หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 69 ฉู่เทียนซินเหรอ ใครกันล่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 69 ฉู่เทียนซินเหรอ ใครกันล่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2563 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 69 ฉู่เทียนซินเหรอ ใครกันล่ะ
แบบอักษร

ซิงเหอแทบไม่สนใจสิ่งรอบข้างจนกระทั่งเสียงของหลินหลินที่พูดคำอธิษฐานวันเกิดดึงเธอกลับมาสู่โลกแห่งความจริง 

“ผมขอให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันตลอดไป” หลินหลินพูดคำอธิษฐานดังพอที่จะได้ยินก่อนเป่าเทียนวันเกิดบนเค้ก 

บรรยากาศภายในงานนิ่งไปสนิท ทุกคนจมอยู่กับความคิดภายในหัว 

คำอธิษฐานของคุณชายน้อยสีเป็นเรื่องน่าสนใจ เขาต้องการให้พ่อและแม่ของเขาอยู่ด้วยกัน... ในขณะที่รู้ชัดว่าพ่อนั้นหมายถึงมู่ไป๋ แต่ ‘แม่’ ที่เขาว่านี่เป็นคำถามที่ต้องถกเถียงกัน 

ไม่ใช่ว่าคุณชายน้อยสีเรียกฉู่เทียนซินว่าน้าฉู่งั้นหรือ เขากำลังพยายามทำให้เทียนซินที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกขายหน้าหรือเปล่า นี่หมายความว่าเขาต้องการให้พ่อกับแม่เขากลับมาแต่งงานกันใหม่ใช่ไหม 

แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาเป็นแค่เด็กชายอายุสี่ขวบ เขาอาจจะแค่พูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดอะไรก็ได้ 

เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือที่เด็กชายตัวเล็กๆ จะอยากให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน 

บางทีเขาอาจจะมองเทียนซินเป็นแม่ของเขาแล้วก็ได้ เพราะคำอธิษฐานไม่ได้พูดถึงเรื่องกลับมาแต่งงานกันใหม่เสียหน่อย 

ถึงอย่างไรเขาก็อาจจะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องการแต่งงานและการหย่าร้าง... แต่ไม่ต้องสงสัยลยว่าเรื่องนี้น่าสนุกเกินไปแล้ว 

ทุกคนเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อว่าเหตุการณ์จะไปทางใดต่อ 

มีบางคนคิดกระทั่งว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่หากท่านประธานสีจะถ่านไฟเก่าปะทุจนคิดเรื่องกลับมาแต่งงานกับภรรยาเก่าอีกครั้ง 

ไม่ใช่ว่าพวกเขาคิดดูถูกเทียนซินแต่อย่างใด 

เพียงแต่... มู่ไป๋และซิงเหอที่ยืนอยู่เคียงข้างกันนั้นช่างดูเหมาะสมกันเหลือเกิน 

แต่เดิมก่อนที่ซิงเหอจะมาถึง พวกเขารู้สึกเช่นเดียวกันนี้ระหว่างมู่ไป๋กับเทียนซิน เทียนซินนั้นงดงามราวกับเพชร เปล่งประกายท่ามกลางความมืด 

แต่ซิงเหอนั้นเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ บดบังเทียนซินจนหมดสิ้น 

ภายใต้รัศมีส่องสว่างของดวงอาทิตย์ เพชรได้สูญเสียแสงส่องประกายไปสิ้น 

เป็นเรื่องปกติที่การเปรียบเทียบนั้นช่างโหดร้าย 

ระหว่างผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ในห้องเดียวกัน ย่อมเกิดการเปรียบเทียบเป็นธรรมดา และผู้ชนะนั้นก็เห็นได้อย่างชัดเจน 

บังเอิญว่าเดิมทีนี่เป็นแผนของเทียนซิน 

เธอเชิญซิงเหอมางานเลี้ยงวันเกิดก็เพื่อใช้เป็นตัวส่งให้เธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้นและให้ทุกคนได้รู้ว่าเธอนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่คู่ควรกับมู่ไป๋ 

แต่เห็นได้ชัดว่าแผนของเธอกำลังย้อนกลับมาทำลายตัวเธอเอง 

เธอกลายเป็นตัวส่งให้ซิงเหอกลายเป็นดาวเด่น 

กลายเป็นความจริงที่ว่าเธอเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของซิงเหอ 

ความแตกต่างระหว่างความจริงกับสิ่งที่เธอคาดหวังไว้แต่แรกนั้นทำให้เธอถึงกับรู้สึกหน้ามืด ถ้าไม่ติดว่างานนี้เป็นงานที่ต้องรักษามารยาท เธอคงจะพุ่งตัวเข้าไปจัดการนังผู้หญิงแพศยานี่แล้ว! 

รวมถึงเจ้าลูกชายตัวแสบของมันด้วย เจ้าเด็กชั่วนี้ตั้งใจทำให้เธอดูแย่ เธอปรารถนาอย่างแรงกล้าให้พวกมันสองคนตายๆ ไปซะ ไม่สิ เธอต้องการแทงพวกมันให้ตายด้วยมือเธอเอง ตัดมันเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมากิน! 

แต่แม้ว่าภายในจะเดือดดาลเพียงใด เทียนซินยังคงรักษารอยยิ้มอย่างเป็นมิตรบนใบหน้าไว้ได้อย่างดี 

ไม่เช่นนั้นเธอคงถูกทุกคนดูถูกเพราะทำตัวหยุมหยิมใจแคบ 

แม้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจะงดงามแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงนั้นเธอพ่ายแพ้ราบคาบ การที่เธอต้องแสร้งทำเป็นไม่ทุกข์ร้อนนั้นมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง 

ภายใต้รอยยิ้มสำเร็จรูป ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว 

ทว่าไม่มีใครสนใจ 

โดยเฉพาะซิงเหอ เพราะเธอยังคงจดจ่ออยู่กับคำอธิษฐานของหลินหลิน 

คำอธิษฐาน... คุณแม่... อยู่ด้วยกันตลอดไป... 

เขาอยากจะอยู่กับแม่เขาตลอดไปอย่างงั้นหรอ 

ด้วยความเป็นแม่ที่เคยสิ้นหวังกับการได้เจอหน้าลูกทำให้เธอตีความหมายคำอธิษฐานของลูกชายผิดไป เธอเข้าใจว่าหลินหลินต้องการที่จะอยู่กับเธอตลอดไป 

เธอไม่เคยแม้แต่จะฉุกคิดว่าแท้ที่จริงแล้วหลินหลินต้องการให้เธอและมู่ไป๋กลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง 

นี่ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่องัดข้อในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรกลับคืนมา 

เธอต้องสามารถยืนเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับสีเอ็มไพร์ให้ได้ก่อนที่เธอจะเตรียมสู้เรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร 

เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมรอยยิ้ม และสิ่งแรกที่เข้าตาเธอคือเซี่ยอู๋ซวงที่กำลังจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ 

ความคิดเห็น