โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 3-8 อลิซในดินแดนพิศวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-8 อลิซในดินแดนพิศวง

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 523

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-8 อลิซในดินแดนพิศวง
แบบอักษร

 

นอนอยู่บนเตียงทั้งยังมีแผ่นมาส์กบนหน้า จ้องมองเพดานห้อง ขณะที่รวบรวมความคิดเห็นของคนอื่นเพื่อจะได้หาข้อสรุปได้ แต่ว่าสุดท้ายก็ตกเป็นหน้าที่ของตัวเอง เห็นด้วยสอง ไม่เห็นด้วยสอง ให้ทำตามใจตัวเอง หนึ่ง ทำตามใจตัวเองเหรอ...แล้วใจฉันเองอยากเลือกทางไหนกันนะ ถ้ารู้จะเป็นแบบนี้เหรอ ยังคงเป็นคํ่าคืนที่นอนไม่หลับเหมือนเดิม 

 

มาสนามบินทีไรก็ยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หากเป็นวันที่น่าเศร้า ถึงไม่มีเรื่องให้ขึ้นเครื่องบิน แต่ฮีแจก็มักจะมาที่สนามบิน ความตื่นเต้นที่จะออกไปยังโลกที่ไม่คุ้นเคย และหากมาที่สนามบินที่รวมเอาความตื่นเต้นในการเผชิญโลกที่ไม่คุ้นเคย เป็นสถานที่ที่ดีต่อการปัดเป่าความโศกเศร้า เพราะสามารถซึมซับความรู้สึกของคนพวกนั้นได้ 

แต่ในครั้งนี้มันแตกต่างออกไปเล็กน้อย ด้วยไม่เคยได้สัมผัสการจากลาที่สนามบิน จึงไม่คุ้นเคยกับความเศร้าที่สัมผัสได้ในสนามบิน ไม่รู้ทำไมฮีแจรู้สึกเหมือนนํ้าตามันจะไหลออกมา จึงได้คอยมองไปยังที่ไกลออกไป หากความรู้สึกมันเอ่อล้นขึ้นมา ก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่ตลกที่สุดในชีวิต ในวันหนึ่งที่ฝนตก เพื่อนที่สวมรองเท้าแตะและกระโปรงนักเรียนกำลังขึ้นรถเมล์ แต่เพราะฝนเลยทำให้ลื่นล้มกลิ้งไปบนพื้นรถเมล์ รุ่นพี่มหา’ลัยผู้ชายที่เห็นเพื่อนลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าตุ๊กตาล้มลุก ยกเครื่องเล่นซีดีที่อยู่ในมือขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้ ทันทีที่ไหล่ของรุ่นพี่มหา’ลัยกระตุกสั่น เพื่อนก็ขอลงจากรถเมล์ไป 

คาอึลกำลังร้องไห้แทนฮีแจที่กลั้นน้ำตาอย่างยากลำบากโดยหวนนึกถึงความทรงจำน่าขัน 

"อลิซ จะมาที่เกาหลีอีกใช่ไหม เพราะผมซื้อรองเท้าจอร์แดนไปแล้ว คงไปอเมริกาไม่ได้นะครับ เพราะงั้นพี่ก็มาเที่ยวเกาหลีอีกนะ Alice, come on Korea again. I miss you.(อลิซ เอาไว้มาเกาหลีใหม่นะครับ ผมคิดถึงคุณนะ)" 

คัมออนโคเรียงั้นเหรอ บ้าบอ คาอึลกอดอลิซแล้วร้องไห้ ได้เจอกันอยู่แค่สองครั้งมันจะทำให้เสียใจอะไรได้ขนาดนั้นกัน อลิซที่ได้ยินภาษาอังกฤษประมาณว่า ‘เกาหลีสู้ๆ! เอาใจช่วย เกาหลี!’ ลูบหัวของคาอึล เมื่อลองคิดถึงความหมายคำพวกนั้นดีๆ แล้วจึงพอเข้าใจ 

"พี่ร้องไห้แล้วจะขี้เหร่นะ" 

"อะไรนะ" 

กระทั่งจีฮอนเองก็เหมือนจะร้องไห้ จึงได้พูดหยอกให้หัวเราะออกมา คาอึลที่ยิ่งขี้เหร่เพราะร้องไห้ เช็ดนํ้าตาที่คลออยู่ตรงหางตา แล้วจึงตรวจดูนาฬิกา ยังเหลือเวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าเครื่องบินจะออก หากจะขึ้นเครื่องให้ทันเวลา ก็จะต้องรีบเข้าไปในเกต อลิซที่จัดการโหลดกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องไปแล้ว กอดลาจีฮอน คุณอา ฮีแจ และคาอึลทีละคน  

"เอ่อ คืออลิซ! ขาดเหลืออะไรอีกไหมครับ ยาแก้เมา หรือแลกเงินอะไรแบบนั้น" 

คำพูดของจีฮอนที่โพล่งออกมาอย่างกะทันหันทำให้อาที่คอยล่ามให้เหลือบมองจีฮอน ล้อเล่นหรือไงกัน แลกเงินเนี่ยนะ กลับไปบ้านเกิดตัวเอง ยังจะต้องแลกเงินอะไรกัน พออาล่ามให้อลิซฟังโดยตัดเรื่องแลกเงินออกแล้ว อลิซก็ส่ายหน้ากลับมา ทั้งบอกว่าไม่เคยมีอาการเมาเครื่องเลยสักครั้ง จีฮอนคว้ามืออลิซที่หันหน้าไปทางเกตอีกครั้งหนึ่ง 

"น่าเสียดายที่จะต้องจากกันแล้ว เพราะงั้นดื่มกาแฟสักแก้วแล้วค่อยเข้าไปดีไหมครับ" 

คราวนี้ไม่ใช่คนเป็นอา แต่เป็นฮีแจที่หันไปจ้องจีฮอน ตอนนี้คำว่าเสียดายนั่นมันออกมาจากปากใครกันนะ เพื่อไม่ให้มีควันออกจากจมูกเหมือนมังกร ฮีแจจึงต้องหวนนึกถึงเรื่องเพื่อนที่ล้มกลิ้งบนรถเมล์ในวันฝนตกอีกครั้ง 

"จีฮันนี่ เสียดายที่ต้องลาจากอลิซงั้นเหรอ ถ้างั้นก็แสดงออกอย่างแมนๆ เลยสิ! อลิซ! จีฮอน can't let you go.(จีฮอนปล่อยคุณไปไม่ได้น่ะ)" 

"อ้า พูดอะไรกันครับ พี่คือมันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ" 

"ไม่ใช่อะไรกัน จีฮันนี่ของเราโตขึ้นเยอะเลยนะ" 

วันนี้ฮีแจหวนนึกถึงเพื่อนสมัยมัธยมหลายครั้งหลายหน จิตใจคนเรากลับกลอกไปมา จึงแปรเปลี่ยนไปตามทิศทางที่ถูกพัดพา และถึงจะบอกว่าไม่ใช่ แต่มันก็มีช่วงเวลาแบบนั้น คำพูดของคาอึลที่ว่า “จีฮันนี่ปล่อยอลิซไปไม่ได้” ทำให้อลิซระบายรอยยิ้มสดใสเต็มหน้า 

“อ๊ะ อยู่นี่ครับ ตรงนี้! มาแล้ว มาแล้ว มาแล้ว” 

ทั้งหมดต่างพากันหันไปตามทิศทางที่จีฮอนโบกมือ ที่สุดสายตานั้น มีผู้หญิงวัยกลางคนที่สัมผัสได้ถึงความละล้าละลังยืนอยู่ ใครกัน ฮีแจเข้าใจไปว่าจีฮอนที่เหมือนจะเป็นบ้า พาแม่ตัวเองมาให้ว่าที่ภรรยาผมทองได้แนะนำตัว แต่... 

“Mom…(แม่...)” 

คำว่าแม่ที่ออกมาจากปากของอลิซ ถึงจะหวนนึกถึงเพื่อนบนรถเมล์อย่างไรก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ผู้หญิงวัยกลางคนที่คล้ายเดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวจะร้องไห้ ขยับมาใกล้อย่างลังเลคว้ามาจับมือของอลิซเอาไว้ด้วยมือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ก็มีหยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอ เพียงแค่เอ่ยออกมาประโยคเดียวว่า “โตขึ้นแล้วสวยเชียว” ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเสียจนหากไม่เอียงหูไปใกล้คงไม่ได้ยิน กระทั่งอลิซที่แสดงออกอย่างซื่อตรงว่า จีฮอนเป็นคนดี! จีฮอนดีมาก! จีฮอนหล่อ! คราวนี้กลับยืนนิ่งจับมือผู้หญิงคนนั้นไว้โดยไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมา 

“จีฮอนน่ะคอยไปโน้มน้าวคุณแม่อยู่ตั้งหลายครั้ง ฮึก” 

อาของจีฮอนสะอื้นออกมา เพราะเสียงสะอื้นนั่นเลยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงครู่หนึ่ง ทั้งหมดกำลังยิ้มออกมา ฮีแจลอบมองจีฮอนที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยมีน้ำตาคลออยู่ที่ปลายหางตากลมโตนั้น ทั้งหมดต่างเฝ้ามองการพบกันของคนทั้งสองโดยไม่พูดอะไร ความรู้สึกที่ส่งผ่านจากมือสู่มืออย่างไรก็คงมีเพียงคนสองคนที่เข้าใจความรู้สึกนั้น กระทั่งบรรดานักท่องเที่ยวที่ลากกระเป๋าผ่านไป บางครั้งก็เหลือบมามองพวกเธอ แล้วก็เดินผ่านไป 

“นานๆ ทีถ้าอยากได้ยินเสียงก็โทรมานะ ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ตอนคบกับคนคนนั้นก็ได้เรียนรู้อะไรๆ อยู่ เลยพอจะเข้าใจอยู่บ้าง” 

หญิงวัยกลางคนยัดกระดาษที่เขียนตัวเลขเก้าหลักใส่มือของอลิซ พึมพำออกมาด้วยภาษาเกาหลี แต่อลิซน่าจะเข้าใจความหมายของตัวเลขเก้าหลักนั้นอยู่ เธอบอกว่าสามีรออยู่ด้านนอกแล้วก็หันตัวจากไปอย่างรวดเร็ว แต่อลิซยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม และโผเข้าสู่อ้อมกอดของจีฮอนโดยที่ไม่มีใครคาดคิด 

“...!” 

ฮีแจ จีฮอน คาอึล และคุณอา ดวงตาแปดคู่กลอกไปมาอย่างยุ่งเหยิงในอากาศราวกลับสร้างใยแมงมุม หากมีเพียงแต่คาอึลกับคุณอาเท่านั้นที่ในสายตาเจือความรื่นรมย์อยู่พอควร ส่วนฮีแจกับจีฮอนนั้นเป็นสายตาที่เจือความหมายตรงกันข้าม คาอึลจับสองมือของจีฮอนที่ค้างอยู่กลางอากาศอย่างไม่อาจทำอะไรได้มาวางบนหลังของอลิซอย่างมีน้ำใจ นายคิดจะทำอะไรถึงได้ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหา ฮีแจปรายตามองจิก 

คาอึลที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสายตาคล้ายโทแกบี[1]ที่คอยสร้างความยุ่งยากให้กับแพคยอนจูที่บริษัทอยู่บ่อยๆ ปกติก็เป็นคนที่เซ้นส์ดีอยู่เสมอ แต่พอตอนนี้ดันทึ่มเสียได้ คาอึลทำท่าชูสองนิ้วให้ฮีแจอย่างมีความว่า ‘คุณผู้ช่วยผมเก่งใช่ไหมล่ะ’ ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ฮันคาอึล 

ใบหน้าของจีฮอนที่แดงจัดอย่างไม่สมกับที่เคยมีแฟนมาหลายหน แกล้งทำเป็นไร้เดียงสาหรือไง ไม่ใช่ว่าอาการหน้าแดงแบบนั้นก็เป็นสกิลการจีบสาวด้วยหรอกนะ? หลบตาฉันทำไมเหรอ จะไม่สบตาใช่ไหม มองฉันสิ! มองฉัน! จีฮอนแทบจะกลายเป็นหุ่นยนต์ไปเสียเดี๋ยวนั้น อลิซที่กอดจีฮอนเอาไว้เนิ่นนานเหมือนคู่รักที่อยู่ห่างไกลกัน ผละออกมาอย่างเสียดาย หวนนึกถึงเพื่อนบนรถเมล์จนจบครั้งที่สองร้อยเจ็ดสิบ อลิซก็โยนระเบิดใส่อีกครั้ง ด้วยการพูดว่า “ถ้าเป็นไปได้อยากขอเวลาอยู่กับจีฮอนตามลำพังสักครู่” 

“โอเค โอเค คุณผู้ช่วย คุณอา! พวกเราไปดื่มกาแฟทางนั้นกัน ไม่งั้นก็ไปกินข้าวแบบฟูลคอร์สเลยดีไหม จีฮอน?” 

“แค่แป๊บเดียวเอง อยู่แถวนี้ก็พอครับ ไม่ต้องไปไกลนักหรอก” 

“ผู้ชายภาษาอะไรกันน่ะ นายน่ะถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง มีคำพูดที่อยากพูดก็พูดออกมาซะนะ พี่ไม่อยู่แถวนี้หรอก จะออกไปห่างๆ เลย ไม่ต้องรีบล่ะ” 

เป็นจีฮอนที่ส่งสายตาอ้อนวอนคล้ายกับมีเรื่องจะพูดกับฮีแจ แต่คราวนี้ฮีแจเอาแต่ก้มมองพื้นสนามบิน ทำดื้อดึงคล้ายคนที่ทำการค้นคว้ากระเบื้องที่ปูพื้นนั้นทำมาจากที่ไหน คาอึลที่อยู่ตรงกลางเกี่ยวแขนทั้งฮีแจและคุณอาออกไปหาร้านคาเฟ่ที่ห่างออกไป พูดอย่างพึงพอใจว่า “ว้าว แนวสวยเท่อ่ะ ผมว่าสไตล์แบบนั้นโอเคเลยนะ” จีฮอนที่ลอบมองแผ่นหลังของฮีแจที่ถูกลากไปเหมือนหุ่นไล่กา เดินไปทางตรงข้ามกับอลิซที่จับแขนเอาไว้ 

“ตั้งแต่เห็นครั้งแรก ผมก็คิดว่าสองคนจะไปกันได้ด้วยดีเลยนะ บรรยากาศมันดูน่าสงสัยนี่เนอะ ใช่ไหมครับ คุณอา? จีฮอนกับอลิซน่ะ ดูเหมาะกันใช่ไหมครับ สาวผมทองกับหนุ่มหล่อระดับไอดอล นี่มันที่สุด ยูอาร์มายเดสตินี่เลยไม่ใช่เหรอครับ” 

 

 

[1] โทแกบี ผีชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนคน ซึ่งจะมีเขาและถือกระบองไปมา 

ความคิดเห็น