มณีภัทรสร/ สไบนาง นามปากกา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เริ่มงานวันแรก

ชื่อตอน : เริ่มงานวันแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2563 12:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มงานวันแรก
แบบอักษร

 

“ปอ ปอ ตื่นหรือยัง”เสียงที่ดังมาจากหน้าบ้าน ปลุกคนที่กำลังสนิทให้ตื่นขึ้น ร่างบางขยับตัวลุกจากที่นอน เมื่อคนที่อยู่ด้านนอกยังส่งเสียงเรียกเธอซ้ำๆ

 

“จ้า...ตื่นแล้ว”เมื่อฟังจนแน่ใจว่าเสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงของแตง ลลนาจึงขานรับ มือบางหยิบมือถือขึ้นมากดดู ก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่านี่มันเพิ่งจะตีห้า เธอเพิ่งได้นอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง คงเป็นคนบ้าอำนาจนั่นอีกสิ ที่สั่งคนงานมาปลุกเธอแต่เช้า

 

“มาเรียกตั้งแต่ไก่โห่เลย”บ่นกับตัวเอง เมื่อเดินไปเปิดหน้าต่าง 

 

“เพิ่งตื่นหรอปอ พี่คมให้เอาถุงนี่มาให้”

 

“ถุงอะไรจ้ะ...ออนึกออกแล้ว ขอบคุณมากๆนะพี่”ลลนาเอ่ยขอบคุณ เมื่อเห็นถุงในมือแตง ถุงใส่ของที่ซื้อมาจากสหกรณ์ จำได้ว่าวางทิ้งไว้ที่น้ำตก คนใจร้ายนั่นคงหยิบกลับมาให้ ดีเลยเพราะเธอกำลังต้องการอยู่พอดี

 

“รอแป๊บนะ เดี๋ยวลงไปเปิดประตูให้”ร่างบางรีบเดินลงไปเปิดประตู รู้สึกเกรงใจที่ปล่อยให้แตงยืนรอตั้งนาน

 

“ยังไม่อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกหรอ เดี๋ยวต้องเข้าไร่นี่”แตงถาม เมื่อเห็นลลนายังอยู่ในสภาพที่เพิ่งตื่นนอน ลลนาก้มมองตัวเอง แก้มสาวร้อนผ่าว แตงจะรู้ไหมว่าเธอใส่เสื้อของเผ่าเพชร หวังว่าแตงคงจำไม่ได้นะ ลลนาคิดในใจ

 

“ยังเช้าอยู่เลย ต้องไปไร่แต่เช้าเลยหรอ”

 

“ที่นี่เริ่มงานตอนหกโมงเช้า พักตอนเก้าโมง แล้วเลิกงานตอนบ่ายสองโมงครึ่ง แต่ส่วนมากจะทำโอต่อกัน แล้วเลิกห้าโมงเย็นโน้น”แตงสาธยายเวลาทำงานให้ฟังคร่าวๆ

 

“โอโฮ้! เริ่มงานหกโมงเช้าเนี่ยนะพี่”ลลนาตกใจ เริ่มงานหกโมงเช้านั่นมันนรกชัดๆ

 

“ใช่ ตอนเช้าต้องรีบเก็บผลผลิตเพราะ แดดยังไม่ร้อน พอสายก็เอาไปส่ง แล้วคนงานก็ไปทำส่วนอื่น เธอหุงข้าวหรือยัง ตอนเช้าต้องหากินเองนะ”แตงบอกถึงเรื่องงาน ก่อนจะถามเรื่องอาหารเช้าด้วยความห่วงใย

 

“ยังเลยจ้ะ แฮะๆ ที่นี่มีอาหารเช้าขายไหม”ลลนาหัวเราะ อย่างเธอเอาแค่ตื่นก่อนหกโมงให้ได้ก่อนเถอะ เรื่องหุงข้าวไว้คุยทีหลัง

 

“ไม่มีอะไรขายหรอก คนที่นี่เขาทำกินเอง คนกรุงเทพอย่างเธอคงทำอะไรไม่เป็น ฉันเอาขนมปังกับนมมาให้ เธอกินรองท้องไปก่อน เก้าโมงถึงจะได้กินข้าวกลางวัน แล้วตอนบ่ายสองโมงก็กินอีกมื้อ ก่อนทำโอ อะแล้วนี่เสื้อ เอาใส่ไปทำงาน เธอมีกางเกงขายาวก็ใส่ไป ส่วนหมวก ฉันลืมเอามา เดี๋ยวสายๆจะไปซื้อที่สหกรณ์ให้นะ”แตงบอกพร้อมกับส่งถุงให้อีกใบ ลลนามองถุงในมือแตงตาปริบๆ หัวใจอุ่นวาบ เมื่อมีคนมาห่วงใย ตอนอยู่กรุงเทพ นอกจากเพื่อนที่มีไม่กี่คนกับผู้จัดการส่วนตัว ก็ไม่มีใครห่วงใยเธออีก พ่อกับแม่เธอคัดเอาไปไว้ลำดับท้ายๆ ส่วนน้องเธอก็ยังไม่แน่ใจเช่นกัน

 

“ขอบคุณนะพี่ ถ้าไม่ได้พี่ฉันคงลำบาก”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เราเป็นเพื่อนกันนี่ อะไรช่วยได้ก็ช่วยกัน แค่นี้สบายมาก ไปอาบน้ำเถอะจะได้รีบไปไร่ ฉันก็จะเข้าบ้านใหญ่เหมือนกัน เดี๋ยวเผื่อคุณเผ่าเข้าเมือง”

 

“คุณเผ่าทำงานในเมืองหรอจ้ะ”ลลนาถามด้วยความอยากรู้ 

 

“เปล่าหรอก คุณเผ่าทำงานในไร่นี่แหละ วันนี้คงเข้าไปรับหมอมาตรวจคนงานน่ะ”

 

“แล้ว...”ลลนาทำท่าทางจะซักต่อ แต่ถูกแตงขัดขึ้น

 

“รีบๆไปเตรียมตัวได้แล้ว อย่าช้า เอาไว้วันหยุดค่อยคุยกัน”

 

“จ้ะๆ”

 

“เออ...ปอ ระวังตัวด้วยนะ อย่าไปใกล้ๆคนชื่อสายใจกับเพื่อนๆของนางนะ”แตงเอ่ยออกมา เมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ ลลนามาอยู่ใหม่เตือนไว้ก็ดี เพราะที่ผ่านมา คนงานที่มาใหม่ถ้าหน้าตาดีๆ ส่วนมากจะอยู่ที่นี่ไม่ทน

 

“ทำไมหรอพี่”

 

“คนนั้นเขาเจ้าถิ่น เธอหลบๆไว้ก็ดี แล้วอีกอย่าง อย่าไปคุยกับคนงานผู้ชายมากนะ ไอ้พวกนั้นมันเจ้าชู้ บางคนก็มีเมียแล้ว เดี๋ยวเมียมันหึง จะเป็นเรื่องเอา ระวังๆหน่อยแล้วกัน ฉันไปก่อนนะ อย่าลืมที่บอกล่ะ เดี๋ยวสายๆจะเอาหมวกไปให้”แตงบอกก่อนจะเดินออกไป ลลนาเองก็รีบไปจัดการตัวเอง เพราะต้องออกไปรายงานตัวกับหัวหน้าคนงาน ตามคำสั่งของเผ่าเพชรเช่นกัน

 

[ลานประชุมหน้าทางเข้าไร่]

 

“นั่นหรอวะทับทิม คนงานใหม่ที่มึงบอกว่ามาเมื่อวาน ขอกูดูหน้าเต็มๆหน่อยสิ”สายใจง้างไหล่ทับทิมให้หลบ เมื่อมองไปตามทางที่นายแสงหัวหน้าคนงาน พาคนงานใหม่เดินมา เมื่อวานสายใจลาหยุด เลยไม่ได้เห็นหน้าลลนา แต่ข่าวที่ลูกน้องกลับไปรายงานฟังแล้วไม่ลื่นหูเท่าไร

 

‘มีคนงานใหม่มาจากกรุงเทพ สวยมาก สวยเหมือนดาราหนังเลย น่าแปลกที่เป็นแค่คนงาน แต่คุณเผ่ากลับไปรับมาเอง แถมหายไปกลับคุณเผ่าทั้งคืน’

 

คำที่ได้ยินเหล่านี้ สร้างความหงุดหงิดให้สายใจไม่น้อย ลำพังแค่มีคนงานมาใหม่มาก็คงไม่เท่าไร เพราะที่นี่มีคนมาสมัครงานมาเกือบทุกวัน แต่นี่มันทั้งขาวทั้งสวย แถมยังมากับคุณเผ่าอีก ข้อนี้แหละที่สายใจหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ 

 

“แค่อีหมอวาคนเดียวกูก็จะบ้า ยังมีอีหน้าขาวนี่มาเพิ่มอีก กูจะทำไงดีวะ”สายใจบ่นกับลูกน้องในทีม เพราะเท่ากับว่า เธอมีคู่แข่งหัวใจเพิ่มมาอีกคน แถมคนนี้จัดว่าสวยที่สุดเท่าที่สายใจเคยเห็นผู้หญิงที่เคยเข้ามาในไร่นี้

 

“สวยกว่าหมอวาอีกนะพี่ คุณแพรที่ว่าสวยก็ต้องชิดซ้ายไปเลย พี่ดูหน้ามันสิเหมือนดาราเลย สิวสักเม็ดก็ไม่มี  หน้ามันใสมากพี่ว่าไหม”อัญชันหันมาถามความเห็นจากสายใจ เมื่อแสงพาคนงานใหม่มาแนะนำ สายใจได้แต่เบะปากเป็นคำตอบ สวยใสแล้วไง ก็คนงานเหมือนกันแหละว้า สายใจยักไหล่อย่างไม่สนใจ

 

“ฟังทางนี้! วันนี้มีคนงานมาเพิ่มอีกคน ชื่อปอนะ มาจากกรุงเทพ หลายคนคงเห็นแล้ว ปอจะมาทำงานในไร่กับเรา ยังไงฝากพวกเราดูแลน้องใหม่ด้วยนะ ที่นี่เราอยู่กันเป็นครอบครัว มีอะไรสงสัยก็ถามเพื่อนๆนะปอ”นายแสงร้องบอกคนงาน ก่อนจะหันมาบอกกับลลนา หญิงสาวยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็นมิตร

 

“ค่ะลุงแสง”ลลนารับคำ เธอมั่นใจว่าครึ่งหนึ่งของสายตาที่มองเธอ ต้องมีคนเป็นมิตรบ้างไม่มากก็น้อย

 

“พี่แสง หน้าสวยๆแบบนี้ มาทำตรงไหนล่ะพี่ ทำใกล้ๆพวกผมได้ไหม ผมจะได้มีแรงทำงาน”ศักดิ์ชายเอ่ยแซว เรียกเสียงอือฮาจากเพื่อนๆร่วมงาน ที่อยากได้คนสวยไปทำงานด้วย จนหลายๆคนขำตาม

 

“คุณเผ่าให้ไปขุดดินแปลงต้นอ่อนน่ะ”นายแสงร้องบอก ทำให้คนงานบางคนตกใจ ที่รู้ว่าคนสวยต้องไปขุดดิน

 

“อ้าว...สวยๆแบบนี้น่ามาตัดองุ่นกับพี่นะน้อง”ศักดิ์ชายยังแซวต่ออย่างสนุกปาก นึกแปลกใจว่าทำไมคนสวยถึงได้ไปทำงานยาก

 

“ได้! งั้นกูจะย้ายมึงไปถางหญ้าที่ตีนเขาแทนดีไหม!”เสียงแหบห้าวที่ดังขัดขึ้น ทำให้เสียงคนงานที่โห่ร้องเงียบกริบ เมื่อเสียงนั้นมาร่างสูงใหญ่ ที่อยู่ด้านหลัง

 

“แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว ไป”นายแสงร้องบอกคนงาน ก่อนที่เจ้าของไร่จะเดินมาถึง ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานประจำจุดอย่างเร็ว บางคนแบกเข่ง บางคนแบกจอบติดมือไปด้วย ส่วนคนอื่นๆก็เดินกันไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย ลลนายืนงง เพราะไม่รู้จะหยิบจับอะไร ไปทำตรงไหนดี และก่อนที่จะเอ่ยถามหางานจากลุงแสง ด้ามจอบก็ถูกยัดใส่มือ

 

“ยืนโง่อยู่ได้ ไปทำงานได้แล้ว”เป็นเผ่าเพชร ที่ยัดสิ่งนั้นใส่มือเธอ ลลนากำสิ่งนั้นไว้แน่น พยายามข่มความโกรธ ที่มันเริ่มแะทุขึ้นเพราะความปากเสียของชายหนุ่ม

 

“เดินไปทางโน้นนะปอ แล้วหมวกไปไหน”นายแสงชี้บอกทาง ก่อนจะถามด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นคนร่างบางมัดผมเป็นหางม้าลวกๆ บนหัวไม่มีผ้าโพกหน้าและหมวกใส่กันแดด เหมือนกับคนอื่นๆ

 

“ไม่มีจ้ะลุง ปอยังไม่ได้ซื้อมา”ลลนาตอบ เมื่อนายแสงถามอย่างอาทร

 

“งั้นเอาของลุงไปใส่ก่อนก็แล้วกัน”แสงพูดก่อนจะถอดหมวกที่ใส่ส่งให้หญิงสาว แต่ก็ต้องชะงักมือ เมื่อได้ยินเสียงแหบห้าวเอ่ยขัดขึ้น

 

“เก็บความอาทรของมึงไว้เถอะแสง ไร่กูไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ถ้ามึงอยากทำบุญ กูจะให้ไอ้คมพาไป ไปทำงานสิ ไป๊!”เผ่าเพชรว่าให้แสง ก่อนจะหันไปไล่ลลนาให้ไปทำงาน

 

“ขอบคุณนะลุง เดี๋ยวสายๆพี่แตงคงเอามาให้จ้ะ ปอฝากพี่แตงซื้อแล้ว ไปก่อนนะลุง”พูดจบลลนาก็รีบเดินไปตามทางที่แสงชี้บอก ไม่แม้แต่จะมองหน้าเจ้าของไร่ด้วยซ้ำ

 

“ใจร้ายจังครับคุณเผ่า”แสงเอ่ยแหย่คนที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ อยู่ตรงหน้า

 

“มึงแก่กว่ากูกี่ปีวะ”เผ่าเพชรกลับถามไปอีกทาง

 

“สองหรือสามนี่แหละครับ ทำไมหรอครับคุณเผ่า”แสงถามกลับด้วยความสงสัย

 

“เปล่า กูได้ยินยัยบ้านั่นเรียกมึงว่าลุง”

 

“ออ...แฟชั่นคนกรุงเทพครับ เขากำลังฮิต”

 

“เรียกลุงเนี่ยนะ”

 

“ครับ ที่กรุงเทพ สาวๆจะเรียกคนหล่อว่าลุงน่ะครับ ขอตัวก่อนนะครับ”

 

“...”

 

“ลุงแปลว่าหล่อหรอว่ะ”เผ่าเพชรยังสงสัยไม่หาย ก่อนจะเผลอยกมือลูบหน้าตัวเอง

 

............................................

 

แฟชั่นอะไรล่ะพี่แสง เดี๋ยวน้องก็ได้เรียก ‘ลุงเผ่า’กันพอดี

 

เทรนลุงกำลังมาจ้ะ เผื่อเฮียยังไม่รู้555

 

เอ็นดูเฮีย

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น