โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 2-1 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-1 ท่ามกลางสายลมกับสายลม

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 217

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2563 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-1 ท่ามกลางสายลมกับสายลม
แบบอักษร

 

ตอนนี้ฮีแจอยู่ในโหมดพร้อมรบ ในสายตาของคนดี อย่างไรเสียโหมดพร้อมรบที่ฮีแจใช้ อาจจะมองเห็นเป็นปืนกลสะพายคาดอยู่ที่หน้าอก ในสายตาของคนทั่วไปเห็นเพียงการแต่งหน้าอย่างจัดเต็มหรือเสื้อผ้า เพื่อนัดทานมื้อเย็นกับแทมยอง เมื่อวานได้ไปทำทรีตเมนต์ที่ร้านเสริมสวยให้ผมยาวตรงนุ่มลื่น ไปร้านที่พวกดาราไปบ่อยๆ ถึงจะเกินไปหน่อย หากการแต่งหน้าที่จัดเต็มก็ทำให้ดูเปล่งประกาย ด้วยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญ หน้าจึงดูฉ่ำวาวเช่นนี้ 

"อาหารถูกปากใช่ไหมครับ" 

"อ้า ค่ะ คงเพราะแพงด้วยเลยอร่อยมากเลยค่ะ" 

วันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตั้งใจแต่งหน้ามาอย่างดี หากยังได้นั่งหลังตรงอย่างสง่างามและหั่นสเต๊กแบบนี้ ตั้งแต่วินาทีที่เข้ามาในภัตตาคารหรูหรา สายตาที่จดจ้องด้วยความริษยาก็ทำเอาฮีแจเชิดไหล่ตั้งขึ้นจนสูงเหนือหู บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนแน่นอนว่าคงประมาณคนที่ดูๆ กันอยู่ หากไม่ใช่ก็คงถึงขั้นคู่นัดบอด ฮีแจที่เคี้ยวสเต๊กที่ฉ่ำกำลังดี แอบยกยิ้มอย่างพึงพอใจ 

“วันนี้อากาศเย็น แต่กลับใส่ชุดบางๆ มา ระวังเป็นหวัดเอานะครับ” 

“อะไรกันคะ หัวหน้าทีมเองก็ใส่โค้ทตัวเดียวเองนี่คะ” 

ความน่ารักของแทมยองที่เอาแต่พูดเรื่องลมฟ้าอากาศและเรื่องอาหารอยู่ตลอดเวลาที่ทานสเต็ก ไม่รู้จะเขินอะไรขนาดนั้น ทำเอาฮีแจรู้สึกหวิวๆ ถึงขนาดรูจมูกกระตุกไหว แม้ไม่รู้ว่าอยากจะพูดเรื่องแบบไหน แต่อยากตะโกนไปว่าไม่ว่าอะไรก็จะรับฟัง 

ตอนที่ห้ามไม่ให้ยัวะใส่รุ่นน้องในที่ที่คนเยอะ หรือตอนที่เตือนให้เอาเวลาที่ชงกาแฟให้หัวหน้าไปทำงานส่วนของตัวเองให้ดี แทมยองที่เคยพูดทั้งหมดออกมาด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา คนแบบนั้นที่อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ กลับมีท่าทางกระสับกระส่ายตลอดเวลาที่ทานอาหาร ผู้ชายที่สง่าผ่าเผยอยู่ทุกครั้ง เป็นแบบนั้นแล้วมันก็ไม่เลวนัก ไม่สิ ไม่ใช่ไม่เลว กลับมีเสน่ห์เสียจนต้องยกนิ้วให้ สิ่งที่ได้เห็นอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่ใช่บริษัทก็น่าตื่นเต้นพอแล้ว ฮีแจจึงไม่คิดที่จะใจร้อน หากจะเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ การสารภาพสมควรที่จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายชาย และคำตอบสำหรับการสารภาพก็คือ ‘ขอเวลาคิด’ หลังจากนั้นประมาณสามวันจึงตอบตกลง 

ติ๊ง โทรศัพท์ของฮีแจที่วางบนโต๊ะที่ปูผ้าสีขาวดังขึ้น แทมยองที่ไม่ได้สนใจนักตอนที่ดังขึ้นหนึ่งครั้ง กลับหันมาเมื่อสั่นต่อเนื่องกว่าสามครั้ง การวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ แน่นอนว่าเป็นการกระทำที่คำนวณเอาไว้แล้วของฮีแจ ฮีแจถือกฎเหล็กที่ต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นที่สนใจของคนอื่นพอควร เพื่อกระตุ้นความรู้สึกกระวนกระวายใจ หากจะให้เห็นว่าดูยุ่งมากไม่ได้ หากเอาแต่เช็คโทรศัพท์อยู่ตลอด ฝ่ายตรงข้ามก็จะเข้าใจผิดว่า ‘อ้า ไม่ได้สนใจฉันสินะ’ อีกทั้งอาจจะทำให้คิดไปว่า ‘มีนิสัยไม่เอาใจใส่สินะ’ 

“ขอโทษนะคะ ขอเช็คแค่อันนี้นะคะ” 

“ไม่เป็นไรครับ เชิญตามสบายเลย ไม่ใช่บริษัทนี่ครับ” 

เจ้าของข้อความที่ทำให้มือถือสั่นครั้งแรกคือจีฮอน 

 

[ทราบที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยแล้วครับ พรุ่งนี้ตอนเย็นจะไปตรวจดูครั้งที่หนึ่ง รบกวนติดต่อมาด้วยนะครับ] 

 

ฮีแจเช็คข้อความของจีฮอน แล้วเบะปากเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง ถึงจะซักเสื้อไปคืนให้แล้ว ก็เหมือนจะยังไม่เพียงพอ วันนี้ตอนกลางวันเลยส่งข้อความไปว่า ‘เพราะความช่วยเหลือตอนเอ้าท์ติ้ง ก็เลยอยากชวนไปทานของอร่อย’ แต่กลับไม่ตอบกลับ แล้วส่งข้อความที่ไม่เข้ากันนี้มาเสียอย่างนั้น 

เจ้าของข้อความที่ทำให้มือถือสั่นเป็นครั้งที่สองคือคาอึล ดูเหมือนจะส่งรูปที่ถ่ายตอนเอ้าท์ติ้งมา ก่อนอื่นก็ผลัดการตอบกลับทั้งสองคนออกไปก่อน พอได้รับข้อความของคาอึล ก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา ท่าทางของฮีแจที่ดูฮึกเหิม ทำให้คาอึลกับเยอึนตามติดเหมือนนักข่าวบันเทิงแล้วคอยถามว่าวันนี้วันอะไรเหรอ หากกลับไม่ได้บอกเรื่องที่นัดกับแทมยอง พอเห็นท่าทางของคาอึลที่เพ้อฝัน ทั้งชวนว่าหากได้ตั๋วเครื่องบินมา ก็จะลากพี่เยอึนกับหัวหน้าทีมไปเชจูด้วยกันสี่คน ก็ทำให้เอาพูดไม่ออก สถานการณ์ในตอนนี้ ทำให้วันนี้ได้เผยให้เห็นด้านสวยๆ อย่างที่ไม่คาดฝัน จึงได้ยกยิ้มอย่างมีนัยยะให้กับยัยจิ้งจอกแพคที่ยุ่งหัวปั่น 

“ขอโทษด้วยนะคะ ปกติก็ไม่ได้วางโทรศัพท์ไว้ต่อหน้าคนอื่น” 

“ไม่เป็นไรครับ จริงๆ นะ เรื่องนั้นช่างมันเถอะแล้วขาเป็นยังไงบ้างครับ ได้ยินคุณคาอึลบอกว่าบาดเจ็บตอนเอ้าท์ติ้ง” 

“ข้อเท้าแพลงน่ะค่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ” 

“คุณผู้ช่วยอี ดื่มไวน์สักแก้วไหมครับ” 

“ไวน์ฉันไม่ค่อยสันทัด ถ้ามีอะไรที่หวานๆ ก็ขอดื่มอันนั้นก็แล้วกันค่ะ” 

“ผมเคยลองดื่มเมื่อไม่นานมานี้ ที่นี่มีไอซ์ไวน์ที่หวานแล้วก็อร่อยด้วยนะครับ” 

โอ้โฮ วันนี้ดูตั้งใจจังนะ ชวนดื่มแบบนี้ นี่มันไม่ใช่สัญญาณไฟเขียวหรอกเหรอ ถึงจะสนใจว่ามาดื่มไอซ์ไวน์กับใครที่ภัตตาคารก่อนหน้านี้ แต่วันนี้คนที่นั่งอยู่สองต่อสองกับแทมยองก็คือฉัน เพราะฉะนั้นก็จะทำไม่รู้ไม่ชี้ก็แล้วกัน 

จ้องมองแทมยองที่สั่งไวน์ด้วยท่าทางคุ้นเคยอย่างหลงใหล ท่าทางแบบไหนของฉันที่จะทำให้แทมยองรู้สึกประทับใจกันนะ เป็นท่าทางสงบและเรียบง่ายต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่ทำเป็นสวยสง่า ทำเป็นอ่อนแอ รู้สึกอยากสานสัมพันธ์ คิก ฝืนกลั้นรอยยิ้มสดใสที่จะเผยออกมาอย่างยากลำบาก 

จิบไวน์ที่พนักงานเสิร์ฟให้เข้าไปอึกหนึ่ง 

“คุณผู้ช่วยอีดูจะสนิทกับพวกรุ่นน้องดีนะครับ ได้เห็นแบบนั้นก็ทั้งรู้สึกดีแล้วก็อิจฉาด้วยนะครับ” 

“ดูเป็นแบบนั้นเหรอคะ ก็ในทีมไม่มีรุ่นน้องที่นิสัยไม่ดีนี่คะ คนอื่นก็ดีกันทั้งนั้น” 

แน่นอนว่ามีรุ่นน้องที่ไม่น่าพอใจอยู่มากมาย แต่แค่วันนี้ที่จะเป็นฮีแจที่ใจดี 

“ดูจะสนิทกับคุณเยอึนและคุณคาอึลเป็นพิเศษนะครับ เคยได้ยินตอนสูบบุหรี่ว่าคุณผู้ช่วยดูแลคุณคาอึลตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ ไว้เยอะเลย เรียกว่าเป็นผู้ช่วยให้รอดชีวิตของตัวเองเลย” 

“คาอึลพูดแบบนั้นเหรอคะ กับฉันน่ะเอาแต่เถียงเก่งอยู่ทุกวันเลย” 

“ไม่เลยครับ เวลาที่พูดถึงคุณผู้ช่วย สายตาเขาเคารพคุณมากนะ ที่ผมเห็น ผู้ช่วยอีก็เหมือนจะเอ็นดูคุณคาอึลนะครับ” 

“ก็น่ารักนี่คะ คาอึลน่ะ ตอนที่เจอครั้งแรกก็คิดว่าผู้ชายจะเอาความน่ารักแบบนั้นไปใช้ที่ไหนกัน ดูไร้ประโยชน์ หากพอมาคิดดูตอนนี้มันก็มีประโยชน์นะคะ ที่ฉันดูแลอย่างดี ก็คงเพราะหน้าตาที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูไม่น่าเกลียดเลยสักนิดค่ะ” 

คาอึล พี่ขอบคุณและขอโทษด้วยจริงๆ ทั้งที่นายก็ต้องทำคะแนน แต่นายกลับพูดชมฉันต่อหน้าหัวหน้าทีม รู้สึกขอบคุณไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พี่จะซื้อรองเท้าจอร์แดนที่ชอบให้สักคู่ละกันนะ ใส่มันแล้วก็ไปเจอผู้ชายที่ดีกว่าหัวหน้าทีมเถอะ 

ฮีแจเต้นรำอย่างร่าเริงภายในใจ ขณะรับไวน์ที่แทมยองรินให้มาดื่ม หลังจากบดองุ่นที่สุกอย่างดี แช่แข็งเอาไว้ แล้วนำมาทำไวน์ ความรู้สึกหอมสดชื่นไหลผ่านลำคอทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้ และไม่อยากปฏิเสธ ในวันแบบนี้ถึงจะเมาก็รู้สึกดี 

“ไวน์คงจะรสชาติดีสินะครับ” 

แทมยองที่ช่วยเติมแก้วเปล่า วันนี้เหมือนจะดูดียิ่งขึ้น แต่ขีดความอดทนของฮีแจกำลังจะหมดลง แน่นอนว่าเหตุผลที่ชวนมาทานมื้อเย็นคือ ‘มีเรื่องอยากบอก’ ไม่ใช่หรอกเหรอ ทั้งที่ไอซ์ไวน์ขวดหนึ่งพร่องไปเกือบหมด ก็ยังไม่ออกจากเรื่องในบริษัท หัวข้อที่วนอยู่ที่เดิม คงจะต้องรออีกสักหน่อยสินะ แล้วก็คิดได้ว่าคงต้องเอ่ยปากเกริ่นนำสักหน่อย 

“ว่าแต่เรื่องที่อยากจะพูดวันนี้” 

เปิดปากขึ้นเพราะตัดสินใจว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างมีน้ำใจสักหน่อย แต่เสียงโทรศัพท์ของแทมยองที่ดังขึ้น ได้กลบมันไปจนหมด 

“อ้า ขอโทษด้วยนะครับ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบายค่ะ” 

แทมยองที่เอ่ยขอทางสายตา หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตแล้วลุกออกไป ตั้งใจว่าหากกลับมาจะต้องพูดคุยกันอย่างจริงจังเสียที พร้อมกับจิบไวน์อีกอึกหนึ่ง ยกยิ้มอย่างพึงพอใจในสัมผัสหวานละมุนพอๆ กับความรู้สึกกระวนกระวาย แล้วแทมยองที่คุยจบแล้วก็กลับมา 

“ผู้ช่วยอี ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ แต่พอดีมีเรื่องด่วน เหมือนว่าผมคงจะต้องขอตัวก่อน ขอโทษนะครับ” 

“คะ? ตอนนี้?” 

“คนรู้จักจู่ๆ ก็ไม่สบายน่ะครับ ผมคงจะต้องไปแล้ว ขอโทษจริงๆ นะครับ ผู้ช่วยอี” 

แทมยองเอาแต่พูดขอโทษซ้ำๆ เหมือนนกแก้ว พร้อมกับเรียกคิดเงินอย่างรีบร้อน 

“ผมจัดการค่าอาหารแล้ว ยังไงก็ทานของหวานแล้วค่อยกลับนะครับ ช็อกโกแลตที่นี่อร่อยมากครับ” 

แล้วแทมยองก็ออกจากภัตตาคารไปด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเสือชีตาร์ สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาจากประตูทางออกที่แทมยองผ่านออกไป 

“อะไรเนี่ย นี่มันเรื่องอะไรกัน” 

ยังไม่ได้พูดสิ่งที่ตั้งใจ อีกทั้งยังโค้งคำนับพูดขอโทษด้วยท่าทางลังเล แล้วหายไปด้วยท่าทางรีบร้อน วันนี้ฮีแจได้เห็นมุมแปลกใหม่ของแทมยองมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นแล้วอะไรล่ะ ได้รู้จักท่าทางที่คนอื่นไม่รู้เป็นครั้งที่สอง และเหลือตัวคนเดียวในภัตตาคารที่มีสเต๊กราคาแพงเหลืออยู่กว่าครึ่ง 

เข้ามาด้วยไหล่ที่เชิดสูง แต่ตอนนี้ผู้คนต่างมองฮีแจด้วยสายตาสงสาร อะไรน่ะ อะไรกัน ผู้ชายหน้าตาดีเมื่อกี้ไปไหนแล้ว ทำอย่างไรดี ผู้หญิงคนนั้นถูกนอกใจเหรอ สุดยอด คล้ายจะอ่านความในใจจากสายตาของคนพวกนั้นได้ 

หลังจากนั้นฮีแจได้ซื้อความเห็นใจจากคู่รักโดยรอบด้วยช็อกโกแลตและกาแฟที่เสิร์ฟมาอย่างต่อเนื่อง 

ความคิดเห็น