มณีภัทรสร/ สไบนาง นามปากกา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เริ่มงานวันแรก1

ชื่อตอน : เริ่มงานวันแรก1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2563 08:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มงานวันแรก1
แบบอักษร

 

ลลนาเดินลากจอบไปยังแปลงดินที่วางเปล่า ตรงนี้มีคนงานทำงานอยู่หลายสิบคน แต่ละคนโพกหน้าใส่หมวกบังแดดกันอย่างมิดชิด มองเห็นกันแค่ลูกตา คนงานหลายคนมองมาทางเธอ แต่ไม่มีใครพูดหรือบอกอะไร 

 

ลลนาเลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรตรงไหนดี ยืนดูเขาทำสักพัก ก็เริ่มใช้จอบขุดดินแบบที่เห็นคนอื่นทำ ถึงเธอจะไม่เคยทำงาน แต่ก็พยายามเรียนรู้ ไม่อยากให้ใครว่าเอาได้

 

ไม่นานมือที่กำด้ามจอบก็เริ่มเจ็บ มีตุ่มน้ำใสๆขึ้นบนมือทั้งข้าง แดดในช่วงสายเริ่มร้อนขึ้น ใบหน้าสวยแดงก่ำ เนื้อตัวของหญิงสาวมีเหงื่อไหลจนชุ่ม ขุดดินไม่ใช่งานง่าย เคยถ่ายละครกลางแดด แต่ก็ไม่เหนื่อยและทรมารขนาดนี้ ที่ตรงนี้เป็นที่โล่ง ไม่มีร่มเพราะมันเป็นแปลงที่จะลงต้นอ่อน ไม่เหมือนแปลงอื่นๆที่ยังมีใบและต้นองุ่นให้บังแดดได้บ้าง 

 

ลลนายืนนิ่ง พื้นตรงหน้าเริ่มโครงเครง แดดร้อนบวกกับความหิว ไม่นานร่างบางก็ทรุดลงกับพื้น มือทั้งสองข้างยังกำด้ามจอบไว้แน่น เพื่อจะใช้พยุงตัว และก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น ก็มีมือของใครบางคนมาประคองเธอเอาไว้ มีเสียงดังโหวกเหวกของเพื่อนร่วมงานดังตามมาอีกชุดใหญ่ แต่ลลนาฟังไม่เข้าใจ

 

“ไม่สบายหรือจ้ะ นั่งพักก่อนนะ”เป็นเสียงของผู้หญิง สำเนียงฟังดูแปลกๆเหมือนคนพูดไม่ชัด แต่ก็ฟังเข้าใจ

 

“เธอไม่มีหมวก แดดมันร้อน นั่งนี่ก่อนนะ เดี๋ยวเอาน้ำมาให้”ผู้หญิงคนนั้นประคองเธอนั่งลงกับพื้น ก่อนจะถอดหมวกและผ้าโพกหน้าออก ลลนาจึงได้เห็นหน้าของเธอ ใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์ แก้มทั้งสองข้างทาสีเหลืองไว้จนเต็ม ลลนาเข้าใจทันที ว่าทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงพูดไม่ชัด เธอน่าจะเป็นคนพม่า หญิงสาวเดาจากใบหน้าที่เหลืองนวลของเธอ

 

กระติกน้ำใบเล็กถูกยื่นมาตรงหน้า ลลนารับมาถือไว้

 

“กินได้ เธอไม่มีน้ำมา กินของเราก่อน”ผู้หญิงคนนั้นพูด พร้อมกับส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้เธอ

 

“ขอบใจนะ”ลลนาเปิดฝากระติกออก ก่อนจะรินน้ำใส่ฝา แล้วดื่มเพื่อดับกระหาย

 

“มาใหม่หรอ ชื่ออะไร เราชื่อมารี เราเป็นคนพม่า นั่นพ่อเรา นั่นแม่เรา โน้นพี่ชายเรา”หญิงสาวแนะนำตัว

 

“เราชื่อปอ”

 

“เธอสวยจัง”

 

“ขอบใจจ้ะ”

 

ไม่นานคนงานที่ขุดดินอยู่ ก็หยุดพัก แต่ละคนเลือกที่จะนั่งในที่ของตัวเอง เพราะไม่มีร่มให้นั่งพัก

 

“พักสิบห้านาที”มารีบอก ลลนาพยักหน้าเข้าใจ คงทำแบบระบบโรงงาน มีพักเบรคให้ด้วย

 

“เธอต้องมีผ้ากันแดด มีหมวกใส่หัวด้วย ตรงนี้แดดแรง ไม่มีร่ม”

 

“คนที่ทำตรงนี้ เป็นคนพม่าหมดเลยหรอ”ลลนาถาม 

 

“มีคนลาวกับกัมพูชาด้วย ตรงนี้เป็นงานหนัก คนไทยไม่ทำ”มารีตอบ ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆกลับมาให้ ลลนาเข้าใจทันทีว่า ตรงนี้คงเป็นงานของคนต่างด้าว เพราะต้องใช้แรงเยอะ ไม่ว่าที่ไหน คนที่ด้อยกว่ามักถูกเอาเปรียบเสมอ

 

“พี่อองลี มาทางนี้ มาดูคนสวย”มารีหันไปตะโกนเรียกใครบางคนให้มาดูเธอ

 

ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็เดินมาพร้อมกับชายหญิงอีกหลายคน มารีใช้เวลาพักแนะนำให้ลลนารู้จักกับ พ่อแม่พี่ชายและคนงานอื่นๆ ก่อนจะเริ่มทำงานกันต่อ

 

ลลนาได้หมวกของมารีมาใส่กันแดด เมื่อมารีแบ่งให้ โดยที่มารีใช้แค่ผ้าโพกหน้าอย่างเดียว

 

ลลนารับรู้ว่า ถึงแม้คนพวกนี้จะเป็นคนต่างด้าว แต่ก็ยังมีน้ำใจ หญิงสาวยืนบ้างทำงานบ้างจนถึงเวลาเก้าโมงเช้า เป็นเวลาพักกลางวัน คนงานหยุดทำงาน พร้อมกับเตรียมตัวไปโรงอาหาร มารีที่ดูจะติดใจเธอรีบเดินมาหา ก่อนจะชวนคุย

 

“เราต้องไปช้า รอให้คนไทยกินก่อน พวกเราค่อยกิน”มารีเล่าให้ฟัง ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกัน 

 

“ทำไมล่ะ”ลลนาร้องถาม แต่มารีไม่ตอบอะไร

 

ลลนามาถึงโรงอาหารประมาณเก้าโมงสิบนาที เป็นอย่างที่มารีบอก คนงานคนอื่นๆต่างก็ได้อาหารของตัวเองแล้ว บางคนก็อิ่มแล้ว ในขณะที่คนงานต่างด้าวเพิ่งจะได้มาต่อแถว 

 

ลลนาเพิ่งเข้าใจคำพูดของมารี เมื่อตอนที่มีคนงานบางคนตะโกนแซวมา บางคนใช้คำหนักๆเรียกคนงานพวกนี้ พวกคนงานคงเบื่อและรำคาญ ที่โดนแกล้งโดนล้อ เลยเลือกที่จะมาช้า น่าสงสาร ลลนาคิดเมื่อเดินไปหยิบถาดหลุม แบบที่มารีทำ แล้วมายืนต่อหลังมารี รอเดินไปเอาอาหารที่แม่ครัวกำลังตักให้

 

ที่นี่ก็ดูเป็นระเบียบดี แต่ทำไมคนงานต่างด้าวพวกนี้ถึงได้มีสิทธิ์ในสวัสดิ์การน้อยกว่าคนงานไทย ทั้งๆที่ทำงานเยอะกว่า 

 

คนตักอาหารเอ่ยคุยกับคนงาน ก่อนจะตักกับข้าวใส่ถาดให้ เมื่อได้อาหารลลนาก็มองหาที่นั่ง แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อมีคนงานบางคนไม่ยอมขยับที่นั่งให้คนงานต่างด้าวนั่งด้วย ทั้งๆก็มีที่ว่างเหลือพอจะนั่งได้อีกหลายคน

 

“มิน่าล่ะ”ลลนาเข้าใจทุกอย่างทันที คงเป็นแบบนี้ คนงานพวกนี้เลยเลือกที่จะมาช้า รอให้บางคนลุกออกไปก่อน จะได้มีที่นั่งกินข้าว

 

หญิงสาวได้ที่นั่งข้างมารี เพราะเธอไม่รู้จักใคร มีคนงานชายหลายคนโห่ร้อง และเรียกให้เธอไปนั่งด้วย แต่ลลนาทำแค่เพียงยิ้มหวานเป็นคำตอบ

 

“ทับทิม ได้ข่าวว่าใจเสาะเป็นลมหรอวะ”ทันทีที่ลลนาจะตักอาหารใส่ปาก เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น ตากลมโตเหลือบไปมอง เห็นผู้หญิงสามคน มองมาที่เธอ ถึงแม้จะทำเหมือนคุยกันเองในกลุ่ม แต่ลลนาก็รู้ว่าคนพวกนั้นกำลังแขวะเธอ

 

“มันร้อนจะพี่สายใจ พอดีนึกว่าที่นี่เป็นเวทีนางแบบ เลยอยากโชว์สวย”

 

“อ้าวหรอ เข้าใจอะไรผิดเปล่าจ้ะ ที่นี่ไร่จ้ะ ทำงานใช้แรง ถ้าอยากโชว์ ต้องไปเวทีโลกโน้น”

 

สามสาวพูดไปหัวเราะไป ยิ่งลลนาทำเป็นไม่สนใจ คนพวกนั้นก็ยิ่งเสียงดัง

 

“ปิดหน้ามาก็ไม่มีใครรู้ว่าสวยสิคะ”ใครบางคนยังพูดต่อ ลลนาฟังนิ่งๆ ผิดกับมารีและคนอื่นๆที่หน้าเริ่มถอดสี

 

“ระวังไว้นะพวกมึง ใครมีผัวก็ดูกันเอาไว้ให้ดีๆเน้อ เพราะมีคนสวยมากอยู่แถวนี้ ระวังผัวจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกนะโว้ย”คนพวกนั้นยังคงพูดต่ออย่างสนุกปาก

 

“ว่างมากหรอพวกมึงน่ะ”อยู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาแทรกเสียงหัวเราะพวกนั้น ลลนาที่สนใจแต่ข้าวในจานหันไปมอง ก่อนจะยิ้มหวานเมื่อเห็นหน้าคนมาใหม่

 

“พี่แตง มาแล้วหรอ”

 

“อือ...อะนึกว่าจะมาไม่ทัน วันนี้งานเยอะ”แตงส่งถุงในมือให้ลลนา 

 

“กินข้าวมายัง กินด้วยกันไหม”ลลนาถาม พร้อมกับขยับที่ให้แตงนั่ง โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าแตง ที่อยู่ๆก็แดงก่ำขึ้นมา เมื่อมองเลยไปยังคนที่นั่งถัดไปจากมารี

 

“กินแล้ว ว่าจะถามอยู่ ทำไมมานั่งกับคนงานต้นอ่อนล่ะ”แตงใช้คำเรียกงาน แทนคนงานเหล่านั้น

 

“ฉันทำงานกับพวกพี่ๆเขาจ้ะ พี่แตงนั่งก่อนสิ”ลลนายังคะยั้นคะยอ แตงจึงนั่งลงข้างๆ ตายังมองไปที่คนที่นั่งอยู่ข้างมารี ด้วยความเขินอาย

 

“ทำไมในจานมีแค่ไข่พะโล้ใบเดียว”แตงถามต่อ เมื่อเห็นกับข้าวในถาดของลลนา

 

“ออ...ฉันกินแค่นี้ก็พอแล้ว”ลลนาตอบพร้อมกับยิ้มหวาน แม่ครัวตักให้เธอมาแค่นี้ สามคนที่นั่งอยู่ข้างหลังน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหารในถาดของเธอ

 

“โอ้ย! ห่วงเพื่อนใหม่จ้ะ ห้วงห่วง”สายใจยังแขวะไม่เลิก

 

“อย่าไปสนใจนะปอ พวกนี้ปากมันว่าง เอาถาดมา เดี๋ยวฉันไปเอากับข้าวเพิ่มให้”

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว”ลลนาบอก ถึงแม้วันนี้แตงจะช่วยเธอได้ แต่แตงก็ไม่ได้อยู่กับเธอทุกวัน ทำตัวให้มีปัญหาน้อยที่สุดน่าจะดีกว่า เพราะดูๆแล้วคนกลุ่มนั้น คงหาปัญหามาให้เธออีกแน่นอน วันนี้โดนเรื่องกับข้าว ไม่รู้ว่าต่อไปจะเรื่องอะไรอีก ลลนาคิดก่อนจะชวนแตงคุยต่อ

 

“ออ...พี่แตงรู้จักมารีแล้วใช่ไหม”ลลนาถาม เพราะอยากให้แตงรู้จักเพื่อนใหม่ด้วยกัน มารียิ้มหวาน พร้อมกับพยักหน้ารับ

 

“ดีเลยจะได้เป็นเพื่อนกัน วันอาทิตย์ฉันชวนมารีไปตลาดกับเราด้วยนะ กีตา กับ พอลล่อก็ไปด้วย”ลลนาบอกให้แตงรับรู้ เมื่อเธอหาแนวร่วมไปเดินตลาดด้วยกันได้หลายคน

 

แตงไม่ตอบอะไร เอาแต่นั่งมองอองลีที่นั่งกินข้าวในจานเงียบๆ แล้วต่อด้วยขนมหวาน ก่อนจะลุกเอาถาดไปเก็บ แล้วเดินออกไปหาที่นั่งพัก ลลนาที่หันมาจะคุยด้วย จับสังเกตอาการของเพื่อนได้ทันที ก่อนจะมองหน้ามารี ที่ส่งยิ้มมาให้เป็นการยืนยัน

 

แตงชอบอองลี ลลนารู้ได้ทันที 

 

หลังจากกินอิ่ม ลลนาก็เดินตามมารี เพื่อเอาถาดไปเก็บที่ ขากลับไม่ทันระวัง จึงถูกใครบางคนขัดขาจนล้มลงไปกองกับพื้น

 

“โอ้ยขาอ่อนหรอ”ใครสักคนกลับมองเห็นการกระทำนั้นเป็นเรื่องน่าขบขัน แตงที่นั่งรออยู่ลุกขึ้นมาดูเพื่อน 

 

“ทำอะไรน่ะ ปอเจ็บไหม”แตงตรงเข้าไปประคองลลนา ในขณะที่มารีกับกีตาและคนอื่นๆได้แต่ยืนดู เพราะไม่กล้าเข้ามายุ่ง

 

“เดินไม่ระวังเอง ช่วยไม่ได้”

 

“พวกเธอขัดขาฉัน”ลลนาเถียงกลับ เมื่อเริ่มหมดความอดทน นิ่งก็แล้ว พอไม่ตอบโต้ คนพวกนี้ก็ยิ่งได้ใจ

 

เธอน่ะนางร้ายเบอร์หนึ่งตัวจริง แล้วมุกที่คนงานเอามาใช้เล่นงานเธอก็มุกฝืดๆ เธอเจออะไรมามากกว่านี้เยอะ แค่นี้มันกระจอกสำหรับเธอ ร่างบางลุกขึ้น ก่อนจะมองกลุ่มของสายใจอย่างเอาเรื่อง

 

“ใครขัดขาฉัน กล้าทำก็กล้ารับมา ไม่พอใจอะไร ตบกันเลยดีกว่าไหม อย่ามาลอบกัดแบบนี้”ลลนาท้า โดยมีแตงยืนอยู่ข้างๆ ส่วนคนงานต้นอ่อน ได้แต่ยืนดูห่างๆไม่อยากยุ่งด้วย เพราะถ้ามีเรื่องกัน ยังไงคนต่างด้าวก็ผิดอยู่ดี

 

ตอนนี้มีคนงานหลายคนมามุงดู เพราะนึกสนุก บางคนจับกลุ่มแบ่งข้างกัน เหมือนเชียร์มวยงานวัด

 

“พวกกูไม่ได้ทำ!”สายใจลุกขึ้นมาเผชิญหน้า โดยมีทับทิมกับอัญชัน ยืนขนาบอยู่ใกล้ๆ

 

“เหรอ ไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร ถือว่าฉันซุ่มซ่ามเอง ไปเถอะพี่แตง”ลลนารับคำ ก่อนจะหันไปดึงมือแตง เพื่อจะเดินหลบไปจากตรงนี้ มีเวลาพักแค่หนึ่งชั่วโมง แถมกว่าจะได้มากินข้าวก็ปาไปเกือบๆสิบนาที ถ้ายังเสียเวลาเถียงกับคนพวกนี้ เธอคงไม่ได้พักแน่นอน

 

“ถุย นึกว่าจะแน่”เม็ดมะขามที่กระเด็นมาโดนขา พร้อมกับน้ำลายกองโต ก็ทำให้ลลนาฟิวขาด จากที่ต้องการจะไปให้พ้นๆในตอนแรก ก็เกิดเปลี่ยนใจ ร่างบางหันกลับมามองกลุ่มของสายใจด้วยสายตาเอาเรื่อง

 

สายใจกับพวกอัญชัน เบะปากใส่ และก่อนที่จะพูดอะไรกลับไป พลันสายตาของสายใจ ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง

 

“จะหาเรื่องอะไรกันอีกห๊ะ ฉันบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำไง”สายใจโวยวายเสียงดัง เรียกสายตาของคนมาใหม่ ที่กำลังจะเดินเลยไปยังออฟฟิศให้หันมามอง

 

เผ่าเพชรที่เดินมากับพร้อมวาสินี หยุดชะงัก เมื่อเห็นกลุ่มคนงานมุงดูอะไรกันอย่างสนใจ แสงที่เดินตามมาห่างๆ ก็หยุดดูด้วย เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆของสายใจ ลอยมาเข้าหู

 

“แล้วนี่อะไร มะขามมะยม ไม่ได้ทำใช่ไหม”ก่อนที่จะมีใครพูดอะไร ลลนาก็เดินไปหยิบถุงของดอง ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นดู ก่อนหมดความอดทน เมื่อเห็นสายตาเย้ยหยันปนท้าทายของสายใจ มือบางเอาถุงของดองขว้างใส่หน้าสายใจ ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงกับความกล้าบ้าบิ่นของเธอ สายใจกรีดร้อง ก่อนจะลงไปนั่งกับพื้น พร้อมกับดิ้นเร่าๆ เมื่อเห็นเผ่าเพชรเดินตรงมาทางนี้

 

ลลนาเองก็ตกใจกับการกระทำของสายใจ เธอแค่ปาถุงของดองใส่หน้า แต่สายใจกับดิ้นราวกับถูกน้ำร้อนลวก

 

“กรี๊ดดด!!!ช่วยด้วย นังปอมันตบฉัน”ทุกคนที่ได้ยินต่างก็งงกับคำพูดของสายใจ มีเพียงทับทิม กับอัญชันเท่านั้นที่เล่นไปตามบทที่สายใจกำลังแสดง

 

“มีเรื่องอะไรกัน!!!”เสียงที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้คนงานที่มามุงดูแตกฮือ สายใจกลับร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักกว่าเก่า ลลนาหรี่ตามองการแสดงตรงหน้า ก่อนจะรู้ตัวว่าติดกับดักที่สายใจขุดไว้ ก็สายไปแล้ว

 

“ถามไม่ได้ยินหรือไง เกิดอะไรขึ้น”เผ่าเพชรถามเสียงเย็น น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูโหดเหี้ยม จนคนงานบางคนถึงกับขนหัวลุก คนงานต้นอ่อน รีบปลีกตัวออกไป เพราะไม่อยากมีเรื่อง คนอื่นๆก็ด้วย ตอนนี้เท่ากับว่าทั้งโรงอาหาร เหลือแค่กลุ่มของสายใจ กับลลนาแค่นั้น

 

ตากลมโตมองนิ่งไปที่สายใจ ก่อนจะหันไปมองเผ่าเพชร แต่ก็ต้องสะดุดกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเขา 

 

“นังปอมันตบหน้าสายใจค่ะคุณเผ่า”สายใจบอกเผ่าเพชรด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

 

ลลนาตาโต แตงที่จับมือเธอไว้ ออกแรงบีบมือเธอเบาๆ

 

“จริงๆนะคะคุณเผ่า ถามทับทิมกับอัญชันก็ได้”สายใจหันไปหาพยาน สองสาวพยักหน้ายืนยัน แต่กลับไม่มองหน้าชายหนุ่ม

 

“มีอะไรจะแก้ตัวไหม”เผ่าเพชรหันไปถาม เมื่อลลนาไม่พูดอะไร

 

“ไม่มี”ลลนาตอบ ไม่มีแม้แต่หางเสียง แตงลงน้ำหนักบีบมือเธอมากกว่าเดิม เพื่อเป็นการเตือน แต่ลลนากลับนิ่ง

 

เผ่าเพชรพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปพูดกับแสง

 

“แสงไปส่งหมอวาด้วย ขอโทษนะครับหมอ พอดีมีเรื่องต้องจัดการต่อ ไว้วันหลังผมจะไปทานข้าวด้วยนะครับ” เผ่าเพชรขอโทษหญิงสาว 

 

“ไม่เป็นไรค่ะ วากลับก่อนนะคะ”วาสินียิ้มให้เผ่าเพชร ก่อนจะมองสายใจ แล้วหันไปมองลลนาอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามแสงออกไป

 

“ทำงานต่อไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ไปพัก”เผ่าเพชรถามสายใจ 

 

“เจ็บมากค่ะคุณเผ่า ขาก็เจ็บ คงกระแทกโต๊ะตอนล้มน่ะค่ะ”สายใจได้ทีอ้อนเผ่าเพชร และยังคงพูดจาใส่ร้ายลลนา 

 

“พาลูกพี่เธอไปพัก แล้วไปเบิกค่ารักษาที่ห้องพยาบาล”เผ่าเพชรพูดกับอัญชันและทับทิม สองสาวยิ้มกริ่มจนแทบจะเก็บไว้ไม่มิด เมื่อได้ยินคำสั่งเผ่าเพชร

 

“ขอบคุณค่ะคุณเผ่า”สายใจยกมือไหว ด้วยหัวใจที่พองคับอก เท่ากับว่าวันนี้เธอได้หยุดงานครึ่งวัน แถมยังได้ค่าเครื่องสำอางจากห้องพยาบาลอีกด้วย ไม่รอช้า มือที่อยู่ด้านหลังสะกิดให้อัญชันและทับทิม รีบประคองเธอออกไป ก่อนจะลอบเบะปากให้ลลนาอีกครั้ง

 

“แตงกลับไปทำงาน ส่วนคุณตามมา!”หันไปสั่งแตง ก่อนจะเดินนำหน้าลลนาออกไปยังทางเดินที่ตรงไปทางออฟฟิศ

 

แตงยังคงกำมือลลนาแน่น จนลลนาต้องเป็นฝ่ายแกะมือแตงออก

 

“ปอ...”

 

“ไม่เป็นไรพี่แตง อย่างมากก็แค่ตาย”ลลนาพูดกึ่งล้อเล่น ทำใหแตงหน้าซีดเผือด

 

“ให้ฉันไปกับเธอนะ ฉันจะเป็นพยานให้”แตงอาสา เพราะนึกสงสารลลนาที่โดนใส่ร้าย

 

“ไม่เป็นไรหรอก พี่กลับไปทำงานเถอะ พี่ยังต้องทำงานที่นี่อีกนาน อย่าให้ฉันทำให้พี่ต้องลำบากเลยนะ”ลลนาบอกก่อนจะก้าวเดิน เมื่อเผ่าเพชรเดินนำหน้าไปไกลแล้ว

 

“แล้วเธอล่ะ”แตงยังร้องถาม เพราะอดสงสารลลนาไม่ได้

 

“ไม่ต้องห่วง”ลลนาหันมาบอกกับแตง ก่อนจะเดินตามเผ่าเพชรไป อย่างมากเธอก็แค่ไปจากที่นี่ ดูเอาเถอะ เขาไม่ถามสักคำว่าเธอทำผิดจริงหรือไม่ มาถึงก็พูดเองตัดสินใจเอง ดูจากการกระทำ ลลนาก็รู้ว่าเขาชื่อคำพูดของสายใจ ต่อให้เธอพูดอะไร มันก็คงกลายเป็นคำแก้ตัว ที่นี่มีแต่คนจิตใจคับแคบ

 

.............................................

 

จิตใจคับแคบไม่พอ ยังใจดำอำมหิตอีกด้วย ด่าไอ้เฮีย! น้องทำอะไรก็ผิด ผิดตั้งแต่เกิดมาแล้ว ลลนาเอ้ย T T

เหมาสองแถวเข้าไร่ไปตบสายใจแป๊บ:(

 

 

 

 

ความคิดเห็น