facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1.กลับคืนสู่ผืนป่า

ชื่อตอน : 1.กลับคืนสู่ผืนป่า

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.3k

ความคิดเห็น : 129

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2563 03:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
1.กลับคืนสู่ผืนป่า
แบบอักษร

1.กลับคืนสู่ผืนป่า 

  

1 ปีต่อมา... 

  

               แก้วเจ้าจอมเดินชอปปิ้งอย่างอารมณ์ดีขณะเลือกซื้อข้าวของสำหรับไปแคมป์ปิ้งกับครอบครัวในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งเดือนในที่สุดก็ถึงวันหยุดเสียที และวันหยุดนี้ก็เป็นวันหยุดที่พิเศษมากๆ เพราะมันเป็นวันหยุดที่เธอกับพี่ชายแล้วก็พ่อรันแม่แก้มได้หยุดตรงกันอีกแล้ว นานๆ จะได้อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้เธอกับครอบครัวก็เลยนัดจะไปเที่ยวพักผ่อน กางเต็นท์ ริมเขื่อนและตกปลา ช่วงเวลาแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ เธอก็เลยตื่นเต้นไม่น้อย ปกติเธอไปเที่ยวกับบรรดาพี่ชายน้องชายออกบ่อยๆ เพราะถูกเลี้ยงและโตมาด้วยกัน ตอนเด็กๆ เธอกับบรรดาพี่ชายและน้องชายเลยถูกเรียกว่าแก๊งฟันน้ำนม ทุกคนในแก๊งฟันน้ำนมรักใคร่และผูกพันกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ถ้าคนหนึ่งมีความสุข ทุกคนก็จะมีความสุขตามไปด้วย และถ้าใครเจ็บ ทุกคนก็จะเจ็บตามและพร้อมที่จะปกป้องดูแลกันและกัน ไปเที่ยวกับชาวแก๊งฟันน้ำนมนั้นเธอเบื่อแล้ว วันหยุดนี้ขอไปเที่ยวกับครอบครัวบ้างเถอะ ตอนนี้พ่อรันกับแม่แก้มของเธอกำลังนั่งเครื่องบินจากทางใต้ขึ้นมาที่กรุงเทพฯ พี่ซีลของเธอก็กำลังไปรับพี่เรนเจอร์ที่สัตหีบอยู่ เดี๋ยวเย็นนี้คงได้เจอกันแล้วพรุ่งนี้ก็จะออกเดินทางพร้อมกันแต่เช้า เธอที่ว่างๆ อยู่เลยรับหน้าที่ซื้อเสบียงและของสำหรับแคมป์ปิ้ง 

               “พี่ซีล ไหนๆ ก็ไปชลบุรีแล้ว ซื้อของทะเลจากอ่างศิลามาด้วยนะ ไนเปอร์อยากกินกุ้งเผา เอาตัวโตๆ นะพี่ เอามาเยอะๆ ด้วยเดี๋ยวพี่เรนเจอร์แย่งไนเปอร์กินแล้วไนเปอร์จะกินไม่อิ่ม” 

               (“ยัยตะกละ”) เสียงผู้กองกวินทร์แว่วเข้ามาในสายผสานกับเสียงหัวเราะของผู้กองกรินทร์ 

               “เอาปูมาด้วยนะพี่ ไนเปอร์จะทำปูไข่ดอง อ้อ! เอาปลามาด้วยนะคะ แม่แก้มชอบทานปลา” 

               (“ทั้งหมดเนี่ย ใครจ่าย”) เสียงพี่ชายคนรองดังรอดเข้ามาอีก แก้วเจ้าจอมก็เลยหัวเราะออกมา 

               “ก็ให้ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์จ่ายไงคะ ไนเปอร์เป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อย เงินเดือนยังไม่เยอะ ขอเกาะพี่ชายกินก่อนนะ” เธอทำเสียงอ้อน พี่ชายทั้งสองก็เลยพูดขึ้นมาพร้อมกัน 

               (“ตลอดๆ พูดถึงเรื่องเงินแล้วดราม่าอยู่เรื่อย”) ทั้งๆ ที่เงินเดือนหมอออกจะเยอะแยะ 

           “แหม เลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งแล้วทำบ่น ทีตอนเอาเงินไปเลี้ยงสาวๆ นะอย่าให้ไนเปอร์ต้องพูด” 

               (“เออๆๆ เดี๋ยวจะขนกุ้งหอยปูปลาทั้งอ่าวไทยไปให้เลยพอใจมั้ย”) 

               “น่ารักที่สุด” เธอจุ๊บโทรศัพท์มือถือเบาๆ แล้วจึงวางสายก่อนจะเดินเลือกซื้อข้าวของต่อ วันหยุดนี้ต้องเป็นวันหยุดที่สนุกมากแน่ๆ 

               หลังจากที่เลือกซื้อข้าวของเสร็จแล้วแก้วเจ้าจอมก็ขับรถออกมาจากห้างสรรพสินค้า ตอนเข้าไปในห้างท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลย เดินซื้อของแป๊บเดียวก็ค่ำมืดซะแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าทุกคนจะกลับถึงบ้านกันแล้วยัง ดังนั้นเธอจึงต่อสายโทรหาพี่ชายอีกครั้ง ท่าทางจะถึงบ้านค่ำแน่ๆ รถติดยาวเหยียดเสียขนาดนี้ 

               (“ไปซื้อของที่เชียงใหม่อยู่หรอ ทำไมยังไม่กลับถึงบ้านซักที”) นั่นไง พอรับสายปุ๊บพี่ชายคนโตก็บ่นขึ้นมาทันที 

               “ผู้หญิงเวลาชอปปิ้งก็แบบนี้แหละพี่ซีล คุณพ่อกับคุณแม่ถึงบ้านแล้วยัง ตอนนี้รถติดมากๆ เลย” 

               (“เพิ่งมาถึง ตอนนี้พักผ่อนกันอยู่”)  

               “เดี๋ยวไนเปอร์ไปทางลัดก็แล้วกัน จำได้ว่าเคยไปอยู่” เธอบอกพี่ชายแล้วหักรถเข้าไปในซอยแคบๆ ซอยหนึ่งที่จำได้ว่าเหมือนจะมีทางลัดอยู่ ตอนแรกสองข้างทางของซอยเล็กๆ นี้จะเป็นร้านค้าขายของมากมาย พอขับเข้าไปในซอยเรื่อยๆ ร้านค้าก็เริ่มห่างมากขึ้นจนตอนนี้เธอขับรถเข้ามาในชุมชมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ถึงแม้จะเคยมาสมัยยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎฯ แต่ตอนนี้เธอก็ไปทำงานอยู่ที่แม่สอดได้หลายปีแล้ว อยู่แต่กับป่ากับเขานานๆ เข้าเมืองทีก็เลยมีหลงๆ ลืมๆ กันบ้าง 

               “บ้าจริง! เดินป่าลาดตระเวนไม่เคยหลง บทจะมาหลงดันมาหลงอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ คุณพระ!” เธอสถบออกมาจนพี่ชายที่ยังอยู่ในสายหัวเราะออกมา แล้วเสียงผู้กองกวินทร์ก็ลอดเข้ามาในสายสนทนาอีกว่า ‘ยัยโหดโง่’ 

               “จ้า พ่อคนฉลาด คราวก่อนใครก็ไม่รู้นั่งรถไฟฟ้าผิดฝั่งจนเลยนัดสาวๆ” 

               (“แล้วตอนนี้อยู่ตรงไหน ให้พี่ไปรับมั้ย”) ผู้กองกรินทร์ถามอย่างเป็นห่วง แก้วเจ้าจอมจึงส่ายหน้าตอบอย่างลืมไปว่าเขามองไม่เห็น 

               “ไม่เป็นไรค่ะพี่ซีล เหมือนไนท์เปอร์จะจำทางได้แล้ว โอ้โห! ไม่ได้มาแถวนี้นานเดี๋ยวนี้มีคอนโดขึ้นอยู่แถวนี้ด้วยหรอเนี่ย หลังคอนโดมีผับอีกเพียบ” 

               (“มีผับหรอ ขอพิกัดด่วน”) เสียงผู้กองกวินทร์ลอดเข้ามาอีก ถ้าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้นี่เขาไม่เคยพลาด 

               “ไม่ให้หรอก เป็นหน่วยซีลไม่ใช่หรอ เรื่องแค่นี้สืบหาเองสิ” 

               (“ยัยขี้งก”) แก้วเจ้าจอมไม่ได้สนใจคำต่อว่าจากพี่ชายเมื่อเธอเห็นมีป้ายบอกทางเพื่อออกไปยังถนนเส้นหลัก ซึ่งต้องผ่านด้านหลังผับ สถานบันเทิงแห่งนี้ไป ถึงแม้จะยังไม่ค่ำมืดมากแต่บรรยากาศก็วังเวงราวกับที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศอย่างไรอย่างนั้น ด้านหลังของสถานบันเทิงแห่งนี้มีกำแพงอิฐก่อเอาไว้สูงและมีประตูเล็กๆ สำหรับให้รถขนของสามารถขับเข้าออกได้ แก้วเจ้าจอมขับรถอย่างช้าๆไปจนถึงหัวมุมด้านหนึ่งแล้วก็ต้องชะลอรถเพื่อหยุดเมื่อด้านหน้าของเธอมีรถหกล้อข้างหลังติดตู้ทึบขวางทาง ตัวรถหันท้ายเข้าไปในประตูหลังกำแพงอิฐ ตอนแรกแก้วเจ้าจอมเข้าใจว่าคงเป็นรถขนของพวกอาหารเครื่องเดิมสำหรับสถานบันเทิงเลยไม่ได้คิดอะไรมาก ไว้พวกเขาขนของเสร็จก็คงจะขับออกไปเอง ระหว่างที่รอเธอก็พูดสายโทรศัพท์กับพี่ชายทั้งสองต่อ แต่แล้วเรื่องที่เธอไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งกำลังวิ่งหนีออกมาจากช่องประตูที่รถคันหกล้อนั้นจอดอยู่ 

               “ช่วยด้วย!!! ใครก็ได้ช่วยด้วย” เสียงหญิงสาวคนดังกล่าวร้องขอความช่วยเหลือทำให้แก้วเจ้าจอมที่กำลังปะทะฝีปากกับพี่ชายคนรองอยู่ต้องชะงัก หญิงสาวคนนั้นกำลังวิ่งมาทางรถของเธอ แต่ยังไม่ทันจะถึงก็มีชายฉกรรจ์สี่คนวิ่งตามเธอมาจนทันแล้วฉุดกระชากเอาตัวเธอกลับไป 

               “ช่วยด้วย อย่างมายุ่งกับฉัน ช่วยด้วย!!!” 

               “บ้าจริง!!!” แก้วเจ้าจอมสถบออกมาแล้วคว้าปืนพกสั้นของตัวเองมาถือเอาไว้พร้อมกับมีดพกเล่มสวย มีดพกที่ผู้กองพนาเคยให้เธอแล้วเธอก็พกติดตัวตลอดเวลาด้วย 

               (“มีอะไรไนเปอร์ เกิดอะไรขึ้น”) ผู้กองกรินทร์จับน้ำเสียงของเธอได้ว่าน่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น 

               “ไนเปอร์เจอคนฉุดผู้หญิงกลางทางค่ะ อยู่หลังผับที่ไนเปอร์กำลังขับรถผ่านเดี๋ยวไนเปอร์ส่งโลเคชั่นให้นะ พี่ซีลช่วยตามตำรวจมาทีเดี๋ยวไนเปอร์จะไปช่วยผู้หญิงคนนั้นก่อน” 

               (“ไม่ได้ไนเปอร์มันอันตราย รออยู่ในรถก่อนอย่าเพิ่งออกมาเดี๋ยวพี่รีบไปหา”) ผู้กองกรินทร์ว่าแล้วรีบชี้นิ้วไล่บอกให้น้องชายฝาแฝดของตนรีบไปเอารถออกเพื่อตามไปช่วยน้องสาวด่วน 

               “รอก่อนไม่ได้ เหมือนจะยังมีผู้หญิงอีกหลายคนเลยที่ถูกจับ ตอนนี้ทุกคนกำลังถูกต้อนขึ้นรถหกล้อ ถ้าช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์เอา พี่ซีลรีบตามตำรวจมาก่อนเถอะน่า” แก้วเจ้าจอมจัดการส่งโลเคชั่นให้พี่ชายแล้วจึงคว้าปืนลงไปจากรถอย่างไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ เพราะถูกพ่อสอนและเทรนทุกอย่างให้จนเธอกล้าที่จะเสี่ยงกับอันตรายทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น เธอเห็นหญิงสาวหลายคนถูกต้อนให้เดินขึ้นไปหลังรถหกล้อคันนั้น ถ้าถูกบังคับแบบนี้นี่มันการค้ามนุษย์ชัดๆ 

               แก้วเจ้าจอมเดินเข้าไปหลบที่ประตูข้างตัวรถหกล้อก็เห็นว่าหญิงสาวแต่ละคนมีแต่สวยๆ ทั้งนั้นกำลังถูกบังคับให้ขึ้นไปบนรถรวมๆ แล้วน่าจะสามสิบคนได้ มีผู้ชายนับสิบกำลังคุมตัวสาวๆ เหล่านี้ พอหญิงสาวคนไหนขัดขืนก็จะถูกซ้อมอย่างหนัก 

               “เฮ้ย! อย่าตบตีพวกมันให้มากเดี๋ยวจะเสียราคา” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสั่งลูกน้องที่กำลังตบตีหญิงสาวคนที่วิ่งหนีออกมาเมื่อก่อนหน้านี้ แล้วหญิงสาวคนดังกล่าวก็ถูกลากขึ้นไปบนรถหกล้ออย่างไม่ปรานี สักพักก็มีชายอีกคนเดินออกมาจากทางด้านหลังประตูผับ ชายคนที่ว่าอายุดูเยอะแล้ว เขาแต่งชุดสูทคล้ายนักธุรกิจทั่วไป แต่ทันทีที่เห็นหน้าชายคนนี้แก้วเจ้าจอมก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเป็นเขา นี่มัน...ไอ้เฒ่าหัวงูสารวัตรคมกฤช เรืองพิศาลที่เธอเคยมีเรื่องด้วยนี่นา เขาเป็นตำรวจอยู่ที่พัทยาแล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ 

               “ของครบมั้ย” 

               “ครบครับนาย รอบนี้ได้แจ่มๆ มาเยอะ” ชายคนที่เป็นหัวหน้าก้มศีรษะเคารพสารวัตรคมกฤชอย่างนอบน้อม แก้วเจ้าจอมแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่เป็นตำรวจแท้ๆ จะทำอะไรแบบนี้ได้ นี่มันค้ามนุษย์เลยนะ ทำไม... 

               “ดี จัดการส่งออกนอกประเทศได้เลย เดี๋ยวพอถึงชายแดนจะมีรถอีกคันมารอรับ ฉันเคลียร์เส้นทางให้หมดแล้ว ตอนนี้ทางสะดวก” 

               “ครับนาย ผมจะรีบจัดการให้โดยด่วนเลยครับ” แล้วชายคนที่เป็นหัวหน้าก็พยักหน้าบอกให้ลูกน้องปิดประตูตู้หลังรถเพื่อเตรียมจะนำหญิงสาวทุกคนออกไป แต่แก้วเจ้าจอมไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่ๆ เพราะได้นิสัยของพ่อมาเยอะเธอเลยมีความใจร้อนวู่วาม ไม่คิดจะฟังใคร ถ้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือความไม่ถูกต้องเธอก็จะต้องจัดการกับมันให้ได้ 

               “หยุด! อย่าขยับนี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนอย่าขยับ วางอาวุธให้หมดแล้วชูมือขึ้นสูงๆ” เธอเดินออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับปืนในมือทำให้ชายเหล่านี้ตกใจกันไม่น้อย แต่ถึงจะตกใจพวกเขาก็ไม่ได้มีใครจะสนใจเธอเลย ในขณะที่สารวัตรคมกฤชกลับมองเธอนิ่งเมื่อจำได้ว่าเธอเป็นใคร สวยอย่างกับนางฟ้าแบบนี้เขาจำได้ไม่มีลืม สาวสวยหลานท่านนายพลปภพที่เขาเจอในงานศพของตำรวจพลร่มเมื่อปีก่อน นี่เธอเป็นตำรวจหรอกหรอเนี่ย หุ่นบอบบางอย่างกับดารานางแบบ ดูไม่ออกเลยว่าเป็นตำรวจ 

               “อ้าว โลกกลมจังเลยนะคนสวย เราเจอกันอีกแล้ว” 

               “คุณเป็นตำรวจแท้ๆ แล้วทำแบบนี้ได้ยังไง นี่คุณกำลังค้ามนุษย์อยู่นะคุณรู้ตัวบ้างมั้ย” เธอว่า 

               “นี่คนสวย ฉันทำงานนี้มานานแล้วทำไมฉันจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ว่าแต่...หนูมาคนเดียวหรอ จะสู้ไหวมั้ยพวกฉันมีเยอะนะ” ว่าแล้วชายฉกรรจ์นับสิบก็ดาหน้าเดินเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวปืนในมือของเธอเลย แล้วพวกมันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร ยิ่งเห็นว่าเธอมาคนเดียวพวกมันก็พยายามที่จะเข้ามาจับเธอในทันทีทำให้แก้วเจ้าจอมต้องโต้กลับด้วยศิลปะการต่อสู้ เธอถีบชายคนแรกที่เข้ามาหาเธอจนมันเซถลาแล้วจึงจัดจระเข้ฟาดหางให้อีกทีคนชายคนนี้หมอบลงไปกับพื้นท่ามกลางความอึ้งของทุกๆ คน 

               “ท่าทางฝีมือจะไม่ธรรมดาเลยว่ะ” 

               “แล้วไงวะ พวกเรามีเป็นสิบจะจัดการผู้หญิงคนเดียวไม่ได้เลยหรอ” ชายคนที่เป็นหัวหน้าว่าแล้วก็สั่งให้ลูกน้องทุกคนเข้ามารุมเล่นงานเธออีก แก้วเจ้าจอมก็เลยแจกหมัด ศอก เข่าและเท้าให้พวกมันไปอย่างหนัก ศิลปะการต่อสู้ทั้งมวยไทย เทควันโด คาราเต้และไอคิโดของเธออยู่ในระดับขั้นสูง ทั้งคุณปู่ พ่อรัน พ่อภูรวมถึงเหล่าคุณอาและเหล่าพี่ชาย น้องชายของเธอเทรนมาให้เธอเป็นอย่างดี สถานการณ์ที่ถูกรุมแบบนี้เธอก็เคยฝึกมาหมดแล้วดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเธอ 

               ผลัวะ!!! ตุ๊บ!!! พลั่ก!!! ชายฉกรรจ์คนแล้วคนเล่าต่างก็ล้มหมอบสลบไปทีละรายเมื่อถูกแก้วเจ้าจอมจัดการจนพวกที่เหลือได้แต่มองเธออย่างไม่แน่ใจ ผู้หญิงบ้าอะไร ตัวนิดเดียวแต่มือเท้าหนักอย่างกับช้าง แม้แต่สารวัตรคมกฤชเองก็เริ่มที่จะไม่ไว้ใจเธอแล้วด้วย ไม่คิดว่าลูกน้องนับสิบของตนจะถูกเธอล้มลงไปจนเหลือแค่ไม่กี่คนเท่านั้น 

               “ยอมมอบตัวซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน...” 

               ตุ๊บ!!! แก้วเจ้าจอมยกปืนขึ้นขู่คนร้ายอีกครั้ง แต่เธอยังพูดไม่จบกระโยคดีก็มีคนร้ายอีกคนที่แอบเข้ามาทางด้านหลังใช้จังหวะที่เธอเผลอเอาไม้หน้าสามทุบเข้าที่กลางหลังของเธออย่างแรงทำให้หญิงสาวทรุดล้มลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย จนสารวัตรคมกฤชต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

               “ให้ตายสิ ยัยตำรวจนี่ดุอย่างกับเสือ แกทำได้ดีมาก” เขาเอ่ยชมลูกน้องคนที่จัดการกับแก้วเจ้าจอมได้ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่หมดสติอยู่พร้อมกับยึดเอาอาวุธปืนของเธอไป 

               “นายครับ ตำรวจคนนี้สวยเป็นบ้าเลย สวยกว่าสาวๆ ทุกคนที่อยู่ในรถซะอีก นี่น่ะของดีหายากเลยนะครับนาย เราเก็บไว้เองดีมั้ย” หัวหน้าคนร้ายที่รอดจากการถูกแก้วเจ้าจอมเล่นงานเสนอ ความคิดแรกสารวัตรคมกฤชเองก็คิดแบบเขา เก็บตำรวจคนสวยเอาไว้เป็นอีหนูของเขาซะ แต่ว่า...ตำรวจคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาๆ ที่จะแตะต้องได้ ปู่กับพ่อของเธอใหญ่โตคับฟ้า ถ้าเกิดลูกสาวหลานสาวเป็นอะไรขึ้นมาการจะสืบหาสาเหตุคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องเก็บหลักฐานเอาไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย ตราบใดที่ตำรวจหญิงคนนี้ยังอยู่ในประเทศไทยแล้วพิษสงก็รอบตัวแบบนี้ เธอจะนำความหายนะมาให้เขา แต่ถ้าเธอถูกส่งขายออกนอก อำนาจและบารมีของปู่กับพ่อเธอก็จะตามไปคุ้มกะลาหัวไม่ได้อีก... 

               “เอาขึ้นรถแล้วส่งไปขายรวมกับพวกผู้หญิงบนรถ คนนี้สวยที่สุดฉันอยากได้ราคาที่ดีที่สุดเข้าใจมั้ย อ้อ! แล้วก็ห้ามพวกแกแตะต้องสินค้าชิ้นนี้ด้วยล่ะ ของสวยๆ แบบนี้ฉันไม่อยากให้มีตำหนิเดี๋ยวจะเสียราคาเอา ยัยตำรวจนี่จะเป็นตัวสร้างเงินสร้างทองให้พวกเราเลยล่ะ” สารวัตรคมกฤชบอก ไหนๆ เธอก็รู้ความลับของเขาแล้ว ฆ่าไปก็ตายเปล่าสู้เอาไปขายต่อยอดเอาเงินเข้ากระเป๋าสบายกว่าตั้งเยอะ 

               “นายครับ! แย่แล้วครับตำรวจกำลังมาที่นี่” ลูกน้องที่เฝ้าต้นทางเอาไว้รีบวิ่งมาบอก สารวัตรคมกฤชเลยหันมาทางแก้วเจ้าจอม คิดว่าต้องเป็นฝีมือของเธอแน่ๆ ที่เอาพวกมาถล่มเขาแบบนี้ 

               “งั้นก็รีบเอาสินค้าออกไปเลย ส่วนพวกมึงที่เหลือจัดการหลักฐานให้เรียบร้อยด้วย” สิ้นคำสั่งของสารวัตรคมกฤช แก้วเจ้าจอมก็ถูกอุ้มเข้าไปในรถหกล้อรวมกับหญิงสาวรายอื่นๆ แล้วคนร้ายก็รีบขับรถหนีออกจากบริเวณนี้ก่อนที่ตำรวจจะมา เช่นเดียวกับที่สารวัตรคมกฤชหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พวกคนร้ายที่เหลือจึงพยายามจัดการกับหลักฐานที่เหลือแต่ทุกอย่างก็ดูจะสายไปเมื่อรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แล่นเข้ามาหาเสียก่อน 

               ผบ.กรันณ์ที่ทราบเรื่องนี้จากลูกชายทั้งสองเดินลงมาจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยลูกชายฝาแฝดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทุกนายเข้าเคลียร์พื้นที่และจับกุมคนร้ายที่หลบหนีไม่ทันเอาไว้ ที่พื้นหลังสถานบันเทิงแห่งนี้มีร่างของชายเกือบสิบคนถูกทำร้ายจนหมดสติ คนร้ายที่เหลือกำลังพยายามจัดการกับพวกที่หมดสติอยู่แต่ก็ไม่ทันการณ์ถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน ผบ.กรันณ์ดูจากสภาพของคนร้ายที่หมดสติก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของลูกสาวตน แต่...เธออยู่ที่ไหนกันล่ะตอนนี้ เขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาคนร้ายรายหนึ่งที่ถูกจับได้แล้วบีบคอเค้นถามมันทันที 

               “ลูกกูอยู่ที่ไหน” 

               “ใคร ลูกอะไรของมึงกูไม่รู้” 

               “กูถามว่าลูกสาวกูอยู่ที่ไหน!!!” เขาแผดเสียงลั่นแล้วบีบคอคนร้ายด้วยมือเพียงข้างเดียวทำให้คนร้ายรายนี้ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน “พวกมึงเอาลูกกูไปไว้ไหน” ผบ.กรันณ์กัดฟันถามอย่างเอาเรื่องจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาห้ามเขาเอาไว้เพราะคนร้ายที่ถูกเขาบีบคอแทบจะขาดใจตายแล้ว ส่วนผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ก็เริ่มสืบหาเบาะแสของน้องสาวจนได้ไปเห็นรถของเธอจอดอยู่ไม่ไกลจากที่ตรงนี้นัก ในรถของเธอมีข้าวของที่เธอไปชอปปิ้งมา โทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังวางอยู่ที่เบาะรถ แต่อาวุธปืนประจำตัวของเธอหายไป 

               “พ่อครับ รถของไนเปอร์จอดอยู่ที่ถนนด้านหลังผับ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ที่นั่นแต่ปืนของน้องหายไปครับ” 

               “ที่พื้นถนนมีรอยล้อรถขนาดใหญ่ ตอนที่ผมคุยกับน้องไนเปอร์บอกว่าคนร้ายต้อนผู้หญิงขึ้นรถหกล้อครับ หรือว่าน้องอาจจะถูกพวกมันจับขึ้นรถไปด้วย” พอผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์บอกแบบนี้ สารวัตรตำรวจที่เป็นเพื่อนรุ่นน้องของ ผบ. กรันณ์ก็รีบวิทยุไปสกัดตรวจค้นรถหกล้อทุกคันในกรุเทพฯ ทันที เหมือนคนร้ายจะยังออกไปจากที่นี่ได้ไม่นาน พวกเขาน่าจะตามจับได้ 

               “มึงเอาน้องกูไปไว้ที่ไหน” ผู้กองกวินทร์เดินอาดๆ เข้าไปกระชากคอเสื้อของคนร้ายอีกคนขึ้นมาทันที “กูถามว่าพวกมึงเอาน้องกูไปไว้ที่ไหน!!!” เขาจัดการบีบคอคนร้ายแล้วเหวี่ยงคนร้ายขึ้นอย่างโกรธจัดก่อนจะทุ่มลงไปกับพื้นผู้กองกรินทร์จึงเข้าไปจัดการเค้นถามกับมันต่อ 

               “บอกกูมาว่าน้องกูอยู่ที่ไหน ไม่งั้นล่ะก็...” 

               ผลัวะ!!! เขาชกคนร้ายอย่างสุดแรง ไม่สนใจตำรวจที่เข้ามาคุมสถานการณ์ด้วย เพื่อน้องสาวแล้วพวกเขาทำได้ทุกอย่าง 

               “กูบอกให้ตอบกูมา! น้องกูอยู่ไหน!!!” ผู้กองทั้งสองจัดการซ้อมคนร้ายเพื่อเค้นเอาคำตอบ คนร้ายที่ถูกซ้อมอย่างหนักทนต่อไปไม่ไหวจึงยอมเปิดปากพูดในที่สุด 

               “ชายแดน...” มันตอบ “ตำรวจหญิงคนนั้นกับพวกผู้หญิงทุกคน...จะถูกส่งออกชายแดนเพื่อเอาไปขายต่อที่ต่างประเทศ” 

               อะไรนะ... ผบ.กรันณ์ปากคอแห้งผากไปหมดแล้วตอนนี้ เอาไปขายต่างประเทศงั้นหรอ พวกมันเห็นลูกของเขาเป็นอะไร ลูกสาวแสนสวยที่เขาทะนุถนอมมาแทบตาย พวกมันกล้าดียังไงมาทำกับลูกของเขาแบบนี้ 

               “ชายแดนที่ไหน ประเทศไหน” 

               “กูไม่รู้ กูแค่มาเฝ้าต้นทาง กูไม่ใช่พวกส่งสินค้า เส้นทางขนพวกผู้หญิงเปลี่ยนไปเรื่อยทั้งทางเหนือ อีสาน ตะวันตก ตะวันออกแล้วก็ทางใต้ แล้วแต่ว่าลูกค้าที่มารอรับผู้หญิงจะอยู่ในเขตประเทศไหน” 

               “แต่ลูกกูไม่ใช่สินค้าให้พวกมึงเอาไปเร่ขาย ไอ้หน้าตัวเมีย!!!” ผบ.กรันณ์ว่าแล้วก็ชกคนร้ายรายนี้ซ้ำอย่างแรงจนมันสลบ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือต้องหาทางสกัดรถหกล้อคันที่ว่าให้ได้ซะก่อน พร้อมกันนั้นก็ต้องประสานไปยังชายแดนให้ทั่วประเทศด้วย ยังไงก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน 

               “เรนเจอร์ ติดต่อหาคุณอาคเชนทร์ด่วน บอกว่าน้องถูกจับตัวไปช่วยเตรียมตรวจหาตามชายแดนแม่น้ำโขงทางภาคอีสานให้ด้วย ส่วนซีล แจ้งเรื่องนี้กับพ่อภูแล้วก็คุณอาไกรจักรให้พวกเขาตรวจดูตามชายแดนทางภาคเหนือ พื้นที่ทางภาคเหนือเคยมีเหยื่อค้ามนุษย์ เผื่อพวกมันจะพาน้องไปทางนั้น”  

               “ครับพ่อ ส่วนชายแดนทางตะวันตกผมจะบอกคุณอาคณิน รีคอนกับลูกน้องทหารพรานของผมแล้วก็กองกำลังนเรศวรจัดการตรวจตราให้เองครับ” ผู้กองกรินทร์บอก ผู้กองกวินทร์ที่ติดต่อหาคุณอาคเชนทร์ เพื่อนรักของผู้เป็นพ่อที่เป็นทหารเรือหน่วย นรข. อยู่ทางภาคอีสานแล้วก็เดินกลับมารายงานกับ ผบ.กรันณ์ต่อ 

               “คุณอาคเชนทร์ทราบเรื่องแล้วครับ ตอนนี้กำลังดำเนินการเตรียมสกัดจับคนร้ายให้ แล้วชายแดนทางทิศตะวันออกผมก็ให้เพื่อนที่เป็นทหารพรานนาวิกโยธินช่วยเตรียมสกัดตรวจรถเข้าออกให้ทุกทางแล้ว” 

               “ดี! เดี๋ยวชายแดนทางภาคใต้พ่อจะจัดการเอง” ผบ.กรันณ์บอก ตอนนี้เขาใจไม่ดีเลยแต่ก็แสดงอะไรออกมาไม่ได้ แก้วเจ้าจอมถูกเขาเทรดเรื่องการต่อสู้และการเอาตัวรอดจากทุกๆ สถานการณ์มาแล้ว เขาเชื่อว่าอย่างไรเสียลูกสาวของเขาก็จะต้องปลอดภัยแล้วกลับคืนสู่อ้อมอกของเขาอีกครั้ง ลูกของเขาเก่ง ลูกของเขาเป็นเด็กดี เขาเชื่อว่าคุณงามความดีที่เขาและครอบครัวตั้งใจทำงานรับใช้ชาติมันจะก่อเกิดเป็นผลบุญช่วยคุ้มครองลูกสาวเขา...นางไม้น้อยแสนสวยของพ่อ หนูต้องปลอดภัยนะลูก พ่อจะทำทุกๆ วิถีทางเพื่อช่วยลูกให้ได้ 

               “อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับแม่แก้มแล้วก็คุณย่านะ คุณย่าท่านอายุเยอะแล้วพ่อยังไม่อยากให้ท่านคิดมาก ส่วนแม่แก้ม...เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนบอกแม่แก้มเอง” ผบ.กรันณ์สั่งลูกชายทั้งสองอย่างหนักใจ ราชาวดีรักลูกมาก โดยเฉพาะแก้วเจ้าจอมที่เธอทั้งรักทั้งหวงเพราะลูกสาวคนนี้อ้อนแม่เก่ง สวยน่ารักจนราชาวดีทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน ถ้าราชาวดีรู้ว่าลูกสาวหายตัวไปเธอต้องรับไม่ได้แน่ๆ  

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมีใครสักคนเขย่าตัวเธอไปมาเบาๆ แต่พอลืมตาขึ้นเธอก็เห็นว่าคนที่เขย่าตัวเธอเป็นหญิงสาวรายหนึ่ง อาการบาดเจ็บจากด้านหลังที่ถูกทุบด้วยไม้หน้าสามทำเอาแก้วเจ้าจอมมึนอยู่ไม่น้อย เธอสะบัดหน้าไปมาเบาๆ พลางสำรวจรอบๆ ตัว เธอได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถ ที่ๆ เธอนอนอยู่เหมือนกับเป็นตู้ขนาดใหญ่หลังรถหกล้อ มีหญิงสาวหลายคนถูกจับมัดมือเอาไว้ด้านหลังนับสามสิบคนได้ ส่วนตัวเธอ เธอเองก็ถูกจับมัดมือเอาไว้ทางด้านหลังเหมือนกัน เท้าก็ถูกมัดด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ไอ้พวกแมงดาทั้งหลายนั่นมันจับเธอมากับผู้หญิงพวกนี้อย่างนั้นหรอ หนอย...กล้าดียังไงจะมาจับเธอไปขายแบบนี้ เธอเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ 

               “คุณ คุณเป็นอะไรรึเปล่า” หญิงสาวรายหนึ่งถามเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมพยายามลุกขึ้นนั่ง แก้วเจ้าจอมจึงสำรวจไปรอบๆ ตู้ที่ถูกจับขังเอาไว้ นี่พวกมันจะจับเธอกับผู้หญิงพวกนี้ไปที่ไหนกัน 

               “ฉันไม่เป็นไร” แก้วเจ้าจอมตอบ “นี่ทุกคนถูกพวกมันจับมาหรอ”  

               “ใช่ พวกมันหลอกเรามา บอกว่าจะให้มาทำงานในผับแต่ที่ไหนได้ พวกมันจะเอาเราไปขายตัวที่ต่างประเทศ ตอนนี้เรากำลังถูกส่งเข้ามาเลย์เพื่อเอาไปขายต่อประเทศอื่น” 

               “อะไรนะ!!!” เธออุทาน ถ้าเอาไปขายที่มาเลย์ก็แปลว่าต้องลงใต้ ก่อนหน้านี้เธอได้ยินสารวัตรคมกฤชบอกว่าจะมีรถมารับที่ชายแดน...นั่นหมายความว่าพวกมันจะใช้รถขนพวกเธอไป ไม่ใช่การนั่งเรือ 

               “แล้วไม่มีตำรวจสกัดอะไรรถคันนี้เลยหรอ” เธอส่งพิกัดให้พี่ชายเธอแล้วนี่ พี่ชายของเธอกำลังมาช่วย ถ้าพวกเขาไม่เจอเธอก็ต้องสั่งสกัดจับรถต้องสงสัยสิ 

               “คุณสลบมาตลอดทางเลยไม่รู้อะไร พวกเราถูกจับเปลี่ยนรถมาหลายคันมาก ทั้งรถตู้ รถกระบะ ตำรวจเขาตรวจแต่รถคันใหญ่ๆ แล้วพวกมันก็ขู่จะฆ่าพวกเราด้วย เราเลยขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้” 

               เวรกรรม! แก้วเจ้าจอมเริ่มเครียด ถ้าลำพังตัวเธอคนเดียวเธอเอาตัวรอดได้สบายอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงพวกนี้นี่สิ บางคนยังร้องไห้เสียขวัญอยู่เลย จะให้เธอหนีเอาตัวรอดคนเดียวมันก็ยังไงๆ อยู่ 

               “ตอนนี้เราอยู่แถวไหนกันแล้วพวกคุณรู้มั้ย” เธอถามอีก 

               “ตอนเปลี่ยนรถครั้งล่าสุดเราออกจากสงขลามาแล้ว ตอนนี้น่าจะเข้าเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วล่ะ คุณ...คุณคะ ตอนอยู่ที่กรุงเทพฯ เราได้ยินคุณบอกว่าคุณเป็นตำรวจ คุณช่วยพวกเราด้วยนะพวกเราอยากกลับบ้าน พวกเราไม่อยากถูกจับไปขาย” แล้วหญิงสาวทุกคนก็ขอร้องให้เธอช่วยพาหนี นี่ทุกคนไม่ได้ดูสภาพของเธอเลยรึยังไงว่าเธอเองก็ยังถูกจับมัดเอาไว้อยู่เลย แต่ว่า...ถ้าตอนนี้เธออยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้งั้นก็หมายความว่า...เธอกำลังอยู่ในพื้นที่ที่พ่อของเธอดูแลอยู่ พ่อของเธอเป็นผู้บัญชาการทหารพรานทั้งหมดในภาคใต้ คุณอานทีของเธอก็เป็นผู้การกรมทหารพรานอยู่นราธิวาส นี่มันถิ่นพี่เมืองน้องสำหรับเธอชัดๆ อีกอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เต็มไปด้วยทหารตำรวจจากหลายๆ หน่วย มันต้องมีซักทางสิที่เธอจะได้เจอกับทหารหรือตำรวจไม่หน่วยใดก็หน่วยหนึ่ง แค่บอกชื่อคุณปู่กับพ่อของเธอไปไม่มีใครไม่รู้จักหรอก และที่สำคัญ... 

               แก้วเจ้าจอมคลำมือที่ถูกมัดมาที่ขอบกางเกงขายาวจนสัมผัสได้กับมีดพกเล่มสวยที่เธอพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา มีดพกจากตำรวจพลร่มนายหนึ่งที่ตอนนี้เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาอยู่ที่ไหน ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเขาบอกว่าจะลงมาทำงานที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งปีมาแล้วไม่รู้ว่าเขาจะยังอยู่ที่นี่รึเปล่า 

               “ผู้กอง...ถ้าคุณยังอยู่ในสามจังหวัดชายแดน...คุณมาช่วยฉันด้วยนะ ฉันอยากเจอคุณอีก” แก้วเจ้าจอมพูดแล้วชักมีดพกออกมาโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าทันทีที่เธอพูดขอให้ได้เจอเขา ผืนป่าสองข้างทางที่รถแล่นผ่านจะเอนลู่ไหวไปมาทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัดผ่านคล้ายกับเจ้าป่าเจ้าเขาจะรับรู้ พ่อรันของเธอบอกว่าแม่แก้มเป็นนางไม้แสนสวยที่พ่อไปเจอในป่า ไม่ว่าแม่แก้มจะอธิษฐานขอพรใดๆ กับเจ้าป่าเจ้าเขาคำอธิษฐานของแม่แก้มก็จะเป็นจริงเสมอ ส่วนเธอเป็นลูกสาวของแม่แก้ม พ่อรันบอกว่าเพราะเธอคือลูกสาวของนางไม้ เธอก็เลยเป็นนางไม้น้อยแสนสวยเหมือนแม่ และทุกคำอธิษฐานต่อเจ้าป่าเจ้าเขาของเธอ ก็จะทำให้เธอสมหวังตามที่ขอด้วยเช่นกัน ตอนที่เธอเด็กๆ คุณอาคนไหนที่มาขอให้เธออวยพรเรื่องความรักให้ คุณอาคนนั้นก็จะสมหวังในความรักตลอด ถ้าเธอคือนางไม้น้อยตามที่พ่อรันบอก งั้นคำขอของเธอก็อาจจะเป็นความจริง 

               แก้วเจ้าจอมใช้มีดพกเล่มนั้นค่อยๆ ตัดเชือกที่มัดมือทั้งสองข้างจากทางด้านหลังจนเชือกขาด เมื่อมือเป็นอิสระแล้วเธอก็แก้มัดที่ข้อเท้าต่ออีกพร้อมกับช่วยแก้มัดให้หญิงสาวทุกคนด้วย ตอนนี้เธอมีแผนที่จะหนีในใจแล้ว มันเป็นแผนที่บ้าดีเดือดสุดๆ เลยล่ะ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็เธอไม่มีทางเลือกนี่ 

               “พวกมันจะเปลี่ยนรถอีกรอบอยู่ใช่มั้ย” 

               “ใช่ค่ะ เราได้ยินมาแบบนั้น” หญิงสาวคนหนึ่งตอบเธอ แก้วเจ้าจอมก็เลยพยักหน้ารับเมื่อตอนนี้ทุกคนสามารถแก้มัดกันได้หมดแล้ว 

               “ทุกคนฟังฉันนะ ฉันเป็นหมอตำรวจตระเวนชายแดนจากกองกำลังนเรศวร ฉันจะพาพวกคุณออกไปจากรถคันนี้ แต่...ฉันมีแค่ตัวคนเดียวคงไม่สามารถดูแลพวกคุณทั้งสามสิบกว่าคนได้ พวกคุณก็ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยเหมือนกันนะ” เธอบอก “ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันแหละว่าที่สามจังหวัดชายแดนมีเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ ในพื้นที่ตรงนี้ก็เลยมีทหารกับตำรวจอยู่กันเยอะ พวกเขาจะลาดตระเวนกันทุกวันเพื่อรักษาความปลอดภัย ถ้าพวกเราหนีออกจากรถคันนี้ไปได้ ขอให้วิ่งเข้าป่าแบบสุดชีวิต วิ่งแบบลืมตายกันไปเลยนะคะ ฉันเชื่อว่ายังไงซะพวกเราก็ต้องไปเจอกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยใดหน่วยหนึ่งแน่นอน เล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกเขาฟังแล้วพวกคุณจะปลอดภัย” 

               “แล้วถ้าเราไปเจอพวกโจรใต้แทนล่ะคะคุณตำรวจ” 

               “ก็วิ่งหนีสุดชีวิตเหมือนกันแหละค่ะ แต่เจ้าหน้าที่กับโจรนั้นดูไม่ยากนะคะ สังเกตที่หัวค่ะ ถ้าหัวเกรียนๆ นั่นแหละเจ้าหน้าที่” อันนี้เธอเล่าตามประสบการณ์ของตัวเอง ทั้งพี่ชาย น้องชายของเธอหัวเกรียนๆ กันทั้งนั้น แก้วเจ้าจอมได้แต่มองมีดพกในมือ จริงอย่างที่เขาว่า มีดเล่มนี้มันมีประโยชน์มากจริงๆ และตอนนี้มันก็เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่เธอมีด้วย ปืนของเธอคงจะถูกพวกมันยึดไปแล้ว 

               คุณปู่ คุณย่า พ่อจ๋า แม่จ๋า...ไนเปอร์ตั้งใจทำงานเป็นหมอตำรวจที่ดี ซื่อสัตย์ในหน้าที่ของตัวเอง ห่วงใยประชาชน ที่ไนเปอร์ถูกจับมาแบบนี้ก็เพราะไนเปอร์อยากช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก ถ้าไนเปอร์ยังมีบุญพอที่จะได้กลับไปหาทุกคน ช่วยคุ้มครองไนเปอร์ ขอให้ไนเปอร์ปลอดภัยแล้วได้กลับบ้านด้วยเถอะนะคะ เธออธิษฐานขอในใจ คุณปู่กับคุณย่าเคยสอนเธอเอาไว้ว่าความกตัญญูคือเกราะคุ้มกันภัยที่ดีที่สุด ขอแค่นึกถึงพระคุณของพ่อแม่และผู้ที่เลี้ยงดูเธอมา ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนหรือตกอยู่ในอันตรายยังไง อย่างไรเสียเธอก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยอย่างแน่นอน 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองตลอดขณะที่รถแล่นไปตามถนนที่เธอไม่รู้ว่าสองข้างทางเป็นย่านชุมชนหรือชายป่า เสียงสะอื้นไห้จากหญิงสาวบางคนสะท้อนถึงความหวาดกลัวจนคนอื่นๆ หดหู่หัวใจตาม แต่ทุกความหวังว่าจะรอดก็อยู่ที่ตำรวจสาวสวยเพียงคนเดียวที่โชคร้ายติดร่างแหมาด้วย ทุกคนได้แต่มองเธออย่างประหลาดใจเมื่อไม่เห็นความหวาดกลัวหรือกังวลใดๆ จากตำรวจสาวคนนี้ ดวงตากลมโตหวานสวยมองนิ่งอยู่ที่นาฬิกา แก้วนวลผิวกายเนียนขาวสวยชนิดที่ว่าแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็ยังอิจฉา ริมฝีปากอิ่มสวยเป็นสีชมพูธรรมชาติอย่างคนสุขภาพดี เอวบางร่างน้อยแต่ความอวบอิ่มของหน้าอกกลับนูนเด่นจนเกินตัว ดูๆ แล้วไม่เห็นจะเหมือนตำรวจตรงไหนเลย 

               หลังจากที่นั่งจับเวลามาได้ประมาณเกือบสองชั่วโมงแก้วเจ้าจอมก็รู้สึกว่าตัวรถเริ่มชะลอ เธอพยายามจะเงี่ยหูฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากว่ารถชะลอเนื่องจากผ่านจุดตรวจของเจ้าหน้าที่งานนี้คงรอดได้ไม่ยาก แต่จากการที่รถค่อยๆ ชะลอหยุดแล้วตามมาด้วยความเงียบกริบ ภายในตู้ท้ายรถได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจของหญิงสาวแต่ละคนเท่านั้น ร่างบางรีบขยับไปชิดผนังตู้แล้วเอียงใบหูแนบฟังว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านนอก ซึ่งเสียงที่เธอได้ยินมีแต่เสียงของผู้ชายพูดกัน ฟังอะไรไม่ค่อยชัดแต่ก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันจะทำการเปลี่ยนรถเพื่อให้ง่ายต่อการข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 

               “พวกมันกำลังจะเปลี่ยนรถ ทุกคนทำตามที่ฉันบอกนะ ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้แล้วทุกคนรีบพากันวิ่งหนีไปเลย พยายามกระจายกันไป อย่าเกาะกลุ่มกันเดี๋ยวจะถูกตามจับได้ง่ายเข้าใจมั้ย” แก้วเจ้าจอมหันไปบอกหญิงสาวทุกคนถึงแผนการที่วางเอาไว้ 

               “เราจะรอดใช่มั้ยคะคุณตำรวจ” หญิงสาวรายหนึ่งถามทั้งน้ำตาทำให้แก้วเจ้าจอมได้แต่ถอนหายใจ 

               “ฉันไม่สามารถรับประกันได้ว่าพวกเราจะปลอดภัย ถ้าพวกมันมีอาวุธร้ายแรงการจะหนีไปมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราไม่มีทางเลือก ถ้าเราไม่หนีหรือไม่ทำอะไรเลยเราจะถูกพาออกไปนอกประเทศและถูกขาย...ทุกคนคงรู้ดีนะว่าถ้าถูกขายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่สามารถกลับบ้านได้อีกและไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ แต่ถ้าเราหนีซะตอนนี้ โอกาสที่เราจะรอดก็ยังพอมีอยู่ สำหรับฉัน ฉันจะไม่ยอมถูกจับไปขายหรือต้องไปตกนรกทั้งเป็นที่ไหนทั้งนั้น ถ้าต้องถูกจับไปขายฉันยอมตายอยู่ที่นี่ซะดีกว่า อย่างน้อยฉันก็ยังได้ตายอยู่บนแผ่นดินของบ้านฉันและไม่ได้มีใครมาหยามศักดิ์ศรีของฉันด้วย แล้วพวกคุณล่ะ จะยอมหรือจะสู้” แก้วเจ้าจอมถามกลับ คราวนี้กลับทำให้หญิงสาวแต่ละคนเริ่มคิดหนัก บางคนกลัวตายไม่กล้าที่จะหนีและบางคนก็พร้อมที่จะเสี่ยง 

               “ก็อย่างที่ฉันบอก ฉันไม่อาจปกป้องทุกคนได้ ฉันรับประกันไม่ได้ว่าพวกเราทุกคนจะรอด แต่ฉันก็จะพยายามช่วยเหลือทุกคนให้ได้อย่างสุดความสามารถ ถ้าใครจะหนีไปกับฉันก็เตรียมตัวให้พร้อม แต่ถ้าใครกลัวแล้วไม่กล้า เต็มใจที่จะไปกับพวกมันเองฉันสัญญา ถ้าฉันไม่ตายฉันแล้วรอดไปได้ ฉันจะประสานให้เจ้าหน้าที่หาทางช่วยทุกคนกลับบ้านให้ได้”  

               ความหวังที่ริบหรี่มีแค่สองทางเลือกเท่านั้นที่ต้องเลือก เมื่อเสียงประตูตู้ทึบหลังรถหกล้อดังขึ้นและถูกเปิดออกแก้วเจ้าจอมก็แกล้งล้มตัวลงไปนอนหมดสติอยู่เช่นเดิม หญิงสาวทุกคนนำเชือกที่ถูกปลดออกแล้วในตอนแรกมาพันข้อมือตัวเองเอาไว้ด้านหลังทำเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อชายฉกรรจ์เกือบสิบคนถืออาวุธสอดส่องเข้ามาภายในตู้เพื่อตรวจความเรียบร้อย 

               “อะไรวะ นังคนสวยนี่ยังไม่ฟื้นอีกหรอ” หนึ่งในชายกลุ่มนั้นเดินขึ้นมาบนตู้แล้วก้มลงมาดูแก้วเจ้าจอมที่ยังแกล้งหมดสติอยู่ ความสวยของหญิงสาวทำให้มันอดใจไม่ไหวยื่นมือมาลูบไล้ที่ข้างแก้วนวล 

               “แหม สวยจริงๆ เกิดมาก็เพิ่งจะเคยพบเคยเห็น น่าเก็บเอาไว้กินเองจริงๆ” 

               “เฮ้ย! คนนี้ไม่ได้เว้ยนายสั่งมา เหมือนนังคนสวยนี่จะเป็นลูกของคนใหญ่คนโตระดับประเทศ ถ้าขืนยังเก็บเอาไว้พวกเราได้พังกันหมดแน่ รีบๆ เอาข้ามชายแดนไปจะดีกว่า กูเอารถเปลี่ยน เดี๋ยวยังต้องขับรถต่ออีกไกลกว่าจะถึงชายแดน” ชายอีกคนว่าพร้อมกับเอาบันไดมาต่อที่ท้ายรถเพื่อให้หญิงสาวคนอื่นๆ ได้ก้าวลงไป 

               “มึงแน่ใจใช่มั้ยว่าจะไม่มีเจ้าหน้าที่มาขวาง แม่ง! ตำรวจทหารเยอะฉิบหาย” 

               “ก็ชายแดนภาคใต้มันมีเรื่องอะไรอยู่ล่ะ ตำรวจทหารเยอะมันไม่แปลกหรอก รีบๆ ขนนังพวกนี้เข้า แถวนี้เป็นพื้นที่ที่พวก ตชด. ชอบมาลาดตระเวนกัน เดี๋ยวพ่อมึงมาพวกเราจบเห่แน่” 

               “จะทหารหรือ ตชด. กูก็ไม่สนเว้ย” 

               “แต่ ตชด. ที่ว่าเนี่ยเป็นพวกพลร่มหน่วยรบพิเศษเลยนะ นายสั่งเอาไว้ว่าให้ระวังพวกนี้เอาไว้ให้ดี ฝีมือของพวกมันไม่ธรรมดา” 

               “เออๆๆ กูรู้แล้วน่า แล้วว่าแต่นังคนสวยนี่ล่ะจะทำยังไงดี เล่นสลบอยู่แบบนี้แล้วจะเอาขึ้นรถไปยังไง” 

               “มึงก็อุ้มมันลงมาสิ ตัวเล็กนิดเดียวจะไปยากอะไร” 

               แก้วเจ้าจอมที่แอบฟังพวกมันพูดเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาบ้างแล้ว เมื่อกี้นี้พวกมันบอกว่าแถบนี้มักจะมีเจ้าหน้าที่ ตชด. มาลาดตระเวนกันบ่อยๆ พี่น้อง ตชด. ของเธอ... แค่ได้ยินชื่อก็อุ่นใจแล้ว ถ้าพวกเขายังลาดตระเวนกันอยู่ก็ยิ่งเป็นไปได้สูงว่าเธอกับทุกคนจะรอด แค่มีเสียงปืนดังขึ้นก็จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยแล้ว พื้นที่แถบนี้ทุกคนจะค่อนข้างไวต่อเสียงปืนเสียงระเบิดเป็นพิเศษ ถึงเธอจะไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ ตชด. ในพื้นที่แถบนี้ แต่พ่อของเธอก็ประจำการอยู่ที่ปัตตานี คุณอาของเธอก็อยู่ที่นราธิวาส เธอมีโอกาสได้มาเที่ยวเล่นทางใต้บ่อยๆ เธอคุ้นเคยกับพื้นที่แถบนี้อยู่พอควร  

               คุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ ช่วยคุ้มครองไนเปอร์ด้วยนะคะ... 

               แก้วเจ้าจอมภาวนาขอเมื่อคนร้ายคนหนึ่งค่อยๆ ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มหลังจากที่หญิงสาวทุกคนเดินลงไปจากรถแล้ว แล้วพอคนร้ายรายนี้จะอุ้มเธอเดินลงไปจากรถบ้างแก้วเจ้าจอมก็ลืมตาขึ้นก่อนจะดิ้นหนีจนหลุดออกจากอ้อมแขนของมัน และในชั่วพริบตาเธอก็จับมันทุ่มลงไปกับพื้นถนนทันทีด้วยวิชาไอคิโดที่ผู้เป็นพ่อสอนให้ทำให้คนร้ายคนอื่นๆ พากันหันมาทางเธออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะทำแบบนี้ได้ จากนั้นแก้วเจ้าจอมก็รีบคว้าปืนของคนที่เธอเพิ่งจะจับทุ่มลงไปกับพื้นขึ้นมาแล้วกระโดดลงไปจากรถก่อนจะรัวยิงปืนขึ้นฟ้า 

               ปังๆๆๆๆๆๆๆ เธอหวังว่าจะมีเจ้าหน้าที่ซักหน่วยได้ยินเสียงปืนของเธอแล้วรีบมาที่นี่ 

               “ทุกคน หนีไป!” เธอร้องบอกหญิงสาวทุกคน ทำให้หญิงสาวที่ถูกพาตัวลงมาจากรถแล้วรีบพากันวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตตามที่แก้วเจ้าจอมวางแผนเอาไว้ ซึ่งพอเห็นหญิงสาวแต่ละคนวิ่งหนีไปคนร้ายก็เริ่มเขวเมื่อไม่รู้ว่าจะจัดการกับใครก่อนระหว่างแก้วเจ้าจอมกับหญิงสาวเหล่านั้น 

               “พวกมึงไปตามนังพวกนั้นกลับมา ถ้าจับเป็นไม่ได้ก็ฆ่าอย่าให้เหลือหลักฐาน ส่วนนังนี่กูจัดการเอง” คนร้ายที่น่าจะเป็นหัวหน้าสั่ง ชายฉกรรจ์เหล่านั้นจึงออกตามไล่ล่าหญิงสาวทุกคนพร้อมกับยิงปืนขู่ ครั้นแก้วเจ้าจอมจะยิงปืนสกัดเพื่อให้หญิงสาวทุกคนหนีไปก็ได้มีคนร้ายอีกคนเข้ามาทางด้านหลังของเธอแล้วจะเล่นงาน แต่แก้วเจ้าจอมก็รู้ตัวเสียก่อนจึงเอียงตัวหลบแล้วยกปลายกระบอกปืนในมือฟาดเข้าใส่ที่หน้าของมันอย่างจัง 

               ผลัวะ!!! พอคนร้ายล้มลงเธอก็เตะเสยปลายคางของมันอีกจนแน่นิ่ง ก่อนจะก้มหลบหัวหน้าคนร้ายที่พุ่งเข้ามาจะเล่นงานเธอจากทางด้านหลัง 

               “แสบนักนะมึง” หัวหน้าคนร้ายว่า เขาเพิ่งมารับช่วงต่อในการส่งหญิงสาวข้ามชายแดน ไม่รู้ว่าไอ้พวกทีมแรกมันคิดอะไรกันอยู่ถึงได้จับหญิงสาวคนนี้มาด้วย แบบนี้มันจะทำให้เขาทำงานได้ยากขึ้น 

               ปังๆๆๆๆ แก้วเจ้าจอมยกปืนขึ้นยิงอีกครั้งเพื่อให้เสียงปืนเรียกเจ้าหน้าที่หน่วยไหนก็ตามที่อาจจะอยู่แถวนี้ หรืออาจจะเป็นชาวบ้านมาที่นี่...ใครก็ได้รีบมาที่นี่ที 

               “มึงยิงปืนหาพ่อมึงหรอ หยุดยิงเดี๋ยวนี้นะ!” 

               “ฉันยิงหาพ่อของพวกแกต่างหากล่ะ ไม่ดีหรอ พ่อของพวกแกจะได้มาลากคอลูกสารเลวไปเข้าคุกไง!!!” ว่าแล้วแก้วเจ้าจอมก็ยกปืนยิงขึ้นฟ้าอีก ถึงเธอจะเป็นตำรวจ แต่อีกหนึ่งอาชีพก็คือเป็นหมอ แม้จะต่อสู้กับคนร้ายได้แต่แก้วเจ้าจอมก็ฆ่าใครไม่ได้ทั้งนั้น หมอ...มีหน้าที่ช่วยชีวิตไม่ใช่พรากชีวิต 

               หนอย...มึง!!!” 

               ผลัวะ!!! พอหัวหน้าคนร้ายจะยกปืนขึ้นยิงเธอแก้วเจ้าจอมก็รีบปาดเท้าเตะปืนในมือของมันจนกระเด็นไปไกล แล้วพอเธอจะยกปืนขึ้นยิงไปที่แขนหรือขาของหัวหน้าคนร้ายรายนี้ก็ปรากฎว่ากระสุนปืนในมือของเธอเกิดหมดขึ้นมาทำเอาหญิงสาวหัวเสียนัก ปกติปืนแบบนี้จะบรรจุกระสุนได้สามสิบนัดนี่นา บ้าบอที่สุด! 

               ปังๆๆๆ เสียงปืนดังมาจากชายป่าที่หญิงสาวทุกคนวิ่งหนีไปทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกใจคอไม่ดี ไม่รู้ว่าเสียงปืนนั้นเป็นเสียงที่ยิงขู่หรือเสียงที่ยิงเพื่อจับตายหญิงสาวเหล่านั้นกันแน่ ขออย่าให้เป็นอย่างหลังเลย 

               “เพราะมึงคนเดียวเลยนังตัวดี อย่าอยู่เลยมึง!!!” หัวหน้าคนร้ายว่าแล้วพุ่งเข้ามาจะทำร้ายเธอทำให้แก้วเจ้าจอมรีบถอยหลบ แล้วก็ต้องก้มหลบอีกครั้งเมื่อคนร้ายอีกสองคนเข้ามารุมทำร้ายเธอ ทำให้เธอต้องป้องกันตัวอย่างสุดฤทธิ์ วิชาหมัดมวยที่ได้ฝึกและร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กถูกงัดออกมาใช้ไม่ให้เสียชื่อครู เท้าเล็กๆ เตะและถีบเหล่าคนร้ายอย่างสุดแรง ด้วยความที่ตัวเล็กทำให้เธอเคลื่อนไหวตัวได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อปืนไม่อาจใช้งานได้มีกพกประจำกายก็ถูกดึงออกมาใช้แล้วฟังไปที่กลางหลังของคนร้ายรายหนึ่งก่อนที่เธอจะวาดขาปล่อยจระเข้ฟาดหางเข้าใส่จนมันล้มฟุบลงไปกับพื้น 

               ผลัวะ!!! เมื่อล้มไปหนึ่ง คนร้ายที่เหลือก็ยิ่งรุกเข้ามาจะจัดการกับเธอต่อ ถ้าเขี้ยวเล็บของหญิงสาวจะเยอะขนาดนี้พวกมันก็ไม่คิดที่จะไว้ชีวิตเธอแล้ว 

               ปังๆๆๆ เสียงปืนดังลั่นขึ้นฟ้าอีก มีหญิงสาวเกือบสิบคนถูกคุมตัวกลับมาจากชายป่าโดยที่พวกมันยังคงยิงปืนขู่เพื่อไม่ให้มีใครคิดตุกติก และเสียงปืนจากพวกมันก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คาดว่าพวกมันคงจับหญิงสาวบางส่วนเอาไว้ได้ แล้วถ้าพวกมันทุกคนกลับมามันคงเป็นเรื่องยากที่เธอจะรอด ยังไงซะพวกมันก็จะฆ่าเธออยู่ดี 

               ผลัวะ!!! แก้วเจ้าจอมกระโดดขึ้นถีบยอดอกของหัวหน้าคนร้ายแล้วหมุนตัวฟาดขาเข้าใส่ต้นคอของคนร้ายอีกคนจนพวกมันซวนเซไปไกลแล้วจึงอาศัยจังหวะนี้รีบหลบหนีก่อนที่พวกมันทุกคนจะกลับมารวมตัวกันแล้วเธอจะสู้พวกมันไม่ได้ 

               “เฮ้ยมันหนีไปแล้ว!!! ตามไปฆ่ามันให้ได้!!!” เสียงคนร้ายร้องบอกกัน พวกมันจึงแบ่งกำลังอีกส่วนจากการคุมตัวหญิงสาวคนอื่นๆ มาออกไล่ล่าเธอ 

               แก้วเจ้าจอมวิ่งหนีเข้าป่าอย่างไม่คิดชีวิต ยิ่งวิ่งเข้าไปผืนป่าก็ยิ่งหนาทึบมากขึ้นตามภูมิประเทศ เสียงปืนที่ดังไล่หลังเข้ามาทำให้เธอต้องก้มหลบเป็นพักๆ มีดพกประจำกายเป็นตัวช่วยอย่างดีในการฟันพุ่มไม้และเถาวัลย์ต่างๆ ให้พ้นทาง ทักษะการหลบหนีคนร้ายในป่าเธอก็ถูกจับฝึกมาหมดแล้ว พ่อของเธอและคุณอาต่างก็เป็นทหารพรานด้วยกันทั้งนั้น พ่อสอนเธอกับพี่ๆ เดินป่ามาตั้งแต่เด็ก สอนให้รู้จักต้นไม้ใบหญ้าทุกชนิดในป่า สอนให้ต่อสู้และหลบหนีจากสัตว์ป่าหรือสัตว์มีพิษ สอนการเอาชีวิตของตัวเองให้พ้นจากภัยอันตรายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในป่า ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างที่พ่อสอนเธอจะได้ใช้จริงๆ ทั้งในการปฏิบัติงานและจากการถูกไล่ล่าอยู่ในขณะนี้ ผืนป่าทางใต้ได้ขึ้นชื่อว่าชุ่มชื้นและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จากพื้นแห้งๆ ตอนนี้พื้นดินเริ่มเปียกแฉะตามลักษณะของป่าในแถบนี้ ไม่ว่าจะมองไปยังทางไหนๆ ก็ไม่มีเส้นทางด่านให้พบเห็น เสียงปืนที่ยังคงดังไล่หลังมาทำให้แก้วเจ้าจอมมีเวลาคิดอะไรได้ไม่มากนัก สิ่งเดียวที่เธอรู้คือเธอต้องหนีไปให้ได้ แล้วถ้าเธอหนีไปได้เธอจะต้องกลับมาช่วยเหลือหญิงสาวเหล่านั้น 

               ปังๆๆๆ  

               “โอ๊ย!” เธอล้มลงไปกับพื้นเมื่อกระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวเข้าที่สีข้างด้านซ้าย แม้กระสุนจะไม่ได้ฝังในแต่ก็ทำให้มีเลือดจำนวนมากไหลออกมา 

               “ไม่ได้...ฉันจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่เด็ดขาด” แก้วเจ้าจอมกุมแผลตัวเองเอาไว้แล้วฝืนตัวเองวิ่งหนีไปตามลำธารเล็กๆ เบื้องหน้า หวังว่าจะเจอลำธารขนาดใหญ่ที่ไหลเชี่ยวเพื่อที่เธอจะได้ลงไปซ่อนตัวในน้ำแล้วให้สายน้ำพัดพาหนีไปจากพวกมัน ถึงมันจะอันตรายและเสี่ยงกับการจมน้ำแต่มันก็คือหนทางเดียวที่เธอจะหนีไปได้ เธอกล้าที่จะเดิมพันชีวิต 

               “ไม่นะ...” เธอครวญออกมาเมื่อวิ่งตามลำธารเล็กๆ ไปแล้วแทนที่เธอจะเจอกับลำธารขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เธอเจอกลับเป็นหน้าผาน้ำตกที่สูงจนน่าหวาดเสียวแล้วผืนน้ำเบื้องล่างก็ไหลเชี่ยว 

               ปัง!!! กระสุนปืนนัดหนึ่งยิงลงมาที่แผ่นหินใกล้ๆ เธอทำให้แก้วเจ้าจอมต้องรีบถอยหนีเมื่อคนร้ายทั้งห้าเดินถือปืนเข้ามาหา 

               “ไง! มึงยังจะหนีไปไหนได้อีกอีนังตัวดี แสบนักนะที่ทำให้สินค้าของกูต้องตายไปตั้งหลายคน ทุนหายกำไรย่อยยับหมด” 

               “ไอ้พวกแมงดาขายผู้หญิงกินอย่างพวกแกมันไม่มีทางเจริญหรอก ถ้าฉันรอดไปได้ แกกับเจ้านายของพวกแกจะต้องได้รับกรรมที่ทำเอาไว้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วอย่างพวกแกลอยนวลไปได้!!!” 

               “อ้อหรอ...แต่ก่อนที่มึงจะมาเล่นงานพวกกู กูว่ามึงหนีจากความตายไปให้ได้ก่อนเถอะ ไงล่ะ จะหนีไปทางไหนดี” หัวหน้าคนร้ายแสยะปากยิ้มเยาะเธอแล้วถือปืนเดินเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ ทำให้แก้วเจ้าจอมต้องถอยหลังไปทางหน้าผา หน้าผาน้ำตกสูงขนาดนี้แทบไม่ได้ต่างจากน้ำตกเหวนรกที่เขาใหญ่เลย ถ้าเธอตกลงไปโอกาสที่จะรอดคงแทบเป็นศูนย์ 

               “กูจะให้โอกาสมึง เห็นแก่ความสวยของมึงที่ถ้ากูจะฆ่ามึงทิ้งมันก็น่าเสียดาย เอาแบบนี้สิ มาเป็นเมียกูแล้วกูจะพิจารณาอีกทีว่ากูจะฆ่ามึงดีมั้ย ถ้ามึงทำได้ถูกใจกู...มึงรอด แต่ถ้าไม่ ก็จบกัน” 

               “หึ!” แก้วเจ้าจอมแสยะยิ้มกลับอย่างไม่นึกกลัว “คนอย่างฉันมีศักดิ์ศรีพอ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีของฉัน จะไม่ยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีของตำรวจตระเวนชายแดนอย่างฉันเด็ดขาด แล้วถ้าฉันจะตาย...ฉันขอจมน้ำตายดีกว่า ไม่ใช่ตายเพราะถูกคนชั่วหน้าตัวเมียอย่างพวกแกฆ่า!!!” 

               “หมายความว่ายังไง” หัวหน้าคนร้ายไม่เข้าใจจนกระทั่งเห็นแก้วเจ้าจอมเดินถอยหลังไปที่หน้าผาอย่างช้าๆ เธอเหน็บมีดพกเอาไว้ที่เอวตามเดิมแล้วกางแขนออกเมื่อเท้ามาถึงขอบหน้าผาน้ำตกแล้ว 

               คุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่...ถ้าไนเปอร์ไม่อาจมีชีวิตรอดกลับไปหาทุกคนได้ พระคุณของคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อและคุณแม่ไนเปอร์ขอตอบแทนในชาติหน้านะคะ คุณพ่อบอกว่าไนเปอร์เป็นลูกของนางไม้ เป็นนางไม้น้อยประจำใจของคุณพ่อ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...นางไม้น้อยก็จะกลับคืนสู่ผืนป่าตลอดกาลแล้วนะคะ... 

               แก้วเจ้าจอมหลับตาที่มีหยาดน้ำตาเอ่อคลอลงก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงไปกับหน้าผาน้ำตกเบื้องล่างต่อหน้าเหล่าคนร้าย ซึ่งพวกมันก็ดูจะตกใจไม่น้อยที่เห็นเธอทำแบบนี้แล้วรีบพากันกรูลงไปมองที่ด้านล่างก็เห็นว่าร่างของหญิงสาวค่อยๆ จมหายไปกับสายน้ำที่เชี่ยวกราด 

               “มันใจเด็ดเป็นบ้าเลยลูกพี่ แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อ หาทางลงไปดูมั้ยว่ามันตายจริงรึเปล่า” 

               “มึงจะลงไปดูทำซากอะไร น้ำตกสูงขนาดนี้ น้ำข้างล่างก็ไหลแรงอีกต่อให้ช้างตกลงไปยังตายเลยแล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ป่านนี้มันคงตายไปแล้ว หึ! ตายไปได้ก็ดีอีนังตัวซวย!” หัวหน้าคนร้ายสถบออกมา “กลับไปที่รถได้แล้ว แล้วพวกมึงก็ไปช่วยกันเก็บศพพวกนังตัวดีที่มันรนหาที่ตายด้วย ตายไปเกือบสิบขาดทุนยับเลย ถ้านายรู้เข้าจะพาลโมโหหนัก” 

               “แล้วค่าจ้างนายจะยังจ่ายอยู่มั้ยพี่” 

               “ห่ามึง!!! ทำสินค้านายตายไปเป็นสิบมึงยังหวังค่าจ้างรอบนี้อีกหรอ” หัวหน้าคนร้ายว่าอย่างใส่อารมณ์ ทำให้เหล่าลูกน้องได้แต่มองหน้ากัน...ก็ลูกพี่เป็นคนสั่งให้จับตายเองไม่ใช่รึยังไง 

               “ไปๆๆ กลับไปที่รถ” หัวหน้าคนร้ายบอกแล้วหันหลังจะกลับไปยังรถ แต่แล้วก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อมันหันมาเห็นชายฉกรรจ์เกือบยี่สิบคนกำลังเล็งปืนมาทางนี้ สีหน้าท่าทางแต่ละคนดูเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย  

               “พี่...จะ..โจรใต้หรือเจ้าหน้าที่” ลูกน้องหันมาถาม หัวหน้าคนร้ายก็เลยสำรวจดูชายกลุ่มนี้อย่างระเอียด ชุดพรางลายเสือ คล้ายทหารแต่ไม่ใช่ ที่แขนเสื้อด้านขวาติดอามช้างศึกแบบนี้ ชุดพรางลายเสือแบบนี้ไม่ผิดแน่...ตชด. ตำรวจพลร่ม 

               “วางอาวุธลงแล้วกุมมือไว้ที่ท้ายทอย!!!” เสียงตำรวจนายที่อยู่ด้านหน้าสุดสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ สีหน้าและแววตาดุดันจนน่ากลัวชนิดที่ว่าถ้ามีเด็กมาเห็นได้ผวาร้องไห้อกสั่นขวัญหายแน่ๆ 

               “ทะ...ทหาร พี่ ทหารพวกนี้มาได้ยังไง” 

               “ก็ตามเสียงปืนมายังไงล่ะไอ้โง่! แล้วพวกนี้มันก็เป็นตำรวจ ไม่ใช่ทหาร” หัวหน้าคนร้ายตอบลูกน้อง แต่แทนที่มันจะยอมวางอาวุธลงตามที่เจ้าหน้าที่สั่ง แต่มันกลับยกปืนขึ้นยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่แทน 

               ปัง!!! เมื่อคนร้ายเป็นฝ่ายยิงขึ้นมาก่อนก็ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เหลือยิงตอบโต้ในทันที ในสถานการณ์แบบนี้จะเมตตาปรานีไปก็คงจะไม่ได้ กฎของเจ้าหน้าที่คือจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนเด็ดขาด แต่ถ้าคนร้ายมีอาวุธครบมือแล้วยิงเปิดขึ้นมาก่อน การจะวิสามัญคนร้ายก็เป็นเหตุที่จำเป็นต้องทำ  

               ปังๆๆๆ เสียงปืนจากการปะทะของทั้งสองฝ่ายดังขึ้นลั่นผืนป่า ใช้เวลาไม่นานคนร้ายทั้งหมดก็ถูกจับตายในทันที 

               “ผู้กอง พวกนี้มันพวกไหนครับ ท่าทางไม่น่าจะใช่โจรใต้” ผู้หมวดเผ่าเทพเดินไปเช็คสภาพศพของคนร้ายที่นอนตายอยู่บนลานหินริมหน้าผา 

               “ไม่ใช่โจรใต้ แต่ก็ไม่น่าจะใช่คนดี” ผู้กองพนาตอบเสียงนิ่งๆ ก่อนจะเดินไปที่ริมน้ำตก เขามองร่องรอยต่างๆ ที่ริมขอบหน้าผาแล้วก็ต้องก้มลงไปมองหน้าผาเบื้องล่างเมื่อร่องรอยที่เขาเห็น คล้ายกับว่าก่อนหน้านี้เหมือนจะมีใครตกลงไปเบื้องล่างเลย  

               ผู้กองพนา หรือร้อยตำรวจเอกพนาธร วรธีดล เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการรบพิเศษและผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ ประจำฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม กองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หลังจากที่เขาย้ายมาประจำการอยู่ที่นี่เมื่อหนึ่งปีที่แล้วเขาก็มักจะนำลูกน้องออกลาดตระเวนไม่เคยขาด ปกป้องพื้นที่ในจังหวัดชายแดนให้สงบสุขและสร้างขวัญกำลังใจรวมทั้งความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ปกป้องและดูแลทุกสุขตลอดจนความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่ที่เขาดูแล ก่อนหน้านี้ขณะที่เขากับทีมกำลังออกลาดตระเวนกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดมาจากทิศทางนี้ ด้วยเหตุนี้เขากับทีมจึงต้องรีบมาที่เกิดเหตุเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น หากเป็นการปะทะกันระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น เขาก็จะได้นำทีมเข้าสนธิกำลังแล้วร่วมต่อสู้ แต่เท่าที่ได้ยินเสียงเหมือนจะไม่ใช่เสียงจากการปะทะ แต่เป็นเสียงเหมือนกับการยิงปืนไล่ล่าใครสักคนอยู่จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับคนร้ายทั้งห้ารายนี้ 

               “ผู้กองครับ ผู้กอง” ผู้หมวดศิระกับเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งวิ่งกลับมาหาเขาหลังจากที่แยกกันออกติดตามเสียงปืนที่ว่านี้ 

               “ที่ชายป่าฟากนู้นมีผู้หญิงถูกฆ่านับสิบคนเลยครับ แล้วถัดไปทางถนนก็มีร่องรอยของคนร้ายอยู่ด้วย ตอนที่พวกเราไปถึงคนร้ายน่าจะไหวตัวทันแล้วหนีไป เหลือแค่รอยล้อรถหกล้อกับปลอกกระสุนเกลื่อนไปหมดเลย” 

               “รึว่าจะเป็นพวกค้ามนุษย์จับผู้หญิงไปขายที่ชายแดนครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพสงสัย เพราะช่วงนี้เขาได้รับแจ้งมาว่าเหมือนจะมีการลักลอบจับหญิงสาวหน้าตาดีข้ามชายแดนเพื่อเอาไปเป็นสาวขายบริการ 

               “ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ผู้หมวดวิทยุไปขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยช่วยสกัดรถทุกคันที่จะออกชายแดนไปทีนะ ตรวจค้นให้ละเอียดทุกซอกทุกมุมแล้วก็เรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการเก็บหลักฐานอื่นๆ ด้วย” ผู้กองพนาสั่งผู้หมวดเผ่าเทพแล้วจึงหันกลับไปมองทางหน้าผาอีกครั้งอย่างขัดข้องใจ 

               “มีอะไรรึเปล่าครับผู้กอง” ผู้หมวดศิระเดินเข้ามาถามแล้วมองลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง 

               “ผู้หมวดคิดว่าถ้ามีคนตกลงไป ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง” 

               “โห ผู้กองก็ถามมาได้นะครับ สูงขนาดนี้ น้ำเชี่ยวขนาดนี้อย่าว่าแต่คนเลย ต่อให้เป็นช้างก็ไม่รอด อ้อ! แต่ถ้าเป็นผีสาง เทวดาหรือนางไม้ก็ว่าไปอย่างนะครับ ถ้าเป็นอย่างหลังนี้รับรองเลยครับว่ารอดชัวร์” ว่าแล้วก็หันมายิ้มให้กับผู้บังคับบัญชา หวังจะให้ผู้เป็นนายยิ้มแย้มออกมากับมุขของเขา แต่ผู้กองพนากลับทำหน้านิ่งเรียบเฉยจนผู้หมวดหนุ่มท้อใจ นายของเขาไม่ยิ้มแย้มหรือหัวเราะบ้างเลยนับตั้งแต่สูญเสียน้องชายไปเมื่อปีก่อน ด้วยความเป็นห่วงเขากับผู้หมวดเผ่าเทพเลยขอย้ายลงมาทำงานด้วย พวกเขาสองคนพยายามทำทุกๆ อย่างเพื่อให้ผู้กองของพวกเขากลับมายิ้มและร่าเริงเหมือนเดิมแต่ก็ไร้ผล ไม่เพียงแต่ผู้กองพนาจะไม่อารมณ์ดีขึ้นแล้ว แต่เขายังเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ทั้งโหดขึ้น ดุขึ้นจนไม่แคร์ใคร ถ้าใครทำอะไรให้ไม่พอใจ คนๆ นั้นเป็นต้องชะตาขาดและแม้แต่ยามที่จำต้องวิสามัญคนร้าย...ผู้กองก็มักจะจัดการกับคนร้ายอย่างโหดเหี้ยมเสมอจนเหล่าลูกน้องบางคนถึงกับขยาด บางคนต้องรีบแขวนพระก่อนที่จะมาคุยกับเขาเลยก็มี 

               “ก็จริงอย่างที่ผู้หมวดว่า มีแค่ผีสาง เทวดาหรือ...นางไม้เท่านั้นแหละที่จะรอดจากหน้าผาน้ำตกนี่ไปได้” ผู้กองพนาตอบก่อนจะละสายตาจากหน้าผามาทางคนร้ายทั้งห้าศพที่ลูกน้องของเขากำลังจัดการกันอยู่ 

  

****************************************************************** 

มีแค่ผีสาง เทวดาหรือ...นางไม้เท่านั้นแหละที่รอด ใช่จ้า ก็น้องเป็นนางไม้ไงเพ่ 555 

ไรท์ประทับใจฉากที่พ่อรันขอความช่วยเหลือจากทุกๆ คนที่อยู่ตามชายแดนมาก มันบ่งบอกว่าทหาร ตำรวจทุกเหล่าทัพต่างก็ประสานงานและร่วมมือกันเป็นอย่างดีในการทำงาน ทั้งเหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก พ่อรันมีมิตรสหายอยู่ทุกพื้นที่จริงๆ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนายมากๆ 

****************************************************** 

เจอกันตอนหน้าจ้า 

ความคิดเห็น