tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...คิดถึงนะครับ

ชื่อตอน : หมอครับ...คิดถึงนะครับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2563 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...คิดถึงนะครับ
แบบอักษร

หมอครับ...คิดถึงนะครับ

 

ผมอยู่ทำงานต่อจนเกือบสามทุ่ม ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ สิ่งที่เจอที่บ้านหมอเสริมไม่ได้บอกว่าคนพวกนั้นเกี่ยวข้องกับคดี แม้ว่ามีอะไรหลายอย่างที่น่าสงสัย แต่นั้นก็เป็นเรื่องของตำรวจ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผม

หน้าที่ผม ผมก็ทำในส่วนของผมไป ช่วงนี้ขอแค่อย่าเพิ่งมีคดีอะไรมาแทรกก็แทบจะกราบงามๆอยู่แล้ว

 

“ฮัลโลพี่จิม ผลดีเอ็นเอที่ขออ่ะ ชาติไหนจะได้พี่ ผมอยากระบุตัวเหยื่อให้แน่ชัด จะได้ส่งรายงานให้ตำรวจ” ผมโทรหาแลปที่ตรวจสอบเรื่องดีเอ็นเอให้ผม จริงอยู่ว่าการสืบจากลายนิ้วมือก็บอกเราไปแล้วว่าผู้ตายเป็นใคร แต่การเทียบดีเอ็นเอจากญาติย่อมทำให้รูปคดีมันชัดเจนขึ้น

 

“ไอ้หมอ กูวางไว้ที่โต๊ะมึงตั้งแต่เมื่อเช้า มึงไม่แหกตาดูเหรอ” พี่จิมโวยกลับมาตามสาย

 

“มีที่ไหนล่ะพี่ ไม่มี”

 

“ไอ้หมอ มึงแหกตาดูดีๆ แว่นตาอันเบอเล่อ ใช้ให้เป็นประโยชน์”

 

“พี่จิม ถ้ามันมีผมจะโทรหาพี่ทำหอกอะไรล่ะ โต๊ะผมพื้นที่ห้าร้อยตารางวามั้ง มันก็มีอยู่แค่นี้”

 

“จะไม่มีได้ไงวะ ก็วันนี้ตอนที่กูไปหาจารย์หมอเขมกูยังหิ้วไปด้วย แล้วแวะเอาวางไว้ที่โต๊ะให้แล้วไง”

 

“โต๊ะไหน”

 

“ก็โต๊ะที่อยู่ดับจิตใง”

 

“ไอ้พี่จิม พี่มึงเอาไปไว้ไงในห้องดับจิต ผมอยู่ชันสูตร มันคนละห้องกัน”

 

“แค่ประตูกั้นเอง”

 

“แล้วผมจะรู้มั้ยพี่ ว่าพี่เอาไปวางไว้นั้น”

 

“ก็กูไม่เห็นใครที่หน้าห้องอ่ะ”

 

“เครพี่ ขอบคุณ” ผมอยากจะถอนหายใจ แค่ประตูเดียวก็เป็นปัญหา โว๊ะ!!

สุดท้ายเลยลุกไปเอาแฟ้มที่เถียงกันหน้าดำหน้าที่ห้องข้างๆ แล้วกลับมานั่งอ่านอยู่ที่เดิม

 

สรุป กว่าจะระบุตัวผู้เสียชีวิตได้ก็เล่นปาไปเกือบตีหนึ่ง กูนี่ทำงานคุ้มเงินเดือนจริงๆ

 

“ว่าแล้ว ว่าหมอต้องยังอยู่ที่นี่” เสียงไอ้หมวดดังขึ้นที่หน้าประตู

 

“สาบานว่าเดา ไม่ใช่เพราะเปิดแอพค้นหา” เพราะมันลงโปรแกรมตามตัวเอาไว้ในเครื่องผม ดังนั้นทุกครั้งที่ผมหายไป ไอ้หมวดมันมักจะตามเจอตลอด

 

“แล้วทำไรอยู่”

 

“ระบุตัวเหยื่อเพิ่งเสร็จ”

 

“ทั้งเก้ารายเลยหรอ”

 

“แค่แปด รายที่เก้าเรายังไม่ได้ให้ญาติมายืนยัน”

 

“อืม แล้วนี่ หมอกินไรยัง”

 

“ยัง แล้วนายล่ะ”

 

“ผมซื้อนี้มา กะจะมากินด้วยกัน”

 

“อืม ไปรอที่ห้องพักไป เดี๋ยวตามไป” ไอ้หมวดมันพยักหน้ารับทีสองที ก่อนจะหอบเอาของกินไปยังส่วนของห้องพักที่มีโต๊ะกินข้าวอยู่ในนั้น

 

ผมปิดคอม ปิดแฟ้ม แล้วเดินตามไปสมทบ ผมกับไอ้หมวดมักจะมีเวลาแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ในช่วงที่งานยุ่งๆ หรือ มีคดีทำร่วมกัน จนหลายคนเคยบอกว่าเราเป็นแฟนกัน แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เห็นแบบนี้ ไอ้หมวดมันคือศัตรูเบอร์หนึ่งของผมนะครับ ทำไมน่ะหรอ เหอะ อย่าให้ต้องพูด มีมันเหมือนมีมาร เพราะอะไร คุณคิดดูนะ คดีไหนก็ตามที่ไอ้หมวดมันแบกมาให้ผมทำ คดีนั้นคือลืมเวลานอนไปได้เลย พื้นที่ในบ้านผมก็มักจะโดนมันแย่ง ไม่เว้นแม้แต่ชั้นวางของในห้องน้ำ บ้านผมแทบจะมีของๆมันอยู่ครึ่งนึงแล้วตอนนี้

ยังไม่รวมพื้นที่ในห้องชันสูตรนะ ที่ถ้าเป็นคดีที่มันรับผิดชอบด้วยล่ะก็ บอกเลยมันมาสิงอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่บ้านตัวเองอีก

 

“อือ อันนี้อร่อย” ผมออกปากชมกับข้าวที่หมอนี้หิ้วมาด้วย

 

“ร้านที่เปิดแถวแฟรตตำรวจน่ะ จ่าธงเคยซื้อมากินทีนึง ผมว่ามันโอเคดีเลยซื้อมาเผื่อคุณชอบ”

 

“อร่อยดี แล้วนี่เขาเปิดดึกขนาดนั้นเชียว”

 

“เปล่า ผมฝากจ่าซื้อมาตั้งแต่สองทุ่ม กะจะมาชวนหมอกินด้วยกัน แต่กลายเป็นว่าลากยาวซะอย่างนั้น”

 

“เอ่อ แล้วสรุปว่าไง เรื่องสำนักหมอเสริม”

 

“พฐ.เข้าตรวจสอบแล้ว ตอนนี้เรายังไม่รู้อะไร นอกจากเรื่องที่พวกมันวางยามิ่ง”

 

“ห้องนั้นมีรอยเลือดจริงใช่มั้ย”

 

“จริง”

 

“พรุ่งนี้เช้า พาผมไปที่บ้านหมอเสริมหน่อยสิ”

 

“ทำไม”

 

“คุณจำศาลที่อยู่หลังบ้านหมอเสริมได้มั้ย”

 

“ได้”

 

“ผมรู้สึกว่าที่ศาลนั้นมีอะไรแปลกๆ”

 

“คุณจะสืบคดีโดยใช้ลางสังหรณ์ไม่ได้นะหมอ”

 

“เอ้า ก็เนี่ยจะไปดูให้แน่ใจ”

 

“เหรอ”

 

“ไม่ไปด้วยก็ได้ เดี๋ยวไปเอง”

 

“เดี๋ยวผมพาไป”

 

“ก็แค่นั้น”

 

“ชอบทำให้เป็นห่วง” เตธวัชมันว่าทั้งยังทำหน้างอใส่ผมด้วย

 

“พอเลย ผมไม่ใช่เด็กจะมาห่วงอะไรนักหนา”

 

“ห่วงแฟนไม่ได้หรือไง” มันว่า

 

“ใครแฟนคุณ”

 

“โด่หมอ ขนานนี้แล้ว อยู่กินกันมาก็นาน ยังไม่รู้ตัวเองเหรอ ว่าตัวเองแฟนใคร”

 

“พอ!” ผมปามมันตาขวาง แต่ถามว่ามันสะเทือน ก็เปล่า

 

“เมื่อไหร่จะรับรักผมสักที” มันยังโอดครวญไม่เลิก

 

“พอ เลิกเล่น”

 

“ไม่เคยเล่นเลยเถอะ” ไอ้หมวดมันว่าช้อนนั่งหน้างอกอดอกประท้วง

 

“เบาได้เบาหมวด”

 

“หึ” มันสะบัดหน้าหนี

 

“ผมถามจริงๆนะหมวด คุณชอบผมจริงๆหรือไง” ไอ้นี่ก็เล่นจนชาวบ้านคิดจริงไปหมดแล้ว

 

“ผมไม่ได้ชอบหมอ” เห็นม่ะ

 

“แต่ผมรักหมอ!! เมื่อไหร่จะเข้าใจเสียที” หางเสียงมันขึ้นจมูก ส่วนคนฟังแบบผมน่ะเหรอ อึ้งไปแล้วครับคุณ ถึงหมวดมันจะเต๊าะผมบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่มันพูดออกมาแบบนี้เลยสักครั้ง

 

“ผมบอกไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว!!” ไอ้หมวดมันยังคงทำเสียงเหมือนเด็กเอาแต่ใจ เดี๋ยวก่อน...

 

“คุณบอกผมตอนไหน”

 

“ตอนหมอหลับ” เจริญล่ะ

 

“...”

 

“ก็...ก็หมออ่ะ ชอบเย็นชา ผมกลัวหมอด่าอ่ะ อีกอย่างนะ เรานอนกอดกันออกจะบ่อย เพื่อนกันเขาไม่กอดกันหรอกนะ” เอ้อ กูผิด

 

“ผมพูดตลอดแหละ” แต่กูไม่ได้ยินไงครับ

 

“แล้วหมออ่ะ”

 

“ผมทำไม”

 

“ไม่รู้สึก อะไรกับผมมั้งเหรอ” ผมเงียบไปหลังฟังคำถามจบ กำลังคิดว่ากูเองรู้สึกยังไงกับคนตรงหน้า ก็ดันมีแขกยามวิกาลซะอย่างนั้น

 

“หมอชิน” มิ่งกัลยาที่มายืนอยู่นานแค่ไหนแล้วไม่รู้เรียกขึ้น ทำให้ผมทั้งสองหันไปมองคนมาใหม่

 

“ลุกมาทำอะไรเนี่ย ไม่มีใครนอนเฝ้าหรือไง ทำไมออกมาได้” ผมกับไอ้หมวดหน้าตาตื่นเมื่อเห็นคนเจ็บลากเสาน้ำเกลือมาหาถึงที่ แต่...ทำไมมิ่งมันรู้ว่าพวกผมอยู่ในนี้

 

“มากับ...ฮึ” มิ่งกัลยาบอกพลางทำท่าพยักพเยิดไปด้านหลังที่มีชายร่างสูงตามเจ้าตัวมาด้วย ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่คงมีหน้าที่ดูแลยัยตัวแสบ

 

“แล้วนี่ ลุกลงมาจากเตียงทำไม โทรมาก็ได้มั้ง” หมวดเตถามคนเจ็บ

 

“หมวดละเมอเหรอ กระเป๋าฉัน ฉันยังไม่ได้คืนเลย โทรศัพท์อยู่ในนั้น จะโทรหาได้ไง ไม่ได้จำเบอร์ได้ แล้วของยืมคนอื่นโทร หรือ จะให้ใช้โทรจิตหราหมวด” คนฝ่ายรัวมาจนไอ้หมวดต้องหุบปากที่เตรียมจะบ่น

 

“ครับ”

 

“แล้วเรามิ่งอะไรเปล่าทำไมโดดลงจากเตียงมาที่นี่” ผมสบตาไอ้หมวดอย่างขำๆก่อนจะหันไปถามไอ้ตัวยุ่ง

 

“เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้น่ะ”

 

“อะไร”

 

“ตอนที่เดินสำรวจห้องด้านหน้าอ่ะ รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงคนคุยกันเปล่า เรื่องเจ้าพ่ออะไรสักอย่าง ว่าได้เครื่องเซ่นมาใหม่แล้ว แล้วก็เหมือนจะคุยเรื่องหัวๆอะไรไม่แน่ใจ ตรงชายน้ำ บ้านหลังนั้นมีบึงด้วยหรอ”

 

“ด้านหลังติดคลอง”

 

“ส่งคนไปสำรวจหน่อยก็ดี มิ่งว่าไอ้คนบ้านนั้น แหม่งไม่ปกติ”

 

“อืมได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปดูเอง”

 

“พักบ้างเถอะหมวด ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าแล้ว” ไอ้มิ่งมันบอกหมวดเตเห็นก็ถอยออกจากประตูเหมือนจะเดินออกไป

 

“อ้อ อีกอย่าง” แต่ก่อนจะไปเหมือนเจ้าตัวจะนึกอะไรขึ้นมาได้

 

“หมวด”

 

“ว่า”

 

“ก่อนจะถามใครว่าเขารู้สึกอะไรกับตัวเองหรือเปล่า ถามตัวเองก่อนนะ ว่าเคยบอกเจ้าตัวเขายังว่าจีบ” พูดจบก็หันกลับเดินออกไปโดยมีชายร่างใหญ่นั้นคอยประคอง

 

มันได้ยินหมดเลยนี่หว่า!! ผมรู้สึกหน้าร้อนแปลก โดยเฉพาะตอนที่มองสบตาคนพูดที่ว่งยิ้มแปลกๆมาก่อนจากไป ไอ้มิ่งนี่มัน ไอ้มิ่งจริงๆสิน่า ก๊อปอัยย์ศลามาแบบสำเนาถูกต้อง!!!

 

“มิ่งพูดถูกแหะ” เสียงไอ้หมวดพึมพำเบาๆ

 

“อะไร”

 

“ก็...” มันมองหน้าผมยิ้มๆ

 

“ผมไม่เคยบอกหมอตรงว่าจีบน่ะสิ” ก็จริง แล้วไง

 

“ถ้างั้น...ผมจีบนะหมอ”

 

“!!!” ไอ้นี่ คิดว่าผมจะเขินมั้ย

 

“เอ้า หน้าแดงเฉย”

 

“ไอ้บ้า” ผมพูดเท่านั้นก็เดินหนีมันออกมา รู้สึกใจมันเต้นแรงผิดปกติ สงสัยพรุ่งนี้ต้องให้หมอดลมันตรวจสักหน่อยแล้ว ผมว่าผมเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

 

ตอนเช้าหลังจากเข้าไปรายงานตัวที่ สน.เรียบร้อย ไอ้หมวดเตมันก็ขออนุญาตผู้กองคามินพาผมไปที่บ้านของหมอเสริมที่ตอนนี่ถูกปิดห้ามคนนอกเข้า ซึ่งผมในฐานะที่อยู่ในทีมมาตั้งแต่ต้น ก็เลยได้รับอนุญาตให้ไปที่เกิดเหตุ แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า พวกหมอเสริมมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมตัดหัวเก้ารายนั้นก็ตามที

จุดประสงค์ผมแค่ต้องการดูอะไรบางเพื่อย้ำความแน่ใจของตัวเอง ว่าเป็นอย่างที่เห็นในคราแรกมั้ย

 

บ้านหมอเสริมวันนี้เงียบเหงา มีการปิดกั้นการเข้าออกชัดเจน และมีเจ้าหน้าเฝ้าอยู่ตลอด เพื่อปกกันคนนอกเข้าไปในพื้นที่ ผมสองคนเดินตรงไปยังศาลไม้เก่าๆหลังบ้านทันทีเพราะมันคือเป้าหมายของการมาในครั้งนี้ของผม กระทงใบตองในศาลยังอยู่ดีไม่ได้ไปไหน ผมเอื้อมมือไปหยิบหนึ่งในกระทงเหล่านั้นออกมา

 

“นั้นอะไรอ่ะหมอ” หมวดเตขยับเข้ามาดูใกล้ๆด้วยกัน แต่เหมือนจะใกล้ไปหน่อย เพราะอกมันแนบอยู่กับหลังผม มือมันโอบที่เอวอีกที

 

“มือ”

 

“มืออะไร” มันถามทั้งยังมองไปในกระทง

 

“มือที่เอวผมเนี่ย เอาออกไป”

 

“นิดเดียวเอง” มันว่าเสียงอ๋อย แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากผม แล้วให้ความสนใจในสิ่งที่อยู่ในมือผมแทน

 

“เส้นผม??” เตธวัชขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกระทงใบตองเหี่ยวๆนั้น

 

ผมล้วงเอาปากกาที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาเขี่ยๆสิ่งที่อยู่ในกระทงดู นอกจากเส้นผม ยังมี ฟัน เศษเล็บ สมองผมพลันคิดถึงสภาพศพที่ แปดและเก้า ขึ้นมาทันที เพราะอะไรน่ะหรอ สองศพหลังเราเจอหลังการเสียชีวิตไม่นานเท่าไหร่ สภาพศพถือได้ว่าสมบูรณ์มาก แต่อย่างหนึ่งของศพคือ ศพถูกตัดเล็บมือเล็บเท้าอย่างละข้าง และรอยตัดมันไม่ได้เรียบร้อยอะไร เดิมทีผมไม่ได้สนใจเรื่องเล็บเลยสักนิด จนตอนนี้ จริงสิ ในศพที่แปดผมเจอเนื้อเยื่อที่ไม่ดีเอ็นเอไม่ตรงกับเหยื่อ ศพนั้นอัตลักษณ์ชัดเจนว่าผู้ตายมีการต่อสู้

 

“หมวด”

 

“ครับ”

 

“งานบอกพฐ.เก็บกระทงพวกนี้กลับที แล้วเดี๋ยวผมขอเอาไปตรวจหน่อยว่าของในกระทง มีดีเอ็นเอตรงกับเหยื่อเรามั้ย”

 

“ห่ะ ทำไมอ่ะ” หมวดเตมันทำหน้างงที่อยู่ๆผมบอกอย่างนั้น ขอถามอีกที มึงเป็นตำรวจสืบสวนจริงๆใช่มั้ย

 

“ทำตามที่บอกเถอะน่ะ”

 

“จ้าๆ” มันรับคำก่อนจะยกมือถือมากดหาใครสักคนที่เดาว่าคงเก็บหลักฐานอยู่บนบ้าน ให้มาทำตามที่ผมสั่ง

ผมทิ้งให้ไอ้หมวดมันสั่งการอะไรของมันไป ส่วนตัวเองก็เดินไปตามทางที่เมื่อวานวิ่งมาเพื่อกลับไปดูที่ริมคลองอีกที เมื่อคืนมิ่งกัลยาบอกว่า ได้ยินคนในบ้านพูดถึงอะไรสักอย่างริมชายน้ำ ผมเลยตั้งใจจะเดินไปดูอีกสักที แต่เพราะด้วยรูปคดีคือเกิดชัดเจนที่ตัวบ้าน ตรงป่าด้านหลังเลยไม่มีใครมาสำรวจมากนัก

 

“ไปไหนอ่ะ” ไอ้หมวดที่ก้าวยาวๆตามมาถามขึ้นอยู่ข้างตัว

 

“จำที่มิ่งมาบอกได้มั้ย”

 

“ที่บอกให้จีบหมออ่ะนะ...จำได้” เฮ้อ ประสาทจะแดก

 

“ไอ้หมวด”

 

“แฮ่ๆๆ ล้อเล่น ที่พูดถึงเรื่องริมน้ำ”

 

“ใช่”

 

“ผมก็สงสัย จริงๆผมสงสัยตั้งแต่ที่ไอ้หมอเสริมมันบอกว่าไม่รู้จักนายกรเดชแล้ว ตอนนั้นเดาว่ามิ่งก็คงสงสัยเหมือนกัน เลยตามน้ำจะทำพิธี ถ้าไอ้เจมันไม่เอ๋อโดนจับได้ซะก่อน เราอาจจะรู้อะไรมากกว่าที่เห็นว่าพวกมันวางยามิ่งกัลยา”

 

“แล้วพวกคุณทำไมถึงได้แอบขึ้นไปบนบ้านของหมอเสริมได้”

 

“หลังจากที่มิ่งส่งรูปขวดยาให้ ผมก็เป็นห่วงน้อง คนทั่วไปไม่สามารถมีของแบบนั้นในบ้านได้แน่ๆ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เลยตัดสินใจแอบขึ้นไปบนบ้านกัน”

 

“แต่หมวดเจดันโดนจับได้ซะก่อนสินะ”

 

“อืม”

 

เราเดินคุยกันมาตามทางที่ผมวิ่งเมื่อวานจนไปถึงท่าน้ำที่ผมเห็น เรือแจวลำนั้นยังคงจอดอยู่ที่เดิม ไม่มีใครแตะต้อง เดาว่าพวกตำรวจยังมาไม่ถึงแถวนี้ด้วยซ้ำ

 

“ใต้ต้นไม้นั่นมันอะไร” หมวดเตมันพึมพำ แล้วเดินไปในทิศที่มันมองในขณะที่ผมเอง ก็เดินลงไปที่ท่าน้ำ ราวกับว่ามันมีอะไรน่าสนใจ

 

ในเรือแจวเก่าๆไม่มีอะไรนอกจากไม้พาย แต่ผมสังเกตว่าที่ท้องเรือมีรอยคราบอะไรสักอย่างที่น้ำตาลแดงเปื้อนอยู่ แต่เพราะไม่ได้ถืออุปกรณ์อะไรมาด้วยจึงไม่สามารถมาดูได้ว่ามันคือคราบของอะไร

ดูเหมือนตรงนี้จะไม่มีอะไรแล้วนอกจากที่เห็น ผมจึงเดินกลับไปหาไอ้เต ที่กำลังเดินสำรวจแถวข้างตลิ่ง

 

“เจออะไรมั้ยคุณ”

 

“ยังไม่เจออะไรผิดปกติ”

 

“ตรงนั้นเหมือนมีการเซ่นอะไรเลย”

 

“คิดว่านะ แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่แปลกป่ะที่นี่เป็นสำนักคนทรงอ่ะเนอะ”

 

“จริง” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับมัน แล้วก็เดินดูรายละเอียดรอบๆด้วยอีกคน เพื่อให้แน่ใจ หันไปอีกทีก็เห็นไอ้เตมันกำลังเขี่ยๆพื้นอย่างสนใจอยู่เลยเดินไปที่มัน

 

“มีอะไรหรอ”

 

“หมอดูดิ พื้นแถวนี้เหมือนมีการขุดดินแล้วกลบ ตรงนี้ยังใหม่อยู่ผมเลยจะดูว่าอะไร” ผมมองตามมือที่เตธวัชมันชี้ ก็เห็นอย่างที่มันว่าหลายจุด

เพราะเป็นดินที่เพิ่งถูกขุดและกลบเอาไว้ได้ไม่นานเลยทำให้เตมันขุดได้ง่ายๆด้วยมือเปล่า ผมยืนมองมันนั่งขุดอยู่เงียบ

 

“เฮ้ย!!” ทั้งผมทั้งมันร้องออกมาพร้อมกัน เมื่อหมวดเตมันขุดลงไปเจอกลุ่มขนลักษณะเหมือนเส้นผม พอปัดทิ้งออกกว้างขึ้นก็เจอใบหูที่ชัดเจนว่าที่เห็นเป็นหูมนุษย์

เตมันลุกขึ้นยืนแล้วหันมามองหน้าผมอย่างตกใจ ปัดดินจากมือ

 

“หมอล้วงเอามือถือผมโทรบอกพวกข้างบนทีว่าให้ลงมานี่” มันสั่งผม เพราะดูเหมือนมือมันจะเปื้อนมากอยู่ ผมเลยเดินไปหยิบเอามือถือของมันโทรหาเจ้าหน้าที่ที่ยังตรงบริเวณบ้าน เพื่อบอกว่าพวกเราเจออะไรในป่าหลังบ้าน

ความคิดเห็น