tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...ฝันดีนะครับ

ชื่อตอน : หมอครับ...ฝันดีนะครับ

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2563 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...ฝันดีนะครับ
แบบอักษร

หมอครับ...ฝันดีนะครับ

 

 

ผมคอยสังเกตการณ์แถวๆ ที่ไอ้หมวดมันเจอศรีษะมนุษย์ฝังอยู่หลังจากที่เตธวัชมันโทรตามคนให้ลงมาตรวจสอบแต่เป็นไปอย่างที่เราคิดหลุมที่ไอ้เตมันขุดในตอนแรกเป็นหัวคนจริงๆ ด้วยเพียงแต่สภาพที่ขึ้นอืดเต็มที่และเริ่มเน่าแล้วนั้นทำให้ยากต่อการระบุหน้าตาของผู้ตาย

จะว่าการสืบคดีนี้อาศัยความบังเอิญมันก็ถูกนะแต่จะเรียกให้ถูกต้องว่าได้มาเพราะความสอดรู้สอดเห็นของมิ่งกัลยาจะชัดเจนกว่าแม้ตอนนี้เราจะยังไม่รู้ว่าศรีษะที่พบนี้เป็นของเหยื่อที่นอนอยู่ในห้องชันสูตรหรือเปล่าแต่ใจผมบอกเลยว่าผมปักใช่เชื่อกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วรอแค่ผลชันสูตรเท่านั้นแหละ

 

 

“เป็นไงบ้าง” เสียงผู้กองคามินถามดังมาจากด้านหลังทำให้ผมกับไอ้หมวดหันหลังกลับไปมองเตธวัชทำความเคารพผู้บังคับบัญชาตามหน้าที่ในขณะที่ผมหันกลับไปมองการทำงานของเจ้าหน้าที่ทีหนึ่งแล้วหันกลับมามองคนมาใหม่อีกทีหนึ่ง

 

 

“แน่ๆ ตอนนี้พบแล้วสี่หัวครับ” เตธวัชรายงานหัวหน้างาน

 

 

“หมอเตคุณว่าไง”

 

 

“ผมค่อนข้างมั่นใจเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยล่ะผมให้พฐ.เก็บเอาตัวอย่างคาบเลือดที่อยู่บนบ้านแล้วเดี๋ยวจะเข้าแลปไปดูว่าเลือดที่ได้ตรงกับเหยื่อรายไหนหรือเปล่า”

 

 

“ส่วนคราบที่เรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นเลือดมนุษย์แน่นอนเดี๋ยวผมให้เขาส่งตัวอย่างไปเทียบดูว่าเหมือนเหยื่อรายไหนบ้างหรือเปล่า” เตธวัชรายงานเสริมจากที่ผมบอก

 

 

“ผมให้คนตรวจสอบแล้วนะครับว่าคลองด้านหลังเชื่อมไปถึงที่ไหนบ้าง” เจธนินที่เดินมาสมทบบอก

 

 

“ดี” ผู้กองคามินพยักหน้ารับ

 

 

“เต” หลังจากยืนดูได้สักพักผู้กองก็หันมาเรียกไอ้คนตัวสูงที่กำลังยืนดูซากศีรษะมนุษย์ที่ขุดขึ้นมาได้

 

 

“ครับผู้กอง”

 

 

“แกพาหมอชินกลับนิติเวชเดี๋ยวให้ส่งหัวที่เจอตามไปหมอผมอยากได้สรุปทุกอย่างที่เกี่ยวกับคดีและผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่คุณรวบรวมได้เอาไว้เปรียบเทียบกับหัวที่เจอช่วยทีนะ”

 

 

“ครับ” ผู้กองคามินสั่งลูกน้องเสร็จก็หันมาสั่งผมต่อแล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากรับคำ

 

 

 

 

ผมกับไอ้หมวดกลับมาถึงนิติเวชก็เกือบบ่ายแล้วแต่ละคนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องดังนั้นเพื่อความสะดวกจึงต้องอาศัยโรงอาหารของโรง’ บาลนี้แหละระหว่างนั่งรออาหารก็เจอว่าหมอดลมันลากสังขารเดินเข้ามาหาดูจากสภาพท่าทางมันจะอ่อนแรงจริงๆ

 

 

“ไงวะไอ้หมอทำไมสภาพมึงเป็นงี้”

 

 

“เพิ่งผ่าตัดเสร็จหิวชิบหายแล้วนี้ทำไมมึงกับหมวดเสนอหน้ามากินข้าวที่โรงอาหารได้อ่ะ”

 

 

“เพิ่งกลับมาจากข้างนอก”

 

 

“จานนั้นของใครอ่ะกูขอก่อนได้ป่ะหิวมากและกูมีผ่าตัดต่อ”

 

 

“อือของกูมึงกินก่อนเลย”

 

 

“เดี๋ยวผมไปสั่งให้ใหม่” พอผมยกจานของตัวเองเพื่อนไปไอ้หมวดมันก็อาสาไปสั่งให้ใหม่ผมเลยพยักหน้ารับเบาๆ

 

 

“ไปไหนกันมา” ไอ้ดลมันเริ่มตักอาหารใส่ปากกลืนได้คำแรกมันก็เริ่มสัมภาษณ์ผมต่อ

 

 

“ไม่อยากเล่ากลัวมึงกินข้าวไม่ลง”

 

 

“ภาพบนเตียงผ่าตัดก็ไม่ได้เจริญตาไปกว่าศพบนเตียงชันสูตรมึงหรอกเล่ามาเถอะกูว่าไม่น่ามีอะไรขัดความหิวกูได้หรอก”

 

 

“อืม” ก็ถ้ามึงว่าอย่างนั้นนะ

 

 

“กูกับไอ้เตไปที่บ้านหมอเสริมมา”

 

 

“ไอ้คนร้ายที่วางยามิ่งกัลยาอ่ะนะ”

 

 

“อืม”

 

 

“แล้วเป็นไง”

 

 

“ก็ไม่ไงพวกกูดันไปบังเอิญเจอว่าหลังบ้านไอ้หมอผีนั้นมันมีหัวคนฝังดินอยู่หลายหัวเลยล่ะ”

 

 

“หัวคน??”

 

 

“อื้อหัวคน”

 

 

“อ่าหะ”

 

 

“ซึ่งกูรู้สึกได้เลยว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับไอ้คดีฆ่าตัดหัวที่กูทำอยู่”

 

 

“มึงแน่ใจ”

 

 

“ค่อนข้างว่ะ”

 

 

“แล้วมิ่งกัลยาโดนวางยาอีท่าไหนทำไมโดนยิงซ้ำ”

 

 

“น้องมันว่าจริงๆ พวกนั้นไม่ได้จะยิงตัวเองหรอกแต่มันพลาดเลยโดนลูกหลง”

 

 

“แบบนี้มันจะเข็ดไม่ช่วยงานตำรวจอีกนานป่ะวะ”

 

 

“กูว่าไม่เข็ด” ผมคิดว่านะ

 

 

“จริงครับ” แม้แต่ไอ้เตยังเห็นด้วย

 

 

“ผู้กองเล่าว่าเมื่อก่อนหนักกว่านี่ก็เจอมาแล้วมิ่งกัลยายังไม่เคยจะเข็ดหลาบไม่มีทางซะละที่โดนยิงแค่นี้จะหยุดเธอได้”

 

 

“หัวหน้านายรู้จักมิ่งกัลยามานานแล้วหรอหมวด”

 

 

“ได้ยินว่ารู้จักกันมานานแล้วนะครับ”

 

 

“อืมๆ” ภารดลรับคำเป็นเชิงรับรู้แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานตัวเองจนหมด

 

 

“นี้ค่าข้าวขอบใจมากไปก่อนนะเว้ยกูมีผ่าตัดต่อฝากจัดการต่อที” ไอ้ดลมันยื่นเงินให้ผมร้อยนึงเป็นค่าข้าวกับน้ำแก้วใหญ่ที่คว้าของผมไปทั้งยังทิ้งจานข้าวเอาไว้ให้ผมเก็บให้. ท่าทางมันจะรีบจริงๆ

 

 

ไอ้หมอดลมันลุกออกไปจากโรงอาหารยังไม่ทันจะครบสิบนาทีไอ้หมอปีย์ก็เดินเข้ามาอีกคน

 

 

“นั่งด้วยดิพี่หิวชิบ” ปีย์มันเดินไปสั่งข้าวแล้วก็กละบมานั่งที่โต๊ะกับพวกผม

 

 

“จานใครเนี่ย”

 

 

“ไอ้ดลมันกินทิ้งไว้”

 

 

“พี่ดลออกจากห้องผ่าตัดแล้วหรือพี่”

 

 

“ใช่แต่กลับเข้าไปแล้ว”

 

 

“คงเป็นเครสที่ส่งมาอีอาร์ตอนเที่ยงผมไม่ได้กินข้าวเที่ยงเพราะเครสนี้เข้าพอดีแถมเสร็จก็ต้องลงตรวจอีกช่วงบ่ายนี้เพิ่งว่างเลยฝากเอ็กซ์เทิร์นไว้แล้วแว๊บมาหาไรกินเนี่ยแหละ”

 

 

“เยินหรอวัน”

 

 

“ไม่มากแต่ไม่สบายเท่าไหร่”

 

 

“อืมๆ”

 

 

“แล้วนี่หมวดมาทำไรแถวนี้ปิดคดีได้แล้วหรือมีคดีใหม่ล่ะ”

 

 

“มารอพฐ.ส่งหลักฐานตามมา”

 

 

“คดีไหนพี่ใช่คดีที่เหยื่อโดนตัดป่ะ”

 

 

“ใช่”

 

 

“แล้วมิ่งเป็นมั้งหมอปีย์”

 

 

“หมวดไม่ต้องห่วงรายนั้นลุกขึ้นมาฉอดๆ ได้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้”

 

 

“พี่เห็นมาผู้ชายมาเฝ้าเจ้ามิ่งแกรู้มั้ยว่าใคร”

 

 

“คนของคุณเมธัสน่ะพี่”

 

 

“เมธัสไหน”

 

 

“เมธัสพรหมโยธา” เคยได้ยินชื่อที่ไหนวะ

 

 

“พี่ชายบุญธรรมของอัยย์ศลาน่ะนะ”

 

 

“ใช่พี่คนนั้นเลย” ไอ้ปีย์ที่ได้ข้าวแล้วเงยหน้าขึ้นมาบอก

 

 

“ทำไมเขาส่งคนมาเฝ้าไอ้มิ่งได้”

 

 

“ไออาร์ขอให้มามั้ง”

 

 

“พี่ว่าไม่ใช่วะ” มันแปลกๆ อยู่นะ

 

 

“ยังไง”

 

 

“ช่างเถอะพี่อาจจะคิดมากไปเอง” หลังจากนั้นเราสามคนก็นั่งกินข้าวจานใครจานมันจนอิ่มนั่นแหละแล้วจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

 

 

ผมรอจนพวกพฐ. ส่งศีรษะที่ขุดเจอกลับมาที่นิติเวชแล้วจึงทำการตรวจสอบโดยมีหมวดเจและไอ้เตนั้นแหละที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้วยพี่เจิงลมแทบจับตอนที่เห็นไม่ใช่กลัวหรืออะไรหรอกนะแต่พี่แกรู้สึกว่าคนเราจะฆ่ากันได้ขนาดนี้ใจคอมันต้องโหดเหี้ยมขนาดไหน

พี่จิมที่ว่างงานถูกตามมาให้ช่วยเรื่องเทียบดีเอ็นเอแบบด่วนพิเศษจนพี่แกมองแรงเพราะตำรวจของผลภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง

 

 

เอาล่ะโยนเวลานอนทิ้งไปได้เลย

 

 

สรุปคือจากการสำรวจตำรวจพบศีรษะที่ถูกฝังจำนวนหกหัวสองในหัวเนื้อเยื่อเรื่มเน่าเปื่อยจนไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานได้อีกสี่กำลังทำการตรวจสอบทีมผมทั้งหมดระดมกำลังช่วยการตั้งแต่ช่วงบ่ายจนดึกทุกอย่างก็เสร็จเหลือเพียงรอผลเท่านั้นซึ่งวันนี้ห้องแลปถูกขอให้ทำงานล่วงเวลาแต่มันก็ไม่ได้แปลกอะไรบ่อยครั้งที่บางคดีต้องการความเร่งด่วนชนิดที่เรียกว่าต้องวางงานอื่นก่อนเลยก็มี

จนกระทั่งหกโมงเช้าเป๊ะๆ ผลทุกอย่างก็ออกมาขั้นตอนหลังจากนี้คือการทำระเบียนเพื่อจัดสรรข้อมูลสรุปให้กับทางตำรวจ

 

 

ด้วยความอึดทึกและทนมั้งนะของพวกเราทำให้สามารถสรุปทุกอย่างได้ภายในสิบโมงเช้าเรียกได้ว่าไม่ต้องนอนกันเลยที่เดียวขนาดสันทัดที่มาอยู่เวรเปลเมื่อคืนยังโดนใช้ให้เทียวไปซื้อกาแฟชนิดที่เดินขาแทบขวิดสุดท้ายไม่รู้มันหวังดีหรือประชดไอ้สันมันหอบเอากาน้ำร้อนและชุดชงกาแฟมาวางไว้ให้ด้วยความที่เซเวนหน้าโรง’ บาลล้างเครื่องกดกาแฟแล้วมันเลยแก้ปัญหาคือให้พวกผมชงกินเองมันซะเลย

 

 

สิบโมงยี่สิบผู้กองคามินก็มาถึงนิติเวชจริงๆ มันเป็นหน้าที่พวกผมอ่ะนะที่ต้องเอาผลไปส่งให้ผู้บังคับบัญชาแต่ด้วยเพราะทุกคนในทีมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีปัญญาขับรถดังนั้นเลยเป็นเหตุให้ผู้กองคนดีต้องลากสังขางมาที่นิติเวชเอง

 

 

“ก็คิดอยู่แล้วว่าไม่จำเป็นต้องเอากาแฟมาฝากพวกคุณอ่ะนะดังนั้นนี่ข้าวต้มอาจจะสายไปสำหรับมื้อเช้าแต่กินกันหน่อยก็ดี” ผู้กองคามินมาพร้อมอาหารเช้าที่กะด้วยสายตาคร่าวๆ ต้องบอกว่าเกินจำนวนคนแน่นอน

 

 

“ขอบคุณครับ” แต่พวกผมที่ท้องเต็มไปด้วยกาแฟและกาแฟได้แต่มองนิ่งๆ ไม่มีใครขยับไปหาของกิน

 

 

“นี่ผลทั้งหมดมากพอที่จะออกหมายจับหมอเสริมกับพรรคพวก”

 

 

“หกหัวที่เราได้มามีแค่สี่หัวที่ตรงกับศพเหยื่อที่เรามีอีกสองระบุไม่ได้ครับ”

 

 

“เลือดที่เจอในเรือเป็นเลือดของเหยื่อรายที่แปดตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเหยื่อที่เราพบว่าเสียชีวิตที่จุดพบศพทำไมมีเลือดตกในเรือลำนั้นได้”

 

 

“ส่วนกองเลือดที่เราเจอในตัวบ้านตรวจสอบแล้วว่าเป็นเลือดของนายกรเดชเหยื่อรายที่เก้าแน่นอนครับ”

 

 

“ระบุตัวตนของเหยื่อได้ยัง”

 

 

“ครับ”

 

 

“เหยื่อรายที่หนึ่งจากลายนิ้วมือคือนายอิทธิฤทธิ์พ่อค้าผลไม้ที่ตลาดสามย่านรายที่สองคือนายเกษมเจ้าของสวนลำใยที่ลำพูนรายนี้ยังไม่เจอศีรษะแต่ระบุตัวตนจากลายนิ้วมือและดีเอ็นเอที่ได้จากญาติ”

 

 

“รายที่สามนางสาวดุจกมลเป็นนักเทรดหุ้นคนที่สี่ชื่อคมกริชเป็นเซลล์แมนในโชว์รูมรถยนต์แถวมีนศพที่ห้าชื่อนางอรวรรณเป็นแม่บ้านหกคือนายพายัพคนนี้เป็นพนักงานโรงงานที่เขตอมตะชลบุรีรายนี้พบศรีษะแล้ว”

 

 

“รายที่เจ็ดชื่อกนิษฐาเป็นนักศึกษามีอาชีพเป็นพริตตี้ด้วยพบศรีษะแล้ว”

 

 

“ถึงว่าหุ่นดีจริง” ผมเหล่ไอ้เจที่แทรกขึ้นมาจนมันยิ้มแหย่ๆ ให้

 

 

“รายที่แปดคือนายศราวุธเป็นพ่อค้าของเก่าแถวบ้านหม้อยังไม่พบศีรษะส่วนเก้าก็นายกรเดชนั้นแหละครับ”

 

 

“อืมผมจะออกหมายจับนายเสริมกับพรรคพวกวันนี้พวกนายคิดว่าจะสรุปสำนวนคดีทันก่อนฝ่ายอัยการจะรับเรื่องมั้ย”

 

 

“ทันครับ” หมวดเตมันรับปาก

 

 

“ดีลงมือได้เลย”

 

 

“ครับ!” เตธวัชกับเจธนินรับคำสั่งนายก่อนจะพากันเก็บเอกสารเพื่อจะกับสน.ไปสรุปสำนวนต่อ

 

 

หลังจากทุกออกไปหมดหมวดเตมันก็เดินมาหาที่โต๊ะทำงานหย่อนสะโพกข้างนึงเกยบนโต๊ะทำงานผมจนผมต้องเงยหน้ามองมัน

 

 

“อะไร”

 

 

“หมอกลับไปพักนะอย่านอนที่นี่ล่ะ” มันสั่ง

 

 

“เออรู้แล้วน่ะ

 

 

“เดี๋ยวเย็นๆ ผมเข้าไปหาที่ห้องกินอะไรมั้ย”

 

 

“อยากซื้อไรซื้อมาเถอะ” ผมว่ารู้สึกแรมต้ำลงเรื่อยๆ ขณะที่มือก็กดเรียกแกร๊บไปด้วยผมไม่ได้เอารถออกมาจากคอนโดเพราะใช้รถไอ้หมวดและไม่อยากลากสังขารขึ้นรถไฟฟ้า

 

 

“ได้งั้นกลับไปก็อาบน้ำนอนนะครับ”

 

 

“รู้แล้วสั่งเป็นพ่อเลย”

 

 

“ไม่ได้อยากเป็นพ่อ” มันว่าและสมองเจ้ากรรมที่ควรจะเบลอก็ดันเข้าใจในความหมายของมันแก้มร้อนๆ อีกแล้ว

 

 

“ไปได้แล้ว”

 

 

“หน้าแดงนะหมอ”

 

 

“หึ่ยยยย”

 

 

“ฮ่าๆๆๆ ผมไปนะ”

 

 

“เอออออไปซะที”

 

 

จุ๊บ

 

 

“!!!” ก่อนไปมันยังอุตส่าห์ก้มลงมาจูบหนักๆ ที่กระหม่อมของผม

 

 

“ฝันดีครับหมอชิน” พูดจบมันก็หันหลังเดินออกไปจากห้องไม่รอให้ผมโต้ตอบใดๆ

 

 

อ่าร้อนเนอะอืมร้อนๆ แอร์เย็นเป็นขั้วโลกนี้นะ?? ก็ร้อนแหละฮึ่มมมม

 

—————————————————————-

ไรท์ // ใกล้ปิดคดีแล้ว เย้

หมวดเต : เย้ด้วยจะได้พักแล้ววว

ไรท์ // มีคดีต้องทำเยอะนะเต

หมวดเต : แม่!!! แล้วเตจะเอาเวลาไหนจีบหมอ

ไรท์ // หาวิธีเองสิ

หมวดเต : แม่! อย่าแกล้งเต!!

ความคิดเห็น