vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัว (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัว (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2563 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัว (2/2)
แบบอักษร

ห้วงนิทราไม่ได้ทำให้ผมหลับลึกมากนัก เพราะผมรู้สึกว่าร่างกายมันร้อน อึดอัดราวกับเป็นไข้ ผมรับรู้ว่าตัวเองนอนกระสับกระส่ายไปมา ความรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในน้ำลึกที่ว่ายเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผิวน้ำ ตรงบริเวณโคนขาด้านขวาเกิดเจ็บแปล๊บจนสะดุ้งตื่น เฮือก! 

ผมหายใจหอบถี่ ลืมตามองเพดานห้องพร้อมดันตัวเองลุกขึ้น ใบหน้ามีแต่เหงื่อ ภายในห้องว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ 

เสียงลมพัดอยู่ทางด้านนอกคล้ายพายุทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ ทำไมผมรู้สึกวังเวงขึ้นมาทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บ้าน่า...เราอยู่คนเดียวจนชิน จะมากลัวอะไรกับพายุธรรมดา  

“คุณเซนคงกลับไปแล้วล่ะมั้ง” ผมพึมพำเมื่อมองไปรอบห้องไม่เห็นเซน ก้าวลงจากเตียงเพื่อที่จะเดินไปห้องน้ำ พอลุกขึ้นก็รู้สึกเหมือนเห็นเงาใครอยู่ระเบียง  

“คุณเซนเหรอครับ?” จากตอนแรกจะไปห้องน้ำ ผมเลยเปลี่ยนใจเดินไปตรงประตูบานใส  

ผมกำลังเปิดประตูระเบียงถึงกับสะดุ้ง ถอยหลังออกห่าง ผู้ชายยืนอยู่นอกระเบียงใส่เสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีดำ ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นคนเดียวกันกับที่เจอตอนอยู่ซูเปอร์ฯ แววตาสีแดงน่ากลัว เขาขึ้นมาทำอะไรบนนี้ บ้าน่า!  

“ชานม! อย่าเปิดประตู!” เสียงเซนดังมาจากด้านหลัง ไม่รู้ว่าเขามาจากทางไหน  

หมับ!  

แขนแกร่งดึงแขนผมจนผมหมุนตัวไปซบแผงอกเซน  

ฟุบ... 

เสียงเข้มเอ่ยภาษาอะไรไม่รู้ที่ผมฟังไม่ถนัดออกมา  

(ออกไปซะ อย่ามายุ่งกับผู้ชายคนนี้!) 

“คุณพูดว่าอะไรครับ พูดกับใคร? แล้วผู้ชายคนนั้นเขาเป็นใคร” ผมเงยหน้ามองเซนถึงกับตาโต  

แววตาที่ควรเป็นสีฟ้าปกติของเขา ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนเป็นสีเทาก่อนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเหมือนเดิมเมื่อเห็นว่าผมมอง เซนใช้มือเลื่อนไปปิดบานประตูใส  

ใบหน้าเข้มไม่บ่งบอกว่าคิดอะไรอยู่ แต่ผมรับรู้ได้ว่าเขามีสีหน้าโกรธเล็กน้อย  

ผมเหลือบไปมองทางหน้าต่างก็พบว่าผู้ชายคนนั้นหายไปแล้ว  

“เขาหายไปไหนแล้วล่ะครับ เขาขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง...โอ๊ย คุณเซน ผมเจ็บ” แรงกระชากแขนจากเซน ทำให้ผมเซเดินตามเขา ด้วยสภาพร่างกายที่เป็นไข้อยู่ แน่นอนว่าผมไม่อาจต้านแรงคนตัวสูงกว่าได้  

ร่างสูงเหวี่ยงผมลงเตียงดังตุบ แรงยุบจากแรงกดของเซนทำเอาหายใจไม่ทั่วท้อง เซนใช้สองแขนคร่อมผมไว้  

“ฉันบอกไว้ว่ายังไง บอกว่าห้ามเปิดประตูไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม!”  

“ประตูที่คุณหมายถึง มันหมายถึงประตูห้องไม่ใช่เหรอครับ”  

“ยังจะมาเถียงอีก!” เสียงเข้มดุ ผมแอบสะดุ้ง  

“ก็ผมรึว่าเป็นคุณ ผมก็เลยจะเปิดออกไปหา ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าไม่ใช่คุณ”  

เซนมองหน้าผม ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่แล้วผละออกนั่งลงข้างเตียง ผมที่นอนราบอยู่ค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง  

“ตกลงผู้ชายคนนั้นเขาเป็นใครเหรอครับ ทำไมมีแววตาสีแดง เหมือนไม่ใช่...”  

ผมยังพูดไม่ทันจบก็โดนตัดบท  

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ นายควรนอนพักผ่อนให้มากๆ จะได้หายไวๆ”  

“คุณเซน คุณมีอะไรปิดบังผมอยู่รึเปล่าครับ”  

เซนเหลือบมามอง มือเขาเลื่อนมาเชยคางผมขึ้น  

ความร้อนบนใบหน้า ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะโดนสายตาเขาจ้องใกล้ๆ กันแน่  

ทุกครั้งที่โดนเขาสัมผัส แตะต้องตัวเพียงนิดเดียว ทำไมมันถึงรู้สึกร้อนในหัวใจแบบนี้....  

“ฉันไม่มีอะไรที่ปิดบังนาย แค่ยังไม่ได้บอกก็เท่านั้น” 

“เรื่องที่ยังไม่ได้บอก มีหลายเรื่องไหมครับ” คำถามใสซื่อทำให้เซนเลิกคิ้วแปลกใจ เขาปล่อยมือออกจากคางผม  

“นายแตกต่างจากคนทั่วไปมากเลยนะ ทั้งที่เจอเหตุการณ์แบบเมื่อกี้ นายกลับไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร กลับกัน นายกลับถามถึงที่มา ถามว่าสิ่งที่เจอมันคืออะไร ทั้งที่คนอื่นคงสติแตกไปแล้ว”  

ใครว่าผมไม่ตกใจกัน แต่ความอยากรู้มันมีมากกว่านี่นา  

“ผมเชื่อว่าโลกใบนี้มันคงมีอะไรที่ลึกลับซ่อนอยู่มากมาย เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้มันคงเกิดขึ้นได้เสมอครับ”  

คำตอบจากผม ทำให้เซนเงียบไปสักพัก ก่อนเซนจะเอ่ยถาม  

“นายอายุเท่าไหร่แล้วนะ”  

“ยี่สิบปีครับ”  

“ยี่สิบ...วัยกำลังเติบโตอย่างสมบูรณ์” เขาพึมพำจนผมไม่ได้ยิน  

“คุณว่าอะไรนะครับ”  

“นายควรระวังตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัวจนมีเลือดออก”  

“ในเมื่อผมไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร แล้วผมจะปกป้องตัวเองได้ยังไงครับ บอกผมได้ไหมครับ...ว่าผมกำลังจะเจอกับอะไร คุณเซนเป็นพวกรู้อนาคตได้ใช่ไหมครับ คุณถึงมาช่วยผม”  

ผมเดาเอาเองถึงเหตุผลและสถานการณ์ที่ทำให้เรามาเจอกัน  

“เชื่อฉันเถอะ ว่านายไม่อยากรู้จักกับสิ่งที่นายต้องเจอหรอก และฉันก็ไม่สามารถรู้อนาคตของนาย”  

“...”  

“ตอนนี้ฉันอยู่กับนาย ฉันจะเป็นคนปกป้องนายเอง”  

“ถ้าผมหายไข้แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องปกป้องผมครับ ผมจัดการได้”  

ผมบอกด้วยความไม่อยากให้เขามาลำบาก แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือคำปฏิเสธความห่วงใยจากร่างสูง...ผมโดนดึงเข้าไปใกล้คนตรงหน้า ตรงต้นคอร้อนผ่าวเมื่อเซนใช้มือลูบรอยจูบเมื่อวานที่เขาทำรอยไว้  

ผมดิ้น  

“ปล่อยนะครับ อย่ามาจับตรงนี้ ผมร้อน”  

“เพราะนายกำลังต่อต้านไง มันถึงได้ร้อน ลองยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นสิ”  

ความร้อนยิ่งทวีคูณพอเขาก้มลงใกล้ น้ำเสียงข้างหูดังแผ่วแต่กลับก้องไปทั้งความคิด ผมเผลอกำเสื้อเซนแน่น  

“พูดว่ายอมรับฉัน แล้วนายจะไม่ร้อน ไม่ทรมาน” น้ำเสียงเข้มกระซิบ  

“อย่าพูดใกล้ๆ ได้ไหมครับ พอที”  

ต้นคอมันร้อนจนเหมือนจะละลาย ผมหายใจหอบ หัวหนักอึ้งไปหมด  

“นายไข้ขึ้นนี่ ให้ฉันช่วยนาย ยอมรับฉัน” เซนใช้สองมือของเขาประคองหน้าผมไว้  

แววตาสีฟ้าตรงหน้า มองทีไร ทำไมผ่อนคลายจัง มือเขาเย็นมาก...เย็นจนเหมือนน้ำแข็ง  

“คุณจะช่วยยังไงครับ เช็ดตัวให้ผมเหรอ” ผมพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่น หัวเราะเล็กน้อยก่อนกะพริบตาถี่กับคำพูดต่อมาของเซน น้ำเสียงเข้มดังเรียบไม่มีการล้อเล่นแต่อย่างใด  

“ฉันจะดึงความร้อนออกมาจากตัวของนาย ไข้จะได้ลด ยอมให้ฉันทำไหม”  

ผมคิดว่าเขาคงพูดเล่นเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ ผมพยักหน้าอนุญาต  

“ได้ครับ ผมยอม...อ๊ะ” ผมเบิกตากว้างกับริมฝีปากเย็นเฉียบปะทะกับริมฝีปากร้อนของผม  

เซนใช้มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยผมไว้ ส่วนมืออีกข้างโอบเอวผมดึงเข้าหา ปลายลิ้นถูกสอดเข้ามาเกี่ยวลิ้นผมจนรู้สึกว่ามันร้อน ความเย็นจากปากเขาเริ่มทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หัวสมองเบลอยิ่งกว่าเดิม ความร้อนจากตัวผมเหมือนกำลังถูกดึงออกไปจากร่างกาย ริมฝีปากถูกบดขยี้ด้วยจูบจากเขา บ้าไปแล้ว ผมกำลังจูบกับผู้ชาย... 

“อื้อออ!! คุณเซนปล่อยผมก่อน อือๆๆ...” ผมใช้มือดันแผงอก แต่มันไม่ขยับสักนิด  

เขารุกจูบผมมากกว่าเดิมและไม่มีท่าทีจะปล่อย เหมือนเขากระหายจูบ...จนอากาศหายใจผมเริ่มน้อยลง ความร้อนภายในร่างกายเหมือนไม่คงตัวจนผมหายใจหอบ จากที่ใช้มือผลักเขาอยู่ก็ปล่อยลงอย่างอ่อนแรง 

“อย่าเพิ่งหลับ ไข้นายยังไม่ทันลดเลย” เสียงเข้มดังขึ้นหลังจากปล่อยผมออกเพียงหนึ่งวิ!  

แล้วก้มลงมาจูบต่อ  

เขาจูบหนักหน่วงจนผมรู้สึกถึงความปากแดงฉ่ำที่โดนจูบซ้ำๆ ก่อนผมจะรู้สึกว่าโลกมันมืดลงไปอีกรอบ...  

โดนจูบจนน็อกไปแล้ว... 

ความคิดเห็น