โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 2-7 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-7 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 211

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-7 ท่ามกลางสายลมกับสายลม
แบบอักษร

 

ไม่นะ อะไรกัน พวกผู้ชายแถวนี้มีเรื่องอยากจะพูดกับฉันเยอะอะไรขนาดนี้ หากเป็นแบบนี้ก็เขียนใส่โพสอิทมาแปะที่โต๊ะเถอะ แทมยองที่เหมือนผีตามติดเพราะชวนไปทานข้าวไม่ได้ และจีฮอนที่เซ้าซี้อยากให้ดื่มวนิลาลาเต้ที่คาเฟ่ตัวเอง ทำเอาฮีแจได้แต่หัวเราะเหอๆ ออกมา 

“ปกติแล้วถ้าผู้ชายบอกว่ามีเรื่องจะบอกเนี่ย มันคืออะไรเหรอ สารภาพรัก? ถ้าไม่ใช่งั้นท้าดวลเหรอ” 

“อ้า เดี๋ยวนะ คุณผู้ช่วยอีที่สั่งสอนเรื่องความรักของคนอื่นเหมือนได้รับปริญญามหาบัณฑิต ทำไมพอเป็นเรื่องตัวเอง ถึงได้กลายเป็นคนไม่เข้าใจอะไรเลยแบบนี้ไปได้ล่ะครับ ผู้ชายจะบอกว่าอะไรกับผู้หญิงที่ไม่มีใจให้เหรอครับ คงไม่ใช้เวลากลางดึกส่งข้อความว่า ‘ทำไรอยู่’ ก็เพราะชอบก็เลยพยายามไงครับ” 

เคยได้ฟังเหตุผลจากคาอึลมาบ้างว่า ทำไมถึงมีคนตามคาอึลไปที่ห้องสูบบุหรี่ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่คนสูบบุหรี่ แม้คาอึลจะเป็นเกย์ แต่อย่างไรก็เป็นผู้ชาย ดังนั้นก็ย่อมจะเข้าใจความรู้สึกของผู้ชายดี จึงได้ตามคาอึลที่บอกว่าจะมาสูบบุหรี่ออกมา กลิ่นเรดมาโบโร่ฉุนแสบจมูก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน วันนี้ทันทีที่เลิกงาน ก็จะต้องเจอกับสถานการณ์นั้น จึงจำเป็นต้องวางแผน แล้วฮีจินก็จินตนาการถึงเรื่องสยดสยองหากว่าวันนี้เธอทำงานไม่เสร็จ 

“คาอึล ที่นายพูดหมายถึงสารภาพรักเหรอ” 

“เห ทำไมคิดไปขนาดนั้นล่ะ ใครบอกว่าสารภาพรักกันล่ะครับ” 

“งั้นอะไรเล่า!” 

“มันคือสารภาพว่าสนใจหรือรู้สึกดีไม่ใช่เหรอครับ” 

“แล้วมันต่างกันยังไง” 

“โธ่ เหมือนที่ตอนนี้ผมคุยกับแฟนเก่าที่ยังไม่ได้เคยคบใครนอกจากผมไง รู้สึกดีกับชอบมัดรวมไว้เป็นประเภทเดียวกันได้ แต่การสารภาพว่ารู้สึกดีกับชอบ จะเอามาใส่ในส่วนการคบหากันไม่ได้ไงครับ บทสรุปมันต่างกันชัดๆ อยู่แล้ว” 

“คิดอะไรซับซ้อนนัก จริงๆ ก็คือสนใจก็เลยสารภาพไม่ใช่เหรอไง” 

“อ๊ะ ให้ตาย! คุณผู้ช่วยทำแต่งานเลยเป็นแบบนี้เหรอครับ” 

จ้องมองคาอึลที่ยึดติดกับคนรักทุกวันอย่างเวทนา พร้อมสร้างความมั่นใจ อย่าได้ไปเจอหน้า คำบ่นทั้งหมดที่พร่ำออกมา วันนี้มันกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว ไม่ว่าจะพูดอะไร ก็เหมือนกำลังอ่านเหตุผลการประดิษฐ์ตัวอักษรเกาหลีให้กับคนต่างชาติที่พูดเกาหลีไม่ได้  

“คุณผู้ช่วย ถึงผมจะเป็นผู้ชายก็จริง แต่การคบกันแบบของผม กับการคบกันแบบชายหญิงมันก็มีขอบเขตแตกต่างกันนะ ในบรรดาเด็กที่ผมรู้จัก มีเด็กที่ผ่านเรื่องความรักมาเยอะอยู่ ให้ผมแนะนำให้ดีไหม ไม่งั้นก็ไปเจอด้วยกันเลย ดื่มไปคุยไปดีไหม มันคงจะช่วยให้คำยืนยันที่เป็นรูปธรรมได้นะ” 

“มีเพื่อนแบบนั้นด้วยเหรอ ใครกัน ใครล่ะ” 

“จีฮอนไงครับ ชองจีฮอน ที่อยู่คาเฟ่ชั้นหนึ่ง เด็กหน้าตาดีนั่นน่ะ” 

“อะไรนะ โอ๊ย จะให้ฉันไปลองถามอะไรกับเจ้าเด็กน้อยคนนั้นกันเล่า!” 

“เห? คุณผู้ช่วยอีครับ เห็นว่าอายุน้อยแล้วจะทำมองข้ามไม่ได้นะครับ เจ้านั่นน่ะเคยมีแฟนมาเยอะกว่าพี่เยอึนอีกนะ” 

จู่ๆ ชื่อของเยอึนก็โดนลากเข้ามาในบทสนทนา แต่กลับไม่เข้าหูของฮีแจ ชเวเยอึน รักไวไฟ ที่สร้างห้องหัวใจเอาไว้ประมาณสิบสองห้อง แล้วยังเปิดประตูทิ้งเอาไว้ ไม่ต้องเคาะก็ได้รับเชิญให้เข้ามาได้ ไม่สิ ว่าแต่อายุยี่สิบสามแต่มีแฟนมากกว่าพี่ที่อายุสามสิบสองอย่างนั้นเหรอ ปากของฮีแจรู้สึกขมปร่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

“นัดไปดื่มกับจีฮอนดีไหมครับ” 

หรือว่าการนัดคุยกับจีฮอนไปตรงๆ เลย จะดีกว่าการนัดกับจีฮอนที่เคยมีแฟนมามากมายเพื่อปรึกษาเรื่องความรัก คำที่ไม่กล้าบอกกับคาอึลนั้น ได้แต่ปล่อยให้มันหายไปพร้อมกับควันเรดมาโบโร่ 

[แถวบริษัทคงจะไม่สะดวกนัก ไว้เจอกันที่โบเวอร์เลานจ์แถวบ้านพี่นะครับ ผมจะรอจนกว่าจะมานะ] 

ไม่ได้ตอบรับข้อความที่ส่งมาถึงประมาณช่วงเที่ยงวัน สุดท้ายแล้วเวลาเลิกงานก็มาถึงโดยที่ยังไม่ได้จัดการทั้งงาน ทั้งความคิด โดยปกติจะส่องกระจกเช็คหน้าผมตั้งแต่อีกสิบนาทีจะหกโมงเย็น พร้อมเตรียมตัวเลิกงานอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้ต่างไป ถึงเวลาจะเหลือล้นหากความคิดที่สับสนทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ 

ฮีแจขึ้นลิฟต์แล้วลงมายังชั้นหนึ่ง ขณะนึกถึงคำที่คาอึลเคยพูด 

‘ว่าแต่คุณผู้ช่วยครับ ตอนนี้กังวลอะไรอยู่เหรอครับ กังวลว่าจะคบหรือไม่คบ ถ้าผู้ชายคนที่พูดถึงมาสารภาพรักงั้นเหรอ หรือว่าเรื่องที่จะไปหรือไม่ไปที่นั่นกันแน่’ 

เจ้านั่นบางครั้งก็น่ากลัว มีหน้าตาที่น่ารัก แล้วยังมีช่วงเวลาที่ดูเหมือนคุณป้าที่ตั้งเต็นท์แถวโรงเรียนคอยดูไพ่ทาโร่กับลายมือให้ น่าขนลุกชะมัด 

“รู้ได้ยังไง ไปเป็นหมอดูดีกว่าไหม” 

“หมอดง หมอดูอะไรกันล่ะครับ เชยจัง” 

“นายนี่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุดเลยจริงๆ นะ” 

“ว่าแต่คุณผู้ช่วยครับ” 

“คะ คุณรุ่นน้อง” 

“แต่เรื่องที่กังวลอยู่น่ะ คือคุณผู้ช่วยเองก็ไม่ได้รังเกียจคนคนนั้นไม่ใช่เหรอครับ ถ้าไม่รังเกียจแต่แรกก็คงไม่มัวคิดมาก อ๊ะ! นี่มันต่างกับการอยากคบนะครับ อย่าเข้าใจผิดล่ะ” 

จดจำคำเตือนของคาอึลจนขึ้นใจ แล้วจึงไปยังสถานที่ที่จีฮอนกึ่งบังคับนัดไว้ เพราะพลาดช่วงเวลาที่จะปฏิเสธ ก็ถูกแล้วที่ต้องไป สถานีแถวบ้านที่จีฮอนกำลังรออยู่ ทำให้นึกถึงวันที่ไปสัมภาษณ์ที่บริษัทใกล้ๆ มองตามความเป็นจริงแล้ว มันก็ไม่มีอะไร พอผ่านไปแล้วก็เป็นเรื่องที่สามารถทนได้ แต่ความเครียดที่ได้รับมาแล้ว ทำให้ความรู้สึกและความทรงจำในวันนั้นที่เคยประหม่าหวนกลับมา ไม่ได้ยินกระทั่งเพลงสนุกสนานของเกิร์ลกรุ๊ปที่ออกมาจากหูฟัง 

และบางเวลาก็รู้สึกหมั่นไส้จีฮอน ตั้งใจว่าพอเลิกงานจะกลับบ้านเปิดเบียร์สักกระป๋องแล้วใช้เวลาฮีลลิ่งตัวเอง แต่ถึงแม้จะเลิกงานแล้วก็ตาม ทำไมฉันถึงได้อึดอัดใจแบบนี้ ความรู้สึกที่เหวี่ยงไปมาที่รังควานฉันอยู่ตลอดวัน ทั้งหมดก็เหมือนเป็นความผิดของจีฮอน 

[โบเวอร์เลานจ์ สถานี OO จากทางออกสาม ตรงมาเรื่อยๆ พอเห็นโรงพยาบาลอิลซันก็เลี้ยวซ้ายนะครับ] 

หากเป็นพนักงานในทีมวางแผนหนึ่งที่เข้ามาใหม่ มีเซ้นส์พอจะได้รับความเอ็นดู คำนวณเวลาเลิกงานของฮีแจกับระยะทางแล้ว ก่อนถึงสถานีแถวบ้านประมาณสิบนาที ก็ได้รับข้อความเป็นทางการจากจีฮอน โบเวอร์เลานจ์? เป็นย่านที่อยู่มาหลายปี แต่เป็นสถานที่ที่ไม่เคยมาเลย จึงได้ลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต หัวข้อที่ขึ้นมาด้านบนสุดพลันปรากฏในสายตาของฮีแจ ‘โบเวอร์เลานจ์ร้านนั่งชิลบรรยากาศดี เหมาะกับการเดต’ เดต เดต เดตเหรอ เดตเนี่ยนะ? พูดกับตัวเองทั้งส่ายหน้าในทันที แล้วผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ส่งสายตาไม่พอใจมาให้ 

“อย่าลืมสิ อีฮีแจ สนใจกับสารภาพรักมันต่างกันนะ” 

ขบคิดอย่างละเอียดถึงคำที่คาอึลเคยพูดด้วยท่าทางที่ส่ายก้นตัวเองไปมา ไม่ทันรู้ตัว โบเวอร์เลานจ์ก็ปรากฎอยู่ตรงหน้า หน้าประตูของสถานที่นัดหมายสลักตัวอักษรไว้ด้วยลายมือหรูหรา ฮีแจพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เสียจนไหล่ขยับยก พอผลักประตูเข้าไป สายตาของจีฮอนก็จดจ้องมาพร้อมกับเสียงกระดิ่ง 

ชายหญิงสองคนนั่งเผชิญหน้าโดยมีเบื้องหลังเป็นโคมไฟสีส้มนวล ค็อกเทลรสละมุน บรรยากาศค่ำคืนที่สว่างสไว หากมองเพียงผิวเผิน คงไม่มีโมเมนต์ไหนที่จะโรแมนติคไปมากกว่านี้แล้ว ในมุมมองคนอื่น ในช่วงเวลาที่โรแมนติคนี้ ฮีแจเอาแต่ลูบแก้วที่มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ หยดน้ำกลมบนแก้วใสที่ถูกสัมผัส ไหลตกลงมาบนนิ้วมือของฮีแจ 

“อ๊ะ เย็น!” 

จีฮอนได้โอกาสโยนบอลเข้าใส่ฮีแจที่หลุดอุทานด้วยเสียงเบา บอลนั้นโยนเข้ามาที่เธอเต็มๆ 

“พี่ลองคุยกับผมไหมครับ” 

ก่อนที่จีฮอนจะดื่มค็อกเทลที่สั่งไปได้ครึ่งแก้ว ก็เปิดเผยความรู้สึกออกมา ทำก่อนถูกตีคงดีกว่า ใช่แล้ว พอสลัดสิ่งที่ติดค้างออกไปแล้ว คนที่ต้องจัดการกับเรื่องนั้นก็ต้องเป็นฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นการทำให้ตัวเองสบายใจก็ถูกต้องแล้ว 

ลองคุยเหรอ? นั่น นั่นสินะที่ฉันได้ยินตอนนี้มันถูกแล้วใช่ไหม ฮีแจพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่คนอายุน้อยกว่าเก้าปีพูดออกมา พร้อมกะพริบตาปริบๆ นี่มันคือความต่างระหว่างวัยเหรอ นึกว่าหากดื่มไปอย่างน้อยสี่ห้า ถึงจะลังเลอยู่บ้าง แต่ก็คงเผยความในใจออกมา แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิด 

“คุย คุยเหรอ? จีฮอนกับฉัน?” 

“ครับ พี่กับผม” 

“เอ่อ คือจีฮอน รู้ไหมว่าฉันอายุเท่าไหร่” 

“ครับ ถึงจะไม่รู้ชัดๆ แต่ก็รู้ว่าต่างกับผม” 

“แล้วทำไม” 

“แล้วทำไมอะไรครับ” 

“หา?” 

“ต่างกันแล้วมันทำไมเหรอครับ” 

“...” 

“แล้วที่จริงพี่ก็ยังดูเด็กอยู่เลยนะ คิดว่าอายุยี่สิบหก ยี่สิบเจ็ด แต่ได้ยินจากพี่คาอึลแล้ว ถึงรู้ว่าผิดจากที่คิดเอาไว้ พี่เยอึนก็ด้วย ตอนแรกไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะอายุเท่าพี่ ถึงผมจะพยายามพูดให้รู้สึกดี แต่ก็ไม่ได้โกหกนะครับ” 

ความคิดเห็น