ฮะนะชิ

เมื่อผู้มีพลังพิเศษกลุ่มหนึ่งยกยอตนว่าสมควรเป็นผู้ครองโลก ผู้ไม่เห็นด้วยจึงต้องขัดขวางแผนการวินาศกรรมนั่นให้ได้! นิยายโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่นครั้งแรกของโลก! (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

ชื่อตอน : บทที่ 1-7

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ ศึกเดิมพันคนเหนือโลก แฟนตาซี ไซไฟ

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2563 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-7
แบบอักษร

“นี่มันการลอบฆ่าชัดๆ เลย!” 

คาเรนมองหลังรถที่พังยับเยินไม่เหลือชิ้นดีด้วยความรู้สึกโล่งอกปนหวาดกลัว รถคอนเทนเนอร์หยุดนิ่งอยู่กับที่ ควันดำที่เกิดจากการเบรกกะทันหันลอยคลุ้งไปทั่ว 

คาเรนกระชับปืนแน่น สัมผัสที่เย็นวาบจากปืนเหล็กทำให้เธอใจชื้น ในเวลาแบบนี้สิ่งที่เป็นที่พึ่งได้ก็มีแต่อาวุธเท่านั้น เธออยากจะยิงคนขับรถคอนเทนเนอร์ผู้วางแผนการลอบฆ่านี้ให้รู้แล้วรู้รอดในตอนที่ยังมีโอกาส แต่เธอไม่เห็นร่างของคนขับนั้นแล้ว 

หนีไปจนได้สินะ จังหวะที่คาเรนกำลังหันไปข้างหน้า เงาดำมืดก็ลอยมาตรงหน้า เก๋าเฉิง! ในที่สุดนายก็เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้วสินะ? 

เธอยกแขนขึ้นป้องกันทันทีตามสัญชาติญาณ แต่ถูกดันหน้าลงแนบไปเบาะอย่างรุนแรง ผิวหนังเสียดสีเข้ากับที่นั่งจนแสบไปหมด 

ตาบ้าเอ๊ย ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย… 

จังหวะที่คาเรนจะโต้กลับ เสียงบางอย่างก็ดังสนั่นขึ้นข้างหู ประกายไฟกระจายตัวขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นควันไหม้ทั่วรถ พอหันมองด้านบนถึงได้เห็นว่าส่วนพนักพิงหลังไหม้ออกเป็นวงกว้าง! 

“นี่มันฝีมือหน่วยซุ่มยิงนี่!” 

คาเรนตัวสั่นด้วยความกลัว ถ้าไม่มีเก๋าอยู่ป่านนี้หัวเธอก็คงแหลกเป็นจุลไม่ต่างจากลูกแตงโมที่โดนทุบแน่ๆ ส่วนเก๋านั้นกำลังเพ่งมองตรงไปข้างหน้า 

ที่ฉันเห็นภาพลวงตาหรืออย่างไรกัน… อย่างกับคนละคนเลย 

พอคาเรนหันกลับไปทางด้านหน้า สีหน้าของเธอก็ซีดเผือก 

“เอียน!” 

กระจกรถด้านหน้าโดนยิงจนเป็นรูกว้าง บริเวณรอบๆ ร้าวราวกับรังของแมงมุม ส่วนเอียนซึ่งรับกระสุนเข้าไปเต็มๆ อยู่ในสภาพแทบจะหมดลมหายใจ เลือดสดๆ ไหลพรุ่งพรูออกจากร่างกายที่เอนติดกับเบาะ รถวอลโวพุ่งออกจากเส้นเดินรถมุ่งตรงไปยังไหล่ทางด้านหน้า 

นั่นคูน้ำนี่! 

ถ้ารถแล่นด้วยความเร็วแบบนี้ต่อไปคงจะเอาชีวิตรอดไม่ได้แน่ๆ แต่คิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว รถกำลังแล่นตัวไปยังจุดลึกแห่งความตาย 

“ความเร็วรถร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ระดับความลาดยี่สิบหกองศา สัมประสิทธิ์ของความเสียดทานอยู่ที่…” 

หลังจากที่เก๋านึกหาวิธีรอดจากข้อมูลในหัว เขาก็กระโจนตัวขึ้นมาจากที่นั่งด้านหลังแล้วถลาร่างกายส่วนบนออกไปที่เบาะคนขับ เขาบิดพวงมาลัยไปอีกฝั่งในจังหวะก่อนที่รถจะพุ่งตัวลงคูน้ำอย่างเฉียดฉิว 

เอี๊ยดดดด! 

รถที่หมุนเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังก้องไปทั่ว ล้อทั้งสี่ไม่มีแรงที่จะเหยียบติดพื้นถนนอีกต่อไป รถวอลโวพลิกตัวไปด้านขวาจนทำให้ร่างของเอียนกระเด็นออกไปด้านนอก 

“เอียน!” 

แต่ถึงจะตะโกนออกไป คาเรนก็ทำอะไรไม่ได้ ท้องฟ้าและพื้นดินกลับด้านกันไปหมด เธอจับราวในไว้รถแน่น เมื่อมองไปข้างนอกก็เห็นพื้นผิวภูเขาเข้ามาใกล้ แต่ด้วยแรงกระแทกที่เพิ่งเกิดทำให้ตัวรถยิ่งหมุนพลิกเข้าไปอีกจนล้อรถกลับมาแตะกับพื้นภูเขาได้อีกครั้ง คาเรนรู้สึกกังวลกับเสียงหนักอึ้งจากตัวรถ ทันใดนั้นตัวรถก็หมุนกลับไปอีกฝั่งได้อีกครั้ง 

พอล้อแตะพื้นได้สนิท รถวอลโวก็แล่นตัวออกไปด้วยความเร็ว 

“เดี๋ยวก่อน!” 

คาเรนอดทนกับความรู้สึกอาเจียนจากในท้องพลางหันกลับไปมองเพื่อหาร่างของเอียน แต่เธอก็หาเขาไม่เจอ รถวอลโวนั้นขับเลี้ยวผ่านมุมถนนไปแล้ว 

“ฉันจะทิ้งเขาไว้ไม่ได้!” 

“เขาตายแล้ว เธอนี่โง่จริงๆ” 

เสียงลมที่พัดแรงเข้ามาจากทางหน้าต่างที่แตกทำให้เธอได้ยินเสียงของเก๋าไม่ถนัดนัก 

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ?” 

“คนที่ทำให้เขาตาย คือเธอนั่นแหละ” 

เก๋าหันกลับมาทางคาเรน 

“สายพานเดินรถมันฟังไปตั้งแต่แรก เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดเพราะความพอใจส่วนตัวของเธอล้วนๆ” 

“เงียบไปเลยนะ!” 

คาเรนตะโกนออกไปด้วยอารมณ์อันพุ่งพล่าน 

“ใช่ แผนปฏิบัติการซ่อนเร้นอะไรนั่นไม่มีอยู่ในแผนตั้งแต่แรกแล้ว ฉันอยากจะทดสอบนายถึงเลือกตัดสินใจเองทั้งหมด แค่นี้พอใจหรือยัง? แต่ถึงอย่างไรมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!” 

“นี่เธอไม่รู้สึกตัวเลยงั้นเหรอว่ากำลังถูกหมายหัวอยู่น่ะ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็โง่กว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก” 

คาเรนกัดริมฝีปากแน่น คำพูดนั้นเสียดแทงใจก็จริงแต่มันก็ถูก คาเรนมองย้อนกลับไปถึงที่มาของเรื่องทั้งหมด คนที่จับการเคลื่อนไหวของเธอได้ก็มีเพียงแต่คนภายในเท่านั้น ด้วยนิสัยส่วนตัวก็ทำให้คนหลายคนโกรธมาแล้วก็มาก เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอก็เพิ่งพูดเหน็บแนมเรื่องกระโปรงแดงของธีน่าไป… แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงจะไม่จ้างนักฆ่ามาทำร้ายกันแบบนี้ 

พอนั่งย้อนคิดถึงเรื่องต่างๆ คาเรนก็นึกถึงบทสนทนาที่ห้องผู้อำนวยการเมื่อสองอาทิตย์ก่อน 

 

ในช่วงบ่ายที่อากาศสดใส คาเรนสูบมาโบโร่แบล็คเมนทอลเข้าปอดด้วยความสบายใจ ผู้อำนวยการซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามก็จุดไฟบนปลายซิการ์แล้วค่อยๆ สูบเข้าปากอย่างช้าๆ ควันบุหรี่ลอยไปทั่วจนปิดบังภาพวิสัยทัศน์ของทั้งคู่ 

“นี่ออฟฟิศฉันกลายเป็นห้องสูบบุหรี่ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” 

“แล้วที่นี่มีข้อดีอะไรอื่นนอกจากสูบบุหรี่ได้อีกล่ะ?” 

“เอาเถอะน่ะ เธอก็รู้ดีว่าฉันเองก็มีเรื่องให้ต้องเครียดเยอะน่ะ” 

“คุณเปลี่ยนไปมากเลยนะ” 

คาเรนจ้องมองผู้อำนวยการ 

“เมื่อเก้าปีที่แล้ว ใครกันนะ? คือคนที่กระตือรือร้นมุ่งมั่นว่าจะทำให้สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติกรีซให้ได้เทียบเท่าซีไอเอหรือเอฟบีไอน่ะ คนที่เต็มไปด้วยสปิริตแรงกล้าคนนั้นหายไปไหนแล้ว?” 

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด ฉันไม่เหมือนกับตัวฉันในตอนนั้นอีกแล้ว ฟังให้ดีนะ ศัตรูของพวกเรามีพลังมหาศาลมาก ฉันรู้ดีว่าคนอย่างเธอจะไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องอันตรายหรอก ทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้า ตัวมันก็สั่นไปหมด” 

“ศัตรูของพวกเราหรือว่าศัตรูของคุณกันแน่ พูดกันตามตรงนะ ทำไมคุณถึงได้ระแวดระวังรองผู้อำนวยการซุสขนาดนั้น? คุณคิดว่าเขาจะมาแย่งตำแหน่งผู้อำนวยการไปหรืออย่างไร?” 

“เธอคิดว่าคนที่อีกสองปีจะเกษียณอย่างฉันจะมัวพะวงเรื่องแบบนั้นรึ? ถ้าจะให้พูด ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะไว้ใจซุสได้ลง เอาเถอะ ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้น ป่านนี้เธอก็คงตัวติดกับซุสไปแล้ว...” 

เธอเข้าใจความหมายของ ‘เรื่องนั้น’ ดี ตอนอายุสิบหกปี คาเรนสูญเสียชีวิตปกติไปจนต้องผันตัวมาเป็นเด็กเกเร ตัวเธอในตอนนั้นอยู่ในแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซต์ ใช้เวลาแต่ละคืนไปกับการโลดแล่นบนท้องถนนด้วยรถมอเตอร์ไซต์กว่าสิบล้านไมล์ หลังจากนั้นเธอก็เข้าไปพัวพันกับเหล้า ยาเสพติด บุหรี่ในไนท์คลับ และหลังจากที่เงินช่วยเหลือจากน้าซึ่งเป็นผู้ปกครองเริ่มร่อยหรอหายไป เธอก็เข้าสู่ถนนอริสโตเติล ย่านธุรกิจบันเทิงเลื่องชื่อที่ถูกตั้งด้วยชื่อของนักปราชญ์ผู้โด่งดังแห่งกรีก 

โชคดีที่เธอโดนจับไปพร้อมกับเหล่าโสเภณีในวันแรกที่ตำรวจเข้าบุกค้น น้าของเธอปฏิเสธการประกันตัวเธอออกมาพร้อมกับประกาศตัดความสัมพันธ์น้าหลาน เธอจำวันที่ถูกปล่อยตัวออกมาได้ดี เธอเดินวนอยู่ในเมืองเอเธนส์ด้วยอย่างล่องลอยประหนึ่งวิญญาณของคนตาย เธอมองหาความหมายของการใช้ชีวิตไม่เจอ ทำได้เพียงแต่กุมหัวนั่งร้องไห้อยู่ทุกคืนวัน 

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับคนที่สามารถเรียกว่า ‘พ่อ’ ได้อย่างเต็มปาก เขาคือผู้อำนวยการอัลเบิร์ต อัลเบิร์ตคอยชี้นำเส้นทางการใช้ชีวิตให้กับคาเรน เธอซึ่งเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กจึงนับถือและนักอัลเบิร์ตประหนึ่งพ่อแท้ๆ ของตน ต่อให้ไม่เปิดปากพูดออกมา แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเป็นที่รับรู้กันอย่างเงียบๆ 

ถึงในใจจะเป็นห่วงอัลเบิร์ต แต่ก็พูดออกไปตรงๆ ไม่ได้ ถ้าพ่อที่แท้จริงของเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็คงจำใจทำแบบเดียวกันกับอัลเบิร์ตละมั้ง ในบางครั้งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจในตัวเองอยู่เหมือนกัน อายุอานามก็จะใกล้สามสิบอยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกเหมือนอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบวัยรุ่นอย่างไรอย่างนั้น 

คาเรนปรับน้ำเสียงให้แข็งกระด้างน้อยลง 

“คุณคิดมากไปเองหรือเปล่าอัลเบิร์ต? ต่อให้ซุสเป็นศัตรูกับคุณจริงๆ แล้วมันจะทำไมกัน? ถ้าคุณเกษียณไปเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นคนปกป้องคุณเอง และถึงตอนนั้นซุสเองก็…” 

“ไม่ เธอไม่เข้าใจ” 

หลังจากพูดจบเขาก็ปล่อยควันออกมาจากปาก จนคาเรนเห็นหน้าเขาได้เพียงลางๆ 

“ชายคนนั้นไม่ได้เป็นเพียงศัตรูของฉัน แต่เขายังเป็นศัตรูของประเทศนี้ ศัตรูของกรีซ หรือยิ่งกว่านั้น…” 

คาเรนมองใบหน้าที่ยังคงเบลอไปด้วยควันของผู้อำนวยการ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

“อาจจะเป็นศัตรูของโลกนี้ด้วยก็เป็นไปได้” 

ความคิดเห็น