Pillow_Mellow
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตรัยคุณ 04 :: โลกสวยด้วยมือ (ตรัย) คุณ (Rewrite)

ชื่อตอน : ตรัยคุณ 04 :: โลกสวยด้วยมือ (ตรัย) คุณ (Rewrite)

คำค้น : นิยายวาย, Yaoi, Boy's Love, ตรัยคุณ, จินเจต, ตรัยคุณเป็นคนพิเศษ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2563 13:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตรัยคุณ 04 :: โลกสวยด้วยมือ (ตรัย) คุณ (Rewrite)
แบบอักษร

  

รถยนต์คันสวยของจินเจตวิ่งออกจากบ้านหลังเล็กในช่วงพลบค่ำก่อนพระอาทิตย์ตกดิน 

“แม่กับยายยังโอ๋คุณหนูเหมือนเดิมเลยเนอะ” จินเจตละมือที่กดลดอุณหภูมิในรถแล้วเหลือบมองคนข้างกายแวบหนึ่งทั้งที่ในหัวยังคงคิดวนเวียนอยู่กับภาพที่เห็นเต็มสองตาเมื่อวานนี้ 

ก็จริงที่ว่าคุณยายกับคุณแม่ของตรัยคุณยังรักและเอ็นดูเขาเหมือนเดินแม้ว่าจะโตจนอายุสามสิบกว่าแล้วก็ตาม 

“อิจฉารึไง” 

“ไม่เอาด้วยหรอก นึกภาพไม่ออกเลยอะว่าถ้าแม่กับยายโอ๋ผมแบบนั้นจะเป็นยังไง” แค่คิดตรัยคุณก็ขนลุกซู่ ถึงเขาจะเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านแต่ก็ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูแบบประคบประหงมเหมือนคุณหนู เช่นนั้นเขาจึงไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่พวกผู้ใหญ่ในบ้านปฏิบัติต่อจินเจต 

“ทำไมไม่แทนตัวเองว่าต่อบ้างล่ะ เหมือนที่พูดกับคนนั้น” หัวคิ้วของคนถูกถามขยับเข้าชิดกัน 

คนนั้นที่ถูกเอ่ยถึงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยใช่เฟินอย่างไม่ต้องสงสัย  

จินเจตคิดว่าตรัยคุณจะตื่นตระหนกกับคำถามแต่ผิดคาดเมื่ออีกฝ่ายไม่แสดงความรู้สึกใดเลย ทั้งยังตอบกลับแทบทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย 

“ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผมครับ” 

“พึงพอใจในแง่ไหน” 

“คุณหนูอยากได้ยินคำตอบแบบไหนล่ะ อยากรู้อะไรถามมาตรงๆ เลยสิจะอ้อมค้อมทำไม แบบนี้ไม่สมกับเป็นคุณหนูเลย” 

คนถูกเรียกว่าคุณหนูลังเล เขานิ่งคิดพลางประเมินคำของตรัยคุณว่าประชดหรือพูดจากใจจริงกันแน่ 

“คนนั้นเป็นแฟนเธอเหรอ” 

ตรัยคุณหัวเราะราวกับเพิ่งได้ฟังเรื่องตลกทั้งที่มันไม่ตลกแม้แต่น้อย 

“คุณหนูก็ได้ยินทั้งหมดแล้วนี่ ถามทำไมอีกล่ะ”  

“ฉัน...” จินเจตอึกอักเมื่อถูกจับได้ว่าแอบฟัง เพราะการกระทำแบบนั้นไม่สมเป็นผู้ใหญ่เลยเขาจึงรู้สึกผิดมาก 

ราวกับว่าตรัยคุณรับรู้จึงหัวเราะออกมาแล้วบอกว่าไม่ใสใจหรอก ใครๆ ก็มีความอยากรู้อยากเห็นทั้งนั้น 

“ทั้งที่คนนั้นก็มีแฟนอยู่แล้วแต่พวกเธอก็ยังจูบกัน” จินเจตเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาตอนท้ายประโยค บอกตามตรงว่าเขาไม่ถูกใจสิ่งนี้เอาเสียเลย ไม่ชอบที่ใครต่อใครได้สัมผัสตรัยคุณ 

“แค่จูบเอง ไม่เห็นเป็นไรเลย” 

“อย่างนั้นเหรอ” 

จูบกับใครก็ได้อย่างนั้นสินะ แล้วกับฉันล่ะจูบได้หรือเปล่า จินเจตอยากถามแต่ก็เลือกที่จะไม่ถามตอนนี้เพราะยังมีเรื่องอื่นที่อยากรู้ “คุณแม่กับคุณยายรู้เรื่องนี้รึเปล่า” 

ยังไม่จบอีก 

ตรัยคุณคิดก่อนเหลือบมองเจ้าของคำถามแล้วยิ้มแหย “กับพี่เฟินน่ะเหรอ ถ้าแม่กับยายรู้ล่ะก็บ้านแตกแน่นอน” 

“รู้อยู่เต็มอกก็ยังจะทำ” 

“ก็ช่วยไม่ได้ อารมณ์มันพาไปนี่นา หรือคุณหนูไม่เคยมีอารมณ์ทางเพศ” 

ตรงเกินไปจนคนฟังที่ถึงแม้จะเชี่ยวชาญเรื่องอย่างว่าใบหน้าเห่อร้อน 

จินเจตไม่คิดเลยว่าเขากับตรัยคุณจะคุยเรื่องนี้กันได้อย่างเปิดอก 

“ใครไม่มีบ้าง มันเรื่องธรรมชาติ” 

“ใช่มั้ยล่ะ ถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติก็ไม่เห็นต้องอายเลย” 

“ตอนนี้ล่ะยังอารมณ์พาไปอยู่มั้ย” มาถึงขั้นนี้แล้วจินเจตไม่พลาดที่จะถามในเรื่องที่อยากรู้ 

ตรัยคุณนิ่งไปครู่เดียวก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “อยากอารมณ์พาไปกับผมเหรอครับคุณหนู” 

ไม่พูดตรงๆ ก็รู้ได้ทันทีว่ายังมีพฤติกรรมแบบนั้นอยู่ ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องผิด และถึงแม้รู้เต็มอกแต่ก็อดห่วงไม่ได้ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์  

“ป้องกันรึเปล่า” ตรัยคุณเกือบอุทานออกมาเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คาดคิด 

“ผมไม่ใช่เด็กๆ นะครับ ผมรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ คุณหนูไม่ต้องห่วงหรอก” 

“แล้วทำกับฉันได้รึเปล่า” ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายถามแท้ๆ แต่เมื่อถูกย้อนตรัยคุณก็ถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน 

ยอมรับว่าจินเจตหล่อล่ำสเป็กเลย บ่อยครั้งที่เผลอมองแล้วคิดว่าถ้าได้ซักครั้งจะไม่ลืมพระคุณแต่ในความเป็นจริงเขาทำอย่างนั้นกับคนโปรดของคุณยายไม่ได้ 

“คุณหนูอยากเหรอ” แกล้งถามกลับอย่างไม่จริงจังแต่ดูเหมือนว่าจินเจตจะไม่คิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น 

“แล้วถ้าบอกว่าอยากล่ะเธอจะทำมั้ย” 

“โจ๊กป่ะเนี่ย” 

สีหน้าของอีกฝ่ายไม่มีแววล้อเล่นเลยเช่นนั้นตรัยคุณจึงรู้ทันทีว่าไม่โจ๊กแม้จะยังไม่ได้รับคำตอบ 

เอายังไงดี รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรแต่อีกใจก็อยากลอง 

ตรัยคุณครุ่นคิดเพียงครู่ก่อนหันไปยิ้มหวานให้อีกฝ่ายแล้วว่า “จอดรถสิ”  

กับเรื่องเซ็กส์ตรัยคุณไม่เคยฝืนใจตัวเอง 

การจอดรถข้างทางใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ แต่จินเจตก็ทำได้ถึงแม้จะใช้เวลานานหน่อยก็ตาม 

ทันทีที่รถจอดตรัยคุณก็ขยับขึ้นมานั่งคร่อมตัก บั้นท้ายสัมผัสกับส่วนที่หลับไหลอยู่ใต้กางเกงเนื้อดี 

คนถูกนั่งคร่อมนิ่งอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะวางมือลงบนท่อนขาเรียวที่เขาแอบมองมาตั้งแต่เช้า พอได้สัมผัสก็ยากที่จะละมือ 

“ชอบเหรอครับ ลูบใหญ่เลย ตรงนี้...” ตรัยคุณเว้นประโยคอย่างเจ้าเล่ห์พลางบดสะโพกลงไปตรงส่วนที่คล้ายจะตื่นขึ้นมาแล้ว “ไม่เบาเลยแฮะ” 

แม้จะยังไม่ได้เห็นด้วยตาแต่ก็พอรู้ด้วยการคาดคะเนว่านี้น่ะน้องๆ อนาคอนดาเลยมั้ง 

“เธอก็ไม่เบา” จินเจตหมายถึงบั้นท้ายที่บดเบียดเขาอย่างเร้าอารมณ์ 

ผิวของตรัยคุณที่เขากำลังลูบไล้อยู่นั้นเนียนละเอียดต่างจากนิสัยที่แข็งกระด้างของเจ้าของมัน 

“จริง ผมน่ะเก่งมาก ใครๆ ก็ชม” ใบหน้าน่ารักขยับเข้าไปกระซิบพลางผ่อนลมหายใจอุ่นๆ รินรดปลายจมูกจนร่างกายร้อนวูบวาบ 

ริมฝีปากอิ่มๆ ที่อยู่ใกล้เพียงคืบอยากสัมผัสซักครั้ง  

ไม่ใช่เพียงครั้งแต่จินเจตอยากสัมผัสจนหนำใจให้ปากสีระเรื่อกลายเป็นสีแดงปลั่งไปเลย 

ทั้งที่จะรั้งท้ายทอยอีกฝ่ายลงมาแล้วป้อนเรียวลิ้นชื้นๆ ให้เลยก็ได้แต่เขาก็อดทนรอคอยให้ตรัยคุณเริ่มก่อน 

ความต้องการของจินเจตชัดเจนในดวงตาคมที่ประสานกัน 

แววตาของตรัยคุณสั่นระริกอย่างนึกสนุก ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ท่อนขาขึ้นมาจนถึงสะโพกทำให้เขารู้สึกดีมาก ส่วนใหญ่โตที่กำลังดุนดันสะโพกเรียกร้องอยากทำความรู้จักก็เช่นกัน ถ้าได้ทำมากกว่านี้ต้องรู้สึกดีไปถึงดาวอังคารแน่ๆ 

เอาไงดี 

ตรัยคุณลังเลขณะแกล้งอีกฝ่ายด้วยนิ้วเรียวที่สอดเข้าไปในกลุ่มเส้นผมนุ่มลื่น 

สิ่งที่ดุนดันสะโพกทำให้อดแซวไม่ได้ “ตื่นง่ายจังผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย” อย่าว่าแต่ตรัยคุณที่ประหลาดใจ เจ้าของกลางกายแข็งแกร่งที่อยู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาเพียงแค่ถูกบดเบียดด้วยสะโพกกลมผ่านเนื้อผ้ายังไม่อยากเชื่อ 

ปกติจินเจตไม่ใช่คนตื่นง่ายขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องถูกเล้าโลมด้วยมือหรือปากแต่ครั้งนี้กับตรัยคุณมันช่างง่ายดายอย่างกับปอกกล้วย 

ทั้งคู่มองหน้ากัน จินเจตกระอักกระอ่วนนิดหน่อย การที่มันตื่นขึ้นมาทิ่มบั้นท้ายอีกฝ่ายทำให้เขาถูกมองว่าอ่อนหัดทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเขาเก่ง เก่งมาก คู่นอนของเขาต่างก็ชมด้วยเสียงกระเส่าอ้อนวอนขอครั้งที่สองเสมอและแน่นอนว่ามันจะไม่จบจนกว่าอีกฝ่ายจะหมดแรง 

“คุณจะกล่อมมันเองหรืออยากให้ผมช่วย” ถามด้วยความหวังดีประสงค์ร้าย 

“เธอจะช่วยยังไง” 

“ด้วยมือ” ตรัยคุณตอบอย่างไม่ลังเล แม้อยากช่วยด้วยร่างกายของตนแต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวยจริงๆ 

แม้จะวันไนท์สแตนมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยทำเรื่องสุ่มเสี่ยงนี้นอกสถานที่เลย 

“งั้นก็ทำสิ” ด้วยมือตรัยคุณอย่างไรก็ต้องดีกว่ามือตัวเองแน่ๆ เช่นนั้นจินเจตจึงรับข้อเสนอทันทีอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย 

“ไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยเหรอคุณหนู” 

“เธอทำให้มันตื่น”  

“ก็ไม่คิดว่ามันจะตื่นง่าย” 

“ฉันก็ไม่คิดและมันไม่เคยตื่นง่ายแบบนี้” 

“เหมือนคุณกำลังชมผมเลยนี่นา ภูมิใจจัง”  

“แล้วแต่จะคิด อืม...” ส่วนที่กำลังตื่นตัวถูกบดเบียดด้วยสะโพกจนคนเป็นเจ้าของอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอย่างรัญจวน 

ตรัยคุณที่นั่งอยู่บนตักตอนนี้ราวกับคนละคนกับเด็กหนุ่มที่จินเจตรู้จักมาทั้งชีวิต ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์หากก็เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันล้ำลึก ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มน้อยๆ อย่างน่าหมั่นไส้ เขาอยากบดจูบจนมันช้ำ อยากกัดจนขึ้นรอยฟัน อยากสอดลิ้นเข้าไปสำรวจภายใน  

“ต่อ...” กำลังเอื้อมมือไปกอบกุมใบหน้าอีกฝ่ายเพื่อทำอย่างหวังหากตรัยคุณก็ปีนลงจากตักไปนั่งบนเบาะข้างคนขับเช่นเดิม มีเพียงมือเรียวที่ยังคงวุ่นวายอยู่กับส่วนที่กำลังดันกางเกงจนมันนูนขึ้นมา 

“ถอดนะ” 

สายตาของจินเจตที่มองมาบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ 

จินเจตปล่อยให้อีกฝ่ายปลดกางเกงของเขาออก 

มือเรียวลูบไล้มันผ่านกางเกงชั้นในครู่หนึ่งก่อนอนุญาตให้มันได้ออกมาสัมผัสกับบรรยากาศภายนอก 

ตรัยคุณจ้องมองสิ่งที่ผงาดอยู่ในมือพลางกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคงเมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมา 

เสียงทุ้มดังจากริมฝีปากของคนที่กำลังเม้มมันแน่น บนใบหน้าหล่อเหลาของจินเจตชื้นไปด้วยเหงื่อที่ถูกขับออกมาด้วยความร้อนจากฝีมือของคนข้างๆ 

เห็นเช่นนั้นมือเรียวก็เริ่มขยับรูดรั้งตามใจตัวเอง 

เจ้าของความแข็งแกร่งหอบหายใจแรงๆ ด้วยความกำหนัด ยิ่งในยามนิ้วบดขยี้ลงบนจุดอ่อนไหวส่วนยอดเขาก็อดไม่ได้ที่จะซี๊ดปากอย่างพึงพอใจ 

ตรัยคุณเก่งกาจเหลือเกิน แม้ไม่อยากยอมรับแต่ก็ปฏิเสธสิ่งที่ได้รับตอนนี้ไม่ได้เลย ทั้งที่คิดว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้แต่เสียงกระเส่าทุ้มต่ำของคนอายุมากกว่ากลับกำลังทำให้เจ้าของมือเรียวที่กอบกุมของร้อนในมือเริ่มปั่นป่วน 

ใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาของจินเจตซึ่งไม่คิดว่าจะได้เห็นมีเสน่ห์เย้ายวนเกินห้ามใจ 

ชั่ววินาทีหนึ่งเขาอยากหยุดทุกอย่างเพียงเท่านั้น หากอีกใจก็อยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเมื่อนายใหญ่ผู้เคร่งขรึมถึงจุดสุดยอดจะน่าดูเพียงใด 

ขณะคิดมือก็ไม่ได้หยุดนิ่ง สิ่งที่อยู่ในมือถูกปลอบประโลมอย่างเชี่ยวชาญ  

เสียงมือที่ขยับช้าสลับเร็วประสานกับเสียงหอบหายใจดังสะท้อนในห้องโดยสาร ตรัยคุณเผลอเลียริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจากภาพตรงหน้า 

อา... 

ไม่น่าเชื่อเลย 

มือของตรัยคุณฉ่ำชื้นไปด้วยเชื้อพันธุ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมา 

แฮก! 

จินเจตหอบหายใจแรงทั้งที่เพียงนั่งเฉยๆ กลับรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่ายามออกกำลังกายอย่างจริงจังเสียอีก เขาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ตอนที่รับรู้ว่ามันกำลังผละออก รอจนจังหวะหายใจเป็นปกติจึงลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองตรัยคุณ 

ทั้งคู่สบตากัน เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง และก็เป็นตรัยคุณที่ทำให้ความอึดอัดนั้นมลายไปด้วยมืออีกข้างที่ยื่นไปซับเหงื่อตรงไรผมให้อีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้มไร้เดียงสา 

“ร้อนเพราะผมหรือเปล่าครับคุณหนู” 

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจะเพราะใครกันล่ะ 

“เธอโอเครึเปล่า” ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย 

“คุณหนูคิดว่าไงล่ะ” 

“คิดว่าไม่” ของมันแน่อยู่แล้ว ช่วยคนอื่นจนเสร็จแต่ตัวเองไม่รู้สึกอะไรสิถึงจะเรียกว่าแปลก “ให้ฉันช่วยเธอมั้ย” 

กำลังจะปฏิเสธแต่ก็ถูกความอ่อนโยนของอีกฝ่ายที่กำลังใช้กระดาษทิชชู่เช็ดมือของตนฉุดรั้งเอาไว้ 

จินเจตเงยหน้าขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่โต้ตอบ 

“ไม่ปฏิเสธแปลว่ายอมรับข้อเสนอ” 

“เดี๋ยว!!”  

มือไวเกินไปแล้ว 

ตรัยคุณจับมือที่ยื่นมาหาเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ทำไมล่ะ” 

“ผมไม่กล้ารบกวนคุณหนูหรอก” ที่จริงคือกลัวว่ามันจะไม่จบแค่ใช้มือน่ะสิ 

“เธอทนไหวรึไง รู้ใช่มั้ยว่าถ้าปล่อยไว้จะเป็นยังไง” ระหว่างกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงขาสั้นถูกจับจ้องจนร่างกายของตรัยคุณร้อนผ่าวจนเกือบจะพยักหน้ารับความใจดีของอีกฝ่ายซะแล้ว 

“ผมความอดทนสูงกว่าที่คุณหนูคิดอีกนะจะบอกให้” 

“จะคอยดู” แม้อยากคะยั้นคะยอเพราะอยากสัมผัสอีกฝ่ายแต่จินเจตก็จำต้องล่าถอย  

เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะเกือบจะปกติแล้วทั้งคู่จึงออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ความเงียบก่อตัวเป็นความอึดอัด ตรัยคุณจึงเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกที่เล่าค้างไว้ตอนขาไปจนจบ 

“สรุปก็คือลุงแกถูกรถบรรทุกชนตาย” 

“ใช่” 

“แล้วจับคนร้ายได้รึเปล่า” 

“สมัยก่อนไม่มีกล้องวงจรปิด อีกอย่างเหตุก็เกิดตอนกลางคืนกว่าชาวบ้านจะมาพบศพก็เช้าแล้ว เพราะแบบนั้นลุงแกก็เลยไม่ไปไหน พอมีรถบรรทุกผ่านมาแกก็จะออกมาหลอก” 

“เฉพาะรถบรรทุกเหรอ” 

“ใช่แล้ว เคยมีครั้งนึงรถบรรทุกตกถนนไปเลย” 

“แล้วคนขับเป็นไง” 

“แค่บาดเจ็บ แต่จริงๆ ก็น่าสงสารทั้งลุงทั้งคนขับรถบรรทุกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่” 

“ต้นเหตุมันเกิดจากใจลุง เพราะแกไม่ปล่อยวางก็เลยต้องวนเวียนอยู่แบบนั้น” 

“ถ้าสมมุติคุณเจตตายไปตอนนี้ก็ต้องวนเวียนคิดแก้ปัญหาที่กลุ้มไปเรื่อยๆ งั้นดิ ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้สงสัยคงไม่ได้ไปเกิด” 

“อย่ามาแช่ง” 

“ไม่ได้แช่งซักหน่อย พูดเพราะเป็นห่วงหรอก” คำของอีกฝ่ายทำให้จินเจตยิ้มได้ 

คนบ้านนี้เหมือนเกิดมาเพื่อทำให้เขายิ้มได้อย่างไรอย่างนั้น 

“ขอบคุณที่เป็นห่วง” 

“ถ้าคุณหนูเป็นอะไรไปคนแรกที่จะโดนเด้งก็คงเป็นผมอะแหละ” 

ถึงจะปากแข็งที่หนึ่งแต่จินเจตรู้ดีกว่าใครว่าลึกๆ แล้วตรัยคุณน่ะใจดีอย่าบอกใครเชียว 

ปัญหาที่รุมเร้าเขาอยู่ตอนนี้อาจจะยังหาทางออกไม่ได้ อย่างน้อยการมาขับรถมาไกลก็ทำให้เขาได้รับกำลังใจ 

จินเจตเชื่อว่าความรักความหวังดีจากทุกคนจะทำให้เขาเข้มแข็งและต่อสู้กับมันจนถึงที่สุด 

  

“ขับรถไหวแน่นะคุณหนู” กว่าจะเดินทางถึงชลบุรีก็เลยสี่ทุ่มมาแล้ว ตรัยคุณที่เพิ่งก้าวลงจากรถเอี้ยวตัวกลับมาถามผ่านกระจกที่เปิดอยู่ 

“ทำไม ถ้าไม่ไหวเธอจะชวนฉันนอนนี่รึไง” 

“ฝันอยู่เหรอครับ” 

“ถ้าในฝันเธอชวนฉันขึ้นห้องก็ยอมฝัน” คำเลี่ยนๆ ที่ได้ฟังทำให้ขนลุกซู่ 

“อะไรของคุณ ขับรถดีๆ แล้วกันครับ” 

“เอาไว้ถ้าถึงบ้านแล้วจะโทรบอก” 

“หืม...” ยังไม่ทันที่ตรัยคุณจะได้ปฏิเสธรถยนต์คันแพงก็วิ่งฉิวออกไปแล้ว 

ตรัยคุณเผยรอยยิ้มสวยขณะมองตามไฟท้ายรถที่ห่างออกไป พลางคิดว่าอะไรกันแค่ช่วยด้วยมือครั้งเดียวถึงกับติดใจกันขนาดนี้เลยรึไง 

  

ไม่ได้รอใคร ที่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงเป็นเพราะนอนไม่หลับ 

ตรัยคุณนอนเอาแขนก่ายหน้าผาก นับแกะเป็นหมื่นตัวแล้วแต่ก็ยังตาสว่างอยู่ดี มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับเขากันแน่ 

เอาไว้ถึงบ้านแล้วจะโทรบอก 

เพราะจินเจตนั่นแหละ ถ้าเจ้าตัวไม่บอกแบบนั้นก่อนขับรถออกไปป่านนี้ตรัยคุณคงนอนหลับฝันดีไปแล้ว 

ต้องหลับ 

ตรัยคุณเปลี่ยนจากนับแกะเป็นสะกดจิตตัวเองแต่การพยายามนอนหลับก็ล้มเหลวเช่นเคย จนเวลาล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่งเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงในความเงียบทำให้เจ้าของห้องผุดลุกขึ้น มือขวาควานหาเจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือนิดหน่อยเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอจึงถอนหายใจออกมา 

ไม่ใช่โล่งใจอะไรหรอกนะ แค่ยินดีที่จะได้นอนหลับอย่างไร้กังวลซะที 

ตรัยคุณปล่อยให้มือถือดังต่ออีกนิดก่อนกดรับสายด้วยเสียงเหมือนงัวเงียทั้งที่จริงตาสว่างโร่ 

“คุณหนูโทรมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ” 

“โทรมารายงานตัวว่าถึงบ้านปลอดภัยดี” 

“ก็ดีแล้ว งั้นผมวางสายเลยนะ จะนอน” 

“ฉันกวนเหรอ” 

“นี่มันกี่โมงแล้วคุณหนู” 

“เที่ยงคืนกว่า” ก็รู้เวลานี่แล้วยังจะไม่ยอมวางสายอีก 

“มันเป็นเวลานอนของผม” 

“ฉันยังไม่ง่วงเลยต่อ” จินเจตว่าอย่างเอาแต่ใจและมีเหรอที่คนอย่างตรัยคุณจะยอมตามใจ 

“เรื่องของคุณ” 

“ทำไงดีต่อ” 

“หืม...” 

ฉันคิดถึงแต่เธอ” ราวกับโลกของตรัยคุณหยุดหมุน ได้ยินคำหวานมาก็มากแต่ไม่มีคำไหนทำให้เขาลืมวิธีการหายใจได้เลยจนกระทั่งจินเจตเอ่ยคำธรรมดาๆ นี้ 

แม้จะหวั่นไหวแต่ตรัยคุณก็ไม่คิดจะแสดงออก 

“คุณหนูละเมออยู่รึเปล่า” 

“ไม่เชื่ออีก” 

“อยากให้เชื่อเหรอ” 

“ก็ต้องอยากให้เชื่ออยู่แล้วสิ” 

“คิดถึงมือผมเหรอครับคุณหนู มันดีกว่ามือตัวเองใช่มั้ย” 

“ทะลึ่งใหญ่” กระนั้นก็ต้องยอมรับว่ามือของตรัยคุณทำให้รู้สึกดีมาก 

“จะนอนแล้วครับ” 

“รู้สึกดีจังเลยต่อ” 

“หืม” ตรัยคุณไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายอยากจะสื่อ 

จินเจตยิ้มให้กับโทรศัพท์ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนอนทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม การเดินทางทำให้เขาเหนื่อยมากทั้งที่อยากนอนมันตอนนี้แต่อีกใจก็ยังอยากคุยกับปลายสายต่ออีกหน่อย 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นบนรถทำให้เขาปลดล๊อคความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจ เมื่อก่อนจินเจตค่อนข้างสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อตรัยคุณ เขาคิดว่าตัวเองแค่เอ็นดูอีกฝ่ายในฐานะคนรู้จักแต่ดูเหมือนประกายความรู้สึกเล็กๆ นั้นจะค่อยๆ ขยายตัวขึ้น เขาพยายามเก็บมันไว้ และเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้เขาไม่อยากที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไป 

เรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ตามขอแค่มีตรัยคุณเป็นของตัวเองก็พอ 

  

นับตั้งแต่คืนนั้นก็ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วที่ตรัยคุณไม่ได้เจอจินเจตอีกเลย โทรศัพท์แม้แต่สายเดียวก็ไม่ได้รับ ก้นแก้วถูกกระแทกลงบนเคาท์เตอร์บาร์แรงๆ จนเจ้าของร้านอย่างปกป้องหันขวับมามองอย่างอยากรู้อยากเห็น 

“ถ้าแก้วแตกก็จ่ายค่าเสียหายมาซะด้วย” 

“ขี้งกไปได้น่าเถ้าแก่” 

“ถ้าขืนยังเรียกแบบนั้นอีกจะไม่ให้เข้าร้านแล้วนะ” คนโดนขู่ไม่สะทกสะท้านในเมื่อปกป้องไม่คิดจะทำจริง 

“นี่ลูกค้าวีไอพีนะกล้าบล๊อกจริงดิ” 

“ใครบอก” 

คิดเองล้วนๆ 

“สนิทกับเถ้าแก่ร้านนี่ไม่วีไอพีเหรอ” 

เถียงกับตรัยคุณไปก็เปลืองพลังงานชีวิตเปล่าๆ ปกป้องจึงเลือกที่จะหยุดต่อปากต่อคำแล้วกวาดสายตาดูความเรียบร้อยในร้านกระทั่งสะดุดตาหนุ่มคนหนึ่งที่มองมายังพวกเขาเป็นระยะ 

“สิบห้านาฬิกาเล็งต่ออยู่” 

คำบอกเล่าทำให้ตรัยคุณเอี้ยวตัวมองตาม ยอมรับว่าเข้าตาแต่ดวงตาคมที่จ้องมองมาราวกับกำลังประเมิณเหยื่อเป็นอะไรที่ตรัยคุณไม่ชอบใจเอาเสียเลย 

เขาส่ายหน้า “หน้าหื่นมาก พี่ปกก็รู้ว่าผมไม่ชอบแบบนั้น” 

“วันนี้ดูไม่จอยนะ อู้งานจนถูกไล่ออกเหรอ” อวยพรกันเฉย 

“พี่ปกถ้าจะพูดงี้อย่าพูดดีกว่าว่ะ” 

“หาหนุ่มซักคนแล้วกลับไปซะต่อ หน้ามึงทำกูอารมณ์เสีย” ตั้งแต่เข้าร้านมาตรัยคุณเอาแต่ทำหน้าเซ็งชวนให้บรรยากาศในร้านดูแย่เกินบรรยาย 

“หาง่ายมากเลยมั้งหนุ่ม” 

“ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมึงป่ะวะ” นั่นสิ ตรัยคุณคล้อยตาม 

เมื่อก่อนก็หาไม่ยากหรอกหนุ่มเนี่ยแค่มองตาแล้วถูกใจก็ดีลเลย แต่วันนี้ทั้งที่ตั้งใจมาทำอย่างนั้นแท้ๆ แต่กลับไม่ถูกใจใครเลยซักคน 

“พี่ปก ถ้าเกิดว่ามีคนบอกว่าคิดถึงเราแล้วหายไปเลย มันหมายความว่าไงวะ” 

“ขอใหม่อีกรอบ กูไม่เข้าใจคำถามมึงเนี่ย” 

“คืองี้พี่...” 

ปกป้องตั้งใจฟังเรื่องราวอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อฟังจบเขาก็ไม่แปลกใจเลยที่วันนี้อีกฝ่ายดูไม่จอยกับอะไรทั้งนั้น เป็นเพราะว่ามีหนุ่มมาทำให้หัวใจสั่นคลอนนี่เอง 

ปกป้องรู้จักตรัยคุณเมื่อสองปีก่อน แต่ทั้งคู่กลับสนิทสนมกันมากราวกับรู้จักกันมาเป็นสิบปี เขาคอยดูแลตรัยคุณที่อายุน้อยกว่าซึ่งมักมาหาเพื่อนเที่ยวที่ร้านเสมอ ถ้าวันไหนเมาหลับไปก็ช่วยหาที่หลับที่นอนให้ เป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าลูกค้า มากกว่าเพื่อน เขานิยามมันว่าพี่น้องต่างสายเลือด 

“ที่วันนี้ดูหงอยๆ ก็คือคิดถึงเขาว่างั้น” 

“นี่พี่ปกไมได้ฟังผมเลยใช่มั้ย ผมบอกว่าเขาคิดถึงผม” 

“แล้ว?” 

“คนคิดถึงกันเขาหายหน้าหายตาไปเลยแบบนี้ก็ได้เหรอ” 

“ก็คือต่อคิดถึงเขา” 

“ไม่ใช่” คนถูกต้อนส่ายหน้าแรงๆ “ผมสงสัยเฉยๆ ไม่ได้คิดถึงอะไรทั้งนั้น” 

“แค่ยอมรับว่าคิดถึงเขามันยากตรงไหน” 

“มันไม่ยากแต่ไม่ได้คิดถึงไงพี่” 

“ปากแข็งให้มันได้ตลอดนะ” 

เหล้าถูกเติมอีก ตรัยคุณยกขึ้นจิบ เขาไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับคนมากประสบการณ์อย่างปกป้องอีก อย่างไรก็ตามคืนนี้ต้องหาคนถูกใจให้ได้เลย 

  

ไฟในห้องทำงานบนตึกสูงกลางเมืองถูกปิดลง 

จินเจตผิวปากอย่างอารมณ์ดีขณะกดลิฟต์พลางคิดทบทวนว่ากี่วันแล้วนะที่เขาเอาแต่ทำงานอย่างเคร่งเครียด ดูเหมือนว่าจะประมาณ 2 สัปดาห์มั้ง ถึงแม้ว่าวิธีแก้ปัญหาจะไม่ได้เพอร์เฟ็คแถมยังถูกท่านประธานค้านอยู่หลายครั้งแต่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยากให้ลองดูจึงช่วยสนับสนุนจนสำเร็จลุล่วง 

จากนี้ก็เหลือแค่พิสูจน์ให้ท่านประธานเห็น 

เมื่อความเครียดเรื่องงานถูกวางลง ความคิดถึงที่วนเวียนอยู่ในอกก็ประทุขึ้น 

คิดถึงตรัยคุณจังเลย 

ทั้งที่ก่อนวางสายในคืนนั้นเขาบอกว่าคิดถึงตรัยคุณหมดหัวใจแต่เอาเข้าจริงกลับไม่มีเวลาให้ความคิดถึงได้ทำหน้าที่เลย 

จินเจตไม่รู้สักนิดว่าตัวเองทำให้เด็กหนุ่มคนนึงว้าวุ่นแค่ไหน 

เป็นเพราะว่าอยากเจอหน้าตรัยคุณเอามากๆ เขาจึงไม่ลังเลที่จะขับรถจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ชลบุรีทั้งที่เป็นเวลากลางดึกแล้ว ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะได้เจอหน้าอีกฝ่ายไหมแต่ก็อยากลองเสี่ยงดู 

  

ตรัยคุณออกจากร้านเมื่อถึงเวลาผับปิด เขานวดขมับที่ตึงจากการดื่มมากกว่าปกติ ยอมรับว่าเมาแต่ก็ยังประคองสติได้อยู่ เพราะว่าเคารพกฏจราจรเรื่องเมาไม่ขับเขาจึงโบกแท็กซี่กลับห้องพัก โดยไม่รู้เลยว่ามีรถอีกคันวิ่งตามมาไม่ห่าง 

“ต่อ” รถแท็กซี่ที่จอดส่งหน้าปากซอยเพิ่งขับออกไป คนถูกเรียกหยุดฝีเท้า คิดว่าเจ้าของเสียงเป็นคนรู้จักแต่เมื่อหันไปมองกลับพบว่าเป็นใครก็ไม่รู้ 

ตรัยคุณจ้องมองอีกฝ่ายผ่านความสลัวยามดึกแล้วถาม “รู้จักกันเหรอครับ” 

“เปล่า ยังไม่รู้จัก” 

ยิ่งเขาก้าวเข้ามาใกล้ตรัยคุณยิ่งได้พบว่าคนตรงหน้ามีส่วนสูงอันน่าเหลือเชื่อ ว่าจินเจตสูงแล้วแต่คนนี้สูงกว่า ตัวใหญ่กว่าและน่ากลัวถึงแม้บนใบหน้าคมเข้มจะปรากฎรอยยิ้มก็ตาม 

“แต่อยากทำความรู้จัก” 

“ผมปวดหัวมากถึงทำความรู้จักไปก็คงจำคุณไม่ได้” 

“ไม่เป็นไรผมจะทำให้ต่อจำผมไม่ลืม” 

“ไม่ต้องการครับ” มือแกร่งที่ยื่นมาหวังสัมผัสถูกตรัยคุณปัดออกแรงๆ จนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ จริงอยู่ว่าเขาไปที่ร้านปกป้องเพื่อหาเพื่อนนอนแต่เมื่อออกจากร้านมาลำพังก็หมายความว่าเขาไม่ต้องการแล้ว 

การถูกตามถึงแม้จะเพราะความพิศมัยในรูปร่างหน้าตาหรืออะไรก็แล้วแต่ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีแม้แต่น้อยซ้ำยังส่งผลในทางตรงข้าม 

น่าเกลียดและน่ากลัวที่สุด ถึงแม้คนตรงหน้าจะจัดได้ว่าตรงสเป็กแต่ความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในอกก็ทำให้ตรัยคุณถอยห่างออกมา 

“ทำไมล่ะผมอุตส่าห์ตามคุณมาถึงนี่” 

“ผมไม่ได้ขอ” และถ้าจะขอก็คงขอให้ถอยไปห่างๆ 

“แต่ผมต้องการ” แววตาวาววับของอีกฝ่ายสื่อความหมายชัดเจน 

“ถ้าอยากมากก็กลับไปช่วยตัวเองเถอะ”  

“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า ในร้านคุณเองไม่ใช่เหรอที่อ่อยผม” 

เมื่อไหร่ อาจจะเคยทำเมื่อก่อน แต่คืนนี้จำได้ว่าไม่ได้ทำอย่างนั้น เพราะว่าไม่ถูกใจใครเลย แล้วตาคนนี้เอาที่ไหนมาพูด 

“ขอโทษนะคุณ ไม่ว่าจะอ่อยหรือไม่แต่การที่ผมไม่ได้เข้าไปทักคุณก็น่าจะชัดเจนแล้วว่าผมไม่ต้องการ” 

“ผมก็ว่าผมชัดเจนแล้วนะต่อ แต่ถ้าพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง...” เขาปรี่เข้ามาคว้าต้นแขนตรัยคุณทั้งที่ยังเอ่ยไม่จบประโยคด้วยซ้ำ 

ต้นแขนที่ถูกบีบแน่นอย่างคุกคามสร้างความเจ็บปวด 

ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาที่กำลังสั่นระริก 

“ปล่อย” 

กระนั้นก็ยังพยายามห้ามปรามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น 

เจ้าของร่างสูงที่ตรัยคุณไม่รู้จักยังดื้อดึง เขาออกแรงดึงจนร่างเพรียวเซถลาเข้าไปหาถึงแม้ว่าตรัยคุณจะพยายามขืนตัวเอาไว้ก็ตาม กลิ่นลมหายใจน่ารังเกียจที่รินรดข้างแก้มทำให้รู้สึกอยากจะอ้วก 

“เขาบอกให้ปล่อยหูหนวกรึไง” 

  

 

  

[TBC] 

 

พระเอกขี่ม้าขาวก็มาจ้า 

ฝากส่งกำลังใจให้คุณพระเอกด้วยนะจ๊ะ 

ขอบคุณแทนพี่เขามา ณ ที่นี่จ้า 

 

#ตรัยคุณเป็นคนพิเศษ 

ความคิดเห็น