vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2563 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (2/2)
แบบอักษร

ผมถูกเซนพามายังห้องนอนของเขา ข้างล่างห้องโถงชั้นหนึ่งว่าอลังการแล้วใช่ไหมครับ พอมาเทียบกับห้องนอน โอ้โห ยิ่งกว่าในหนัง ห้องนอนถูกประดับประดาด้วยผ้าสีแดงกำมะหยี่เป็นเอกลักษณ์ สลับกับพู่สีทอง เอาเป็นว่าทุกอย่างในห้องมีแค่สีแดงกับสีทอง 

เซนดึงผมให้มานั่งลงตรงเตียงนอนขนาดใหญ่ที่นอนได้เกือบห้าคน บ่งบอกความรวยได้อย่างมหาศาล  

“ส่งมือมาให้ฉันดูแผล ว่ามันมีเศษแก้วฝังอยู่รึเปล่า” เขาดึงมือไปแกะผ้าเช็ดหน้าออก      

“ไม่น่าจะมีนะครับ”  

“รู้ได้ยังไงว่าไม่มี ยังไม่ทันได้ดู” เขาทำเสียงดุอีกรอบ ผมเลยทำหน้าจ๋อย  

ดุอยู่นั่นแหละ ผมไม่พูดอะไรต่อเอาแต่ทำหน้ามุ่ยมองดูรอบห้อง ปล่อยให้เขาทำแผลไป เซนทำแผลเงียบๆ ผมเห็นเขาใช้ผ้าพันแผลพันอย่างชำนาญและทำเบามาก เหมือนกลัวผมเจ็บ  

ผมแกว่งเท้าไปมาเนื่องจากเตียงมันสูง ขาผมสั้นจนไม่ถึงพื้น 

“อย่าแกว่งเท้า ทำตัวเหมือนเด็กไปได้” เขาปล่อยมือผมออกหลังจากทำแผลเสร็จ  

“ขอบคุณครับ คุณพันแผลเก่งจัง” ผมยกมือขึ้นมาดู  

“แต่ฉันก็ไม่ได้อยากทำแผลให้นายบ่อยๆ ฉันเพิ่งบอกว่าให้ระวังตัว ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”  

“ผมบอกคุณไปแล้วว่าระวังอยู่ครับ ใครจะไปรู้ว่ามันจะโดนบาดได้ ผมก็ไม่ได้อยากทำให้ตัวเองเจ็บเหมือนกัน”  

พูดกับเขาแล้วเหมือนยิ่งเถียงกันมากกว่า ขี้เกียจพูดแล้ว ผมก้าวลงจากเตียง  

“นายกำลังจะไปไหน” เซนลุกขึ้นตาม  

“กลับคอนโดของผมสิครับ คุณทำแผลเสร็จแล้ว” 

“ฉันไม่ให้นายกลับ” เสียงเข้มดังตามหลัง แต่ผมไม่ได้ฟังแล้วเดินไปทางประตูห้อง ยังไม่ทันได้เปิด  

มือหนากระแทกดันประตูปิดดังปัง! ผมหันไปเผชิญหน้ากับใบหน้าคมก้มลงมาใกล้ชิด จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ  

“ฉันไม่อนุญาตให้นายไปไหนทั้งนั้น นายทำให้ฉันไม่ไว้ใจที่จะให้นายอยู่คนเดียว”  

“คุณเซน ถอยออกไปนะครับ นี่คุณ!” ผมใช้มือดันตรงกล้ามเขาออกแต่เขาไม่ขยับสักนิด! มีแต่เขยิบเข้ามาใกล้ ใกล้...ใกล้มากกว่าเดิม ริมฝีปากเขาก้มลงมาจนห่างจากปากผมไม่ถึงเซนฯ 

“อยากให้ฉันจูบรึเปล่า” เสียงเข้มดังเรียบแต่มันแฝงเจตนากวนประสาทชัดๆ ผมผลักเขาออกเต็มแรง  

“ไม่ครับ ผมไม่อยากให้คุณจูบ”  

เซนยอมถอยห่าง  

“คืนนี้นอนที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับคอนโด ถ้านายตกลง ฉันจะไม่แตะต้องนาย” เขายื่นข้อเสนอ 

ผมขมวดคิ้วทำหน้าคิด  

“ก็ได้ครับ ไหนๆ คุณก็ให้คุณโทระทำอาหารไว้แล้ว ผมจะอยู่กินข้าวก่อนก็ได้”  

“ถ้างั้น นายไปอาบน้ำก่อนดีกว่า จะได้สบายตัว” เขาชี้ไปทางห้องน้ำ  

“อาบเองได้รึเปล่า อยากให้ฉันช่วยอาบ...” เซนเดินมาส่งหน้าห้องน้ำราวกับว่าผมเด็กอนุบาล ผมรับผ้าเช็ดตัวพร้อมกับดันคนตัวสูงที่เดินมาเข้ามาด้วย  

“ไม่ต้องครับ! ผมอาบเองได้”  

“อย่าให้มือโดนน้ำล่ะ ยกขึ้นให้สูงๆ” เสียงเข้มยังดังแทรกเข้ามาทั้งที่ผมปิดประตูไปแล้ว  

ผมเอนตัวพิงประตูห้องน้ำพลางยกมือขึ้นมาดูแผล ทำไมช่วงสองสามวันมานี้ ผมถึงได้เลือดออกง่ายดายขนาดนี้ มันเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ แต่หลายเหตุการณ์มันเริ่มทำให้ผมไม่แน่ใจว่ามันบังเอิญจริงเหรอ หรือมีใครจงใจทำให้มันเป็นกันแน่ ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะไล่เรื่องฟุ้งซ่านออกจากหัว  

นี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงลงเอยมาจบที่นอนค้างบ้านคุณเซนแบบนี้ เขาก็เหมือนกัน ไม่รู้ทำไมถึงใจดีกับผมนัก  

ผมใช้ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเดินออกมาจากห้องน้ำ ห้องนอนว่างเปล่า ไม่เห็นเซนอยู่ เห็นแต่เสื้อเชิ้ตลายเส้นพาดตรงสีขาว กับกางเกงขาสั้นสีดำ มันสั้นมาก แทบจะเรียกว่าบ๊อกเซอร์ได้เลย เขาเอาชุดอะไรมาเนี่ย?  

เดาว่าเสื้อมันคงเป็นของเขาเพราะแขนยาวไม่พอ ตัวยังยาวจนคลุมถึงต้นขาผมลงมา พอใส่กางเกงขาสั้นสีดำด้านในมันเลยดูเหมือนผมใส่แค่เสื้อเชิ้ตนี่ รู้สึกโล่งๆ ตรงขายังไงก็ไม่รู้ เย็นหวิว  

“คุณเซนอาจจะอยู่ข้างล่างรึเปล่านะ” ผมเดินออกมานอกห้อง ตามทางเดินมีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟนำทาง ผมสังเกตตั้งแต่ตอนเข้ามา บ้านเขามืดจริงๆ นะครับ รูปตามผนังที่ติดอยู่ดูเก่าแก่ มันเป็นภาพวิวที่ดูสวยงามเหมือนอยู่ในจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง 

ผมเดินดูภาพที่ติดอยู่ด้วยความสนใจเพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเดินมาตรงเขตที่มีที่กั้นสีแดงกั้นทางเดินไว้ เหมือนเวลาโชว์เครื่องเพชรราคาแพงแล้วมีที่ล้อมไว้น่ะครับ ตรงหน้าของผมไม่มีแสงไฟแม้แต่ดวงเดียว แต่ประตูบานใหญ่มีสัญลักษณ์ลายโบราณพาดอยู่เต็มไปหมดกลับเด่นชัดและมองออกว่ามันเป็นประตู  

ประตูห้องอะไรกัน... 

ผมลองเดินเข้าไปใกล้อีกนิดเผื่อจะมองเห็นอะไรเพิ่ม ถึงกับหยุดกึกเมื่อข้อมือถูกดึงให้ออกห่างจากแผงกั้น  

“นายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” เซนถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง แววตาเย็นเฉียบที่ผมยังไม่ชินทุกทีที่เห็น  

“ผมเดินดูรูปเพลินจนเดินมาถึงตรงนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเดินสำรวจบ้านคุณนะครับ” ผมเอ่ยขอโทษที่เสียมารยาท เซนจูงมือผมไปทางห้องอาหารชั้นแรก  

“ฉันไม่ได้ว่าถ้านายจะดูรูปภาพ แต่พื้นที่ตรงนั้น เป็นที่เดียวที่นายไม่ควรเข้าใกล้มัน” 

“ครับ ผมทราบแล้ว”  

ห้องอาหารแทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องโถงใหญ่ โต๊ะอาหารยาวที่นั่งได้เกือบยี่สิบคน...หัวโต๊ะถูกจัดเรียงอาหารไว้สำหรับสองที่ เซนเดินไปนั่งลงตรงหัวโต๊ะส่วนผมนั่งข้างเขาทางด้านขวามือ  

“โทระเป็นพ่อบ้านชั้นดีที่ทำอาหารอร่อยที่สุด หวังว่านายจะชอบอาหารที่เขาทำ” เซนว่า  

“มันดูน่าทานจังเลยครับคุณโทระ” ผมมองจานอาหารตรงหน้า พ่อบ้านโค้งด้วยความยินดี  

“ขอให้อร่อยนะครับ ผมขอตัว” เขาพูดจบก็เหลือเพียงแค่ผมกับเซนนั่งอยู่ในห้องอาหารกว้างๆ ด้วยกัน  

ของเซนเป็นอาหารฝรั่ง สเต๊กในจานของเขามันดูดิบมาก คงเป็นเนื้อชั้นดีที่คนเขาชอบกินกัน เขามีไวน์สีแดงกินคู่กันกับอาหารด้วย ส่วนของผมเป็นข้าวผัด เดาว่าเขาคงสั่งเมนูนี้ให้ผมทาน  

“คุณชอบดื่มไวน์เหรอครับ ครั้งแรกที่เจออยู่ซูเปอร์ฯ ผมเห็นคุณซื้อหลายขวด”  

“ชอบ เพราะมันมีส่วนช่วยทำให้อาหารรสกลมกล่อมขึ้น”  

“จริงเหรอครับ เห็นคนส่วนมากบอก ผมก็ไม่รู้ว่ามันช่วยเจริญอาหารจริงไหม”  

“นายไม่ดื่มแอลกอฮอล์ใช่ไหม” ในขณะที่กินข้าว เขาก็เปรยถามตามประสาคนกินข้าวด้วยกัน  

ผมส่ายหน้า  

“ไม่ครับ ผมไม่ค่อยถูกกับแอลกอฮอล์เท่าไหร่”  

“ดีแล้วล่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพหรอก”  

“แต่ผมก็ยังเห็นคนดื่มมันเยอะเลยนะครับ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ทำไมยังดื่มอีก”  

“เพราะบางทีการดื่ม มันก็ทำให้เราลืมเรื่องราวที่เราไม่อยากจำไปชั่วขณะได้...” เซนหมุนแก้วไวน์ในมือก่อนกระดกทีเดียวจนหมดแก้ว เขาดื่มเก่งมาก แถมยังดื่มมากกว่ากินอาหารด้วยซ้ำ 

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมกับเขาเดินกลับขึ้นมาบนห้อง ผมมองโซฟาภายในห้องนอน เซนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจนเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเหมือนคนชอบออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ เห็นแค่เล็กน้อยไม่ได้เห็นมาก แค่นี้ก็เพอร์เฟกต์มาก  

“ชานม นายกำลังจะเดินไปไหน เตียงอยู่ทางนี้” เสียงเข้มปลดกระดุมยังไม่ทันหมดถึงกับเงยหน้าขึ้น  

ผมชี้ไปทางโซฟา “ผมนอนโซฟาได้ครับ”  

“เตียงฉันกว้างขนาดนั้นนายจะไปนอนโซฟาเล็กทำไม โซฟามีไว้นั่งไม่ได้มีไว้นอน”  

“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ ผมอยากนอนโซฟา คุณเซน! เหวอ! ทำอะไรครับ ปล่อยผม” ผมสะดุ้งโหย่งเมื่อเซนใช้สองมือประคองเอวผมแล้วอุ้มลอยขึ้น ย้ำว่าเขาใช้แค่สองมือตัวผมก็ลอยตามแรงยก เซนวางผมลงบนโต๊ะทำงานของเขา  

ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างขาสองข้างของผม แขนแกร่งสองข้างกั้นไม่ให้ผมขยับตัวไปไหน  

“แบบนี้ค่อยคุยกับนายได้ถนัดหน่อย เห็นหน้าชัดๆ” ผมกับเขาอยู่ในระดับเดียวกัน เราสบตากันพอดีเป๊ะ เขาจงใจพาผมมานั่งบนโต๊ะงั้นเหรอ!  

“ทำไมนายถึงได้ดื้อจัง” เสียงเข้มเอ่ยถามคุมเข้มยิ่งกว่าผู้ปกครอง  

“ผมไม่ได้ดื้อครับ...”  

“คำว่าดื้อแปลว่าบอกให้ทำแบบนี้ แต่นายกลับทำอีกอย่าง บอกว่าให้นอนเตียง นายกลับเลือกนอนโซฟา แบบนี้เขาเรียกว่าดื้อน่ะถูกแล้ว”   

“ผมแค่กลัวคุณนอนไม่สบาย ก็เลยไม่อยากไปเบียดเจ้าของห้องอย่างคุณไงครับ”  

เซนปรายตามองเตียงกว้าง 

“เตียงมันใหญ่ นายตัวเล็กเท่าแมวน้อยขนาดนี้ มันจะไปกินที่อะไรมากมาย”  

ดูเขาเปรียบเทียบ! 

“ผมไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้นนะครับ”  

“ฉันอุ้มนายลอยได้ มันก็พิสูจน์แล้วไม่ใช่เหรอว่านายตัวเล็ก” เซนเขยิบเข้ามาใกล้จนผมต้องใช้มือดันไหล่กว้างสองข้างของเขาไว้  

“คุณเซน ผมไม่ขัดใจคุณแล้วก็ได้ครับ ผมจะนอนเตียง ช่วยถอยออกไปห่างๆ ผมได้ไหม”  

“กลัวเหรอ” แววตาสีฟ้ายังคงจ้องผมไม่วางตา  

“ไม่ได้กลัวครับ แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องทำเรื่องแบบนี้กับผมด้วย” ผมพึมพำ  

“ฉันทำอะไรนาย?” เขาแสร้งถาม ผมเลยเงยหน้ามองเขาตรงๆ  

“ก็คุณ...” ผมชะงัก โอ๊ย เกือบพูดคำว่าจูบ บ้าบออีกแล้วชานม เซนรอฟังอยู่เลิกคิ้วเล็กน้อย  

“ฉัน?”  

“เปล่าครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผมหรอก ปล่อยผมลงจากโต๊ะคุณได้แล้ว” ผมดันเขาออก แต่มือเซนกลับเลื่อนมาแตะมือของผมข้างที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ แล้วเขากุมมือผมไว้ เพิ่งมองชัดๆ ว่ามือเขาใหญ่กว่าผมมาก   

ตึก...ตึก...ตึก... 

เสียงหัวใจดังจังหวะสม่ำเสมอ แต่อุณหภูมิหน้าผมมันเริ่มไม่ปกติ  

“อย่าพยายามทำให้ตัวเองเจ็บตัวจนมีเลือดออกอีก” น้ำเสียงเข้มดังจริงจัง แววตาสีฟ้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตา  

“คุณกำลังทำให้ผมสงสัยในตัวคุณมากกว่าเดิมนะครับ” เซนเขยิบเข้ามาใกล้พร้อมก้มลงมาหยุดอยู่ตรงหูผม  

“ไม่ว่านายจะสงสัยอะไรในตัวฉัน ฉันไม่สน ขอแค่เรื่องเดียวที่อยากให้จำไว้” 

“เรื่องอะไรเหรอครับ”  

ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย...” 

ความคิดเห็น