เชอร์ล็อต

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 4 พยานฟื้นตัว และความมืดที่กำลังคืบคลาน

ชื่อตอน : Chapter 4 พยานฟื้นตัว และความมืดที่กำลังคืบคลาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 18:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 พยานฟื้นตัว และความมืดที่กำลังคืบคลาน
แบบอักษร

"นายยังจำเรื่องเมื่อคืนได้รึเปล่า" โปรบัสเตอร์แจ็คถามขึ้น  

"อั่ก! อะ..จำได้สิ" หัวหน้าแก็งค์ที่เพิ่งฟื้น ชันตัวลุกขึ้นแต่ด้วยบาดแผลที่รุนแรงจึงยังไม่หายสนิท ใบหน้าแสดงถึงความตื่นกลัวและความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด 

 

ตอนนี้มีทั้งโปรบัสเตอร์ กับตำรวจเข้ามาภายในห้องผู้ป่วย หลังจากที่ฟื้นขึ้น พยานคนนี้หรือก็คือ อาชญากร 3 ดาว บิสเรเบียส เป็นเป้าจับกุมของบัสเตอร์ทางเหนือ ถูกซักถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืน แจ็คทำงานอย่างหนักเพื่อจะตั้งคำถาม ซึ่งตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเขาก็ติดต่อกับบัสเตอร์ฝั่งทางเหนือที่กำลังไล่ล่าพยานคนนี้เพื่อให้มาควบคุมตัว และอีกไม่นานก็จะมาถึง 

 

"ใส่เครื่องจับเท็จให้เขา" แจ็คหันไปสั่งตำรวจคนข้างๆ ในโลกของบัสเตอร์นี้เครื่องจับเท็จถือว่ามีความแม่นยำมากถึง 95 % เลยทีเดียว  

"ยังไงชั้นก็ไม่โกหกพวกแกอยู่แล้ว ของแบบนั้นไม่จำเป็นหรอก"  

"จะโกหกหรือไม่ เดี๋ยวเครื่องนี่ก็จะบอกเอง" 

"หึ.." 

"ไม่อ้อมค้อมแล้วกัน ใครคือคนร้ายเมื่อคืน" แจ็คทำท่าทางที่จริงจัง พร้อมกับส่งสายตาที่คาดคั้นคำตอบจากคนตรงหน้า มีไม่กี่คำถามหรอกที่เขาจะถาม เพราะส่วนใหญ่สามารถรู้ได้จากที่เกิดเหตุแต่สิ่งที่อยากรู้มากที่สุดมีแต่ต้องถามเจ้าตัวเท่านั้น 

"นึกว่าอะไร นี่พวกบัสเตอร์ไม่มีปัญญาจะสืบหาเองเลยเหรอ ฮ่าๆๆๆ" บิสเรเบียสพูดดูถูกเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมกับท่าทีสบายใจ 

"ด้วยข้อมูลที่เรามีอยู่ไม่สามารถสืบหาตัวคนร้ายได้ยังไงล่ะ คนร้ายเป็นคนที่มีฝีมือพอตัว เพราะงั้นถ้านายรู้อะไรล่ะก็ บอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้" แจ็คอธิบายเหตุผลไป พร้อมกับน้ำเสียงที่ฟังดูหนักแน่น จริงจัง 

"ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ว่าแต่พวกแกรู้จักตระกูลคอร์ดแมนมั้ยล่ะ" ทันทีที่พูดจบทุกคนในห้องก็เงียบ และต่างก็คิดเรื่องเดียวกันหมด ตระกูลคอร์ดแมน หรือบ้านแฮริงตัน 1 ในกลุ่มมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งโลกมืด ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำธุรกิจอะไร บ้างก็ว่าค้ายาเสพติด บ้างก็ว่าค้าอาวุธเถื่อน แต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้เลย ทุกคนกำลังสงสัยว่ามาเฟียเข้ามาเกี่ยวอะไรกับแก็งค์แบบนี้ จึงเงียบเพื่อจะให้บิสเรเบียสพูดต่อให้จบ 

"คนของมัน ไม่สิ...ต้องเป็นพวกภูติแน่นอน ดูจากฝีมือนั่น" 

"หรือนายกำลังจะบอกว่า แก็งค์นายโดนพวกภูติจัดการทั้งหมดทั้งหมดสินะ" แจ็คคิดว่าพวกตำรวจกำลังเจอกับตัวปัญหาที่ใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว เพราะในหมู่บัสเตอร์และมาเฟียต่างก็รู้กันดีว่าการไปยุ่งกับบ้านนี้จะต้องจบไม่สวย ภูติทุกคนเป็นคนที่เก่งกาจ และถูกไล่ล่าเพราะถูกตัดสินโดยสมาคมบัสเตอร์ว่าเป็นอาชญกร 5 ดาว มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านมืด ซึ่งโปรบัสเตอร์หลายคนที่ถูกสั่งให้ไปตามสืบก็จะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง ถ้าไม่ตายก็แค่เกือบตายเหมือนบิสเรเบียสแค่นั้น 

"พวกมันมาแค่ 2 คน และแก็งค์ชั้นก็ไม่ได้ถูดจัดการหมด ยังเหลือชั้นอยู่นี่ไง" 

"ช่วยบอกรายละเอียดที่นายจำได้เกี่ยวกับสองคนนั้นทีสิ" 

"รู้แค่ว่าเป็นผู้ชายทั้งคู่อ่ะนะ พลังแฝงของคนที่ชั้นสู้ด้วยน่าจะเป็นพวกพิษ ส่วนอีกคนไม่รู้หรอก แต่ดูท่าทางแล้วยังเด็กกว่าชั้นซะอีก"  

"อืม..เด็กกว่านายอีกก็วัยรุ่นสินะ" เพราะดูจากข้อมูลตัวบิสเรเบียสก็ยังอายุเพียง 25 ปี 

"เห็นมั้ยล่ะว่าชั้นไม่โกหกเลย เพราะงั้นเอาไอ้เครื่องนี่ออกไปได้แล้ว ชั้นรำคาญมัน" หลังจากนั้นไม่นานบัสเตอร์ฝั่งทางเหนือก็เข้ามาทำหน้าที่ควบคุมตัวเขาต่อ แต่แจ็คก็ยังคงมีความสงสัยอะไรบางอย่างอยู่ภายในใจ ซึ่งต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลอีกสักพักใหญ่เลยทีเดียว 

 

อีกด้าน 

เสียงกระทบกันระหว่างลูกกระสุนกับเคียวโซ่ดังขึ้นทั่วซอกตึกร้างแห่งหนึ่ง ของเมืองทางใต้จากที่สตาร์อยู่ ภาพที่ทุกคนในพื้นที่นั้นเห็นคือ หญิงสาวหน้าสวยคนหนึ่งกำลัง 1 รุม 10 กับเหล่าผู้ที่มีพลังแฝง ใช่! เธอกำลังไล่ต้อนทั้งสิบคนนั้นจนมุม คราบเลือดเลอะเปรอะไปทั่วบริเวณ เคียวโซ่ที่เธอใช้อาบไปด้วยสีแดงจากเลือด เหล่าผู้ที่เหลือรอดต่างก็หวาดกลัวรอยยิ้มบนใบหน้าสวยนั่น  

 

"ถ้ายอมบอกกันดีๆแต่แรก ชั้นคนนี้ก็อาจจะปล่อยไปแล้วแท้ๆ ฮ่าๆๆ" เธอยิ้ม แล้วจู่ๆก็พุ่งเข้ามาถีบชายทั้ง 3 คนตรงหน้าจนกระเด็นหลังอัดกำแพง 

"อ่อก!! นะ นี่่แกเป็นใครกันวะ พวกชั้นจะไม่ให้แกตายดีแน่" เขชายคนหนึ่งพูดพร้อมกับสำลักเลือดออกมา ตามตัวมีรอบของมีคมฟันทั่วร่าง 

"แต่ก็ขอบคุณแล้วกัน ที่บอกว่าจะพาชั้นขึ้นสวรรค์ ตอนนี้น่ะ มันยิ่งกว่าสวรรค์อีกนะคะ ฮิๆๆ"  

"เอานี่ไปกินซะนังผู้หญิงโสโครก!!!" ชายอีกคนทำท่าจะเขวี้ยงหมัดใส่หญิงสาวร่างบางตรงหน้า แต่จู่ๆเธอก็วาร์ปหายไปข้างหลังของเขาก่อนจะเหวี่ยงเคียวนั่น สะบั่นหัวของชายที่จะชกเธอจนขาดกระเด็น เลือดมากมายพุ่งกระฉูดออกมา แล้วร่างที่ไร้หัวนั่นก็ล้มลงกับพื้น ท่ามกลางความหวาดกลัวสุดขีดของอีก 2 คนที่เหลือ 

"ในฐานะ 2 ผู้รอดชีวิต ชั้นจะให้โอกาสตอบอีกครั้ง ไปเอายานั่นมาจากใครคะ" เธอพูดเสร็จก็ยกเคียวชุ่มเลือดนั่นค่อยๆเดินมาทางชายทั้งสอง 

"อะ เอ่อ เดี๋ยวๆๆๆ ชั้นบอกแล้ว บอกก็ได้ อย่าฆ่าชั้นเลย " เขาพูดแล้วก็รีบเบือนหน้าหนี  

"ดีๆ ถ้ายอมบอกแต่แรกก็น่าปล่อยให้มีชีวิตต่ออีกหน่อย" ทันใดนั้นชายทั้งสองก็ลุกขึ้น พร้อมกับยิงลำแสงประหลาดมาทางเธอ แต่เธอก็วาร์ปหลบ ชายทั้งสองเริ่มลนลาน จนทำให้ยิงไปมั่วๆแต่เธอก็วาร์ปหลบได้หมดพร้อมๆกับค่อยเข้ามาใกล้กับทั้งสอง จนวาร์ปทีเดียวเข้ามาถึงตัว 

"แหะๆ ที่จริงถึงนายจะยอมบอก ชั้นก็จะไม่ปล่อยไปอยู่ดีอ่ะนะ"  

"อึก! หยะ อย่านะ นังบ้า" แล้วหัวของทั้งสองคนก็หลุดจากบ่ากระเด็นกลิ้งลงไปตามพื้นดิน ทิ้งไว้เพียงพื้นที่ชุ่มเลือด ก่อนที่หญิงสาวคนนี้จะเดินออกไปอย่างสบายใจ  

 

สาวสวยร่างบางคนนี้ก็คือ คาน่า หรือก็คือภูติลำดับที่ 2 ภูติเดือนดับนั่นเอง ในหมู่มาเฟียถือว่าฮอตมาก เพราะถึงขั้นเคยมีมาเฟียรายใหญ่มาขอซื้อเธอไปจากแฮริงตันด้วยค่าตัวที่สูงลิ่ว แต่เธอก็จัดการดับลมหายใจเขาไปเพราะเห็นว่าเป็นศัตรูกับแฮริงตัน ซึ่งหลังจากที่ได้รับคำสั่งมาให้สืบเรื่องยาเสพติดชนิดใหม่ก็ดันมาเจอกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่คิดจะล่อลวงเธอมาทำมิดีมิร้าย แต่ก็โดนฆ่าจนหมดแล้ว  

เมืองทางใต้นี้เป็นเมืองติดทะเลและขึ้นชื่อเรื่องการก่ออาชญากรรม มีการลักขโมยแทบทุกวัน และยังเป็นที่ที่ลือกันว่าเป็นแหล่งผลิตยานั้น จึงทำให้คาน่าต้องมาสำรวจดูสักหน่อย แต่การสำรวจคงจะสะดุดถ้าเธอไม่แวะเติมพลังที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่ดันไปสะดุดตากับสไตล์การตกแต่งที่ดูสวยงาม วินเทจ 

"ยินดีต้อนรับครับ (คะ...โคตรสวย)" เจ้าของร้านที่ยังหนุ่มที่ยืนประจำเคาท์เตอร์เอ่ยทัก ทันทีที่คาน่าเดินเข้ามาภายในร้าน ในขณะที่สายตาผู้ชายทั้งร้านกำลังจับจ้องมาที่เธอราวกับ หมู่ดาวล้อมรอบดวงอาทิตย์ 

"ขอเมนูหน่อยได้ไหมคะ" เธอยิ้มแล้วเดินมานั่งเงียบๆ ที่มุมหนึ่งของร้านที่ยังว่างอยู่ พลางกวาดสายตามองทั่วร้าน ไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าของร้านก็เดินมาที่โต๊ะพร้อมกับแฟ้มเมนูอาหาร ก่อนที่เธอจะสั่งของหวานกับสมูทตี้เย็นๆแก้ร้อน 

"ได้แล้วครับ" แต่ไม่ทันที่เจ้าของร้านจะเดินกลับไป ก็มีกลุ่มคน 4 คนที่ดูมีฝีมือพังประตูร้านเข้ามา แล้วตะโกนสั่งอาหาร บ่งบอกถึงมารยาทเลเวล 1 ทำเอาเจ้าของร้านออกอาการตกใจสุดขีด ก่อนจะเดินสั่นๆไปทำตามที่ลูกค้าสั่งมา ทั้ง 4 คนเห็นโต๊ะข้างหลังคาน่ายังว่างจึงเดินไปนั่งแล้วส่งเสียงคุยดังลั่นร้าน รบกวนลูกค้าคนอื่น 

"ดูไอ้พวกกระจอกในนี้ทั้งหมดดิวะ แม่งโคตรอ่อนเลย ฮ่าๆๆ" ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นพูดดังขึ้นมา ลูกค้าคนอื่นในร้านออกอาการไม่พอใจ บางคนทำหน้ามุ่ยใส่ พร้อมกับเก็บอารมณ์ไม่พอใจไว้ข้างใน พอเจ้าของร้านมาเสิร์ฟอาหารก็ออกอาการตัวสั่นกลัวนิดหน่อยแต่คาน่าสังเกตเห็นมันชัดเจน  

"หึ!" อาหารที่เขาถือมาโดนแกล้งปัดตกพื้น ทำเอาเขาหน้าเสีย และลูกค้าคนอื่นที่รู้สึกกระอักกระอ่วน

"เห้ย ถือให้มันแข็งแรงหน่อยดิวะ อย่างงี้ต้องไปทำให้พวกชั้นใหม่นะโว้ย ไอ้อ่อน" พูดเสร็จก็หัวเราะต่อจนดังลั่นร้าน ก่อนที่เจ้าของร้านคนนั้นจะรีบกล่าวขอโทษแล้วเก็บเศษอาหารไป เตรียมทำใหม่

"คงไม่มีใครเคยบอกพวกคุณสินะคะว่ามารยาทมันสะกดยังไง" คาน่าที่ถึงแม้เธอจะทำงานเลวร้ายมามากมายแต่ไม่สามารถทนการกระทำที่เหยียดหยามผู้อื่นอย่างนี้ได้ จึงพูดขึ้น เจ้าของร้านที่กำลังก้มก็เงยขึ้นมามองหน้าของเธอราวกับนางฟ้ามาโปรด

"แม่งเอ้ย สวยขนาดนี้ทำไมกูไม่เห็นแต่แรกวะ"

"นังนี่ กล้าดียังไงมาด่าพวกชั้นน่ะห้ะ!!!!"

"สวยขนาดนี้ไปอยู่กับพวกเราเถอะน้องสาว"

"แล้วไงวะ!!" ก่อนที่ทั้ง 4 คนนั้นจะลุกเดินมาหาคาน่าพร้อมจะมีเรื่องเต็มที่ซึ่งทุกคนในร้านกำลังคิดว่าหญิงสาวร่างบางกำลังจะโดนเล่นงาน จนเจ้าของร้านกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปจึงเข้าไปจะปกป้องเธอ

"ตายซะ" พร้อมกับหวดหมัดตรงมาที่เธอ แต่ยังไม่ทันจะโดน เจ้าของหมัดก็กระอักเลือดจนล้มลง ท่ามกลางสายตาคนทั้งร้าน พร้อมกับเสียงตื่นตกใจ

"อั่ก!!" คาน่าเพียงออกหมัดเร็วกว่าเข้าไปที่หน้าท้องเต็มแรง จนกระดูกซี่โครงของเขาน่าจะหักไปแล้ว

"กล้าทำเพื่อนชั้นงั้นหรอ เจอนี่!!" ผู้หญิงในกลุ่มนั้นชักปืนขึ้นมาเล็งยิง แต่ไม่ทันได้ทำอะไร คาน่าก็พุ่งเข้ามาเตะก้านคอทีเดียวจนสลบ เหลืออีกสองคนที่ยืนอ้าปากค้าง เสียงผู้คนในร้านรวมถึงเจ้าของร้านส่งเสียงเชียร์คาน่า จนทำให้อีก2 คนนั้นโมโหและเริ่มสวนกลับเธอด้วยกระบวนท่าอย่างกับโปร

"หึ ชั้นจะทำให้แกเดี้ยงตายคาตีนนี่แหละ" ทั้งสองหยิบเก้าอี้มาจะทุ่มใส่คาน่า แต่เธอหลบได้และจับหัวทั้งสองคนกระแทกกันเต็มแรง จนหัวแตกทั้งคู่ เลือดมากมายไหลอาบลงมาจากหัว แต่ก็ยังฝืนสู้กับเธอต่อ ทั้งออกหมัด ท่าทางที่กะจะทำให้เธอล้ม แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะฝีมือเธอเหนือชั้นกว่าทั้ง 4 คนนี้มาก ผลสุดท้ายคาน่าก็เล่นงานพวกนั้นจนหมดสติกันทุกคน ก่อนที่เจ้าของร้านจะโทรเรียกตำรวจมาจับตัวไว้

"อะ เอ่อ คุณบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ" เจ้าของร้านหนุ่มคนนี้ถามด้วยความเป็นห่วง คาน่าที่กำลังจะเดินออกไปจากร้านหันกลับมายิ้ม ก่อนจะตอบว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารนะ อร่อยมากๆเลยค่ะ"

"ดีใจที่ชอบนะครับ ไว้โอกาสหน้า ถะ..ถ้าว่างก็มาอีกได้นะครับ แล้วก็เรื่องวันนี้ขอบคุณมากเลยครับบ เอ่ออคุณ.."

"ฮิๆ เรียกว่าคาน่าก็ได้ค่ะ" แล้วเธอก็เดินออกไป

"อะ.. ผมชื่อ ไรโน นะครับ (บอกไปแล้ว!!) "

"ฮ่าๆๆ ค่ะ คุณไรโน" คาน่าพูดเบาๆแล้วค่อยๆเดินจากไป

ความคิดเห็น