โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 2-5 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-5 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้ สตอล์กเกอร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 198

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2563 13:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-5 ท่ามกลางสายลมกับสายลม
แบบอักษร

 

‘พี่นี่ น่ารักนะครับ’ หลังเหตุการณ์นั้น ฮีแจก็ตัดขาดร้านคาเฟ่ชั้นหนึ่งใต้ตึกบริษัท เหตุการณ์ ‘ถูกทิ้งที่ภัตตาคาร’ ยังคงสร้างความเจ็บปวดในใจเช่นกัน แต่ไม่สามารถตัดขาดกับบริษัทได้ จึงได้แค่อดทนเอาไว้ 

เป็นวันที่สี่แล้วที่ตัดขาดกับวนิลาลาเต้ที่เคยดื่มอยู่ทุกวัน ตอนนี้กำลังลงแดงเหลือเกิน ในหัวของฮีแจที่เข้าใจคำพูดของคาอึลที่ว่าหากไม่สูบบุหรี่หัวก็จะไม่แล่น ตอนนี้เธอกำลังกลายเป็นก้อนเถ้าภูเขาไฟ ดูภายนอกก็ดูแข็งแกร่ง แต่หากสัมผัสแรงสักหน่อยก็บุบสลายเป็นแค่เถ้าภูเขาไฟแห้งๆ ฮีแจที่เหมือนกลายเป็นไวรัสไข้หวัดฤดูหนาวที่ร้ายแรง วันนี้ก็ยังคงเลี่ยงผ่านร้านคาเฟ่ชั้นหนึ่งไปยังล็อบบี้ หลังจากหลบเลี่ยงคาเฟ่มาได้ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างพริ้วไหว ในตอนที่จะแตะบัตรพนักงานไปยังประตูทางเข้า น้ำเสียงสดใสก็รั้งคอของฮีแจเอาไว้เสียก่อน 

“คุณผู้ช่วยอี! ทำไมขึ้นไปเฉยๆ ล่ะครับ ไม่ซื้อกาแฟไปด้วยเหรอครับ” 

คาอึลที่สดใสยืนอยู่โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับแจ็คเก็ตสีกรมท่า 

“เอ่อ ฉันเลิกกินกาแฟแล้ว ตอนนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างใส่ใจสุขภาพสักหน่อยน่ะ” 

“ถ้าใส่ใจสุขภาพ ก็เลิกทำงานเหมือนหุ่นยนต์สิครับ” 

“นายน่ะ ทำไมเจอฉันทีไรถึงเอาแต่บอกว่าหุ่นยนต์ หุ่นยนต์อยู่ได้” 

“คุณผู้ช่วยไม่รู้ตัวเหรอ ช่วงนี้มีข่าวลือไปทั่วว่าคุณผู้ช่วยน่ะเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกนำเข้ามาใหม่ในบริษัทเรา” 

“ก็แค่ขยันทำงานเถอะ” 

“โอ๊ย เอาใจไปเลย! วันนี้ผมจะเลี้ยงเอง เพราะงั้นก็ดื่มน้ำผลไม้สักแก้วนะครับ! แล้วเดี๋ยวค่อยไปดื่มด้วยกันนะ!” 

ให้ดื่มเหล้านี่อยากจะได้ยินเรื่องอะไรกันเหรอ นายเนี่ย คาอึล ความรู้สึกของนายแจ่มชัดพอๆ กับเสื้อเชิ้ตสีฟ้านั่น ไม่ได้เข้าใจสีหน้าของฮีแจที่ไม่ได้อยากไปคาเฟ่สักนิดเลย ถึงจะเหมือนกระดาษสีฟ้าที่ไล่ตามมา แต่ผู้ชายก็คือผู้ชายจึงไม่มีแรงที่จะเอาชนะได้ เปิดประตูทางเข้าคาเฟ่ที่เชื่อมกับล็อบบี้ แล้วเข้าไปอย่างมุ่งมั่น แต่ฮีแจเผลอหลับตา ทำไมความมั่นใจถึงได้เละเทะเหมือนมะเขือที่ถูกโยนทิ้ง 

“จีฮันนี่! อเมริกาโน่หนึ่งกับน้ำกล้วยหอมหนึ่ง!” 

คาอึลสั่งเครื่องดื่มเหมือนสั่งข้าวร้านประจำ แต่คนที่อยู่ในเคาน์เตอร์คาเฟ่ไม่ใช่จีฮอน แต่เป็นเด็กพาร์ทไทม์ผู้หญิงวัยใกล้เคียงกับจีฮอน คาอึลกำลังส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความประหลาดใจเล็กน้อยพลางเอ่ยว่า “อ้าว จีฮันนี่ไปไหนกันล่ะ” และส่งบัตรเครดิตไปโดยไม่ได้รู้สึกอะไร ฮีแจนั้นกลับทำตัวกระสับกระส่าย หาก ‘กระสับกระส่าย’ เกิดเป็นคนได้ก็คงเป็นสภาพของฮีแจในตอนนี้ ในตอนที่ฮีแจรู้ว่าจีฮอนไม่อยู่ในคาเฟ่ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองกำลังกดดันหรือเก้อเขินกันแน่ แต่ก็โชคดีแล้วเพราะอย่างไรเสียก็คงไม่สามารถเผชิญหน้าได้ ใช่แล้วคิดว่าโชคดีก็ต้องเป็นความโชคดีสิ 

“หาใครเหรอครับ” 

“หือ?” 

“ก็เอาแต่หันซ้ายหันขวาเหมือนคนดูต้นทางให้หัวขโมยเปี๊ยบเลย” 

“เปล่าสักหน่อย” 

“เปล่าเหรอครับ” 

“ฉันไม่ได้มองหาเด็กนั่นสักหน่อย!” 

ความรู้สึกที่คิดว่าจะจบลงด้วยความสงบเพราะจีฮอนไม่อยู่ กลับไหลวนไปยังที่ที่ไม่คาดคิด หือ? อะไรนะ พอปล่อยวางน่าจะรู้สึกโล่งใจ แต่สิ่งที่ฮีแจรู้สึกอย่างชัดเจนกลับเป็นความผิดหวัง 

“คุณผู้ช่วย? คุณผู้ช่วย! น้ำกล้วยได้แล้วครับ” 

พอมือจับแก้วน้ำกล้วยเย็นๆ ที่คาอึลส่งให้ ฮีแจก็สติกลับคืนมาทันที เดิมทีฮีแจมักจะส่งวิญญาณไปที่อันโดรเมดร้า แต่คาอึลที่ไม่รู้เหตุที่แท้จริงนั้นกลับอึดอัดมาก ฮีแจที่ต่อหน้าคาอึลและเยอึนมักทำตัวเรื่อยเปื่อย ไม่น่าเชื่อถือ แต่เมื่ออยู่ในที่สาธารณะกลับสุขุมและมีเสน่ห์ หากอะไรกันที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นแบบนี้ ชอบบอกว่าเคยมีประสบการณ์ความรักมาเยอะ เลยชอบเข้ามายุ่ง ทั้งชอบบ่นเหมือนคนแก่ให้กับเรื่องคาอึลและแฟนคนก่อน ถึงมันจะไม่ค่อยโอเคแต่ ‘หุ่นผู้ช่วย’ ที่จิตหลุดเอาแต่ทำงานอย่างตอนนี้กลับไม่โอเคยิ่งกว่า 

สายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของคาอึลมองเห็นจีฮอนที่เดินเข้ามาในคาเฟ่พอดี วันนี้ก็ยังใส่เชิ้ตขาวกับผ้ากันเปื้อนสีดำ 

“โอ๊ะ? จีฮันนี่! ไปไหนมาเหรอ ฉันอยากสั่งกาแฟกับนายนะ” 

“ไปทิ้งขยะมาครับ” 

เสียงคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านหลังของฮีแจที่ถือน้ำกล้วยอยู่ในมือ พอหันไปยังทางเข้าล็อบบี้บริษัทเพื่อวิ่งเข้าสู่สงครามการทำงานอีกครั้ง ก็พบจีฮอนที่บอกว่าไปทิ้งขยะมา 

“กินมื้อเช้าแล้วเหรอ” 

“กินแล้วครับ พี่น่ะวันนี้บวมขึ้นอีกแล้วนะ” 

“วันนี้นายก็อวดดีเหมือนเดิมเหมือนกัน” 

บทสนทนาทั่วไปของพี่น้องแถวบ้าน ฟังเหมือนการประเมินกัน แต่ก่อนที่คาอึลจะได้ตอบอะไรออกไปอีก ฮีแจก็ดีดตัวออกไปยังล็อบบี้ 

“อ้าว คุณผู้ช่วย! ไปด้วยกันสิ เฮ้อ จริงๆ เลย ทำไมช่วงนี้ถึงได้เป็นแบบนั้นนะ” 

คาอึลกับจีฮอนเหม่อจ้องประตูทางเข้าคาเฟ่ที่โยกไปมาอย่างแรง 

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ” 

“มีสิ ดูยังไงก็มีชัดๆ แต่ก็เอาแต่บอกว่าไม่อยู่นั่นแหละ บอกว่าไม่มีแต่พอหันไปดูก็อ้าปากค้าง จิตใจหลุดลอย หรือไม่ก็ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนคนโดนหักอก” 

ไม่ว่าสองคนนั้นจะว่าอย่างไร แต่ฮีแจกลับเอาแต่รีบดูดน้ำกล้วยจนแก้มตอบ แล้วขึ้นลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว พอประตูลิฟต์ปิดลงฮีแจก็ไม่อาจสกัดกั้นความรู้สึกผิดที่พุ่งขึ้นมา ไม่สิ ไม่ใช่การสกัดกั้นความรู้สึกผิดเอาไว้ข้างใน แต่ความรู้สึกผิดได้กลืนกินฮีแจน่าจะถูกต้องกว่า จีฮอนจะตอบรับสถานการณ์ที่น่าสงสัยนี้อย่างไร ทั้งคาอึลจะคิดอย่างไร พอคิดถึงเยอึนกับดวงตาคู่นั้นที่เปล่งประกายสดใส แถมยังคอยมาเกาะติดที่โต๊ะของฮีแจทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ก็ทำให้โมโหขึ้นมา ไปโรงเรียน ไปทำงาน อย่างไรเสียโรงเรียนที่มีเวลาพักแน่นอนก็ดีกว่า พอเสียงระฆังดัง ก็จะได้เข้าไปหลบในห้องน้ำได้ 

ฮีแจวัยสามสิบสองที่อยากกลับไปโรงเรียนอีกครั้งก้าวออกมาจากลิฟต์ น้ำเสียงที่เจือความกลัดกลุ้มจากด้านหลังคว้าต้นคอของฮีแจที่ดื่มน้ำกล้วยจนเหลือก้นแก้ว 

“เอ่อ ผู้ช่วยอีครับ” 

นี่มันเหมือนเดจาวูที่เคยเจอมาแล้วเหรอ ฮีแจหันกลับมาด้วยความรู้สึกคุ้ยเคยแปลกๆ ก็เจอแทมยองในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางทับด้วยเสื้อกั๊ก มันคือเดอะเบสต์ คนคนนี้จะดูดีเพื่ออะไรตั้งแต่เช้ากัน 

“เอ่อ...คือ” 

แทมยองที่เป็นไอค่อนของความเถรตรง พูดอ้อมแอ้มอย่างไม่สมตัวอีกแล้ว หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ภายในใจฮีแจคงโห่ร้อง ทั้งจะตีฆ้องป่าวประกาศทั่วเกาหลี แต่คล้ายจะรู้เหตุผลที่อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง หากเป็นไปได้ก็อยากจะสลายกลายเป็นฝุ่นไปซะ 

“วันนั้นต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ถึงจะเป็นเรื่องด่วนยังไง ก็อยากจะขอโทษอีกครั้งน่ะครับ” 

“อ้า ค่ะ” 

การตอบรับของฮีแจที่ไม่ชัดเจน ทำให้แทมยองกระแทกปลายรองเท้าหนังกับพื้นอย่างไม่รู้จะพูดอะไร 

“คือว่าผู้ช่วยอีครับ ผมอยากชวนไปทานอาหารอีกครั้ง พอจะว่างไหมครับ” 

“ฉัน ฉันเหรอคะ อีกแล้ว? ทำไมล่ะค่ะ” 

“เอ่อ ก็ตอนนั้นผมยังไม่ได้บอกเรื่องที่อยากบอกเลยครับ แล้วก็อยากขอโทษอีกครั้งด้วย พร้อมกันไปเลย?” 

คำว่า ‘พร้อมกันไปเลย?’ แทมยองลงท้ายคำถามอย่างไม่แน่ใจ หากคนที่เข้าร่วมสงครามความรักครั้งที่สามเห็นเข้า แค่เต้นซุมบ้าคงยังไม่พอเลย แต่ฮีแจกลับทำสีหน้าราวกับเห็นข้อสอบที่ครูออกนอกเหนือจากขอบเขตในตำราโดยไม่ยอมบอก คำพูดและการกระทำของคนคนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน บอกมีเรื่องจะพูด แล้วชวนไปทานอาหารที่ภัตตาคารหรู เสนอไอซ์ไวน์ราคาแพง แล้วยังไม่ทันได้บอกอะไร ก็ทิ้งฉันเอาไว้ในที่ที่เสิร์ฟเค้กเป็นของหวานและกาแฟหลังอาหารตามลำดับ แล้วมาตอนนี้จะขอโอกาสอีกครั้งอย่างนั้นเหรอ อะไรเนี่ย เอาจริงเหรอ? 

“ถ้างั้นยังไงก็บอกเวลาที่สะดวกมา แล้วผมจัดการเรื่องสถานที่เองนะครับ ขอให้เป็นวันที่ดีครับ” 

จ้องมองแผ่นหลังที่เดินไปทางออฟฟิศและทิ้งกลิ่นส้มซิตรัสเอาไว้ ฉันบอกว่าตกลงแล้วงั้นเหรอ ปากกับสมองดูจะไม่ได้เป็นไปตามความตั้งใจของฉัน ในตอนที่รู้สึกแปลกๆ โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดคราดขึ้นมา แล้วข้อความก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ 

[จะเลิกดื่มวนิลาลาเต้แล้วเหรอครับ โหดร้าย วนิลาลาเต้ทำอะไรผิดกันครับ] 

ความคิดเห็น