ฮะนะชิ

เมื่อผู้มีพลังพิเศษกลุ่มหนึ่งยกยอตนว่าสมควรเป็นผู้ครองโลก ผู้ไม่เห็นด้วยจึงต้องขัดขวางแผนการวินาศกรรมนั่นให้ได้! นิยายโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งแรกของโลก! (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

ชื่อตอน : บทที่ 1-9

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ ศึกเดิมพันคนเหนือโลก แฟนตาซี ไซไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2563 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-9
แบบอักษร

เก๋าชมวิวนอกรถผ่านหน้าต่าง ภาพทิวทัศน์ผ่านตาไปอย่างเหงาๆ ต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่ตามขอบถนนพริ้วไหวไปมาแสดงถึงการมีชีวิต ภาพป่าที่ห่างไกลออกเป็นจนเห็นเป็นเงาดำมืดดูลึกลับเสียจนเหมือนจะมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมา 

”เราจะไปที่ไหนกันเหรอ?” 

“สถาบันวิจัยหมายเลขสาม” 

“ไกลไหม?” 

“เดี๋ยวก็ถึง” 

เก๋ามองไปข้างหน้า กะเอาจากเวลาที่วิ่งบนถนน คงจะห่างจากเมืองเอเธนส์สักราวๆ ห้าสิบกิโลเมตรได้ เมื่อวิ่งไปสักพัก ตัวรถก็เลี้ยวเข้าถนนเล็กๆ วิ่งคดเคี้ยวไปมาแหวกไปตามป่า กระรอกซึ่งเกาะอยู่บนยอดไม้ตื่นตกใจกับรถที่พุ่งเข้ามา เขาได้ยินเสียงกระพือปีกของนกจากที่ไกลๆ 

รถวิ่งโค้งเข้ามุมอีกครั้ง ก่อนโผล่ออกมายังพื้นที่โล่งกว้าง ต้นไม้ใหญ่รอบๆ ถูกตัดโค่นลงจนหมด เหลือเพียงร่องรอยความรุนแรงในการตัดไม้อยู่ที่ตอ บริเวณรอบนอกที่โล่งนั้นมีรั้วลวดหนามสูงสามเมตรล้อมรอบ ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บและอ้างว้าง ใต้เสาลวดหนามมีพลทหารติดอาวุธเดินตรวจลาดตระเวนหันกระบอกปืนไปมา 

ใจกลางพื้นที่ว่างซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยผู้รักษาความปลอดภัยแน่นหนานั้น มีตึกสองชั้นสีเทาอ่อนตั้งอยู่ ระหว่างนั่งรถมา เก๋าจินตนาการถึงภาพสถาบันวิจัยเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ตึกตรงหน้านั้นดูธรรมดาผิดคาด 

ตึกตรงหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมือนตัวต่อไม้กำลังร่วงลงพื้น ชั้นหนึ่งสูงกว่าชั้นอื่นพอสมควร ประตูหน้าเป็นบานเลื่อนเหล็กขนาดใหญ่สีเงินเด่นเป็นประกาย ดูไม่ค่อยเข้ากับสภาพตึกเท่าไหร่นัก ชั้นสองก็ดูไม่ต่างจากชั้นออฟฟิศทั่วไป ภายในตึกนั้นปรากฏร่างของคน ชายสวมชุดพนักงานเต็มยศกำลังจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ของตนด้วยใจจดจ่อ 

เมื่อประตูเปิดพร้อมกับเสียงมอนิเตอร์ รถก็แล่นเข้าไปในอาคาร พอเมื่อวิ่งลงไปตามทางลาดก็เจอกับลานจอดรถขนาดใหญ่ แสงจากหลอดไฟบนเพดานส่องแสงจ้าแสบตา มันทำให้เก๋านึกถึงภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง ‘No way Up’ ตอนตัวเอกของเรื่องถูกผู้ร้ายขับรถบรรทุกราคาหกพันปอนด์ไล่ต้อนอยู่ในลานจอดรถใต้ดิน ความรู้สึกกังวลหายไปอีกครั้งหลังจากเข้าไปในลิฟท์ แต่มันก็ทำให้เขานึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง ‘Dark Floors’ ขึ้นมา 

เก๋าคิดว่าคงไม่มีปีศาจโผล่ขึ้นมาบนลิฟท์แบบนั้นหรอก แต่ระยะเวลาที่ผ่านไปนานจนทำให้สมองคิดฟุ้งซ่านไปถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง เวลาอันล่วงเลยนั้นบ่งบอกว่าลานจอดรถแห่งนี้กว้างแค่ไหน ตึกสองชั้นดูธรรมดาที่โผล่ขึ้นมาทื่อๆ นั้นเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ส่วนสำคัญอยู่ใต้ดินต่างหาก 

ลิฟท์ไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรง พวกเขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางโดยใช้ทางเชื่อม ในความทรงจำของเก๋า วิธีนี้เป็นวิธีป้องกันผู้บุกรุกจากจากภายนอกอย่างรัดกุม เป็นมาตรการที่เขาคุ้นเคยแต่ก็รู้สึกว่ายุ่งยาก 

หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที ลิฟท์ก็จอด 

ประตูเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างแสบตาเสียจนเก๋าต้องหรี่ตา เส้นโครงรอบของฮอลกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงไฟบนเพดานส่องสว่างจนนึกว่าเป็นแสงอาทิตย์ เมื่อผ่านไปสักพัก เขาก็เริ่มปรับสายตาให้ชินได้ 

“นี่มันอะไรกันเนี่ย...” 

เก๋าถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า 

ที่ใจกลางฮอลมีวัตถุทรงกลมขนาดเท่าความสูงของคนตั้งอยู่ พื้นผิวถูกตัดออกเป็นเหลี่ยมๆ ราวกับเพชรขนาดยักษ์ ที่ดูไปดูมาก็คล้ายกับรังผึ้ง จะแบบไหนก็ตาม ก้อนนั้นใสราวคริสตัลส่องแสงระยิบระยับไปทั่วทิศ 

“นี่คืออะไร?” 

เก๋าวางนิ้วชันคางพลางเอ่ยปากถาม 

“ฉันก็ไม่รู้ ที่นี่เคยเป็นเขตในการควบคุมของซุส รองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองน่ะ ชื่อซุสเป็นโค้ดเนม เขาเป็นคนที่รับมือได้ยากมากทีเดียว ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นที่นี่ ฉันก็คงจะไม่ต้องเอาตัวเข้ามาเอี่ยวแบบนี้ แต่ดูแล้วซุสคงจงใจยัดเยียดเรื่องน่าปวดหัวนี้ให้ฉัน” 

เก๋าฟังเรื่องของคาเรนพลางเดินเข้าไปใกล้ ‘รังผึ้ง’ ใสขนาดใหญ่ตรงหน้า พอลองใช้มือเคาะเบาๆ ก็เกิดเป็นเสียงแก้วใสเพราะหู 

“เดี๋ยวเถอะ!” 

คาเรนทำท่าจะเข้ามาห้าม แต่ผู้อำนวยการส่ายหน้าเชิงบอกว่าไม่เป็นไร 

เมื่อเดินไปด้านหลัง เก๋าก็เจอเข้ากับรอยร้าวขนาดใหญ่ เขาลองเอาหัวลอดเข้าไปมองข้างใน จึงเห็นว่าด้านในกลวง พื้นผิวรอบนอกล้อมรอบด้วยรอยนูนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เก๋ายื่นมือไปสัมผัสกับพื้นผิวนั้นเพื่อตรวจสอบ 

“เป็นยังไงบ้าง” 

ผู้อำนวยการเปิดปากถาม 

“มันนูนเป็นปุ่มๆ ปั่มๆ นะ” 

พอพูดจบเก๋าก็ลอดตัวกลับออกมาจากคริสตัล ก่อนจะชี้นิ้วไปที่พื้นด้วยสีหน้าตกใจ 

“นี่คืออะไร?” 

มีเทปกาวสีเหลืองแปะเป็นรูปคนอยู่บนพื้น ข้างๆ นั้นก็มีรอยรองเท้าชัดเจน 

“ร่องรอยของคดีฆาตกรรมน่ะ ตอนแรกเราเชิญคุณมาเพื่อให้ไขคดีนี้ แต่ในคดีนั้นแอปเปิ้ลทองคำหายไปด้วย เลยถือว่าเป็นคดีเดียวกัน” 

“ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แฮะ แอปเปิ้ลทองคำที่ว่านั่นมันคืออะไรกันแน่?” 

สีหน้าของคาเรนดูพิศวงกับคำถามของเก๋า เขานึกว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป จึงเอ่ยปากถาม แต่คาเรนกลับทำเพียงสั่นหน้าไปมาแล้วไม่ได้พูดอะไร 

คาเรนมองทีท่าของเก๋าที่ฟังคำว่า ‘แอปเปิ้ลทองคำ’ แล้วไม่ตะขิดตะขวงใจอะไร เธอรู้สึกว่าเก๋าเองก็คงจะรู้ถึงตัวตนของสิ่งนั้นเช่นกัน แต่ก็เลือกจะเงียบแล้วสังเกตการณ์ต่อไป 

“แอปเปิ้ลทองคำนั้นเป็นโปรเจกต์การค้นคว้าของซุส ว่ากันว่าเป็นสิ่งลึกลับ ทางเรารู้เพียงชื่อโค้ดเนมนั่นเท่านั้น ส่วนรายละเอียดส่วนอื่นเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” 

ถ้าข้อมูลเพียงเท่านั้นผมเองก็รู้เหมือนกัน เก๋าขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกถึงเรื่องเมื่อตอนทำงานเป็นพนักงานสำรวจข้อมูลของบริษัทประกันที่โตเกียว มีคนใช้วิธีนู่นนี่นั่นในการพยายามปิดบังความเป็นจริงอยู่เยอะไปหมด 

อย่างนี้นี่เอง เรื่องตอนนี้ก็ไม่ต่างจากตอนนั้นเลย 

“ข้อมูลเราอาจจะน้อยก็จริง...” 

คาเรนก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนจะยิ้มบางๆ 

“แต่ถ้าเป็นนักสืบชื่อดังจากอาร์เจนตินาก็คงจะคลี่คลายได้ใช่ไหมล่ะ?” 

“ก็ไหนบอกว่า ผมดูไม่เหมือนนักสืบไง” 

“ฉันขอถอนคำพูด” 

ช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย 

เก๋าเลื่อนสายตาลงไปยังบริเวณเทปสีเหลืองที่แปะติดเป็นรูปร่างของคน ถ้าเป็นฮูลิโอตัวจริงก็คงจะยอมแพ้ไปแล้ว แต่ถ้าเขาแสดงพลังออกมาที่นี่ ก็จะยิ่งถลาตัวเข้าไปเรื่องนี้มากกว่าเดิมนี้ 

‘จิตจักรกล’ เริ่มทำงาน 

จังหวะที่เอ่ยคำสั่งในใจ อารมณ์ความรู้สึกของเก๋าก็จางหาย เหลือเพียงแววตาที่เย็นชาไร้อารมณ์ คาเรนรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเก๋า เธอเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ อย่างประหลาดใจ 

ท่าทางเหมือนกับตอนนั้นเลย? 

คาเรนนึกถึงบทสนทนาอันเสียดสีและแทงใจดำตอนเธอติดอยู่ในรถ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ 

ความคิดเห็น