vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2563 18:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ฉันไม่มีวันทำร้ายนาย (1/2)
แบบอักษร

[ชานม] 

“ไข้ลดรึยัง”  

“...”  

“ฉันถามว่าไข้ลดรึยัง หรือว่าต้องให้ฉันจูบอีก” เสียงเข้มดังจากฝั่งตรงข้ามอีกรอบทำให้คนเหม่ออย่างผมรีบตอบ 

“ลดแล้วครับ ลดแล้ว”  

ก็จะไม่ให้เหม่อลอยไปดาวอังคารได้ยังไงกัน ในเมื่อผมเพิ่งโดนเขา ‘จูบ’ เมื่อวาน จูบจนสลบไปเลย พอตื่นขึ้นมาอีกทีผมก็พบว่าไข้ลดลงเร็วจนหายดีเป็นปกติ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ไข้แบบนี้ควรเป็นสองสามวันด้วยซ้ำ  

ตื่นมา ผมทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเซน เพราะมองทีไร หัวสมองดันจำเรื่องจูบขึ้นมาซะได้  

“ถึงไข้ลดแล้วก็ควรกินยาดักไว้อีกชุด กันไข้กลับมา กินข้าวได้แล้ว”  

เซนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะที่มีอาหารเช้าวางอยู่ แต่มันกลับมีเพียงชามของผมชามเดียว  

“คุณไม่ทานข้าวเช้าเหรอครับ”  

“ไม่ล่ะ ตอนเช้าฉันดื่มแค่กาแฟ” เซนหยิบแก้วกาแฟมาดื่ม แก้วกาแฟลายสายรุ้งดูขัดกับอิมเมจเขาเล็กน้อย  

เนื่องจากห้องผมไม่มีแก้วกาแฟลายพื้นๆ สำหรับผู้ใหญ่  

“คุณไม่กินข้าว เดี๋ยวปวดท้องนะครับ” 

“นายห่วงฉัน?” เซนเงยหน้าขึ้นสบตา ผมเลยหลบสายตามองชามข้าวต้มแทน  

“เปล่าครับ ไม่ได้ห่วง”  

“นายน่ะ กินเยอะๆ เถอะ แล้วนี่มีเรียนใช่ไหม เลิกกี่โมง” เขาถามพร้อมหยิบหนังสือนิตยสารบนโต๊ะมาเปิดดู  

“ครับ มีเรียน เลิกตอนบ่ายสามครับ...” ผมว่าแล้วพูดต่อ “คุณจะกลับเลยไหมครับ”  

“ใช่ นายหายดีแล้ว ฉันคงไม่จำเป็นต้องอยู่ดูแลอะไร”  

ทั้งที่มันเป็นคำพูดธรรมดา และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผม ทำไมกลับรู้สึกเหงาขึ้นมา  

“ขอบคุณคุณเซนมากนะครับ ที่อยู่ดูแลผม”  

ผมเอ่ยเสียงแผ่วและตักข้าวต้มกินเงียบๆ โดยที่ไม่ได้คุยอะไรกับเซนอีก ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง 

 

มหาวิทยาลัย 

วิชาเรียนวันนี้เป็นคลาสบรรยายใหญ่และเป็นวิชาที่ปะปนหลายคณะเข้าด้วยกัน แถมยังมีหลายชั้นปีด้วย เป็นวิชาเลือกน่ะครับ ผมดันเลือกลงไม่ตรงกับเพื่อนเลยได้มาเรียนคนเดียว มันเป็นวิชาประวัติศาสตร์ ผมชอบนั่งฟัง อาจารย์ท่านบรรยายเพลินมาก เพื่อนผมส่วนมากมันชอบวิชาอย่างอื่นมากกว่า พูดถึงเพื่อนในคณะ ผมไม่ค่อยสนิทกับใครมากนักมีสองสามคนที่ทำงานกลุ่มเดียวกัน เพราะผมไม่ใช่พวกชอบสุงสิงกับคนอื่นด้วย มันเลยทำให้ดูเหมือนผมเข้าหาคนอื่นไม่เก่ง 

ผมนั่งฟังอยู่สักพัก สายตาก็เหลือบมองไปทางหน้าต่าง ท้องฟ้าสีฟ้าชวนให้นึกถึงใบหน้าเซนขึ้นมา  

หน้าถึงกับร้อนผ่าวเพราะดันนึกถึงตอนโดนเขาจูบขึ้นมาได้  

ผมส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวตัวเอง ทำไมถึงได้คิดเรื่องนี้วนไปวนมาอยู่ได้  

“ชานม มีสมาธิสิ ตั้งสติๆ”  

กว่าจะหมดคาบเรียนผมก็แอบเหม่อไปหลายรอบมาก ทั้งที่ปกติชอบฟังแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้มันถึงไม่มีสมาธิ  

ผมเดินมาตามทางเดินก่อนหยุดเดินเมื่อเห็นอาจารย์นั่งเก็บเศษแก้วอยู่คนเดียวหน้าห้องพัก มันเป็นช่วงเลิกแล้ว เลยไม่ค่อยมีใครอยู่แถวนี้ ด้วยความหวังดีผมเลยเดินเข้าไปหา  

“อาจารย์ครับ ผมช่วยเก็บไหมครับ” ผมนั่งยองๆ ลง  

“เธอเป็นเด็กดีจัง ขอบคุณค่ะ อาจารย์ว่าจะไปหาไม้กวาดมากวาดละ เธอเก็บรอใส่ที่ตักผงก่อนก็ได้” ท่านว่าแล้วลุกขึ้นเดินไปหาไม้กวาด ผมใช้มือหยิบเศษแก้วอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้โดนมือเด็ดขาด  

ระหว่างที่เก็บอย่างตั้งใจ จู่ๆ ก็มีลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างแรงมาก จนผมเผลอหลับตาลงอย่างลืมตัว มือบอบบางวางลงตรงเศษแก้วที่กระจัดกระจายอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ  

ฉึก!  

“โอ๊ย” ความเจ็บพร้อมกับของเหลวสีแดงไหลออกจากฝ่ามือสลับกับผิวขาวเนียนของผม บ้าจริง  

ผมรีบยกมือขึ้นด้วยความตกใจ อาจารย์วิ่งกลับมาพอดี  

“เป็นอะไรไปนักศึกษา เลือดเธอออกเหรอ แผลลึกรึเปล่า” ท่านรีบมาจับมือผมดู  

“ไม่เป็นอะไรครับ เออ อาจารย์” ผมเงยหน้ามองแววตาของอาจารย์ที่เป็นสีแดง ผมไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม!  

มันเป็นแววตาเหมือนกับผู้ชายคนเมื่อวานที่เห็นเลย  

“เลือดเธอออก เลือดหอมมาก”   

“ช่วยปล่อยมือผมด้วยครับอาจารย์ ผมมีธุระพอดี คงต้องขอตัวก่อนนะครับ” ผมรีบดึงมือตัวเองออก  

“จะรีบไปไหนนักศึกษา ให้อาจารย์ทำแผลให้ก่อน มานี่สิ” อาจารย์ดูเหมือนคนเหม่อลอยเหมือนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ผมรีบหันหลังวิ่งออกมาจากตึกนั้นทันทีด้วยหัวใจที่มันเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะตกใจ แต่ยังข่มความกลัวเอาไว้ ทำไมถึงมีเหตุการณ์แปลกเกิดขึ้นกับผมอีกแล้ว  

มือขาวซีดเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงยังคงไหลเต็มมือ ผมวิ่งมาเรื่อยๆ แล้วหันกลับไปดูด้านหลังตัวเองว่ามีใครตามมารึเปล่า พอหันกลับมาด้านหน้าผมจึงชนกับไหล่กว้างดังปึก!  

“ขอโทษครับ! ผมไม่ทันมอง...” ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากคนตรงหน้าทำให้ผมรีบเงยหน้าขึ้น “คุณเซน”  

เซนในชุดสูททำงานสีดำ ดูหล่อมากกว่าชุดธรรมดามาก ผมถูกจัดทรงให้เหมาะกับการเป็นผู้บริหาร ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วเป็นปมและเปลี่ยนเป็นสายตาดุ เมื่อมองมือของผม  

“นายวิ่งหนีอะไรมา แล้วทำไมมือถึงมีเลือด!!”  

“แค่โดนกระจกบาดนิดหน่อยครับ โอ๊ย”  

“บาดนิดหน่อยอะไร!”  

เฮือก...เซนมองไปทางด้านหลังผมก่อนทำสายตาดุใส่อะไรไม่รู้ ผมไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะโดนเขาลากแขนให้เดินตามเขา  

“คุณเซน เบาๆ หน่อยครับ ผมเดินตามไม่ทัน ทำไมคุณถึงมาที่มหา’ลัยของผมได้”  

“ฉันแค่แวะมาดูคนป่วย ที่ซ่าทำให้ตัวเองเจ็บตัวอีกจนได้!”  

“ทำไมคุณต้องดุใส่ผมด้วยล่ะครับ ผมไม่ได้อยากทำให้ตัวเองเจ็บตัวสักหน่อย” ผมว่า ก่อนมองรถสีดำคันหรูติดฟิล์มดำจนไม่เห็นด้านใน เซนไม่พูดอะไรต่อแต่เปิดประตูดันผมเข้าไปในรถแทน  

“จะพาผมไปไหนครับ” เขามานั่งเบาะข้างๆ แล้วพูดกับคนขับรถที่ใส่สูทดูดีไม่แพ้เจ้านายของเขา  

“พาฉันกลับบ้าน” เสียงเข้มสั่งคนขับ  

“คุณเซนครับ คุณยังไม่ตอบคำถามผม...”  

สายตาเข้มมองมาเป็นเชิงว่าให้หยุดพูดซะ ทำเอาผมไม่กล้าปริปากพูด 

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ ตอนเขาจับมือผมขึ้นมาดูแผลเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น จังหวะที่มือเราสัมผัสกันโดยตรง ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเกิดขึ้นภายในใจของผม ราวกับว่าสัมผัสแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน ความอบอุ่นที่เหมือนส่งผ่านมาจากปลายนิ้วของเขา ช่างอบอุ่นและน่าไว้วางใจจัง...  

จนกระทั่งผมมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่ดูเหมือนเป็นคฤหาสน์มากกว่า ผมลงจากรถมองรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ ไม่คิดว่าออกมานอกเมืองนิดหน่อยจะมีบ้านสวยขนาดนี้อยู่ เหมือนหลุดออกมาจากหนังเลยครับ  

“ฉันจะพานายไปทำแผล” เซนเอ่ยปากพูดหลังจากเราเงียบใส่กันมาตลอดทาง มือข้างขวาที่โดนกระจกบาดมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่เขาใช้ผูกให้เพื่อห้ามเลือดระหว่างมา แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจนหมดผืน  

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก พอผมเดินตามหลังเขามาก็พบกับความอลังการอีกรอบ ภายในตัวบ้านใหญ่มาก โคมไฟระยิบระยับ คริสตัลทั้งนั้นเลย ประตูปิดลง กระจกมีผ้าม่านสีแดงกำมะหยี่ปิดทึบจนแสงแดดไม่อาจส่องเข้ามาได้  

“นายรออยู่ตรงห้องรับแขกก่อน เดี๋ยวฉันไปหากล่องปฐมพยาบาลว่ามีไหม” เขาสั่งแค่นั้นแล้วเดินออกไปจากห้อง  

ผมไม่ได้นั่งลงตรงโซฟาแต่กลับเดินสำรวจรอบห้องแทน บรรยากาศเหมือนอยู่ตอนกลางคืนเลยครับ มันดูมืดมาก จนต้องเปิดไฟทุกดวงภายในบ้านไว้  

“บ้านสวยจังเลย...” ผมพึมพำก่อนหันไปตามเสียงทุ้มมีอายุ  

“บ้านนี้ ท่านเซนดูแลรักษาเป็นอย่างดีครับ”  

ผู้ชายหน้าตาใจดีในชุดพ่อบ้าน ผมสีขาวแซมกับแว่นตาอันเล็กเข้ากันดีกับชุด เขาวางถ้วยน้ำชากับขนมลงบนโต๊ะ ผมโค้งตัวทักทาย 

“สวัสดีครับ” อีกฝ่ายยิ้มและโค้งตัว  

“สวัสดีครับ ผมเป็นพ่อบ้านประจำบ้านของท่านเซน ชื่อโทระครับ” เขาแนะนำ  

“ผมชื่อชานมครับ บ้านหลังนี้สวยจริงๆ นะครับ ดูเก่าแก่มากด้วย พวกคุณปิดม่านแบบนี้ไว้ตลอดเลยเหรอครับ”  

ผมถามแล้วใช้มือลูบม่านสีแดงตรงหน้า  

“ท่านเซนไม่ชอบแสงแดดน่ะครับ ก็เลยไม่เคยเปิดม่านออก” ผมยิ้ม 

“เขาคงชอบตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางจริงๆ สินะครับ” ผมหันไปหาพ่อบ้านที่มองผมอยู่ เขาทำหน้าอึ้ง 

“ผมพูดอะไรผิดรึเปล่าครับ ทำไมมองหน้าผมแบบนั้น”  

“ขออภัยครับ ผมเพียงแค่ดีใจที่เห็นท่านเซนพาคนมาที่บ้าน เพราะมันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน...” เขาว่า  

“คุณชานมอยากทานขนมอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ ผมจะได้จัดหามาให้” พ่อบ้านว่าอย่างใจดีแต่ถูกขัดด้วยน้ำเสียงเข้มเจ้าของบ้าน  

“ฉันไม่อนุญาตให้เขาทานขนมอะไรทั้งนั้น คนที่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวไม่สมควรได้กินขนม” เซนถอดสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน เขาเดินมาหาผม  

“ผมก็ระวังสุดๆ แล้วครับ”  

“ถ้าระวังแล้วมันจะโดนบาดได้ยังไง!” เขายังคงดุผมไม่เลิก เซนหันไปสั่งพ่อบ้าน “นายช่วยทำกับข้าวเย็นเตรียมไว้ให้ชานมหน่อย”  

“อาหารเย็นสำหรับมนุษย์หรือครับ...เอ่อ ได้ครับ” พ่อบ้านชะงักเมื่อเจอสายตาเข้มจ้อง ผมหันไปมองด้วยความสนใจ เขาใช้คำแปลกจัง อาหารสำหรับมนุษย์?  

“ส่วนนาย ขึ้นไปบนห้องกับฉัน ฉันจะทำแผลให้”  

ความคิดเห็น