ฮะนะชิ

เมื่อผู้มีพลังพิเศษกลุ่มหนึ่งยกยอตนว่าสมควรเป็นผู้ครองโลก ผู้ไม่เห็นด้วยจึงต้องขัดขวางแผนการวินาศกรรมนั่นให้ได้! นิยายโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งแรกของโลก! (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

ชื่อตอน : บทที่ 1-10

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ ศึกเดิมพันคนเหนือโลก แฟนตาซี ไซไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2563 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-10
แบบอักษร

เก๋าเดินไปอีกฟากของฮอลช้าๆ พลางขยับตาทั้งสองข้างราวกับกำลังกล้องวงจรปิดประสิทธิภาพสูง บันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ และข้อมูลนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามา ก่อนถูกแปรเป็นภาพเคลื่อนไหวเล่นอยู่ในหัว 

เก๋าของเห็นเศษผงสีทองที่ลอยอยู่บนฟ้า รวมไปถึงแสงวูบวาบของดวงไฟที่เปลี่ยนแปลงไปชนิดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ทันใดนั้นเทปสีเหลืองที่แปะต่อกันเป็นรูปร่างคนก็ค่อยๆ เรียงตัวขึ้นเป็นมิติราวกับมีมนุษย์กำลัง ‘มีชีวิต’ ลอยออกมาจากพื้น 

แสงสีบน ‘โลก’ นั้นดูพร่ามัวเหมือนถูกทาทับสีเหลืองอีกชั้น เป็นความรู้สึกราวกับกำลังดูวีดีโอเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์เก่า ภาพทุกอย่างค่อยๆ ย้อนกลับไป แทนที่ด้วยภาพเคลื่อนไหวที่ถูกกรอให้ดูใหม่ 

เขา ‘เห็น’ ร่างของคนตายล้มลงบนพื้น ข้างมือซ้ายที่คว่ำลงและกางออกมีตัวอักษรเขียนค้างไว้ ต่อมาเขาก็ ‘เห็น’ รอยเท้าคู่หนึ่งตรงพื้น ‘งอก’ ราวกับภาพเร่งความเร็วของเห็ดกำลังโตขึ้นมาเป็นชายร่างใหญ่ หน้าของชายคนนั้นมันมัวจนเขามองไม่ออก รู้เพียงว่าชายร่างใหญ่กำลังมองไปยังคนตายโดยไม่กระพริบตา 

แล้วทั้งคู่ก็จ้องตากันอยู่เป็นเวลานาน 

           เหตุการณ์นั้นผ่านไปใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ใน ‘โลก’ ของเก๋านั้นมันช่างยาวนานเกินจะบรรยาย เขาเริ่มรู้สึกเจ็บหน้าอก มันเหมือนมีของร้อนกำลังพุ่งออกมาจากในเส้นเลือด 

           ไม่ไหวแล้ว 

จังหวะที่เขากำลังจะคลายพลังออกช้าๆ วัตถุหลายรูปทรงขนาดใหญ่นั่นก็แวบเข้ามาในวิสัยทัศน์จนทำให้เก๋าที่สีหน้าเรียบเฉยแสดงความตกใจออกมา 

น่าแปลกที่ไม่มีข้อมูลอะไรออกมาจากคริสตัลนั้น แถมมันยังว่างเปล่าจนยากจะเข้าใจอีกด้วย 

เก๋าหยุดใช้พลัง ทุกครั้งที่ใช้พลังเกินปกติ เขาก็มักจะโดนโจมตีด้วยภาพลวงตาภาพหนึ่งอยู่เสมอ ภาพของตัวเองกำลังถูกบีบให้เล็กลงจนกลายเป็นเศษฝุ่น ทำได้เพียงเงยหน้ามองร่างกายไร้วิญญาณของตนถูกยักษ์ตัวใหญ่เข้าสิง ยักษ์ใหญ่นั้นเป็นเทพผู้แข็งแกร่ง หรือก็คือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งควบคุมสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ ส่วนตัวเขาที่กลายเป็นฝุ่นผงนั้นเป็นเพียงสายแลน เหมือนยูเซอร์ที่คอยรับผลการคำนวนอยู่นิ่งๆ ไหนๆ ก็ไม่เข้าใจกระบวนการคิดคำนวนนั่นอยู่แล้ว สู้รอเฉยๆ แล้วรับข้อมูลจะดีกว่าเสียอีก… 

“ที่ตรงนี้ เคยมีคนอยู่สองคน” 

พอพูดจบ เก๋าก็ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว 

แต่ต่อให้รอไปสักพัก สัญลักษณ์ชูนิ้วของเก๋าก็ยังคงไม่กระดิกไปไหน 

“แค่นี้เองเหรอ?” 

คาเรนที่เริ่มอารมณ์เสียเอ่ยปากถาม 

“รอเดี๋ยวนะ...” 

เก๋าโบกมือ 

ใครจะกล้าพูดล่ะ? ว่าผลสรุปข้อมูลมันเยอะเกินเสียจนเขาเกือบลืมน่ะ 

เก๋ากระพริบตาไปมาเหมือนหลอดไฟไม่เสถียร เขาเปิดใช้พลังในชั่วพริบตาก่อนจะนึกข้อมูลที่ลืมไปเมื่อครู่ 

“มีคนอยู่สองคน ผู้เคราะห์ร้ายสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปด น้ำหนักเจ็บสิบหกกิโลกรัม เขาโดนกระแทกเข้าที่อกด้วยฝ่ามือ ทำให้หัวใจฉีกขาดและเกิดอาการเลือดออกภายในจนเสียชีวิต ผู้ตายถนัดซ้าย ก่อนตายเขียนตัวอักษรทิ้งไว้ด้วยมือซ้าย แต่ตัวอักษรนั้นเขียนเสร็จไปได้แค่หนึ่งในสาม มีความเป็นไปได้หกสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นตัวอักษร ‘A’ ในภาษากรีก ส่วนคนร้ายสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบสาม หนักเก้าสิบกิโลกรัม มือข้างขวามีพลังมาก ได้รับการฝึกซ้อมการต่อสู้ระดับผู้เชี่ยวชาญ ดูเหมือนจะมีความรู้เรื่องกายวิภาคด้วย เพราะเขาจู่โจมเข้าไปที่หัวใจตรงๆ โดยไม่โดนซี่โครงได้” 

หลังจากพูดยาวจนแทบไม่เว้นช่องไฟจบ เก๋าก็สูดลมหายใจเข้าปอดด้วยความทุลักทุเล 

ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างพากันตะลึงงงงัน 

“นี่นาย...” 

คาเรนนิ่งเงียบ ไม่พูดต่อ 

“ผมพูดผิดเหรอ?” 

“ไม่ใช่...” 

เขาพูดเหมือนกับเห็นเหตุการณ์จริงๆ กับตาเลย! ทำไมถึงรู้ได้ล่ะ? อย่าบอกนะว่าเป็นนักสืบมือฉมังตัวจริงน่ะ? ไม่สิ ต้องมีอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังแน่ๆ .... 

เก๋าพอใจมาก เขาพัฒนาตัวเองมากขึ้นจริงๆ ถ้าเป็นเขาแต่ก่อน ต่อให้ตรวจสอบข้อมูลใหม่เป็นสิบรอบก็ยังจำไม่ได้เลย! 

ผู้อำนวยการปรบมือเบาๆ 

“ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่ผิดเลยสักนิดเดียว ทำไมคุณถึงรู้ล่ะ?” 

ขอโทษทีนะ แต่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เก๋าบ่นพึมพัมในใจ 

บางครั้งเขาก็เคยพยายามนึกว่าตนมีพลังนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเด็ก เก๋าก็มักจะถูกทุกคนเรียกว่า ‘เครื่องคิดเลข’ เพราะความสามารถในการคำนวนที่เก่งเกินมนุษย์ ถ้าเขาเข้าร่วมการแข่งขันล่ะก็ ป่านนี้ก็คงจะโค่นนักคิดเลขในใจทั่วโลกลงด้วยสถิติโลกที่ยากจะทำลายได้ไปแล้ว แต่ความสามารถนั้นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของพลังเท่านั้น เก๋ารวบรวมข้อมูลจำนวนมากเข้าด้วยกัน จนสามารถเชื่อมไปสู่ผลสรุป และแผนที่ดีที่สุดได้ด้วย 

เก๋าชอบตัวเองตอนเด็กมากที่สุด ถึงความสามารถนั้นจะไม่เทียบเท่าพลังมหาศาลในตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เป็นตัวของตัวเอง เป็นเด็กหนุ่มหัวไว อัจฉริยะแห่งการจดจำ ไม่ใช่คนที่พูดแค่สองสามคำก็โดนหาว่าเป็นโอตาคุพูดอะไรไม่รู้เรื่อง 

หรือว่าจะได้มาตั้งแต่ตอนสู้กับสถานวิจัยเอสเอ็นพีก่อนหน้านี้ ไม่สิ ตอนนั้นเขาใช้พลังไปเป็นครั้งที่สองแล้ว… 

เขาจำไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่นัก รู้เพียงว่าความทรงจำตอนพลังเปลี่ยนไปเริ่มเลือนลาง เขายังปรับตัวให้เข้ากับพลังใหม่ที่กำลังแข็งแกร่งขึ้นไม่ได้ สำหรับเก๋า พลัง ‘จิตจักรกล’ นี้ดูห่างไกลจากตัวเขามาก ทุกครั้งที่ใช้พลัง เขารู้สึกราวกับว่าส่วนหนึ่งของสมองถูกตัดขาดออก และเกิดความเปลี่ยนแปลงสักอย่างในหัว ซึ่งเขาควบคุมไม่ได้ 

เหมือนตัวเขาเมื่อกี้นี้ 

ผู้อำนวยการส่งสายตาไปทางคาเรน ซึ่งดูท่าแล้วคาเรนก็เห็นด้วยไม่ต่างกัน เขาจึงหยิบรูปออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นภาพของชาวผิวขาวใบหน้าเป็นสันโด่งชัดดูน่ากลัว อายุน่าจะราวๆ สามสิบกว่า และค่อนข้างตัวสูง 

“นี่คือชายสูงร้อยเก้าสิบสามหนักเก้าสิบกิโลกรัมที่คุณพูดถึง ชื่อว่าอเลอุส” 

รูปภาพถูกส่งมายังมือของเก๋า 

“เขาเป็นสมาชิกนักสำรวจของสำนักงานข่าวกรอง มีหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยของสถาบันวิจัยที่สามนี้ แต่เมื่อหลายวันก่อนก็ก่อคดีฆ่าเพื่อนร่วมงานแล้วขโมยแอปเปิ้ลทองคำหนีไป” 

“กล้องวงจรปิดล่ะ? จับภาพได้ไหม” 

“ในวันนั้นเกิดกระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าระดับสูงจนทำให้กล้องทุกตัวใช้งานไม่ได้ ผมอยากจะให้คุณค้นหาชายคนนี้แล้วนำแอปเปิ้ลสีทองกลับมา นี่คือสิ่งที่ผมจะไหว้วานคุณ” 

“จะให้ไปตามหาของที่ไม่รู้ว่าจริงๆ มันคืออะไรนี่ล้อเล่นกันเกินไปนะครับเนี่ย ผมเองก็ยังไม่ชินทางในเอเธนส์ คงต้องใช้เวลากว่าจะคุ้นชิน” 

“ผมมีตัวช่วยดีๆ อยู่ในมือ” 

ผู้อำนวยการพยักหน้าด้วยความมั่นใจ 

“คาเรน ฉันฝากเรื่องนี้ให้เธอดูแลด้วย” 

“โน!” 

คาเรนและเก๋าตะโกนออกมาพร้อมกัน 

ความคิดเห็น