โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 2-2 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-2 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้ สตอล์กเกอร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 201

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.พ. 2563 15:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-2 ท่ามกลางสายลมกับสายลม
แบบอักษร

 

ฮีแจทำหน้าเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง จีฮอนลองโบกกระดาษสีขาวตรงหน้าฮีแจ แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

“น่ารำคาญชะมัด” 

“ครับ?” 

“เฮ้อ อีฮีแจผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นคนโง่แล้ว” 

“หา?” 

เมื่อกี้พูดว่าโง่หรือเปล่า หรือว่าฟังผิด มาเจอเพื่อรายงานว่าสืบจนเจอที่อยู่แฟนเก่าที่ตามสตอล์กกิ้งแล้ว แต่กลับเป็นแบบนี้ตั้งแต่เจอกันแล้ว เมื่อวานตอนเช้าก็ยังดูอารมณ์ดีอยู่เลย แล้วยังแต่งหน้าจัดเต็มเหมือนจะไปงานแต่งที่ไหนด้วย ในช่วงสั้นๆ มันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ จีฮอนเริ่มคาดเดาราวกับว่าตัวเองทำงานที่สำนักงานนักสืบจริง สังเกตฮีแจอย่างละเอียดตั้งแต่ศีรษะ ตา จมูก ปาก ไหล่ เพื่อคาดเดาอย่างซื่อๆ แล้วทันใดนั้นก็ได้พบอะไรบางอย่าง 

“เมื่อวานสตอล์กเกอร์ติดต่อมาเหรอครับ” 

“พูดไม่ออกเลยฉัน ให้ตายเถอะ” 

“ทำไมพูดไม่ออกล่ะครับ ติดต่อมาว่ารออยู่ที่หน้าบ้านอีกเหรอครับ เลยไปนอนที่บ้านเพื่อน ใช่ไหมครับ” 

“เสียศักดิ์ศรีชะมัด” 

ดูท่าจะไม่มีสติรับฟังเรื่องราวของตน จีฮอนคิดเปรียบเทียบถึงเหตุผลต่างๆ ที่อาจจะเป็นไปได้ แล้วดึงทิชชูที่วางอยู่มุมโต๊ะออกมา 

“ใส่ชุดเดียวกับตอนมาซื้อกาแฟเมื่อวานเลยนะครับ พี่” 

“...” 

“พี่จะไม่ตอบอะไรผมหน่อยเหรอครับ เย็นชาสุดๆ เลยนะ” 

“พัคแทมยอง ไอ้!” 

“ครับ?” 

ไหล่ของฮีแจที่พ่นลมหายใจอย่างฉุนเฉียวกระตุก พร้อมกับการทุบโต๊ะด้วยหมัดที่กำแน่น ดวงตาดำสนิทจับจุดโฟกัส ดูท่าคงจะกลับมาสู่ความจริงแล้ว จีฮอนจึงได้ยัดทิชชูคืนที่เดิมอีกครั้ง แล้วส่งกระดาษสีขาวไปให้ จากที่บ่นอะไรฟังไม่ได้ศัพท์ ตอนนี้ก้มหน้างุดแล้วรับกระดาษไปอย่างว่าง่าย จีฮอนถึงกลับหลุดหัวเราะ คิก ออกมา 

“อย่ามาขำนะ” 

ฮีแจขบกรามแน่น แสดงท่าทางข่มขู่อย่างโหดร้าย ใบหูแดงจัด ถึงจะขู่ว่าห้ามหัวเราะ หากก็ทนไม่ได้จนหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง 

คำว่า ‘ใส่ชุดเดียวกับเมื่อวาน’ แค่วันนี้ก็ได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่จีฮอนเท่านั้น สถานการณ์ที่ซ้ำกับเมื่อหลายวันก่อน ทำให้เยอึนมั่นใจว่าฮีแจมีแฟนแล้ว และกระทืบเท้ากล่าวหาว่าเป็นคนทรยศ โชคดีที่ไม่มีคาอึลที่ลาครึ่งวันเพราะท้องอืด แทมยองผู้เกี่ยวข้องที่ขุดหลุมความวุ่นวายไว้ให้คนอื่น กลับมาทำงานด้วยบรรยากาศที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นส้มซิตรัสหอมสดชื่น แทมยองมองฮีแจที่กำลังถืออเมริกาโน่เข้มข้นที่ดูขมกว่ายาพิษ ไม่ใช่วนิลาลาเต้อย่างที่เคยดื่มปกติ แล้วจึงทักทายออกไปอย่างเคอะเขิน 

ฮีแจที่ดื่มอเมริกาโน่เข้มข้นตลอดวัน ให้ความขมปลอบประโลมจิตใจ ตอนนี้ต้องมาเจอจีฮอนอีกครั้งเพราะรายงานครั้งที่ หนึ่งของ ‘Make your wish’ เขาเอ่ยถามว่า ‘จะไปหาคุณอาไหมครับ’ แต่เธอกลับตอบปฏิเสธไป 

“ที่ใส่ชุดเดียวกับเมื่อวาน คงเพราะแฟนเก่าคนนั้น เมื่อวานเลยไปนอนบ้านเพื่อนสินะครับ” 

“เปล่าค่ะ แค่ไปดื่มกับเพื่อนเฉยๆ” 

ไม่ใช่เรื่องโกหก ไปดื่มกับเพื่อนมาจริง ๆ เพื่อเป็นที่ระลึกที่ถูกทิ้งไว้ที่ภัตตาคารที่เต็มไปด้วยคู่รัก ไม่ใช่แค่แก้วเดียว แต่ดื่มไปเยอะ จึงได้รบกวนอาศัยบ้านของเพื่อนอีกครั้ง 

“ถ้าไม่ใช่ก็ดีแล้วครับ เขาติดต่อมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่เหรอครับ?” 

“อืม ตอนเอ้าท์ติ้ง” 

“ตอนเอ้าท์ติ้งเหรอครับ แล้วทำไมไม่บอกล่ะครับ ควรต้องบอกตอนนั้นเลยสิ” 

“ขอโทษที ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่น่ะ” 

“ไม่ใช่เรื่องที่พี่จะต้องขอโทษนะครับ แล้วติดต่อมาว่าอะไรครับ” 

ฮีแจลังเลที่จะต้องเล่าเรื่องร้านต๊อกพกกีที่เคยกินปลาหมึกทอดเคล้าน้ำตาออกมา แต่แล้วก็ตัดสินใจเลิกลังเลใจเสียที ค้นหาจนถึงตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว มาถึงตรงนี้ยังจะซ่อนอะไรได้อีกเหรอ พอได้ฟังเรื่องราว ‘ความทรงจำที่ร้านต๊อกพกกี’ ที่ฮีแจเล่า จีฮอนก็ดูงุนงงอย่างที่คาดไว้ กระทั่งฮีแจที่เป็นส่วนสำคัญของข้อความก็ยังไม่อยากเชื่อ 

“พบที่อยู่คุณชางฟิลลิปส์ที่ฝากเรื่องไว้แล้วนะครับ เขาอยู่ที่หมู่บ้านที่ไม่ไกลจากที่นี่” 

ฮีแจพยายามรวบรวมสมาธิอย่างยากลำบาก อ่านข้อความบนกระดาษที่จีฮอนส่งให้ จะบอกว่าแสร้งทำเป็นอ่านก็คงจะถูก แต่อย่างไรตอนนี้ก็จำเป็นจะต้องสนใจข้อความบนกระดาษพวกนี้ 

“ลองตรวจดูการเคลื่อนไหวแล้ว ส่วนใหญ่ก็อยู่ห้องพัก สถาบันติวกฎหมาย ห้องอ่านหนังสือประมาณนี้ครับ เพราะเรียบง่ายมาก ก็เลยติดตามไม่ยาก บางครั้งก็ออกไปดื่มคนเดียว จะเรียกได้ว่าพิเศษได้ไหมนะ แต่ก็แค่ร้านข้างทางแถวหมู่บ้านเท่านั้น” 

รูปสามรูปที่จีฮอนส่งมา มีรุ่นพี่ที่เข้าเรียนในสถาบันติว รุ่นพี่ที่กินข้าวกล่องที่ร้านข้างทาง รุ่นพี่ที่รอรถไฟใต้ดิน เปลี่ยนไปมากเลย รุ่นพี่น่ะ และเราก็ด้วย ผ่านมากว่าสิบปีแล้วมันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วที่ต้องเปลี่ยนไป ช่วงอายุสิบปีปลายๆ ตอนที่เป็นนักเรียนเตรียมสอบ พวกเราตัวติดกันเสมอ สถานที่ที่รุ่นพี่กับฮีแจไปด้วยกัน ร้านอาหารจานด่วนแถวโรงเรียน สถาบันติวช่วงสุดสัปดาห์ หรือห้องอ่านหนังสือ ย่านท่องเที่ยวแถวโรงเรียน ปากซอยบ้านของฮีแจเอง แต่ตอนนี้ย่านนั้นกลับกลายเป็นสถาบันติวกฎหมายในย่านเศรษฐกิจกับป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยพนักงานบริษัท เปลี่ยนไปมากจริงๆ จีฮอนสะกิดฮีแจที่กวาดมองรูป พร้อมกับจมดิ่งในความคิด 

“ตรวจสอบเบอร์ไม่ระบุตัวตนที่ส่งรูปและข้อความให้พี่ก่อนหน้านี้ รวมไปถึงเบอร์ที่ผู้ชายคนนี้ใช้ก่อนหน้านี้ จากเอกสารที่พวกผมรวบรวม ก็พอจะสามารถฟ้องร้องได้ครับ” 

“ฟ้องร้อง? ยังไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเลยนะ” 

“งั้นจะปล่อยไปเฉยๆ เหรอครับ คนแบบนี้ปล่อยไปเฉยๆ ไม่ได้นะครับ ไม่งั้นก็ย้ายที่อยู่เป็นยังไงครับ” 

“จะลองคิดดู ถ้ามันอันตรายก็จะไปอยู่บ้านเพื่อนสักพัก อ่อ ว่าแต่ช่วยบอกเบอร์ติดต่อของคนนั้นหน่อยได้ไหม” 

“ถ้าต้องการก็บอกได้ครับ แต่ไม่รู้เบอร์สตอล์กเกอร์จะไม่ดีกว่าเหรอครับ?” 

ฮีแจหลุบสายตาลงอย่างเงียบๆ ทั้งที่บอกว่าถ้าไม่ได้เป็นหมอ พ่อคงไม่ยอมอยู่เฉย และเอาชีวิตผูกไว้กับการทดลองสอบแบบนั้น แล้วตอนนี้มาเตรียมสอบกฎหมายอะไรกันเนี่ย ช่วงชีวิตที่จะอยู่ไปจนเกือบร้อยปี ใช้กับการเรียนไปแล้วเกือบสามสิบปี ทำเหมือนกับแบกรับความทุกข์ทั้งหมดในโลกเอาไว้บนบ่าตัวเอง พลางเอ่ยกับคนรักว่าทำไมเธอไม่ทุกข์เหมือนกับฉัน ตั้งใจจะมีความสุขอยู่คนเดียวเหรอ จากคนรักที่คบหาเพราะชอบพอ กลายเป็นคนรักที่ทำให้แปดเปื้อนไปด้วยความทุกข์ คนโง่งมที่เคยริษยาในความสุข ไม่สนใจอีกแล้วว่าจะทำอะไร จะอยู่อย่างไร ใช่เคยคิดแบบนั้น แต่ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้กันนะ 

"อยู่ที่ไหนล่ะ" 

"ครับ?" 

"คนคนนั้นน่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหน" 

 

* * * 

 

จีฮอนคัดค้านทั้งถามว่า อันที่จริงขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจออยู่แล้ว มีความจำเป็นที่จะต้องไปหาแฟนเก่าที่ทำตัวเหมือนสตอล์กเกอร์ด้วยเหรอ เขาเอ่ยอย่างนั้นกับฮีแจที่บอกว่าจะไปเจอแฟนเก่าที่เลิกกันไปกว่าสิบปีแล้ว ไม่ใช่ฮีแจไม่รู้ว่าคำพูดของจีฮอนที่เด็กกว่าเก้าปีมันคือสิ่งที่ถูกต้อง คนที่พังหน้าต่างบ้านของฮีแจ คนที่เคยร้องไห้เหมือนเด็กอนุบาลที่ร้องขอให้ซื้อเลโก้ด้วยความโกรธอยู่หน้าบ้านแฟนสาวที่เลิกกันแล้ว ต่อหน้าพ่อแม่ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น คนที่เห็นความเศร้าและความโกรธของตัวเองคือสิ่งสำคัญ แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา โดยไม่สนใจคนอื่นที่ได้รับความเจ็บปวด 

เหตุผลที่อยากเจอคนที่เคยรู้สึกเป็นที่หนึ่งในโรงเรียนก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงต้องทำอย่างนั้น จิตใจของฮีแจถึงจะรู้สึกสบายใจได้ ในความทรงจำช่วงมัธยมปลายตลอดสามปี เสาความอดทนที่ใหญ่ที่สุดได้ถูกทำลายและเอนเอียง หากเสานั้นพังลง ความทรงจำในช่วงวัยสิบปีตอนปลายทั้งหมดก็จะพังไปด้วย จึงต้องพูดมันออกไปสักครั้ง จิตใจถึงจะผ่อนคลายลง เพราะพี่แท้ๆ เธอถึงเป็นทุกข์อย่างมากมาย เพราะพี่ถึงได้มีความทรงจำที่มีความสุข ฉันจะไม่ลืมพี่หรอกนะ หากเพียงใครสักคนจดจำเรื่องราวของเราเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องแบ่งปัน และพี่ก็ลืมมันซะ ลืมมันแล้วรีบๆ มีความสุขเสียที 

ถึงจะห้ามสักเท่าไหร่ ฮีแจก็ดูเด็ดเดี่ยวที่จะวิ่งไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง จีฮอนจึงถอนหายใจออกมา สำหรับฮีแจที่อยู่ในชุดเดิมเป็นวันที่สอง พูดว่าเป็นคนโง่อะไรสักอย่างโดยไร้สติ สิ่งที่จำเป็นคือการนอนหลับพักผ่อนไม่ใช่การไปเจอแฟนเก่า แต่วันนี้เธอก็ไม่คิดจะกลับบ้านเร็วๆ เขาเลยยอมแพ้ที่จะโน้มน้าว คนที่พูดทุกอย่างที่อยากพูดด้วยความโมโหกับรองหัวหน้าที่อยู่บริษัทเดียวกัน ก็ย่อมเป็นคนหัวรั้นอยู่แล้ว ก็นะ 

จีฮอนยื่นแขนออกไปทางถนนเพื่อเรียกแท็กซี่ และยกยิ้มให้ฮีแจที่ทำสีหน้าสงสัย 

“วันนี้ผมคือบอดี้การ์ดครับคุณลูกค้า ไม่ต้องห่วงนะครับไม่มีการชาร์จเพิ่ม” 

จิตใจของฮีแจที่ร่ำร้องด้วยความไม่สบายใจ สงบลงด้วยรอยยิ้มของจีฮอน 

จัดการค่าแท็กซี่หนึ่งหมื่นห้าพันวอน ก็เข้ามากลางซอยในย่านเศรษฐกิจ แล้วก็เข้าไปในซอยอีกจึงพบหอพักขนาดเล็ก 

“ไม่ใช่ว่าพักอยู่ห้องพักเดี่ยวหรอกเหรอ แล้วที่นี่มันอะไร” 

“ถ้าบอกไปว่าคนที่ตัวเองเคยชอบพักอยู่หอพักเก่าๆ พี่คงจะรู้สึกแย่ไม่ใช่เหรอครับ”  

ความคิดเห็น