็นใครกันแน่” ชายชุดคลุมสีดำล้วงมือเข้าไปในเสื้อด้านในแล้วส่งเงินปึกใหญ่ให้ผู้ชายสองคนที่จับผมมา แถมเขายังยื่นซองเม็ดยาสีดำให้อีกด้วย  

“นี่ค่าจ้างของพวกนายที่จับสิ่งนี้มาให้ฉัน ส่วนนั่น ชุดยาพิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังงาน” ผู้ชายสองคนรีบคว้าซองยาเปิดกินคล้ายกับคนกระหายยา ทำไมผมกลับรู้สึกว่ามันเหมือนอาการคนติดยาเลย 

น่ากลัวจังเลย ผมพยายามแก้มัดตรงมือในช่วงที่มีโอกาส 

“อย่าพยายามแก้เชือกด้วยพละกำลังอันน้อยนิดของนายเลย กลัวขึ้นมารึไง” สายตาคมกริบภายใต้ชุดคลุมสีดำ 

“ผมไม่ได้กลัว” ผมบอกอย่างเข้มแข็ง แม้ไม่รู้ว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรกันแน่ เขานั่งยองๆ ลง  

“อีกสักพักฮีโร่ของนายก็จะมาช่วยแล้วล่ะ คอยจับตาดูฮีโร่ของนายให้ดีล่ะ ว่าเขาปิดบังอะไรนายไว้”  

“คุณหมายถึงคุณเซนเหรอ...อย่าเข้ามาใกล้ผมนะ!!”  

ผมถอยหนีแต่กลับโดนอีกฝ่ายใช้เข็มขนาดเล็กจิ้มลงตรงข้อมือ  

“อึก!”  

เลือดถูกดูดใส่เข็มฉีดยาไปเพียงเล็กน้อย ก่อนผู้ชายชุดคลุมดำจะรีบลุกขึ้นยืนคล้ายกับว่าเขาสัมผัสได้ว่ามีอะไรกำลังมา ผมรีบใช้มือปิดเลือดที่มันซึมออกมา  

“จริงสิ...ฉันฝากบอกเซนมันด้วยก็แล้วกันว่า ฉันเท่านั้นที่สมควรได้อาณาจักรมาครอบครอง...”  

เสียงเต็มไปด้วยความแค้นหายไปพร้อมกับกลุ่มควันสีดำ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ระหว่างที่กำลังพยายามแก้มัดตัวเองอยู่ ผมก็รู้สึกว่ามีสายตาสองสายตาสีแดงจ้องมา ผู้ชายที่จับผมมากำลังมองมาทางนี้  

“กลิ่นเลือด ฉันได้กลิ่นเลือด หอมหวาน” พวกเขาย่างกรายเข้ามาใกล้  

“ออกไปนะ! อย่ามายุ่งกับผม ออกไป” ผมใช้เท้าถีบอีกคนด้วยกำลังทั้งหมด จนเขาออกห่าง แต่ทว่าผู้ชายอีกคนกลับดึงขาผมไว้ตอนลุก จนผมล้มลงอีกครั้ง ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขี้ยวแหลมคมอยู่ตรงหน้า 

แววตาสีแดง กระหายเลือด มีฟันแหลมคม... 

จะเป็นอะไรไปได้ นอกซะจาก แวมไพร์!!  

“ไม่จริง ไม่จริง แวมไพร์จะไปมีจริงได้ยังไงกัน...” ผมถอยหลังด้วยความช็อก เสียงกัดฟันกรอดยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยกลัวจับใจ ผมกำลังจะถูกกัดเหรอ ฮือ ช่วยด้วย ช่วยด้วย  

วินาทีต่อมา สิ่งที่ผมนึกถึงคือใบหน้าของเซน...  

หมับ!  

การเคลื่อนไหวของผู้ชายสองคนถูกหยุดด้วยสองมือหนาของใครบางคน  

หัวใจผมแทบหยุดเต้นเมื่อเงยหน้ามองเขา เซนควรมีดวงตาสีฟ้าสีสวย ทว่าตอนนี้ดวงตาเขากลับเป็นสีเทา 

ความรู้สึกของผมรับรู้ว่ามันไม่ใช่สีเทาแบบเย็นชา แต่มันกลับเป็นอารมณ์โกรธเหมือนคุมตัวเองไม่ได้... 

“อ๊าก!” เสียงผู้ชายสองคนร้องลั่น เซนลากพวกเขาออกห่างจากผมพร้อมกับยกพวกเขาทั้งสองคนลอยเหนือพื้น  

“ใครส่งพวกนายมาที่นี่! ใครสั่งให้นายจับชานมมา” ผมตาโต หัวสมองพยายามประมวลผลพลางคิดถึงประโยคของผู้ชายปริศนาเมื่อกี้ ว่าให้จับตาดูเซนให้ดี... 

ไม่จริงน่า อย่าบอกนะว่าคุณเซนก็เป็น... 

“พวกฉันไม่รู้!” เสียงพวกเขาตอบด้วยความทรมาน ผมกำลังลุกขึ้นก็ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อบ้านของเซน  

เขารีบเข้ามาแก้มัดตรงมือให้ผม “คุณชานมไม่เป็นอะไรนะครับ...”  

คุณพ่อบ้านถามไม่เต็มเสียงคล้ายคนปิดบังอะไรอยู่ ปิดบังเรื่องที่ผมรับรู้เองได้ด้วยสัญชาตญาณ  

“ไม่เป็นไรครับ”  

“ฉันจะถามเป็นรอบสุดท้าย บอกชื่อคนที่สั่งพวกนายมา!!” เสียงดังเย็นเฉียบของเซนทำให้ผมรีบลุกขึ้น  

“คุณชานมครับ ผมว่าอย่าเพิ่งเข้าไปใกล้ท่านเซนตอนนี้” แต่ผมไม่ฟัง เดินก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอย่างต้องการรู้ความจริงจากปากเขาชัดๆ  

กลิ่นเลือดทำให้เซนหันขวับมาสบตากับผม  

“ทำไมตัวนายถึงมีกลิ่นเลือดออกมา” ผมไม่ได้ตอบคำถามเขาแต่กลับมองผู้ชายสองคนที่เซนใช้ทั้งสองมือบีบคอตรึงพวกเขาไว้อยู่  

“ปล่อยพวกเขาไปเถอะครับ”  

เซนขมวดคิ้ว  

“แต่พวกเขากำลังทำร้ายนาย! จะให้ฉันปล่อยไปได้ยังไง” สีหน้าพวกเขาดูทรมานมากจนทำให้ผมคิดว่าเซนกำลังออกแรงบีบคอพวกเขาอยู่  

“พวกเขาก็แค่หิวครับ”  

“งั้นแปลว่านายจะยอมให้พวกมันกินเลือดนายงั้นเหรอ พวกมันเป็นแวมไพร์ อันตรายแค่ไหนนายไม่มีทางรู้หรอก” เขาหลุดพูดออกมา 

“ก็เหมือนกับคุณใช่ไหมครับ ที่อันตรายแค่ไหนผมก็ไม่รู้”  

เซนชะงักเมื่อเห็นแววตาผมมอง  

“ชานม”  

“คุณเองก็คิดอยากกินเลือดผมเหมือนกันใช่ไหมครับ”  

“ฉันไม่เคยคิดจะกินเลือดนาย” เขาพูดหนักแน่น  

ผมมองผู้ชายสองคนที่ทำหน้าทรมานและดูเหมือนร่างกายเขาเหมือนจะละลายยังไงไม่รู้  

“ถ้างั้นคุณก็ปล่อยพวกเขาสักทีสิครับ ผมไม่ติดใจอะไร ปล่อยมือเถอะ” ผมเอื้อมมือไปจับแขนเซน  

ผมไม่อยากให้เซนทำร้ายใคร ไม่อยากเห็นเขาทำร้ายใคร...   

“แต่ฉันมีเรื่องที่ต้องสะสางกับพวกเขา พวกเขาทำร้ายนาย ไม่เห็นรึไงว่าพวกเขาจับนายมา”  

“ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยครับ ปล่อยพวกเขา...”  

ระหว่างที่เถียงกันไป จู่ๆ ร่างกายของผู้ชายทั้งสองคนที่เซนจับเพื่อเค้นความจริงอยู่นั้น ก็ร้องลั่นด้วยความทรมานก่อนมีไอฝุ่นและร่างกายทั้งสองคนกลายเป็นขี้เถ้าในทันทีต่อหน้าต่อตาพวกเรา ผมตาโตและคิดว่าเซนเป็นคนทำ  

เซนมีท่าทีตกใจเช่นเดียวกัน  

“คุณเซน!! คุณทำอะไรของคุณ คุณฆ่าพวกเขาเหรอครับ”  

“ฉัน...” เขามองมือตัวเองเหมือนสงสัย แต่ภาพความทรมานเมื่อกี้ทำให้ผมสับสนบวกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งได้รับรู้ ว่าแท้จริงแล้วเซนคือแวมไพร์ยิ่งเพิ่มความสับสนให้ผม  

“คุณก็เห็นว่าพวกเขาทรมาน ทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้ครับ!!” ผมเผลอพูดออกมาด้วยอารมณ์  

“คุณชานม ไม่ใช่นะครับ ท่านเซนไม่ได้ทำอะไร....” คุณพ่อบ้านกำลังจะพูด แต่เซนยกมือห้าม  

“โทระ ไม่ต้องพูด” เซนเดินเข้ามาใกล้ผมก่อนเอื้อมมือมาหวังจะดูเนื้อตัวว่ามีแผลรึเปล่า  

ผมก้าวถอยหลัง “ขอบคุณที่อุตส่าห์มาช่วยผมไว้นะครับ”  

“ชานม อย่าประชดแบบนี้ ในเมื่อนายรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร นายก็ควรรู้ว่าตัวเองอยู่ในอันตราย”  

“ผมไม่ได้ประชดครับ ผมแค่คิดว่าต่อจากนี้เราควรอยู่ห่างกันไว้น่าจะดีที่สุด” ผมเอ่ยเสียงแผ่ว เงยหน้าสบตากับแววตาสีฟ้าอบอุ่นดวงเดิมที่พบเจอครั้งแรก เซนเงียบสักพัก 

“ได้สิ ถ้านายต้องการแบบนั้น แต่นายต้องดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ”  

“ขอบคุณครับ ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาเป็นกังวล” ผมเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่ถูกวางทิ้งไว้แล้วหันมาโค้งให้เซนกับคุณพ่อบ้านเล็กน้อยก่อนรีบเดินออกไปจากที่ตรงนี้ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาเข้มมองตามไม่ละสายตา  

มันคงเป็นสิ่งที่ผมทำถูกต้องแล้วกับการออกห่างจากเซน ผมกับเขาไม่ควรรู้จักกันตั้งแต่แรก ไม่ควร....  

 

“จะดีเหรอครับท่านเซน ที่ปล่อยให้คุณชานมเข้าใจผิดทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้ฆ่าพวกเขา แต่พวกเขาโดนยาพิษมาก่อนหน้านี้ต่างหาก” พ่อบ้านถามคนร่างสูงใบหน้าที่ควรเย็นชาบัดนี้กลับมีสีของอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม  

“คงดีแล้วแหละถ้าเขาจะเกลียดฉันไปเลย มันคงดีที่สามารถเว้นระยะห่างระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์”  

“แต่ท่านเซนก็จะยังตามดูแลคุณชานมอยู่เหมือนเดิมใช่ไหมครับ” พ่อบ้านผู้ติดตามมานานย่อมรู้ดีว่าเจ้านายตัวเองใส่ใจอะไรเป็นพิเศษและสังเกตได้ง่ายมากจากการกระทำ  

“ไม่ตามแล้ว ในเมื่อเขาบอกว่าไม่ต้องดูแล ฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องดูแล....”  

 

ว่ากันว่าแวมไพร์มักปากไม่ค่อยตรงกับจิตใจสักเท่าไหร่ มันจะเป็นเรื่องจริงรึเปล่า… 

คงต้องมาพิสูจน์ไปด้วยกัน 

ความคิดเห็น