หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 52 ไม่มีค่าพอให้ถือรองเท้าของลูกด้วยซ้ำ

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 ไม่มีค่าพอให้ถือรองเท้าของลูกด้วยซ้ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2563 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 ไม่มีค่าพอให้ถือรองเท้าของลูกด้วยซ้ำ
แบบอักษร

ความอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซิงเหอ ปลายนิ้วกดลงบนคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว 

ปลายนิ้วทั้งสิบของเธอทำงานรวดเร็วเกินกว่าที่เซี่ยจื้อจะมองตามทัน 

เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าพี่สาวของเขาออกจะโรคจิตอยู่นิดหน่อยเวลาเขียนโปรแกรม แต่เขาก็ทึ่งทุกครั้งที่ได้เห็นเวลาเธอร่ายมนตร์ผ่านปลายนิ้ว 

“พี่ทำอะไรเหรอ” เซี่ยจื้อยื่นหน้าเข้าไปถาม 

ดูจากความตั้งใจของพี่สาวของเขา เธอน่าจะกำลังทำอะไรที่สำคัญมากอยู่แน่ๆ 

“พักผ่อนไป” ซิงเหออกคำสั่งโดยไม่ละสายตาออกจากแล็ปท็อป 

เซี่ยจื้อเอนหลังอย่างว่าง่ายและเลิกรบกวนเธอ 

อันที่จริง ซิงเหอกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชุยหมิงเท่าที่เธอจะสามารถหาได้ 

ข้อมูลส่วนตัวของเขาหลั่งไหลเข้ามาในแล็ปท็อปของซิงเหออย่างต่อเนื่อง 

ความเร็วและจรรยาบรรณในการทำงานของเธอเรียกได้ว่ามีไม่น้อยไปกว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอด้วยซ้ำ 

ในขณะที่ซิงเหอกำลังคิดหาหนทางที่จะเอาคืนอู๋หรงและอู๋ซวง สองคนนั้นก็กำลังวางแผนในสิ่งเดียวกันอยู่เช่นกัน 

คู่แม่ลูกมีความสุขเป็นอย่างมากเพราะชุยหมิงช่วยพวกเธอลงโทษซิงเหอตามคำขอร้องของอู๋ซวง 

“แย่จริง คนที่โดนน่าจะเป็นนังเด็กสารเลวนั่น” อู๋หรงพูดพลางยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย ริมฝีปากของเธอโค้งขึ้นอย่างเหยียดหยามและเกรี้ยวกราดในเวลาที่พูดถึงซิงเหอ 

หลังการเสียชีวิตของเซี่ยเฉิงเหวิน เธอไม่เพียงได้รับมรดกความมั่งคั่งของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงฐานะทางสังคมที่ทุกคนจะต้องยอมก้มหัวให้เธอ 

แต่นังเด็กแพศยานั้นกลับกล้ามาเหยียดหยามเธอถึงบ้าน! 

เธอไม่อาจทนรับความอัปยศนี้ได้จนกว่าเธอจะได้เห็นร่างศพแข็งทื่อของนังเด็กนั่นกับตาตัวเอง 

อู๋ซวงปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้ม “แม่ ทำไมต้องรีบด้วยล่ะคะ ยังไงซะก็ต้องถึงตายัยนั่นอยู่แล้ว อีกอย่างเราต้องแน่ใจว่ามันจะได้อยู่เห็นเป็นพยานความตายของลุงกับน้องชายของตัวเองก่อนสิคะ” 

อู๋หรงหัวเราะอย่างพอใจ “ลูกสาวที่รักของแม่ ถูกของลูก นังเด็กชั้นต่ำนั่นต้องเจ็บปวดที่สุด ทำให้มันสำนึกที่กล้ามายุ่งกับเรา มันยังเร็วไปร้อยปีที่จะมาเป็นศัตรูกับเรา” 

“แม่คะ ผิดแล้วค่ะ แค่ดูจากความหงำเหงือกของมันตอนนี้ ปัญหาไม่น่าจะอยู่ที่อายุของมันหรอกค่ะ” อู๋ซวงพูดด้วยน้ำเสียงแม่พระ “มันเป็นแค่โสเภณีชั้นต่ำไร้ประโยชน์มาตลอด แล้วตอนนี้มันเองก็ไม่เหลืออะไร แค่นิ้วเดียวหนูก็ทำให้มันตายได้แล้ว!” 

“แน่นอนที่สุด นังเด็กสารเลวนั้นเทียบอะไรไม่ได้กับลูกสาวสุดที่รักของแม่” อู๋หรงพูดพลางดึงมือลูกสาวมากุมอย่างไว้อย่างนุ่มนวล เธอบีบนวดด้วยความรัก “ยังไงซะนังซิงเหอก็ไม่มีค่าพอแม้แต่จะมาถือรองเท้าให้ลูก แม่ไม่เข้าใจทำไมตาแก่ที่ตายไปแล้วนั่นถึงได้ประคบประหงมมันนัก แม้กระทั่งตอนที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงก็ยังหาทางให้มันได้แต่งงานกับคนดีๆ อนิจจา... ฮ่าๆๆ” 

อู๋หรงหัวเราะอย่างสาแก่ใจเมื่อนึกถึงชะตากรรมตกอับที่เกิดขึ้นกับซิงเหอในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

อู๋ซวงผสมโรงด้วย 

อู๋ซวงพูดต่อจากที่แม่ของเธอพูดค้างไว้ “อนิจจา พระเจ้าตัดสินถูกว่าคนอย่างมันไม่ควรค่าที่จะมีชีวิตดีๆ จนสุดท้ายก็ต้องจบที่การหย่า ไม่ใช่แค่นั้นมันยังกลายเป็นยาจกโสโครกทันทีหลังหย่าด้วย แล้วถึงแม้ว่ามันจะฟื้นความทรงจำคืนมาได้ตอนนี้ ชีวิตมันก็พังไปตั้งนานแล้ว” 

ในสายตาของทุกคน ชีวิตของซิงเหอนั้นพังพินาศไปหมดแล้ว 

อุบัติเหตุทางรถยนต์ในปีนั้นทำให้เธอต้องถูกตัดออกจากวิทยาลัย S ชื่อดัง และสูญเสียสิทธิ์ในการรับมรดก 

ตอนนี้เธอเป็นแม่ม่าย เป็นของใช้แล้ว 

จะมีผู้ชายดีๆ คนไหนอยากได้ผู้หญิงอย่างเธอ 

ถ้าจะมีก็คงเป็นได้แค่เมียน้อยของผู้ชายคนนั้นที่ไม่มีวันได้เฉิดฉายแน่ๆ 

ไม่ว่าจะคิดไร้สาระฟุ้งฝันไปอย่างไร ก็ไม่มีทางที่คนอย่างเธอจะกลับมามีชีวิตสูงส่งได้อีกครั้ง 

ชีวิตที่ร่ำรวยและหรูหราไม่มีทางได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงชั้นต่ำไร้ประโยชน์อย่างซิงเหอ 

ดังนั้นคนอย่างเธอทำได้แค่ใช้ชีวิตล้มลุกคลุกคลานไปตลอดชีวิต แม้ขาข้างหนึ่งของเธอไปนอนรออยู่ในโลงศพแล้ว อู๋ซวงก็ไม่รู้สึกว่าเธอควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยเพราะเธอต้องการชื่นชมความท้อแท้สิ้นหวังของซิงเหอ 

หัวใจของอู๋ซวงเต้นระรัวด้วยความยินดีเมื่อนึกถึงสภาพตกต่ำน่าอดสูตลอดชีวิตที่เหลือของซิงเหอ 

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้สึกว่านังเด็กสารเลวนี่ยังเจ็บปวดทุกข์ทรมานไม่พอ 

ความคิดเห็น