Chaleeisis

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Special Chapter : Valentine's Day

คำค้น : สามเฌอ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.พ. 2563 20:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Chapter : Valentine's Day
แบบอักษร

 

 

 

วันแห่งความรัก....ฉันมีให้เธอทุกวัน 

ไม่ว่าอาทิตย์ถึงจันทร์....ไม่ว่าจะวันไหนๆ 

เป็นเพลงที่เหมาะกับวันนี้จริงๆ เลย 14 กุมภาพันธ์

วันวาเลนไทน์ที่ก่อนหน้าผมเกือบตายเพราะเป็นวันที่ 13 ไง คืองี้ครับ ไม่มีไรมากหรอก ลื่นตกคลองที่ไซต์งาน ก็ได้แผลถลอกจึ๋งนึงซึ่งสิบสามบ่นผมจนหูชาเลย เอาจริงๆ เมื่อวานไม่มีอะไรน่าหวั่นใจเลยนะ ผมไม่สะเหล่อ ไม่ลืมของ ไม่สะดุดบันไดหรือขับรถหลบน้องหมาน้องแมวแล้วไปชนโน่นนี่ ตอนแรกก็คิดว่าเห้ย หรืออาถรรพ์ของเดือนนี้จะทำอะไรเราไม่ได้วะ นั่นแหละ พอคิดแบบนั้นก็ห้าวตีนไง ไม่ระวังตัวให้ดี

ลื่นตกคลองเลยไอ้สันขวาน

พี่เจี๊ยบขำเหมือนจะตาย

สำหรับทุกคนที่เป็นห่วงก็วางใจได้นะครับ ผมปลอดภัยดีแล้ว เดี๋ยวถ้าแผลหายก็จะกลับไปเป็นเฌอที่แข็งแกร่งคนเดิม ตอนนี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือนังน้อนโน่น วันนี้วันวาเลนไทน์แล้วเขามีคลาสเสริม ปกติเสาร์อาทิตย์เขาจะหยุดไง เจ้าตัวงอแงอยู่แหละที่มีเรียนตรงกับวันวาเลนไทน์ สิบสามบอกผมว่ามีอยู่ไม่กี่ช่วงเวลาที่เขาอยากอยู่แต่ในห้องตัวเอง นั่นก็คือ ช่วงงานรับปริญญา งานแต่งงาน และเทศกาลวาเลนไทน์

ดอกไม้เยอะไงไม่ใช่อะไรหรอก

ผมเข้าใจเจ้าแบด แบดยักษ์นะ คนแพ้อะเนอะ ถึงกินยาเอาไว้มันก็ต้องมีฟึดฟัดบ้าง เมื่อเช้าก่อนเขาจะออกไปเรียนก็กินยาตามปกติ สวมแมส ใส่แว่น คือวันนี้ป้องกันตัวเองค่อนข้างขั้นสุดซึ่งมันดีแล้วแหละ แต่ยังไงมันก็วางใจไม่ได้เต็มร้อยอยู่ดี เอาน่ะ ถ้านังน้อนไม่ดื้อไม่ซนก็คงไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพอซื้อของเสร็จผมจะไปหาเขาที่มหา’ลัย

วันนี้มีงานนิทรรศการภาพถ่ายที่ตึกคณะนิเทศฯ

ชรันคนนี้ต้องไปร่วมงานครับ

งานนิทรรศการภาพถ่ายจะมีหัวข้อให้นักศึกษาของแต่ละคณะสามารถส่งรูปเข้าไปประกวดได้ ซึ่งผมไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรในการถ่ายรูปหรอก แต่ไอ้สัสขันมันบังคับให้เพื่อนๆ ส่งรูปเข้าประกวด กวนส้นตีนจริงๆ ไอ้หมีมันเป็นเฮดงานนิทรรศการไง อยากช่วยเมียแต่มาบังคับพวกผมเนี่ยะ จะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ลำบากหรอก ก็แค่ส่งรูปเข้าประกวดอะ ส่วนหัวข้อก็ง่ายๆ เลย ตรงกับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์พอดี

หัวข้อความรักครับ

“พวงนี้เท่าไหร่เหรอครับ” ผมมองพวงมาลัยดอกดาวเรืองปลอมที่แขวนอยู่

“พวงละ 70 บาทจ่ะพ่อหนุ่ม”

“งั้นเอา 3 พวงครับ” ว่าแล้วผมก็หยิบเงินส่งให้ป้าแม่ค้า “ไม่ต้องใส่ถุงหรอกครับ”

“ขอบคุณจ้า”

“ขอบคุณครับ” ผมรับเงินทอนก่อนจะถือพวงมาลัยปลอมเดินออกมาจากร้าน คือด้วยความที่มันเป็นวันแห่งความรักทั้งที ผมก็อยากให้ดอกไม้แฟนแหละครับ แต่เพราะแฟนผมเขาแพ้เกสรดอกไม้ไง ถ้าจะให้ก็ต้องดอกไม้ปลอม

พวงมาลัยดอกดาวเรืองปลอม

ถ้ามันคล้องอยู่ที่คอนังน้อนต้องตลกมากแน่ๆ เลยว่ะ

พอนึกหน้าสิบสามออกเลยครับว่าเขาจะทำหน้ายังไง ตอนนี้เกือบบ่ายโมงแล้วซึ่งอีกสักพักแหละกว่าว่าที่คุณหมอจะเลิกเรียน บ่าย 2 ครึ่งมั้งถ้าผมจำไม่ผิดนะ งานนิทรรศการนี้ไอ้ขันคงไปแต่เพื่อนๆ คนอื่นไม่น่าจะมา ถึงวันนี้จะเป็นวันเสาร์ก็เถอะ ความจริงที่ผมไปงานนิทรรศการเป็นเพราะรูปที่ตัวเองส่งเข้าประกวดได้ถูกคัดไปแสดงด้วย ไม่ได้รางวัลอะไรหรอกแค่ได้แสดงร่วมเฉยๆ ผมก็ไม่ได้อะไรนะ ไม่คิดว่าจะได้เอาไปโชว์ด้วยซ้ำ

เจ้าแบด แบดยักษ์เห็นแล้วต้องตกใจแน่ๆ เลย

ผมเดินมาที่ลานจอดรถของห้าง AA ก่อนจะขับออกแล้วมุ่งหน้าไปมหา’ลัย เดี๋ยวไปหาข้าวกินก่อนดีกว่า ผมคงไปที่ตึกนิเทศฯ เลยแล้วค่อยให้นังน้อนมาหา เออแต่วันนี้สิบสามไม่ได้เอารถมา ไม่เป็นไร ไว้เขาเรียนเสร็จแล้วค่อยขับไปรับก็ได้ ผมขับรถมาจอดที่หลังตึกนิเทศฯ ก่อนจะเดินไปลานบลูซึ่งเป็นสถานที่จัดงานนิทรรศการ

เด็กเต็มไปหมดเลยว่ะ

“พี่เฌอ” เสียงเรียกดังจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง เด็กหัวทองหน้าตากวนตีนโบกมือให้อยู่เย้วๆ ไอ้หมีไงจะใครล่ะ เกลียดออร่าสดใสที่มันมีจริงๆ

แสบตาว่ะ

“ไงมึง กินข้าวยัง กูหิวข้าว แล้วนี่อะไรเนี่ยะ” ผมมองกระถางใส่ดอกหน้าวัวในมือมัน

“ดอกหน้าวัว เพื่อนพี่ให้หมีเนื่องในเทศกาลแห่งความรักไง ดอกกุหลาบก็ไม่ได้นะต้องดอกหน้าวัว แถมสั่งให้ถือเอาไว้ห้ามวางอีกถ้าไม่ได้อยู่หลังซุ้ม”

ผมหลุดขำทันทีเมื่อนังคุณหมีบ่น “ดอกหน้าวัวก็เท่ดีออก แล้วนี่ไอ้ขันไปไหนอะ”

“พาไอ้หนมไปซื้อของอะดิ พี่เฌอคิดดูนะ พี่ขุนเอาช่อกุหลาบสีขาวมาให้ไอ้หนมอะ แล้วช่ออย่างใหญ่ เอามาให้เมื่อเช้าคนฮือฮากันเต็มเลย หมีก็คิดละว่าเออ พี่ขันต้องเอาบ้างแหละวะ กุหลาบสีแดง แม่งที่ไหนได้ล่ะ ดอกหน้าวัว แถมมาเป็นกระถางอีก”

“ฮ่าๆ ๆ ๆ เอาน่ะ อย่าเศร้าไปเลยหมีน้องรัก เดี๋ยวพี่เฌอจะเลี้ยงข้าวเป็นการปลอบใจเอง ดีไหม”

“ดี งั้นไปกินข้าวกันพี่ หมีหิวเหมือนกัน ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยอะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลากผมแล้วพาเดินไปที่โรงอาหารตึกคณะนิเทศฯ

เด็กคอมอาร์ตสวมเสื้อแจ็คเก็ตน้ำเงินเดินอยู่เต็มไปหมด ผมชอบยูนิฟอร์มของคณะนี้นะ เสื้อแจ็คเก็ตอะ กันแดดได้ กันหนาวได้ ถึงไม่มากแต่ก็ในระดับนึง มองเห็นได้แต่ระยะไกลอีก แต่เอาจริงๆ ถ้าอย่างไอ้หมีเนี่ยะ ไม่ต้องสวมเสื้อแจ็คเก็ตก็สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลเหมือนกันนะ

ออร่ามันกระแทกตาไง

ผมเดินไปซื้อราดหน้าก่อนจะกลับมาที่โต๊ะ นังคุณหมีกินข้าวราดแกงพลางกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์ก็ไม่รู้ ผ่านไปสักแป๊บนึง เด็กนิเทศฯ อีกสองคนซึ่งผมคุ้นหน้าเป็นอย่างดีเพราะเป็นแก๊งค์เพื่อนไอ้ตัวแสบนี่แหละ เป้กับภีมยกมือสวัสดีผม

ไอ้เป้นี่มันหล่อจริงๆ แหละว่ะ

“สิบสามอะพี่เฌอ” เจ้าตัวเอ่ยถาม “มันมาป้ะ”

“เรียนอยู่อะ เดี๋ยวก็เลิกแล้วมั้ง มีไรอะ”

“มีเรื่องอยากให้มันช่วยหน่อย คือวันนี้คณะนิเทศฯ มีการแสดงดนตรีแบบนั่งเล่นอะ แล้วทีนี้ไอ้ภีมมันซนไง ล้มจนข้อมือซ้นเมื่อเช้า คาฮองเลยไม่มีคนเล่น ผมก็เลยอยากให้สิบสามเล่นให้”

“สิบสามตีคาฮองได้ด้วยเหรอ” เรื่องนี้ผมไม่รู้มาก่อน นึกว่าตีแค่กลองทอมเป็น

ไอ้หมีพยักหน้ารับรัวๆ “โคตรจะเก่ง แต่ไม่ค่อยมีคนรู้เพราะว่าเขาไม่ได้บอกใคร ที่พวกหมีรู้เพราะตอนประกวดดาวเดือนมันต้องมีการแสดงความสามารถพิเศษไง ไอ้เป้มันไปซ้อมที่ห้องดนตรี สิบสามก็ไปด้วย ตอนนั้นถึงได้รู้เหมือนกันว่าเขาตีกลองเก่ง ไม่ใช่แค่กลองทอมหรือคาฮองนะ กลองชุดด้วย ตอนเด็กๆ เคยเรียนมั้ง ใช่ป้ะเป้”

“ใช่ แต่ปัญหาคือผมกลัวว่ามันจะไม่ช่วยนี่ดิ แต่ถ้าพี่เฌอขอ มันน่าจะยอมนะ”

“นี่พวกมึงรู้ป้ะว่าสิบสามร้องเพลงเพราะ” หลังจากที่ผมถามแบบนั้นพวกเด็กๆ ก็ส่ายหัวทันที มีแค่เฌอคนเดียวเหรอที่รู้เรื่องนี้อะ งั้นมันก็คงจริงสินะที่นังน้อนเคยบอกว่าจะร้องเพลงให้แฟนตัวเองฟังเท่านั้น

ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยเจ้าเด็กนั่น

“สิบสามร้องเพลงได้ด้วยอ๋อ เพราะมากป้ะพี่”

“ฟีลเดียวกับเวลาที่พวกมึงร้องอะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะลองคุยให้ละกัน แต่ไม่รับปากนะ วันนี้ดอกไม้เยอะ ยังไม่รู้อาการของสิบสามเลยว่ะว่าเขาจะโอเคไหม”

“ได้พี่ เดี๋ยวรอมันเลิกเรียนก่อนละกัน” ไอ้เป้บอกก่อนจะหันไปหาไอ้ภีม “กินไร เดี๋ยวกูไปซื้อให้”

“เอาราดหน้าแบบพี่เฌอ”

“เออ รอแป๊บนึง” ร่างสูงเดินไปซื้อราดหน้าให้เมียรัก ส่วนผมก็ตักยอดคะน้าเข้าปากแล้วดูไอ้หมีแกล้งไอ้ภีมเล่น เดี๋ยวไอ้เป้กลับมาก็โดนเตะหรอกไอ้นี่

พวกตัวแสบขอให้ผมบอกสิบสามให้เล่นคาฮองให้หน่อย ใจนึงก็คิดว่าเขาอาจจะยอม แต่อีกใจก็คิดว่าเขาอาจจะปฏิเสธ นังน้อนน่าจะอยากกลับหอเร็วๆ ไม่รู้สิ ยังไงก็คงต้องลองบอกก่อน ผมก็อยากเห็นเหมือนกันนะ สิบสามนั่งเล่นคาฮองน่ะ แถมยังนั่งเล่นร่วมกับคนอื่นอีก หลายๆ คนเรียกแก๊งค์นี้ว่ากอสซิปบอยด้วย เรื่องนี้ไอ้หมีมาเล่าให้ฟัง เหมือนกับว่าหมี เป้ และสิบสามเนี่ยะ ชอบสุมหัวกันเวลาปรึกษาหรือวางแผนจะทำอะไรบางอย่าง

สุมหัวคือสุมหัวจริง

ไม่ใช่การนั่งคุยแบบคนทั่วไป

ผมว่าถ้าได้ขึ้นไปเล่นดนตรีด้วยกันจริงๆ ต้องน่าดูมากแน่ๆ เลย อดีตเดือนมหา’ลัยกับคนที่เกือบได้เป็นเดือนมหา’ลัย แล้วผู้ที่เป็นที่รักของทุกคนอย่างไอ้หมีอีก ละพวกนี้ร้องเพลงอย่างเพราะ ไม่ว่าใครก็ต้องอยากเห็นอยู่แล้วแหละ

เฌอก็เป็นหนึ่งในนั้น

“เออพี่เฌอ หมีว่าจะถามตั้งแต่ตอนพี่เดินมาละ” มือเรียวหยิบพวงมาลัยดอกดาวเรืองขึ้นมาดู “เอาพวงมาลัยมาทำไมอะ แก้บนอ๋อ”

“เปล่า กูเอามาให้สิบสาม”

“ถามจริง”

“เออสิ ก็นังน้อนเขาแพ้เกสรดอกไม้ก็เลยต้องใช้ดอกไม้ปลอมเนี่ยะ จะให้ตุ๊กตาก็มีเยอะแล้ว”

ไอ้หมีหัวเราะออกมาเสียงดัง “ดอกหน้าวัวหมีเทียบไม่ติดเลยอะ แล้วลองนึกภาพสิบสามมีพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอ”

“กูว่าต้องตลกมากแน่ๆ เพราะแบบนี้แหละกูถึงซื้อมา” ผมมองจอโทรศัพท์ที่มีข้อความแจ้งเตือนไลน์เข้า เปิดดูก็พบข้อความของนังน้อน เขาเลิกเรียนแล้วครับ เดี๋ยวผมไปรับเขาดีกว่า

“สิบสามอ๋อ”

“อือ เลิกเรียนละ เดี๋ยวกูไปรับเขา”

“เอารถยนต์ไปเหรอ เอารถเครื่องไปแทนป้ะ” ไอ้หมีหยิบกุญแจรถส่งมาให้ “รถหมีอะ จอดอยู่หลังตึกใต้ต้นไทร”

“เค งั้นเดี๋ยวกูมา ฝากกระเป๋าด้วย” ผมเอากระเป๋าคาดคล้องคอไอ้หมีก่อนจะเดินออกมาจากโรงอาหารแล้วไปที่ลานจอดรถหลังตึก

ผมขับรถเครื่องไปตึกแพทย์ฯ ที่อยู่อีกฟากของมหา’ลัย ดีนะว่าวันนี้แดดไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ อึมครึมเหมือนฝนจะตก เดี๋ยวนี้อากาศประเทศไทยมันเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ หน้าร้อนมีฝนตก หน้าหนาวก็ไม่หนาว หน้าฝนก็ตกไม่เคยเป็นเวลาเลย ตอนกลางคืนอะตกไปสิ มาตกอะไรตอนเช้าหรือตอนที่ต้องไปเรียนด้วยวะ ช่างเถอะ บ่นไปก็เท่านั้นอะ

จะเอาอะไรกับฟ้ากับฝน

ผมจอดรถที่ข้างตึกก่อนจะไลน์หาสิบสามแล้วบอกเขาว่ารออยู่ตรงนี้ ใช้เวลาไม่นานร่างสูงก็เดินออกมาจากตัวตึก ดวงตาคมใต้แว่นเลนส์เปล่ามองมาทางผมก่อนจะจามหัวสั่นไปทีนึง ทั้งขำและก็สงสาร ขนาดใส่แมสนะนั่นน่ะ นังน้อนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนทำคิ้วขมวดเมื่อเห็นพวงมาลัยดอกดาวเรืองในมือผม

“วันนี้เป็นไงบ้าง”

“ก็ดีครับ ไม่เท่าไหร่” เจ้าตัวดันแว่นขึ้นไปคาดหัวตัวเอง “ว่าแต่พี่เอาพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาทำไมครับ”

“วันนี้วันวาเลนไทน์ไงคุณ ก็ให้ดอกไม้กันก็ไม่แปลก”

“พี่เฌอ”

ผมจัดแจงคล้องพวงมาลัยให้สิบสาม “สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับนังน้อนของพี่เฌอ ขอให้เป็นแฟนที่ดีของผมไปทุกวันเลยนะ”

“พี่นี่มันจริงๆ เลยนะครับ” ร่างสูงขยับเข้ามากอด “ขอบคุณนะครับสำหรับพวงมาลัย”

“ชอบไหม”

“ผมบอกว่าไม่ชอบได้ด้วยเหรอครับ”

“น่ารักออก” ผมคลายกอดก่อนจะจับดูตามเนื้อตามตัวเขา “วันนี้โอเคไหม”

“โอเคอยู่ครับ ผมพยายามเลี่ยงเท่าที่เลี่ยงได้ มีจามบ้างแต่ว่ายังโอเคอยู่ แล้วนี่รถใครครับ”

“รถไอ้หมีอะ รถผมอยู่ที่ตึกนิเทศฯ วันนี้มีงานนิทรรศการภาพถ่ายไง ผมอยากให้คุณไปด้วยกันนะ มีของที่อยากให้คุณเห็น”

“ได้ครับ ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย พี่เฌอกินข้าวรึยัง”

“กินแล้วแต่เดี๋ยวผมพาคุณไปกินข้าวก็ได้ พวกไอ้หมีไอ้เป้ก็อยู่ที่โรงอาหาร มา....เดี๋ยวผมพาไป” หลังจากที่บอกแบบนั้น สิบสามก็ขึ้นมาซ้อนท้ายรถ

ผมพานังน้อนมาที่ตึกนิเทศฯ คนไม่น้อยเลยที่มองแฟนผมแล้วยิ้มออกมา เพราะพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่คล้องคอเขาอยู่แน่ๆ ล่ะ ผมว่ามันออกจะน่ารัก รู้อยู่หรอกว่าสิบสามไม่อยากเอามันคล้องคอแต่ที่ยอมก็เพราะตามใจผม พวงมาลัยมันไม่ได้ดอกใหญ่นะ ขนาดมันกลางๆ ถึงจะคล้องให้ 3 พวงก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาดูลดน้อยลงหรอก

อันนี้พูดตามความจริงเลยครับ

“ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ อะไรมึงเนี่ย” ไอ้เป้หัวเราะลั่นเมื่อเห็นเพื่อนต่างคณะเดินเข้ามา แล้วนั่นมันไปเอามงกุฎดอกไม้จากไหนมาสวมหัววะ

“ไม่ต้องหัวเราะผมเลย หัวคุณก็เหมือนกันเถอะ” ร่างสูงเอ่ยทักเพื่อนตัวแสบก่อนจะนั่งลงข้างผม

“แฟนให้ก็ต้องใส่ป้ะวะ” คนพูดหันไปย่นหน้าใส่แฟนตัวเองทีนึง

“จะใส่ดีดีหรือจะให้กูเอาไปให้คนอื่นใส่”

อืม....เดี๋ยวก็บ้านแตกอีก

ผมส่ายหัวให้เด็กๆ ที่กำลังง้องแง้งใส่กันอย่างเอื้อมๆ หันมองนังน้อนที่ถ่ายรูปลงสตอรี่ไอจีตัวเอง หน้านิ่งมาก แล้วมีดอกดาวเรืองเต็มคอแบบนั้นก็ดูตลกป้ะวะ ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อจะเข้าเฟรมกล้องด้วย ขำว่ะ ทำไมนังน้อนมันน่าเอ็นดูแบบนี้วะ

“ผมไปซื้อข้าวก่อนนะครับ” เจ้าตัวบอกก่อนจะเดินไปซื้อข้าว ผมก็เล่นโทรศัพท์ของสิบสามที่วางอยู่ตรงหน้า

“พี่เฌอบอกสิบสามยัง”

“ยัง พวกมึงอะต้องบอก เดี๋ยวกูช่วยชงให้”

“ได้ พี่ว่าอาการเขาวันนี้เป็นไง”

“ยังโอเคอยู่นะ ไม่น่าจะมีปัญหาอะ”

สิบสามเดินกลับมาพร้อมกับจานข้าว “พี่เฌอจะกลับประมาณกี่โมงเหรอครับ”

“คุณรีบเหรอ”

“เปล่าครับ แค่ถามเฉยๆ ”

“ยังไม่รู้เหมือนกันอะ ถ้าคุณไม่เป็นไรมากก็อาจจะเย็นๆ หน่อยก็ได้มั้ง มันมีดนตรีด้วยนะงานนิทรรศการ”

“สามเพื่อนรัก” ไอ้เป้ขยับเข้ามาใกล้นังน้อน “กูมีอะไรให้มึงช่วยหน่อยอะ”

“อะไรครับ”

“เล่นคาฮองให้หน่อยดิของงานนิทรรศการภาพถ่าย” สิ้นเสียงนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ สิบสามมองเป้นิ่งๆ พลางเหลือบมองผมเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

มันก็ยากนะที่จะทำให้เขายอมง่ายๆ น่ะ ปกติสิบสามถ้าไม่มีแรงจูงใจให้ทำก็จะไม่ทำไง เขาคงไม่อยากให้ใครได้เห็นตัวเองในมุมที่แปลกไปจากเดิมสักเท่าไหร่ ผมเข้าใจนะ แต่อีกใจก็อยากให้เขาแสดงมันออกมาให้คนอื่นได้เห็นเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ก็นั่นแหละทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเขา ซึ่งทุกคนในตอนนี้พยายามหาทางต้อนให้ยอมอยู่

โห่....ก็อยากเห็นอะ

“พี่เฌอคิดว่าไงครับ”

“ผมก็อยากเห็นคุณนั่งเล่นกับเพื่อนๆ นะ ไม่รู้เลยว่าคุณเล่นคาฮองได้” ผมเขี่ยผมที่ปรกหน้าเขาพลางยิ้มบางๆ ให้ “ความจริงอยากได้ยินคุณร้องเพลงด้วย จริงอยู่ว่าถ้าคุณร้องเพลง หลายๆ คนอาจจะได้ยิน แต่ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน”

เจ้าตัวพยักหน้ารับเบาๆ “เอาแบบนั้นเหรอครับ”

“ถ้าคุณลำบากใจก็....”

“ผมจะขึ้นเล่นดนตรีครับ” สิบสามยิ้มบางๆ ให้ผมก่อนเลื่อนมากุมมือที่อยู่ใต้โต๊ะ “นานๆ ทีไม่เป็นไรหรอกครับ อีกอย่างก็ถือว่าช่วยเพื่อนๆ ผมทำได้”

“ขอบใจมึงมากจริงๆ เลยเพื่อน” ไอ้เป้ยกมือแตะไหล่เขา “งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จไปขนกีต้าร์กับคาฮองที่ห้องคณะกัน แล้วจะเล่นเพลงอะไรค่อยว่ากันอีกที”

“ได้ครับ แล้วตอนแรกใครเล่นคาฮองเหรอครับ”

“ผมเอง แต่ว่าเมื่อเช้าล้มแล้วมือซ้นอะ ก็เลยต้องหาคนเล่นแทน รบกวนคุณด้วยนะสิบสาม” ภีมเอ่ยบอก

“โอเคครับ” เขารับคำก่อนจะกินข้าวต่อ

เป็นไปตามที่คิดจริงๆ ด้วยว่านังน้อนจะยอมเล่นคาฮองให้ เดี๋ยวผมจะรอดูอย่างใจจดใจจ่อเลย ลองคิดภาพตามวงนั่งเล่นบนเวที สิบสามมีพวงมาลัยคล้องคอ ไอ้เป้สวมมงกุฎดอกไม้ ไอ้หมีมีกระถางดอกหน้าวัวตั้งอยู่ข้างๆ โอ๊ยยยยมันอะไรเนี่ยะ แค่คิดก็ขำแล้วอะ อยากเห็นเวลาจริงเร็วๆ

“แล้วนี่มึงเล่นกันกี่โมง”

“บ่าย 3 อะพี่”

“ก็ใกล้เวลาละสิ” ผมมองร่างสูงที่เอาจานไปเก็บ พวกเด็กแสบก็เก็บของเตรียมจะไปห้องคณะ

“พี่เฌอรอดูผมด้วยนะ”

“แน่นอนสิ เดี๋ยวผมรอที่หน้าเวที โอเคไหม”

เจ้าตัวพยักหน้ารับ “แล้วเจอกันนะครับ”

“อื้ม” ผมมองสิบสามที่เดินไปกับก๊วนเด็กนิเทศฯ

เรื่องความสัมพันธ์ต่อคนรองข้าง เขาดูเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะถ้าเทียบกับวันแรกที่รู้จักกันน่ะ นังน้อนดูเข้ากับคนอื่นได้มากขึ้น ถึงจะยังมาดนิ่งและพูดน้อยอยู่แต่ก็เป็นมิตรกว่าเดิมเยอะเลย มันดีนะครับที่เขาปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้จึ๋งนึงแบบนี้ ผมว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์อยู่นะถ้าในวันนึงเขาต้องเป็นคุณหมอน่ะ

“เฌอ”

หันตามเสียงเรียกก็พบกับขันเพื่อนรัก “อ่าว มาแล้วเหรอ”

“อืม แล้วไอ้หมีอะ”

“ไปห้องคณะ เดี๋ยวจะมีดนตรีอะ เราก็ไปลานบลูเหอะ” ว่าแล้วผมก็ลากไอ้ขันไปที่ลานบลู “เห็นรูปของกูแล้วสิ”

“เออดิ รูปมึงน่ะใหญ่มาก ไอ้หมีติดเองกับมือ แล้วแฟนเด็กมึงรู้ไหมว่ามึงเอารูปเขามาประกวด”

“ไม่รู้หรอก กูก็ไม่คิดว่าจะได้เอามาแสดงนี่หว่า” ผมเดินนำไอ้ขันมาจนถึงด้านหน้าของเวทีเล็ก “อยากรู้เหมือนกันว่าตอนสิบสามเห็นเขาจะทำหน้ายังไง”

“ก็ทำหน้านิ่งเหมือนเดิม”

“เออ อาจจะ” ผมยืนมองเด็กๆ คณะอื่นที่เข้าชมงานนิทรรศการ มีบางส่วนมายืนออกันอยู่หน้าเวทีเล็กเพื่อรอชมดนตรีนั่งเล่น อีก 10 นาทีจะบ่าย 3 อากาศเป็นใจอยู่ มีลมเย็นโชยมาเป็นระยะ

“มึงให้อะไรแฟนป้ะวาเลนไทน์”

“ให้ดิ เดี๋ยวมึงก็เห็น แล้วมึงเนี่ยะ ให้ดอกหน้าวัวไอ้หมีเนี่ยนะ”

“ตลกอะ อย่าว่าแต่กูเลย มันก็ให้ดอกบัวกูมาพานนึง ไม่ได้เป็นช่อด้วยนะ มาทั้งพานเลยตั้งแต่เมื่อเช้าอะ กวนส้นตีน”

“ก็สมกันแล้วไหมวะ”

“แล้วมึงอะ น้องหมอให้อะไรป้ะ”

“ไม่อะ ไม่น่ามีนะ ให้หรือไม่ให้กูไม่ใส่ใจ ขอแค่กูได้ให้ก็พอ”

“พวงมาลัยดอกดาวเรืองอะนะ” ไอ้ขันมองร่างสูงที่เดินมาพร้อมผองเพื่อน “มึงนี่แม่งโคตรไอ้เฌอเลย”

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 

เสียงกรี๊ดดังลั่นจากกลุ่มเด็กหน้าเวทีเมื่อกอสซิปบอยทั้ง 3 เดินขึ้นไปบนนั้น ไอ้เป้ถือกีต้าร์ ไอ้หมีถือแทมบูลิน ส่วนนังน้อนของผมก็ถือคาฮอง เขาเอาแว่นคาดผมตัวเองเอาไว้พลางรั้งแมสที่ปิดปากมาไว้ใต้คางก่อนจะหันหลังไปจามทีนึง นี่ไม่ใช่ว่าร้องเพลงอยู่แล้วก็จามออกมานะ แบบนั้นจะฮามาก ผมเห็นนักดนตรีเฉพาะกิจแอบหันไปสุมหัวคุยอะไรกันสักอย่างก่อนจะนั่งประจำตำแหน่งตัวเองแล้วปรับไมค์ให้อยู่ในองศาที่พอดี

ตื่นเต้นจังวะ

นัง 3 คนบนเวทีนั่นโคตรหล่อเลย

ตลกแถมมุ้งมิ้งมาก

ผมมองดอกหน้าวัวที่อยู่ข้างเก้าอี้ที่ไอ้หมีนั่ง เพื่อนรักดูชอบใจที่แฟนมันเอากระถางดอกไม้ที่มันให้ขึ้นไปเล่นดนตรีด้วย แต่ถ้าถามผมนะ คนที่ฮาที่สุดบนเวทีนั่นก็นังน้อนป้ะ เหมือนศาลเจ้าจำลองอะ นี่ถ้ามีผ้าสามสีผูกเอวด้วยจะโคตรใช่เลย

“เทสครับ ได้ยินกันไหมเอ่ย” เสียงของเด็กหัวทองเอ่ยทักทายทุกคน “ยินดีต้อนรับสู่นิทรรศการภาพถ่ายของคณะนิเทศศาสตร์นะครับ” ทุกคนพากันปรบมือหลังจากที่ไอ้หมีพูดจบ

“ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกภาพ ทุกผลงานที่ทุกคนส่งเข้ามาร่วมประกวดนะครับ สามารถดูการรับรางวัลย้อนหลังได้ที่เพจของทางคณะนิเทศศาสตร์ได้เลยนะครับ วิดิโอทำการอัปโหลดแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายนะ ส่วนในตอนนี้ก็เป็นดนตรีนั่งเล่นเซอร์วิส ก็ได้คนหล่อมานั่งเล่นด้วยนะครับ” 

สิบสามเหลือบมองเป้นิ่งๆ “ก็แฟนคุณข้อมือซ้นไงครับ ผมถึงต้องมาเล่นแทน” พอนังน้อนพูดแบบนั้นเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้นอีก ส่วนไอ้เป้ก็หน้าขึ้นสีเพราะโดนแซว ไม่เคยเจอใครแซวคนอื่นด้วยสีหน้าแบบนั้นเลย

นิ่งจนเหมือนว่าพูดเฉยๆ นะแต่ความจริงคือแซว

“เริ่มกันเลยดีกว่าครับก่อนจะเขินตายกันสักก่อนนะ ถ้าทุกคนพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลยนะครับ” สิ้นเสียงไอ้หมี เสียงเกากีต้าร์ก็ดังขึ้นพร้อมกับไอ้เป้ที่เริ่มร้องก่อน

 .

“มันคาดไม่ถึงเลยเธอ คนที่จะเปลี่ยนฉันไปให้ดีขึ้นได้เหมือนเธอ 

สิ่งที่เห็น ไม่เป็นอย่างที่คิด ที่ดีอยู่แล้วยิ่งดีจนบอกไม่ถูก” 

 .

“ตอนที่ตื่นมา see ya smile got me going damm you are changing my whole life 

ลืมไปหมดเลยว่าเมื่อคืนฝันร้าย yeah ถ้าเธอก็คิดเหมือนที่ฉันคิด 

you and me we got the same vibe” 

 .

“แค่ฉันมีเธอ ก็จบที่เธอคนนี้ ไม่มีใครใหม่ 

สะกดให้ใจฉันยอม....ตลอดไป 

เธอคนเดียวที่ทำให้ชีวิตฉันมัน alright 

เข้ามาทำให้โลกของฉันสดใส ดีอย่างคาดไม่ถึง 

I can't believe it .....” 

 .

( ดี๊ดี (UNEXPECTED) - JAYLERR x PARIS ) 

 .

ตึกตัก

ดีจังวะ

ผมยกมือขึ้นทาบอกตัวเองหลังจากฟังท่อนฮุกที่สิบสามร้อง หัวใจเต้นแรงและรู้สึกหน้าร้อนมากเลย เขินทำไมวะเนี่ยเฌอ เพราะรอยยิ้มหลังจบท่อนร้องแน่ๆ โหยยยย ใจใครจะไหววะ คือรู้อยู่แล้วว่านังน้อนร้องเพลงเพราะ แต่ลุคที่ร้องไปด้วยแล้วเล่นคาฮองไปด้วยแบบนี้ไม่เคยเห็นไง โคตรดีเลยอะ ทั้งเพลงเอย ดนตรีเอยหรือแม้กระทั่งนักร้อง ความรู้สึกเมื่อกี๊เหมือนโดนบอกรักผ่านเพลงยังไงก็ไม่รู้

สายตาและรอยยิ้มนั่นก็ทำให้ใจสั่น

สิบสามนี่มันจริงๆ เลย

กอสซิปบอยเล่นดนตรีไปเรื่อยๆ พร้อมกับทำให้สาวๆ ตกหลุมรักได้ทั้งบาง แต่บนเวทีนั่นไม่มีใครโสดเลยนะ มีเจ้าของหัวใจกันหมดแล้วทุกคน ผมชอบเวลานังน้อนร้องเพลงจริงๆ อย่างน้อยสีหน้าเขาก็ดูมีอารมณ์เข้ามาปะปนบ้าง บ่อยครั้งที่เขาร้องเพลงแล้วมองมาทางผม ก่อนจะละสายตาก็ยิ้มให้ และทุกครั้งที่เขายิ้ม เสียงกรี๊ดก็จะดังขึ้นตลอด

เกินไปแล้วจริงๆ

 

“แค่ฉันมีเธอ ก็จบที่เธอคนนี้ ไม่มีใครใหม่ 

สะกดให้ใจฉันยอม....ตลอดไป 

เธอคนเดียวที่ทำให้ชีวิตฉันมัน alright 

เข้ามาทำให้โลกของฉันสดใส ดีอย่างคาดไม่ถึง 

I can't believe it .....” 

.

*** 

 .

“นี่น้ำนะคุณ”

“ขอบคุณครับ”

ผมโบกพัดให้สิบสามหลังจากที่เขาเล่นดนตรีเสร็จ ตอนนี้เกือบ 4 โมงครึ่งแล้วครับ ชั่วโมงกว่าของวงกอสซิปบอยคือดีมาก เพลงเพราะมาก หล่อมาก ผัวแห่งชาติสุดๆ ระหว่างร้องเพลง นังน้อนจามออกมาด้วยครับ โคตรน่ารักอะ เป็นเหมือนจังหวะซิทคอมแล้วทุกคนก็พากันหัวเราะ แฟนผมขำจนตาหยีให้ได้เห็นกันเลยแหละ พวกที่ดูดนตรีวันนี้คือสู่ขิตเพราะมันน่าจะเป็นครั้งเดียวที่เขาแสดงอาการทั้งหมดนั้นให้เห็น

“คุณร้องเพลงเพราะจริงๆ เลยนะสิบสาม”

“ชอบไหมล่ะครับ”

“ชอบสิ แล้ววันนี้ร้องแต่เพลงรัก ฟังแล้วเขินยังไงก็ไม่รู้”

“วันแห่งความรักนี่ครับ” เจ้าตัวเขี่ยผมที่ปรกหน้าผมออกให้ “ผมดีใจนะที่พี่ชอบ แต่อะไรแบบนี้คงไม่ได้เห็นบ่อยๆ นะครับ”

“พอรู้อยู่หรอก เออคุณ ผมมีอะไรอยากให้ดูด้วย” ว่าแล้วผมก็ลากร่างสูงมาที่รูปภาพซึ่งจัดแสดงโชว์อยู่ด้านหน้า

ดวงตาคมมองภาพนิ่งๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมา ภาพภายใต้หัวข้อความรักที่ผมส่งเข้าประกวดก็คือภาพที่ผมถ่ายสิบสามตั้งแต่ตอนที่เราไปเสม็ดด้วยกัน ฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ขึ้นครับ เขาหันมายิ้มให้ ตอนนั้นเราเป็นแฟนกันแล้วนั่นแหละ มันสดใส เห็นทีไรก็ทำให้ยิ้มได้ เพราะแบบนั้นเลยเอาภาพนี้ส่งเข้าประกวด ถึงจะไม่ได้รางวัลแต่ว่าได้เห็นเขายิ้มเพราะภาพตัวเองมันก็ดี

ดีต่อใจมากเลยจริงๆ

“ผมไม่รู้เลยนะครับว่าพี่จะเอารูปผมส่งเข้าประกวด”

“หลายคนคงชอบภาพนี้”

“ผมก็ชอบ....” มือเรียวเลื่อนมากุมมือผม “ยิ่งเฉพาะคนถ่ายนะ ผมยิ่งกว่าชอบอีก” 

ผมหลุดยิ้มออกมาก่อนจะขยุ้มหัวเขา “ขนาดนั้นเชียว”

“ใช่ครับ วันนี้วันวาเลนไทน์ แต่ผมไม่มีอะไรให้พี่เลย”

“ไม่ต้องหรอก ไม่มีอะไรจะมีค่ามากกว่าคุณอีกแล้วอะ” 

“พี่เฌอ” แก้มขาวขึ้นสีแดงระเรื่อ “พี่ทำผมเขินนะครับ”

“เขินมากไหม”

“ก็ไม่มาก” เจ้าตัวอมยิ้มให้ “แค่จึ๋งเดียว”

“สิบสาม”

“”หืม....”

“ผมอยากจูบคุณอะ” 

“ตรงนี้คงยากครับเพราะคนเยอะมากเลย” เขายกมือผมขึ้นไปจุ๊บเบาๆ “เท่านี้ก่อนนะครับ”

“อื้ม....” ผมยกมือเขาขึ้นมาจุ๊บบ้าง “ผมไม่ค่อยมีแฟนอยู่ด้วยในช่วงวาเลนไทน์เลยอะ บ่อยครั้งที่ความรักมันจะจบลงก่อนหน้าวันนึง คือน้อยมากจริงๆ ”

“ผมไม่เคยมีแฟนอยู่ด้วยในช่วงวาเลนไทน์เลยครับ พี่เฌอเป็นคนแรกและคงเป็นคนเดียวที่ผมมี ผมไม่ชอบวาเลนไทน์ ดอกไม้เยอะ หายใจลำบาก แต่พอมีพี่อยู่ด้วยตรงนี้แล้วผมคงต้องมองใหม่แล้วล่ะ”

“ผมมีความสุขนะ วันนี้เป็นวาเลนไทน์ที่ดีสำหรับผมจริงๆ ” ผมเอียงหัวเข้าไปใกล้สิบสาม “ผมรักคุณนะนังน้อน วาเลนไทน์ปีหน้า....อยู่ด้วยกันอีกนะ” 

“ผมจะอยู่กับพี่เฌอไปทุกปีเลยครับ” 

จุ๊บ 

“สิบสาม!!!!”

ไหนคุณบอกคนเยอะไง

“สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับ....แฟนของสิบสาม” 

เขาแม่ง....น่ารักจริงๆ แหละว่ะ

 .

.

.

----- END ----- 

. 

สวัสดีค่ะมาส่งสเปฯ สามเฌอแล้วนะคะ ถึงจะเลยวาเลนไทน์มาแล้วแต่ถือว่าย้อนหลังนะ 

ชาลมีแพลนส่งสามเฌอให้กับสนพ.นึงเพื่อพิจารณา ใช้เวลารู้ผลอาจจะนาน ถ้าสมมุติว่าไม่ผ่านก็คงทำมือเองค่ะ เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ 

ภาพที่เห็นนังน้อนกับพี่เฌอนั่นต้องขอบคุณเพื่อนฐาของชาลด้วยนะคะ มันคือคนวาด เป็นเพื่อนกันนี่แหละ นี่เลยคือสิบสามและพี่เฌอในความคิดของชาล หวังว่าบี๋คงชอบนะคะ 

สุขสันต์เดือนแห่งความรักน้า เลิ้บๆ ค้าบ 

#สามเฌอ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า 

ความคิดเห็น