เมโลดี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 517

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2563 08:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15
แบบอักษร

บทที่ 15

         “นี่นายภู สรุปจะไม่แนะนำให้ฉันรู้จักจริง ๆ หรอ” เสียงหวานถามด้วยใบหน้างอง้ำหลังจากพาร่างสูงและสาวน้อยน่ารักมานั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

         “รู้อยู่แล้วหนิ จะถามทำไม” ภูดิศตอบแต่ไม่ละสายตาไปจากเมนูอาหาร

         “เชอะ ฉันถามเองก็ได้ สวัสดีค่ะดิฉันแพรไหมนะคะ เรียกแพรเฉย ๆ ก็ได้เป็นเพื่อนสนิทของไอ้พ่อเลี้ยงขี้เก๊กนี่ค่ะ” เธอหันมาสนทนากับคนที่เงียบมาโดยตลอดแทน

         “เอ่อ วารินทร์ค่ะ เรียกวาเฉย ๆ ก็ได้” ร่างบางตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เพื่อุสดงความเป็นมิตร

         “คุณวาน่ารักแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะคะ เพื่อนพี่ถึงได้หลงนักหนา ถึงขั้นยอมสละโสด แล้วยังยอมถอดเขี้ยวเล็บเสียหมด” ว่าพร้อมส่งสายตาล้อเลียนเพื่อนชาย

         “เงียบไปเลยแพร พูดอะไรเยอะแยะ ฉันหิวแล้ว ไปเข้าครัวเลยไป” เสียงทุ้มดบอกด้วยใบหน้านิ่งเฉย

         “ร้านฉันมีแม้ครัวย่ะ แต่ฉันเห็นแก่ว่าเพื่อนกำลังจะแต่งงาน ฉะนั้นจะให้ความเป็นส่วนตัวแล้วกัน พี่ไปนะคะน้องวา อยากได้อะไรสั่งเด็ก ๆ ในร้านได้เลยนะ” แพรไหมกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป

         “หนูวาอยากทานอะไรเพิ่มไหม” ชายหนุ่มถามคนข้าง ๆ หลังจากสั่งอาหารไป

         “ไม่ค่ะ” ประโยคสั้น ๆ จากหญิงสาว ทำให้เขาต้องหันไปมอง

         “แค่นี้ก่อนครับ” เขาหันไปบอกพนักงาน

         “มองอะไรคะ” วารินทร์ถามคนข้าง ๆ ที่รู้สึกว่านั่งจ้องเธอพักใหญ่

         “ทำไมต้องตึงใส่พี่อีกแล้ว” ภูดิศถามใบหน้าเรียบนิ่ง

         “...” วารินทร์เชิดสายตาขึ้นมองคนถาม แล้วเมินหน้าหนีเท่านั้น

         “เฮ้อ ไม่ตอบไม่เป็นไร กลับไปเคลียร์ที่บ้านทีเดียวแล้วกัน ตึงให้ได้ตลอดล่ะ” เสียงทุ้มพูดแกมขู่ ทำเอาสาวน้อยหันมามองค้อนวงใหญ่

 

         “ฉันยังไม่อยากกลับ คุณกลับไปก่อนเลย” วารินทร์บอกหลังเดินออกจากร้อนอาหารของเพื่อนสาวภูดิศ

         “ไม่กลับบ้านแล้วจะไปไหน” คนตัวโตถามด้วยใบหน้าสงสัย

         “ไม่เกี่ยวกับคุณ”

         “ทำไมจะไม่เกี่ยว อีกไม่กี่วันเราก็แต่งงานกันแล้ว ผัวเมียก็เหมือนคน ๆ เดียวกัน” เขาบอกด้วยรอยยิ้มทะเล้น

         “ไม่เห็นจะเกี่ยว แล้วก็เลิกพูดได้แล้ว แต่งแค่ในนามเท่านั้นแหละ”

         “ใครบอก คิดหรอว่าพี่จะยอม หนูวาต้องเป็นเมียพี่ ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ไม่เชื่อรอดูได้เลย” ชายหนุ่มสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้

         “ไม่ต้องมาทำเป็นพูด หว่านเสน่ห์ให้คนนั้นทีคนนี้ที ฉันไม่มีทางหลงเสน่ห์คุณหรอก” เธอเองก็ตอบโต้ด้วยความฉุนเฉียว

         “ไปกันใหญ่แล้ว ไหนโกรธพี่เรื่องอะไร เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลย อยู่ดี ๆ ก็มาพูดจาหาเรื่องแบบนี้พี่งงนะ” ภูดิศแสดงความฉงนออกมาอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจ ถึงได้บึ้งตึงใส่กัน ซ้ำยังต่อว่าเขาเช่นนี้

         “ไม่ได้โกรธอะไรทั้งนั้นแหละ ขอตัวนะคะ” หญิงสาวว่าพร้อมเบี่ยงตัวออก เตรียมจะเดินหนี

         “พี่ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น กลับบ้าน” พ่อเลี้ยงหนุ่มว่าพร้อมทั้ง ดึงร่างบางเดินตามไปที่รถ

         “นี่ปล่อยนะบอกให้ปล่อยไง ปล่อย” เสียงเล็กโวยวายพร้อมพยายามดึงข้อมือออกจากพันธนาการ

         “ไม่ปล่อย ถ้าอยากไปไหนบอกพี่ก่อน จะพาไปเอง” เขาบอกพร้อมกระชับร่างบางเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น

         “ไม่ จะไปคนเดียว ปล่อยเดี๋ยวนี้” ร่างบางเริ่มโวยวายดีดดิ้นมากยิ่งขึ้น จนภูดิศทนกับความดื้อรั้นไม่ไหว จับร่างเล็กยัดเข้าไปในรถคันหรู

         “ถ้าลงมาจะได้เห็นดีกันแน่วารินทร์” คำขู่จากปากชายหนุ่มทำให้สาวน้อยถึงกับชะงัก ไม่กล้าขยับตัว

         “จะไปไหน บอกได้หรือยัง” ภูดิศหันไปถามเสียงเข้ม พร้อมส่งสายตาขู่บังคับให้หญิงสาวเปิดปากบอก

         “ไปบ้านเพื่อน” วารินทร์ตอบด้วยความไม่พอใจ

         “เพื่อนคนไหน ใช่น้องสาวผู้กองกฤตหรือเปล่า” ภูดิศถามกลับทันที

         “ใช่” คนตัวเล็กตอบกลับเสียงแข็ง

         “พี่ไม่ให้ไป” ภูดิศบอกด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แต่ในใจร้อนรุ่ม

         “ทำไม”คนตัวเล็กถามหาเหตุผล

         “พี่ไม่ชอบขี้หน้าผู้กองนั่น” เสียงทุ้มตอบกลับพร้อมทำหน้าหมั่นไส้

         “นิสัยไม่ดี เรียกคนอื่นแบบนั้นได้ไง แล้วอีกอย่างฉันก็จะไปเอง ไม่ได้ขอให้ไปด้วยนี่” วารินทร์โวยวายใส่คนที่ได้ชื่อว่า เป็นว่าที่สามี

         “พี่จะปล่อยให้หนูวาไปคนเดียวได้ไง อันตรายรอบตัวขนาดนี้” ภูดิศพยายามอธิบาย

         “แต่ฉันอยากไปหาเพื่อน ยังไม่ได้บอกข่าวยัยก้อยเลยด้วยซ้ำ” วารินทร์อธิบายเหตผลของตัวเอง

         “โทรบอกสิ” คนตัวโตยังไม่ยอมอ่อนข้อให้

         “ได้ยังไงกันนั่นเพื่อนสนิทฉันนะคะ อีกอย่างฉันยังไม่มีเพื่อนเจ้าสาวเลย” วารินทร์อธิบายอย่างใจเย็นอีกครั้ง เพราะรู้ว่าหากแรงไป เขาก็คงแรงกลับจึงพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

         “ก็ได้ แต่พี่จะไปด้วย” เมื่อฟังเหตุผลแล้วภูดิศก็ยอมตกลง เขาคิดว่าก็ดีเหมือนกัน ผู้กองหน้าซื่อนั่นจะได้รู้เสียที ว่าวารินทร์มีเจ้าของแล้ว

         “ตามใจ” เมื่อเห็นว่าห้ามไปก็ไร้ประโยชน์ คนเอาแต่ใจแบบนี้คงได้แต่ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจเท่านั้นแหละ

         “...” เมื่อได้ฟังคำตอบที่น่าพึงพอใจแล้ว ก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างหน้าหมั่นไส้

         “ยัยวา อร้ายยยยย” เสียงแหลมของเพื่อนรักร้องทักด้วยความตกใจปนดีใจ หลังจากรู้ว่าใครกดออดเรียกหน้าบ้าน

         “อะไรจะดีใจขนาดนั้น” วารินทร์แซวเพื่อนสนิท ก่อนจะกอดกันกลมด้วยความคิดถึง

         “ดีใจสิ ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนะทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้ แกไม่ยอมมาหาฉันเลย” กรรณาตัดพ้อเพื่อนสาว

         “งือ ฉันขอโทษ งานยุ่งมากเลย อย่างอนเลยน๊า” วารินทร์ง้อเพื่อนสาวด้วยท่าทางน่ารัก จนคนที่ถูกง้อและคนที่ยืนมองอยู่ห่างๆต่างหลุดยิ้มออกมา

         “อะ ๆ เห็นว่ามาหาหรอกนะ หายงอนก็ได้ แล้วนี่ทำไมวันนี้มาได้” กรรณาถามเพื่อนสาวตัวน้อย พร้อมทั้งมองเลยไปถึงคนที่ยืนด้านหลังเพื่อนสาวอย่างสงสัย

         “ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกแกอะ” วารินทร์เกริ่น แต่ยังไม่ยอมพูดถึงคนที่มาด้วย

         “ฮันแน่ อย่าบอกนะว่าจะแต่งงาน” กรรณาที่ตั้งใจล้อเพื่อนพร้อมทั้งชี้ไปยังชายหนุ่มที่มาด้วย

         “อืม” วารินทร์ขานรับสั้นๆ

         “ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยขำ อย่างแกเนี่ยนะจะแต่งงาน อย่ามาหลอกฉันซะให้ยากเลยยัยวา ฮ่าๆๆๆ” ผู้เป็นเจ้าของบ้านยืนขำจนท้องแข็ง ด้วยความไม่เชื่อ ด้วยรู้นิสัยของเพื่อนตัวเองดี

         “ฉันพูดจริง” วารินทร์ยืนยันด้วยแววตาจริงจัง

         “ไม่ๆ วาไม่ ฉันจะไม่หลงกลแก” กรรณาบอกแล้วหัวเราะต่อไม่หยุด

         “ขำอะไรเสียงดังไปถึงในบ้านก้อย อ้าวน้องวา พ่อเลี้ยงภู” เสียงทุ้มดังมาจากประตูบ้าน ก่อนจะเผยให้เห็นบุรุษรูปร่างกำยำสมชายชาตรีเดินออกมา ก่อนจะเอ่ยทักผู้มาเยือนระคนแปลกใจ

         “ก็ยัยวาน่ะสิพี่กฤต อำก้อยเป็นจริงเป็นจังเลย” กรรณาที่ยังยืนยันความคิดของตัวเองบอกพี่ชายพร้อมพยายามกลั้นขำ

         “....” วารินทร์ยู่ปากอย่างขัดใจ ที่เพื่อนขำตัวเองไม่เลิก อีกทั้งยังหาว่าเธอแกล้งอีก ต่ก็คงไม่แปลก เพราะรู้จักกันมาหลายปี เธอเองไม่เคยสนใจผู้ชายที่ไหนเลย แล้วจู่ๆมาบอกเพื่อนว่าจะแต่งงาน เป็นใครก็คงไม่เชื่อ

         “พี่ว่าเชิญพ่อเลี้ยงกับน้องวาเข้าบ้านก่อนดีไหม เป็นเจ้าบ้านยังไง แขกมาหาแต่กลับยืนขำอยู่หน้าบ้าน” ผู้เป็นพี่ชายตำหนิน้องสาวระคนเอ็นดู

         “ค่ะๆ เชิญค่ะพ่อเลี้ยง ไปยัยวา” กรรณารีบรับคำก่อนจะจูงมือเพื่อนเดินนำเข้าไปในบ้านโดยมีสองหนุ่มเดินตามเข้ามาจริงจัง

         “เดี๋ยวก้อยไปยกน้ำมาให้นะคะ” กรรณาบอกแขกก่อนจะรีบเดินเข้าไปในครัว

         “พ่อเลี้ยงมาธุระกับน้องวาหรือครับ” เจ้าของบ้านชวนสนทนา

         “ครับ ธุระสำคัญน่ะ” ภูดิศตอบพร้อมเน้นเสียงไปที่คำว่า สำคัญ เป็นพิเศษ

         “อ๋อ แล้วนี่น้องวาแวะมาหายัยก้อยเฉยๆ หรือคะ” ผู้กองหนุ่มหันไปถามสาวน้อยหน้าสวยเพื่อนของน้องสาวด้วยสายตาหวานเยิ้มจนพ่อเลี้ยงหนุ่มแทบนั่งไม่ติด ได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์

         “ความจริงก็มีเรื่องสำคัญจะมาคุยกับยัยก้อยด้วยน่ะค่ะพี่กฤต” วารินทร์ตอบพร้อมยิ้มหวาน

         “หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องเมื่อกี้นะ” กรรณาเดินถือถาดน้ำมา พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

         “เรื่องเดียวกัน” วารินทร์ยืนยันด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง

         “ถ้าแกยังไม่เลิกแกล้งฉันไม่คุยด้วยแล้วนะ” แม้จะเห็นแววตาจริงจังของเพื่อนแต่ก็ยังไม่วางใจ

         “เรื่องจริงครับ หนูวามาที่นี่เพื่อจะคุยกับคุณก้อยเรื่องนี้” ภูดิศพูดยืนยันอีกเสียง

         “!!!” กรรณาตกใจจนพูดไม่ออก

         “สรุปเรื่องอะไรกันครับเนี่ย” กฤตเห็นท่าทางของทั้งสามคนจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

         “ผมกับหนูวาเราจะแต่งงานกันเดือนหน้าครับ หนูวาเขาอยากมาบอกคุณก้อยครับ” ภูดิศเป็นคนบอกด้วยท่าทางภูมิใจ พร้อมแอบยิ้มมุมปากไม่ให้ใครเห็น

         “จะ จริงหรอครับน้องวา” ผู้กองหนุ่มถามสาวน้อยเจ้าของหัวใจพร้อมภาวนาให้สิ่งที่ได้ยินไม่เป็นจริง

         “จริงค่ะพี่กฤต” วารินทร์ขานรับ

         “แล้วทำไมถึงกะทันหันนักล่ะวา” เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว ก็เอ่ยถามเพื่อนรักอย่างงุนงง

         “เอ่อ วาขอไปคุยกับยัยก้อยสองคนนะคะ” วารินทร์หันไปบอกว่าที่สามี ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปกับเพื่อนสาว

         “ผู้กองมีอะไรอยากถามผมหรือครับ” ภูดิศเอ่ยขึ้นหลังจากสองสาวออกไปแล้ว ผู้กองกฤตก็เอาแต่นั่งจ้องตนเอง

         “ผมแค่สงสัยน่ะครับ หนูวาพึ่งกลับมาได้ไม่นาน ทำไมถึง....”

         “เรื่องแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับคนสองคน” พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอให้อีกคนพูดจบก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที

         “นั่นสิครับ” เสียงเศร้าตอบ ขนาดเขาตามเฝ้าตามดูแลมาตั้งหลายปี สาวเจ้ายังไม่มีท่าทีสนใจไปมากกว่าคำว่าพี่ชายเพื่อนเลย

         “...” ภูดิศไม่ได้พูดอะไรต่อ

         “ยังไงผมฝากพ่อเลี้ยงดูแลน้องวาด้วยนะครับ” กฤตพยายามตัดใจและฝากฝังอีกฝ่ายดูแลนางในดวงใจของตน

         “เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ อย่ากังวลเลย”แม้จะแอบหมั่นไส้แต่ก็ตอบตกลงอีกฝ่ายไปเรียบร้อย

         ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องคดีสักพักก่อนที่สองสาวจะออกมาหลังจากหายไปพักใหญ่

         “พี่ยินดีด้วยนะครับน้องวา” ผู้กองหนุ่มบอกหญิงสาวด้วยรอยยิ้มขมขื่น

         “ขอบคุณนะครับผู้กอง ยังไงวันนี้ผมกับหนูวาต้องขอตัวก่อนนะครับ” ภูดิศไม่เปิดโอกาสให้วารินทร์ได้ตอบก็กล่าวลาเจ้าของบ้านแล้วโอบเอวบางเดินออกมาทันที

         “นี่เดินช้า ๆ สิคะ” เสียงหวานท้วงขึ้น เมื่อคนตัวโตเอาแต่เดินจ้ำออกมาจากในบ้าน

         “โอ๊ะ ลืมไปว่าเมียขาสั้น” ร่างสูงหันกลับมามอง แล้วพูดแหย่

         “ไม่ใช่ซะหน่อย”

         “ขาสั้นน่ะหรอ”

         “เมีย!!”

         “เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้เป็น” สุดท้ายเขาก็วกกลับเข้าเรื่องนี้ จนคนตัวเล็กหมั่นไส้ 

 

หายไป ไม่มีอะไรแก้ตัว ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ยังรอ

บอกไม่ได้ว่าจะอัพช่วงไหนบ้าง เพราะว่างไม่สม่ำเสมอค่ะ

ไรต์ขอโทษจีจี

ความคิดเห็น