tukkatamii
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมอครับ...เป็นห่วงนะ

ชื่อตอน : หมอครับ...เป็นห่วงนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 17:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมอครับ...เป็นห่วงนะ
แบบอักษร

หมอครับ...เป็นห่วงนะ

 

 

หลังจากตัดสิ้นใจแยกย้ายกันผมก็ออกเดินไปในบริเวณทางใกล้ๆ แถวนั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นชุมชนนี้เป็นชุมชนติดคลองซึ่งเป็นคลองสายเดียวกันกับคลองที่ติดกับโกงดังร้างที่พบศพรายที่แปดผมตั้งใจว่าจะลองเดินหาเส้นทางที่จะสามารถเชื่อมชุมชนนี้กับโกงดังร้างนั้นแม้ว่าวันนั้นจะเดินมากับหมวดเจแล้วแต่ดูเหมือนว่าผมยังมีอะไรบางอย่างคาใจอยู่ไม่น้อยและต้องได้คำตอบไปด้วย

 

 

บ้านของหมอเสริมกินพื้นที่ค่อนข้างกว้างบ่งบอกว่าคงเป็นคนมีฐานะพอสมควรแต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกมีต้นไม้น้อยใหญ่สลับกันไปมองดูเผินๆ คล้ายว่าจะไม่ค่อยได้มีใครเขามามากนักผมเดินมาจนเจอรั้วไม้เก่าที่มีเถาไม้เลื้อยขึ้นอยู่เต็มจะว่ามารยาททรามก็เอาเถอะไม่มีใครสักหน่อยเมื่อผมหาทางแอบปีนข้ามรั้วไม่นั้นเข้าไปในเขตฝั่งที่เขากั้นเอาไว้

 

 

ผมไม่ชอบคดีฆาตกรรมสักเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยถูกโรคกับคนประเภทที่อำมหิตมากพอจะฆ่าใครได้ยิ่งในคดีนี้ที่มีผู้เคราะห์ร้ายถึงเก้าคนถ้าปิดคดีนี้ได้วันแถลงข่าวบอกเลยตำรวจโดนสับเละแน่ๆ

 

 

ผมเดินไปเรื่อยก็ยังไม่เห็นสะพานหรือจุดที่จะสามารถข้ามไปอีกฝั่งได้จนกระทั่งผมไปสะดุดตากับท่าน้ำที่ซ้อนตัวอยู่หลังดงไม้ที่ขึ้นอยู่ริมตลิ่งความสูงก็มาพอที่จะบังคนมิดพอดีที่ท่าน้ำมีเรือแจวอยู่รำหนึ่งจอดอยู่ลักษณะตลิ่งก็พอจะบอกได้ว่ามีคนมาใช้บ่อยแต่คงไม่ใช่ใช้เป็นประจำเพราะรอยทางเดินไม่ได้ชัดเจนแต่ก็พอจะบอกว่าเป็นทางที่มีคนเดินผ่านบ้างเท่านั้น

 

 

ปังๆ!!

 

 

ระหว่างที่ผมกำลังจะลองเดินลงไปที่ท่าน้ำนั้นเบื้องหลังก็เกิดเสียงดังของอาวุธปืนขึ้นสองนัด

 

 

เกิดอะไรขึ้น!!

 

 

พวกไอ้หมวดไม่ได้พกปืนมานะ!!

 

 

ผมเปลี่ยนใจวิ่งไปในทิศทางที่มาของเสียงภาวนาว่าให้ไม่ใช่อย่างที่ขึ้นจนวิ่งหลุดออกมาจากชายป่าผมก็มาโผล่เอาตรงหลังศาลไม้เก่าๆ หลังบ้านหมอเสริมในใจก็คิดนะกูมาโผล่ตรงนี้ได้ไง

แม้จะคิดแบบนั้นแต่สองเท้าก็วิ่งต่อไปจนถึงตัวบ้านเสียงตึงตังด้านบนทำให้ผมไม่รอช้าพุ่งเป้าไปที่บันไดบ้านทันทีภาพที่เห็นตอนขึ้นมาถึงบนบ้านคือห้องทำพิธีของหมอเสริมพังระเนระนาดหน้าโต๊ะบูชาที่ล้มกระจัดกระจายมีร่างของชายคนนึงนอนหมดสติอยู่เสียงการต่อสู้ด้านในทำให้ผมไม่ได้สนใจเขามากนักรีบตรงไปในห้องด้านหลังแทน

 

 

โอเคถ้าคุณจำได้ก่อนหน้านี้มิ่งกัลยาส่งข่าวมาบอกว่าภายในห้องมีกลิ่นคาวเลือดคุ้งมากตอนนี้ผมไม่เที่ยงสักคำมันเหม็นคาวจนอยากจะอ้วกกันเลยทีเดียวโชคดีไปที่ผมชิน

 

 

เสียงการต่อสู้ไม่ได้หยุดตอนที่ผมก้าวเข้าไปในห้องแต่นอกเหนือจากกลิ่นคาวเลือดเก่าผมว่ามันมีกลิ่นเลือดใหม่ด้วยใครโดนยิง?

 

 

ภายในห้องที่ปิดหน้าต่างทุกบานมีเพียงแสงที่ลอดผ่านช่องไม้เข้ามาให้ได้มองเห็นร่างบางของมิ่งกัลยานอนหมดสติอยู่กับพื้นห้องเลือดนักศึกษาสีขาวมีเลือดเปื้อนเป็นวงกว้างเวรล่ะไอ้มิ่งโดนยิงผมรีบก้าวเข้าไปดูอาการของผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มจากรอยกระสุนทำให้รู้ว่ายัยมิ่งมันไม่ได้โดนยิ่งที่จุดสำคัญอะไรแต่ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงสลบ

 

 

“อ้าวหมอ” หมวดเจที่เดินออกมาจากด้านในห้องอีกห้องนึงร้องทักเมื่อออกมาเจอผมอยู่กับมิ่งกัลยา

 

 

“ตามรถพยาบาลที”

 

 

“ตามละ...”

 

 

“มิ่ง!!!” ยังไม่ทันที่หมวดเจมันจะพูดจบเสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่ประตูที่ผมเพิ่งเข้ามาก่อนที่ร่างสูงของผู้กองคามินจะพุ่งมาที่มิ่งกัลยาที่สลบอยู่

 

 

“ผมอุ้มยัยมิ่งไปที่รถได้มั้ยหมอจะเคลื่อนย้ายน้องได้มั้ยหรือต้องรอรถพยาบาล” คามินหันมาถามผมสีหน้าฉายแววกังวล

 

 

“พาไปเลย” พอผมพูดจบวงแขนแกร่งนั้นก็ช้อนเอาร่างบางในชุดนักศึกษาเปื้อนเลือดออกไปจากที่นั้น

 

 

“จัดการที่เหลือด้วยหมวด” ก่อนจะออกจากห้องก็ยังอุตส่าห์หันมาสั่งการลูกน้องที่ยืนเด๋ออยู่ในห้องอีกสองตัว

 

 

“ครับ!”

 

 

แล้วสรุปมันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ยยยย

 

 

หลังจากตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ผมก็ปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ในการจัดการของเจ้าหน้าที่

ส่วนตัวเองก็ชิ่งกลับโรง’ บาลเพื่อมาดูอาการของมิ่งกัลยาหวังว่าอัยย์ศลาจะยังไม่รู้เรื่องผมยังไม่อยากให้โรง’ บาลโดนวางระเบิดตอนนี้หรอกนะ

 

 

ตอนมาถึงก็เจอเข้ากับปีย์วราที่เป็นคนตรวจไอ้มิ่งเองเพราะถูกเรียกมาทีอีอาร์พอดีเจ้าตัวเห็นผมก็รีบดิ่งมาหาทันที

 

 

“เป็นไงบ้างพี่ชินพี่บาดเจ็บตรงไหนมั้ย”

 

 

“ไม่พี่ปลอดภัยดีแล้วเจ้ามิ่งล่ะ”

 

 

“ปลอดภัยดีพี่กระสุนไม่ได้ถูกจุดสำคัญแต่ที่หมดสติไปเพราะโดนวางยา”

 

 

“รู้ยังว่ายาอะไร”

 

 

“ว่าแล้วว่าพี่ต้องถามแน่รอผลแลปอยู่พี่”

 

 

“แล้วนี้น้องอยู่ที่ไหน”

 

 

“ผมย้ายไปที่ห้องพิเศษแล้วเดี๋ยวสักพัก...หมอปัณ?” ปีย์วรายังพูดไม่จบคิ้วหนาของมันก็ขมวดฉับเมื่อสายตาหันไปเจอใครบางคนเข้า

 

 

“ใครวะ” ผมมองตามสายตาของไอ้ปีย์จนเจอเข้ากับชายหนุ่มหน้าหวานคนนึง

 

 

“หมอรุ่นพี่ที่รู้จักกันน่ะ”

 

 

“หมอปัณ” ปีย์วราเดินเข้าไปทักคนที่กำลังเหมือนเดินหาใครอยู่

 

 

“อ้าวปีย์”

 

 

“สวัสดีครับพี่มาทำอะไรแถวนี้”

 

 

“พอดีคนรู้จักพี่โดนยิงได้ยินว่าถูกนำส่งที่นี่เลยตามมาน่ะสิมีคนไข้ผู้หญิงถูกยิงมาที่นี่มั้ย” ผมกับปีย์วราหันไปมองหน้ากันทีก่อนจะหันไปมองหน้าคนถามที

 

 

“มิ่งกัลยามั้ยครับ” ผมเป็นฝ่ายถามออกมาเอง

 

 

“พี่หมอรู้จักยัยมิ่งด้วยหรือครับ”

 

 

“ไม่เชิงน่ะพอดีมิ่งเขารู้จักกับพี่ชายบุญธรรมของพี่แต่เขาไม่สะดวกมาดูเองก็เลยวานพี่ที่ออกเวรแล้วมาช่วยดูให้” อ๋ออออผมได้แต่พยักหน้าแล้วร้องอ๋อในใจ

 

 

“หมอปัณ” เสียงเรียกจากอีกฝั่งทำให้เราทั้งสามหันไปมอง

 

 

“ผู้กอง” หมอปัณเดินเข้าไปหาผู้กองคามินทันทีที่เจอตัว

 

 

“มิ่งเป็นไงบ้างครับ”

 

 

“ปลอดภัยดีครับกระสุนแค่เฉียดสีข้างไปแต่คนไข้ถูกวางยาก่อนหน้านั้นเลยทำให้หมดสติผมว่าสักพักก็น่าจะฟื้น” หมอปีย์ผู้เป็นเจ้าของไข้รายงานผลตรวจ

 

 

“นี่เขามาช่วยงานตำรวจอีกแล้วหรือครับ”

 

 

“ผมขอโทษ” ผู้กองคามินบอกเสียงอ่อน

 

 

“ผมไม่ใช่คนที่คุณต้องขอโทษ”

 

 

“ทั้งๆ ที่ผมรับปากไออาร์ว่าจะดูแลน้อง”

 

 

“หวังว่าไออาร์จะยังไม่รู้เรื่อง” หมอปัณหันไปพูดกับผู้กองคามินหลังฟังที่ปีย์วราพูดจบคนโดนถามทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

 

“หมอปัณรู้จักอัยย์ศลาด้วยหรือครับ” ผมถามอย่างสงสัย

 

 

“ครับจริงๆ ไออาร์รู้จักกับพี่บุญธรรมผมเลยเป็นว่ารู้จักกันหมดผมขอไปดูอาการยัยมิ่งได้มั้ย”

 

 

“ได้ครับเดี๋ยวผมพาไป” หมอปีย์อาสา

 

 

“งั้นผมฝากรับช่วงต่อได้มั้ยเดี๋ยวขอไปสน.สักหน่อยทางนู้นกำลังวุ่นวายเลย” ผู้กองคามินบอกกับหมอปัณ

 

 

“ได้ครับอีกสักพักพี่เมธก็คงมา”

 

 

“ขอบคุณฝากด้วยนะหมอชิน”

 

 

“ครับผม” ผมรับปากก่อนจะเดินแยกย้ายกันไป

 

 

“ยัยตัวดีมาช่วยงานคดีอะไรพอจะบอกได้มั้ยครับ” หมอปัณถามขึ้นระหว่างที่พากันเดินไปห้องพักคนเจ็บ

 

 

“คดีฆาตรกรรมครับ”

 

 

“คดีโปรดของเจ้าตัว” หมอปัณพยักหน้ารับรู้เหมือนรู้แหละว่าคนเจ็บมีลักษณะนิสัยยังไง

 

 

“เจ็บคราวนี้ไม่รู้จะเข็ดมั้ย”

 

 

“ยัยมิ่งเจ็บตัวเพราะเข้ามาช่วยทำคดีบ่อยๆ หนักกว่านี้ก็เคยโดนมาแล้วครับ” ผมเล่าให้อีกคนฟังจนหมอปัณหันทำหน้าตาตกใจ

 

 

“มิ่งกัลยาเจ็บตัวบ่อยหรือครับ”

 

 

“เมื่อก่อนอ่ะหนักกว่านี้จนอัยย์ศลาสั่งห้ามติดต่อกับผู้กองคามินมาพักนึงเลยล่ะครับเพราะชอบเข้าไปยุ่งถึงจะช่วยงานได้เยอะแต่ก็อันตราย”

 

 

“ดูเหมือนคุณจะสนิทกับมิ่งกัลยานะครับ”

 

 

“ผมลืมแนะนำตัวผมชินฤทธิ์ครับเป็นหมอรุ่นพี่ของหมอปีย์อยู่นิติเวช”

 

 

“อ๋อครับผมปัณณทัตยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

 

“เช่นกันครับ”

 

 

“ผมน่ะไม่ค่อยสนิทกับมิ่งเขาหรอกครับแต่เขาสนิทกับพี่เมธพี่ชายบุญธรรมของผม”

 

 

“ครับ”

 

 

“หมอชินรู้จักมิ่งหรือครับ”

 

 

“ครับสองปีกว่าๆ มานี้มิ่งกัลยามาช่วยคดีในทีมของผู้กองคามินอยู่บ่อยๆ เลยได้รู้จักกัน”

 

 

“ได้ยินว่าเจ้าตัวชอบคดีฆาตกรรมเป็นพอเศษ”

 

 

“เห็นว่าสนใจเรื่องพฤติกรรมอาชญากรไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกเท่าไหร่แต่ก็...ไม่แปลกใจนัก”

 

 

“ทำไมล่ะครับ”

 

 

“หมอปัณน่าจะรู้จักไออาร์”

 

 

“ครับ...รู้จัก”

 

 

“มิ่งมันเหมือนไออาร์ชนิดก๊อปวางหมอไม่น่าแปลกใจนะครับ” หมอปัณไปได้ว่าอะไรนอกจากพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย

 

 

ด้วยฤทธิ์ยาบางอย่างทำให้มิ่งกัลยายังคงหลับสนิทอาการอื่นๆ ไม่มีอะไรหน้าห่วงรอแค่คนเจ็บฟื้นที่สำคัญกว่าคือผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมากกว่าตอนจะออกมาไอ้หมวดมันก็วุ่นๆ เลยยังไม่ได้คุยกันผมเลยทำได้แค่ถอยออกมาให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำงานคงได้แค่รอให้มิ่งมันฟื้นแล้วค่อยถามมันอีกก็แล้วกัน

 

 

รออยู่กันนานพอสมควรคนเจ็บก็รู้สึกตัวปีย์วราอยู่ในห้องด้วยพอดีจึงตรวจดูอาการอีกรวบแต่ก็นั้นแหละในห้องนี้มีหมอถึงสามคนยังไงซะไอ้คนเจ็บก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก

การตอบสนองหลังรู้สึกตัวของมิ่งกัลยาถือว่าดีเยี่ยมด้วยเพราะเป็นคนแข็งแรงอยู่แล้วดังนั้นการฟื้นตัวจึงดีกว่าคนปกติทั่วไปในระดับนึง

 

 

“รู้สึกเป็นไงบ้าง” ผมเอ่ยถามเป็นคนแรกหลังจากหมอเจ้าของไข้ตรวจเสร็จ

 

 

“เจ็บ” อืมเป็นคำตอบที่ดีจะว่ามันกวนตีนก็ไม่ได้เพราะน้องมันคงเจ็บจริง

 

 

“ดีที่กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ”

 

 

“ทำไมหมอปัณมาอยู่นี่” คนเจ็บถาม

 

 

“ผู้กองคามินส่งข่าวไปที่พี่เมธแต่เขาติดประชุมเลยวานให้พี่มาดูมิ่งให้”

 

 

“ไออาร์รู้เรื่องนี้แล้วหรอ”

 

 

“พี่ไม่แน่ใจ”

 

 

“อย่าให้ไออาร์รู้เรื่องนี้”

 

 

“ไม่รับปากนะ”

 

 

“เวรกรรม” มิ่งกัลยาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้

 

 

“เกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนั้น” ผมที่เห็นว่าควรเข้าเรื่องเสียทีถามขึ้น

 

 

“จริงสิพวกหมวดเป็นไงมั้ง” มิ่งกัลยาถามหาผู้ร่วมชะตากรรมหน้าตาตื่น

 

 

“ห่วงตัวเองก่อนมั้ยเจ็บสุดก็เรานี้แหละ” ผมว่าให้เจ้าตัวเลยยิ้มแหยๆ กลับมา

 

 

“หมอผีนั้นแม่งคนบ้าชัวร์เลย”

 

 

“ยังไงทำไมอยู่ดีๆ เราถึงไปทำพิธีอะไรแบบนั้น”

 

 

“เดิมทีแค่ตั้งใจจะตามน้ำ”

 

 

“ไหนเล่ามาซิ” ผมถอยไปนั่งที่โซฟาเป็นสัญญาณบอกว่าต้องการฟังเรื่องทั้งหมด

 

 

“หมอเล่าใช่ป่ะว่าเจอเหยื่อรายที่เก้าบนสำนักไอ้หมอผีนั้นก่อนจะตายแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะว่ามิ่งอุตริก็ได้เดิมทีแค่ตั้งใจจะไปถามข่าวแต่ไอ้เวรนั้นดันบอกว่าไม่เคยเจอนายกรเดชมิ่งเลยว่ามันแปลกแถมท่าทางของไอ้หมอผีกับคนของมันยังแปลกๆ หลังจากนั้นมันก็พูดให้มิ่งทำพิธีถามเจ้าพ่ออะไรของมันไม่รู้มิ่งเลยตามน้ำ”

 

 

“บ้าแท้ๆ” หมอปัณติงหน้าดุๆ

 

 

“จะฟังต่อมั้ย”

 

 

“เล่าต่อจ่ะ”

 

 

“พวกมันให้มิ่งไปรอในห้องทำพิธีแต่มิ่งสอดรู้สอดเห็นเดินหลงไปในห้องนั้นก้าวแรกที่เข้าไปอือหือเหม็นคาวสุดๆ ถ้ามีเวลาคงได้ตรวจสอบแต่ไม่มีเวลาไงแล้วก็นะในกระเป๋าอ่ะดันมีลูมินอลอยู่เลยเอาออกมาเสร็จก็ถ่ายรูปส่งให้หมวดไปนั้นแหละ”

 

 

“นี่พกลูมินอลติดตัวเนี่ยนะ”

 

 

“ก็ดีกว่าพกปืนมั้ยล่ะ”

 

 

“จ่ะเอาที่สบายใจจ่ะ”

 

 

“นั้นแหละยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องออกไปก่อนแต่บังเอิญดันหันไปเหยียบขวดยาขวดนั้น”

 

 

“จริงด้วยยาขวดนั้น” ผมอุทานเหมือนคิดได้เช่นกัน

 

 

“อยู่ในกระเป๋ามิ่งถ้าได้เอามาด้วยก็อยู่ในนั้นแหละ”

 

 

“ต้องถามไอ้หมวด”

 

 

“แล้วมิ่งโดนยาได้ไง” ปีย์วราถามให้ขณะที่ผมส่งข้อความหาไอ้หมวดเพื่อถามถึงกระเป๋าของมิ่ง

 

 

“น้ำพวกมันบอกว่าเป็นน้ำมนต์”

 

 

“หลังจากดื่มน้ำนานมั้ยกว่าพวกหมวดจะบุกเข้าไป”

 

 

“ไม่นานที่ได้บุกอ่ะเพราะหมวดเจดันถูกจับได้”

 

 

“อ้าว”

 

 

“ช่วงนั้นเหมือนยาเริ่มออกฤทธิ์ไม่รู้ว่าสองคนนั้นทำอีท่าไหนถึงปะทะกับพวกไอ้หมอผีก่อนจะสลบได้ยินเสียงปืนรู้เจ็บมากๆ หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว”

 

 

“แล้วเรารู้ได้ไงว่าคนพวกนั้นเกี่ยวข้องกับคดีที่หมอชินทำ” หมอปัณถามขึ้นมาบ้าง

 

 

“มิ่งไม่รู้แค่สงสัยว่าทำไมไอ้หมอผีมันถึงบอกว่าไม่รู้จักกรเดชแต่ที่ยอมทำพิธีแค่สงสัยว่ามันอาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพหรือพวกโรคจิตที่เห็นเหยื่อผู้หญิงแล้วลวงไปทำอนาจารเลยแค่ตั้งใจจะตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ได้นึกถึงคดีเลย”

 

 

“ขนาดว่าเห็นรอยเลือดอ่ะนะ”

 

 

“ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเลือดอะไร”

 

 

“จริงครับหมอปัณเรายังไม่รู้ว่าพวกมันเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนี่หรือเปล่าหรืออาจจะเป็นแค่พวกมิจฉาชีพอย่าที่มิ่งว่า”

 

 

ก๊อกๆๆๆ

 

 

เสียงเคาะประตูเบาๆ ก่อนที่จะมีพยาบาลเดินเข้ามา

 

 

“ผลแลปได้แล้วค่ะหมอปีย์” คุณพยาบาลยื่นชาร์จแลปให้ปีย์วรา

 

 

“ขอบคุณครับ” เจ้าตัวดูคร่าวๆ ก่อนจะส่งให้ผมต่อ

 

 

“พี่ดูองค์ประกอบของสารกล่อมประสาทที่เจอในเลือดมิ่งสิครับ” หมอปีย์ไกด์ไลน์ให่ผมดูในจุดที่สำคัญ

 

 

“โครงสร้างสารเคมีตัวเดียวกันกับที่เจอในศพ”

 

 

“ใช่พี่”

 

 

“ตอนนี้รอแค่เอายาในขวดที่มิ่งเก็บไว้มาตรวจสอบให้ชัวร์อีกทีแต่เท่าที่ดูจากฉลากคือตัวเดียวกันแน่ๆ”

 

 

“งั้นก็เชื่อมโยงกับคดีได้งั้นสินะครับ” หมอปัณถามมา

 

 

“ยังไม่ชัวร์ครับต้องรอให้ตำรวจสืบสวนอีกทีหลักฐานแค่นี้มันยังเชื่อมโยงกันไม่ได้”

 

 

ผมอยู่เป็นเพื่อนมิ่งกัลยาจนเกือบๆ หกโมงเย็นก็มีผู้ชายท่าทางภูมิฐานมาที่ห้องพักของคนเจ็บได้ยินหมอปัณเรียกพี่เมธๆ คงจะเป็นพี่ชายบุญธรรมของเขาและผู้ปกครองของมิ่งกัลยาผมถอยออกมาให้ญาติคนเจ็บแล้วกลับไปที่แผนกนิติเวชของตัวเองเพื่อเปลี่ยนเวรกับหมออีกคนเป็นจังหวะที่พี่เจิงกำลังจะกลับพอดี

 

 

“เป็นไงบ้างครับหมอชินได้ยินว่าวันนี้ไปบู้มา”

 

 

“คนอื่นบู้ไม่ใช่ผม”

 

 

“แล้วนี่คุณมิ่งเป็นไงบ้างครับ”

 

 

“ปลอดภัยดีครับ”

 

 

“เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ”

 

 

“ใครเป็นพ่อแม่คงได้หัวใจวายวันล่ะสามเวลา”

 

 

“มิ่งกัลยาเป็นลูกกำพร้าครับ” เสียงบุคคลที่สามดังขึ้นที่หน้าประตู

 

 

“ผู้กอง”

 

 

“ผลแลปจากขวดยาที่มิ่งเก็บมาตรงกับสารกล่อมประสาทที่หมอเจอในเหยื่อ” ผู้กองคามินเดินเข้ามาพร้อมเอกสารในมือแล้วยื่นให้ผม

 

 

“ผมให้พวกไอ้เตลงพื้นที่ตรวจสอบอยู่คาดว่าไม่เกินวันหรือสองวันน่าจะรู้เรื่อง”

 

 

“ครับ”

 

 

“ไอ้เตมันฝากนี่มาให้คุณ” ผู้กองคามินยื่นถุงอาหารที่หิ้วมาให้ผม

 

 

“มันว่าคุณไม่ค่อยชอบกินข้าวมันกลัวคุณหิวได้ยินว่ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อช่วงสายเห็นกินแค่อาหารเช้าไปหน่อยเดียว”

 

 

“อ่าขอบคุณครับ”

 

 

“มันห่วงคุณมากเลยนะแต่ช่วงนี้อาจจะยุ่งๆ หน่อยยังไงก็ถือว่าผมขออย่าทำให้มันเป็นห่วงทานให้หมดล่ะ” ผู้กองคามินบอกผมสีหน้าเหมือนผู้ใหญ่กำลังสั่งสอนเด็กเสร็จก็ตบข้างไหล่ผมสองสามทีก่อนจะเดินออกไป

 

 

ไลน์~ไลน์~

 

 

หมวดเต: อย่าลืมทานข้าวนะครับ

รู้แล้วน่า: เป็นหมอนิติ

 

 

มันเองก็เหมือนนกรู้มีส่งไลน์มากำชับตามหลังอีกทีหึๆ

 

 

 

 

________________________________________

 

 

ไรท์// เอ๊ะๆ มันยังไงกันนะคู่นี้อย่าเพิ่งงงกันนะทุกคนเดี๋ยวเค้ามาเล่าให้ฟังทีหลังถึงความเป็นมาของเรื่องราว (อย่าสปอย//ตีมือ)

ความคิดเห็น