โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 3-7 อลิซในดินแดนพิศวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-7 อลิซในดินแดนพิศวง

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 248

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-7 อลิซในดินแดนพิศวง
แบบอักษร

 

มาสคอตแรคคูนผู้ชายยื่นลูกโป่งมาให้อลิซ ถึงไม่รู้ว่าเป็นแรคคูนที่ถ่ายรูปด้วยเมื่อกี้หรือไม่ แต่ก็คงจะสนใจอลิซที่นั่งร้องไห้อยู่บนม้านั่งมาสักพักแล้ว อลิซรับลูกโป่งมาอย่างงุนงงทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ มาสคอตแรคคูนทำท่าเอาปากลูกโป่งเข้ามาใกล้ริมฝีปาก 

“อ๊ะ อลิซ! เคยลองกินแก๊สฮีเลียมหรือเปล่า” 

ถึงคำถามมันจะประหลาดไปสักหน่อย แต่อย่างไรเสียฮีแจก็เลิกหาทิชชู่ แล้วคว้าเอาลูกโป่งที่อยู่ในมืออลิซมาเสีย เปิดปากลูกโป่งออก ก่อนจะสูดแก๊สฮีเลียมเข้าไป 

“อลิซ! ไปเล่นดรอปทาวเวอร์กัน โกโก! ดรอปทาวเวอร์!” 

เสียงของฮีแจที่แปลกไปทำให้อลิซระเบิดหัวเราะออกมา ฮีแจเองก็หัวเราะตามเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย แต่กระทั่งเสียงหัวเราะก็ยังน่าขัน ทั้งสองคนที่หัวเราะออกมาต่างตบหลังกันและกัน พร้อมทั้งหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง ผู้หญิงที่กำลังหัวเราะด้วยเสียงประหลาดกับผู้หญิงผมทองที่ร้องไห้แล้วก็หัวเราะนั้น ยิ่งสะดุดตามากกว่าเดิม คนที่เดินผ่านพร้อมกับจ้องมองทั้งสอง ต่างก็มีรอยยิ้มประดับที่ริมฝีปาก 

“อลิซลองกินแก๊สดูสักครั้งสิ” 

ส่งลูกโป่งที่ใส่แก๊สฮีเลียมให้อลิซ แต่มาสคอตแรคคูนกลับถอดหัวที่สวมอยู่ออก เคยได้ยินว่าห้ามถอดชุดตอนอยู่ในสวนสนุกเพื่อจินตนาการของเด็กๆ ไม่ใช่เหรอ ฮีแจกับอลิซจ้องมาสคอตแรคคูนอย่างสงสัย 

“ว้าว! จวีฮอน?” 

จีฮอนสุดหล่อโผล่ออกมาจากในตัวมาสคอต อลิซตะโกนออกมาว่า “Amazing! Surprise!(มหัศจรรย์จริงๆ! เซอร์ไพรส์สุดๆ!)” กับฮีแจที่อ้าปากค้าง จีฮอนถอดหัวมาสคอตออก แล้วจึงสะบัดผมที่เหงื่อหยดลงมา จากนั้นจึงสบตากับทั้งสองพร้อมยกยิ้มจนจมูกย่นเหมือนอย่างทุกครั้ง นี่มันโฆษณาน้ำอัดลมหรืออะไรกัน ลูกโป่งที่อยู่ในมือฮีแจได้หลุดลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว 

“อีเว้นท์พิเศษก่อนที่อลิซจะกลับอเมริกาครับ” 

จีฮอนพูดออกมาหนึ่งประโยค แล้วจึงสวมหัวมาสคอตทันที อลิซที่เข้าใจคำว่า ‘อีเว้นท์’ จึงตะโกนออกมาว่า “โรแมนติกสุดๆ ไปเลย!” และลุกพรวดขึ้นกอดมาสคอตแรคคูนเอาไว้ พอปากสัมผัสไปบนหน้าของมาสคอต ลิปสติกสีแดงก็เปื้อนไปทั่ว ถึงมองไม่เห็น แต่จีฮอนที่อยู่ในมาสคอตคงกำลังยิ้มจนจมูกย่นอยู่ 

อีเว้นท์ที่ได้รับจากชายหนุ่มหน้าตาดีในสวนสนุกวันสุดสัปดาห์ ฮีแจที่รู้สึกเหมือนมีบทบรรยายขึ้นมาว่า ‘เรื่องราวนี้คือฟิคชั่น’ จึงได้เอาแต่ชะเง้อมองไปโดยรอบ 

“I like you! I love you!(ฉันชอบนาย! ฉันรักนาย!)”  

อลิซยังคงย้ำสองคำเดิมนั้นซ้ำๆ อย่างไม่ยอมหยุด ฮีแจที่ตกใจแทบตายได้แต่คิดว่าคำนั้นหลุดออกมาจากปากอีกฝ่ายโดยไร้สติเหรอ 

ใครๆ ต่างพากันคิดว่ามันมาจากภาพยนตร์ที่โรแมนติกมากๆ สักเรื่อง ‘คนที่ถูกโยนลูกโป่งน้ำใส่เป็นคนแรก ไม่ใช่เพราะว่าไม่ชอบคนคนนั้น หากเพราะมองเห็นแค่คนคนนั้นต่างหาก’ ประโยคนั้น เหมือนกับว่าจีฮอนที่เด็กกว่าเก้าปี เป็นฮีโร่ที่โผล่มาจากหนังมาร์เวล 

 

* * * 

 

ฮีแจมีนัดสองครั้งในวันเดียวตั้งแต่วันจันทร์ คนหนึ่งนัดทานข้าวเย็น หลังจากนั้นก็ไปดื่มกาแฟกับเพื่อนที่นัดไว้ ทุกครั้งที่มีเรื่องกังวลใจ เพื่อนๆ ต่างรู้ว่าฮีแจมักจะทำแบบนี้ นั่งขยุ้มหัวอยู่สองชั่วโมง พร้อมกับรับฟังคำเตือนหรือข้อคิดของพวกตน จากนั้นก็หนีหางจุกตูดไป ทั้งที่ต้องวิ่งไปหาที่ปรึกษาคนต่อไป แต่กลับไม่ได้เสียใจเลย เพียงแต่ตกใจที่ความกังวลหนนี้เกี่ยวข้องกับ ‘ความรัก’ ฮีแจที่ไม่ได้เจอกันมานาน และมักคบหาใครเพียงสั้นๆ มักเป็นฝ่ายที่รับฟังเรื่องราวความรักของพวกเขาเสียมากกว่า 

 

เพื่อน1 คิมแชยอง (32 ปี อยู่มาโพ เพื่อนร่วมชั้นมัธยม แต่งงานมาสองปี) 

"นี่ มีรูปไหม รูปโปรไฟล์ล่ะ เอามาดูหน่อย สุดยอด! ไม่สิ หล่อด้วยกันทั้งคู่เลย เธอจะคบกับเด็กหน้าตาดีแบบนี้เหรอ จะไม่อกแตกตายเพราะเรื่องผู้หญิงเหรอ" 

"ไม่ใช่พวกเจ้าชู้แบบนั้นสักหน่อย" 

“ผู้ชายในเคสแบบนี้น่ะนะ ถึงตัวเองไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้น แต่ปัญหามันก็ไม่ได้จบแค่นั้นนี่ รอบข้างคงไม่ปล่อยเอาไว้เฉยๆ หรอกนะ ทุกครั้งที่ต้องไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นโดยที่ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษน่ะ มันก็จะรู้สึกไม่สบายใจไม่ใช่เหรอ โธ่ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก รู้ไหมทำไมฉันถึงแต่งงานกับสามี เพราะสามีคนนี้ไม่มีเรื่องที่ผู้หญิงอื่นเข้ามาข้องแวะไงล่ะ นี่มันเรื่องของความสบายใจยังไงล่ะ ฉันขอคัดค้าน” 

“อย่างนั้นเหรอ” 

“คราวก่อนเธอมัวทำอะไรถึงไม่ฟังคำพูดฉัน แบล็กการ์ดเลยนะ เด็กนั่นปัดทิ้งไปเลย ต้องแบล็กการ์ดสิ!” 

“ถ้าพูดถึงเรื่องความไม่สบายใจ แบล็กการ์ดก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เหรอ” 

“แบล็กการ์ดนั่นก็หน้าตาดีไม่ใช่เหรอ เธอไปกู้ชาติในสงครามมาเหรอไงเนี่ย เอารูปมาดูหน่อย!”  

 

เพื่อน2 อีมินฮเย (35 ปี อยู่อินชอน รู้จักตอนทำงานพาร์ทไทม์ มีแฟนมาสามปี) 

"เก้าปี? ว้าว ฉันจะเป็นลม เด็กนั่นบอกชอบเหรอ ขอคบ? นี่มันโคตรข่าวพิเศษ ข่าวพิเศษ! คุณลุงซนซอกฮีต้องมาสัมภาษณ์กับเธอแล้วไหม วิธีจีบหนุ่มหล่อที่เด็กกว่าเก้าปีคืออะไรกัน โอ้ว ยอดคน! ยอดคน!" 

"ฉันไม่ได้จีบ! คนจีบคือเด็กนั่นต่างหาก! ฉันแค่ตกหลุมพรางเหอะ!" 

"ถ้าเป็นฉันจะยอมอ้อนวอนคุกเข่าขอตกลงไปในหลุมพรางนั้นเลย ยังไงซะเธอเองก็โยนเหยื่อไปแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่เด็กนั่นจะมาบอกชอบนี่" 

“มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ก็แค่ มันแบบ อืม” 

“ยังไงก็ช่าง! ฉันเห็นด้วย! เด็กนั่นไม่ได้ขอแต่งงานสักหน่อยก็แค่ขอคบ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เวลาที่มีเด็กมาขอคบก็คบไปเถอะ ที่เวลาอื่นยังตกลงดูใจกันทันที แล้วยังมีแฟนมาตั้งเยอะ ก็แค่ดูๆ กันไปสักพัก ถ้ามันไม่โอเคก็จัดการซะก็จบ แล้วกังวลอะไรอยู่ล่ะ” 

"นี่มันต่างจากปกติ ไม่ใช่แค่เจอกันแล้วก็แยกกันไปแบบนั้น" 

"อ้าว! อีฮีแจถูกเด็กจูงจมูกเหรอเนี่ย! งั้นก็ยิ่งต้องคบไปเลยน่ะสิ! จะได้เจอเจ้าของสักที เหมือนเป็นแฟนกับพวกคนเร่ร่อน ว่าแต่เด็กนั่นไม่มีเพื่อนเหรอ" 

"พี่น่ะมีคนของพี่อยู่แล้วนะ ไม่รู้สึกผิดต่อแฟนที่คบมาสามปีเลยเหรอไงเนี่ย" 

"ฉันว่าอะไรแบบนั้นแล้วเหรอ คบกันก็ตั้งสามปีแล้ว มันก็ต้องมีช่วงเวลาที่ต้องการความตื่นเต้นแปลกใหม่บ้างสิ" 

 

เพื่อน3 พัคจองยอน (32 ปี เพื่อนผู้เป็นทาสแมวสามตัว ปัจจุบันโสด) 

"ช่วงนี้ดูเหมือนเธอจิตหลุดนะ เพราะเด็กนั่นเหรอ" 

"ครึ่งครึ่งมั้ง” 

"ไก่ก็ไม่ใช่ มาครึ่งๆ อะไรกัน อายุยี่สิบสามเนี่ยนะ ไม่มีผู้ท้าชิงอื่นเลยเหรอ! นี่ ตอนเด็กนั่นอายุเท่าเธอตอนนี้ เธอก็สี่สิบแล้วไม่ใช่เหรอ" 

"ก็ ไม่ใช่ว่าขอแต่งงานสักหน่อย กว่าเจ้านั่นจะอายุเท่าฉันในตอนนี้ก็อีกตั้งเก้าปี แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคบกันไปจนถึงตอนนั้นสักหน่อย" 

"เหอะ งั้นก็เลยจะคบกัน? ว่างงานด้วยนี่” 

"ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านกาแฟเถอะ" 

“โอ๊ย โง่จริงๆ สินะ! มองความเป็นจริงหน่อย คิดว่าจะคบกับเด็กทำงานพาร์ทไทม์ที่อายุต่างกันเก้าปีไปได้สักเท่าไหร่กัน ต่อไปเด็กนั่นก็จะได้เข้าทำงานบริษัท ได้เจอพวกเด็กสาวสวยๆ ได้เจอกับโลกใบใหม่ มันไม่มีทางเป็นไปได้นานหรอก อีฮีแจเธอไม่สนใจความรักที่มันจบไม่สวยนี่ แล้วนี่มากังวลเป็นเด็กๆ มันไม่สมเป็นเธอเลยนะ คำตอบก็มีอยู่แล้วแท้ๆ ถ้าเป็นเดือดเป็นร้อนที่อีกฝ่ายมาบอกชอบ เธอก็ต้องจัดการให้มันเด็ดขาด อย่าให้ทางเลือก" 

 

เพื่อน 4 ชเวเยอึน (32 ปี อยู่เขตยงซาน เพื่อนร่วมงาน ปัจจุบันโสด) 

"ใครเหรอ คนที่ฉันรู้จักหรือเปล่า อายุเท่าไหร่ ไม่มีรูปเหรอ" 

"เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก แล้วอายุต่างกันมาก ไม่มีรูป ก็หน้าตาดีอยู่นะ รู้แค่นั้นก็พอ" 

"สุดยอด เจอกันได้ไง แล้วชอบเธอได้ไงกัน ชอบเธอตรงไหนเหรอ" 

"ไม่ใช่ ก็รู้จักกันผ่านคนรู้จักเฉยๆ ฉันไปโต้คารมกับลูกค้าสติแตกที่ที่ทำงานคนนั้นน่ะ เธอก็รู้นิสัยฉันนี่ ให้ทนดูอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้พูดคำที่อยากพูดก็จะนอนไม่หลับ" 

"จะบอกว่าตกหลุมรักในสภาพที่เหมือนไก่ชนงั้นเหรอ ถ้าตกหลุมรักเธอในสภาพของขึ้น จะอะไรก็รับได้ทั้งหมดแหละ อ้า ว่าแต่ลูกค้าเหรอ ทำงานอยู่ร้านไหนเหรอ หรือว่าจะเป็นพวกเชฟ" 

"เลิกถามได้แล้ว นี่ฉันถามความเห็นเธออยู่นะ...” 

"ก็ต้องคบสิ! คบ คบเลย! ถ้าไม่ใช่เชฟ งั้นก็ขายเสื้อผ้า? ถ้าไม่ใช่ก็พนักงานเคาน์เตอร์ในห้าง? เธอที่ฟาดฟันกับลูกค้าประสาทแดก! ผู้หญิงอย่างเธอ มันเป็นครั้งแรกเลย! อะไรแบบนั้นสินะ" 

"เลิกถามสักที..." 

"พระเจ้า! เธอจะยอมแพ้เรื่องหัวหน้าพัคแทมยองแล้วเหรอ ดีจริง! ตัดคู่แข่งได้ตั้งหนึ่งคน ถ้าถึงขนาดยอมแพ้เรื่องหัวหน้าพัคแทมยอง จะเป็นคนแบบไหนกันนะ หน้าตาดีขนาดไหนกัน เหนือกว่าเบ้าหน้าดาราเหรอ" 

"ลาออกเถอะ ที่ปรึกษาอะไรกัน" 

 

เพื่อน 5 ฮันคาอึล (28 ปี อยู่เขตคังนัม รุ่นน้องผู้ชายที่บริษัท มีแฟนแล้ว หมายเหตุ : เกย์) 

"คุณผู้ช่วยครับ ผมจะเคลียร์ด้วยคำเดียวเลย" 

"คำเดียว? นี่เป็นปัญหาที่จัดการได้ด้วยคำเดียวงั้นเหรอ" 

"ก็ไม่รู้นะครับว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไง แต่หัวหน้าน่ะตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วนี่ครับ ทำตามหัวใจไปเลยครับ ไม่ต้องใส่ใจสายตาหรือความคิดของคนอื่น จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย สุดท้ายแล้วการคบกันมันก็คือการตัดสินใจตามที่ตัวเองต้องการอยู่แล้วนี่ครับ การเป็นแฟนกันมันไม่ใช่ข้อควรระวังนะครับ" 

"..." 

"แต่ว่า หัวหน้า! รองเท้าจอร์แดนรุ่นใหม่ออกมาแล้วทำยังไงดีล่ะครับ ถ้าเดือนหน้าผมต้องกินข้าวห่อสาหร่ายอีกจะทำไงดีล่ะ!" 

"เฮ้อ เลิกซื้อรองเท้าสักที!" 

 

ความคิดเห็น