โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-13 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-13 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 229

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-13 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

เพราะลมหนาว อาการเมา ท้องฟ้า ลม ดวงดาว และตำนานพื้นบ้าน ทำให้ฮีแจร้องไห้ออกมาในที่สุด ที่จริงแล้วเป็นน้ำตาที่มาจากความรู้สึกปลอดภัยที่ได้เจอคนที่รู้จัก รู้ดีว่าสภาพตัวเองที่กำลังร้องไห้ทั้งที่ตัวเปื้อนโคลนไปหมดต่อหน้าเด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ น่าเกลียดขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ 

จีฮอนปฏิเสธคำชวนดื่มของคาอึล แล้วก็ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืน ผ่านสวนที่มีเหล่าผู้พ่ายแพ้ต่อแอลกอฮอล์นอนเกลื่อนอยู่ เข้ามาในป่า ระหว่างเพลิดเพลินกับสายลมเย็น ได้ยินเสียงร้องครวญครางแผ่วเบาจากที่ไหนสักที่จึงเดินตามมา 

“พี่บาดเจ็บเหรอครับ อ้า กลิ่นเหล้า” 

เพราะ ‘อ้า กลิ่นเหล้า’ นั้นเจาะทะลวงเหมือนสว่านต่างกับเสียงสุภาพว่า ‘บาดเจ็บเหรอครับ’ จึงรู้สึกเจ็บปวดนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นแล้ว แค่ไม่ได้เจอกับ ‘ผี เอาขาข้ามา’ ในตำนานพื้นบ้านก็พอแล้ว สามารถจะยกโทษให้คนที่เคยทำผิดกับฉันในอดีตได้หมดเลย ยกเว้นแฟนเก่าสตอล์กเกอร์นั่น 

“โอเคไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” 

“ขา” 

“เจ็บขาเหรอครับ ข้างซ้าย? ข้างขวา?” 

“ขาของฉัน” 

“คงเจ็บมากสินะ แล้วคงจะดื่มไปเยอะด้วย ขอผมดูขาหน่อยนะครับ” 

“เอาขาฉันมานะ” 

“พี่ครับ ขาก็อยู่นี่ไง ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ตัดไปหรอก” 

ไม่ตัดขาพี่งั้นเหรอ! คำพูดโหดร้ายแบบนั้น! ยังไงก็ไม่ให้ตัดหรอกนะ! ฮีแจเจ็บปวดอีกนิดหน่อยต่อจาก ‘อ้า กลิ่นเหล้า’ 

“กลัวอ่ะ ถ้าบอกให้เอาขามาจะทำไงล่ะ” 

ฮีแจยังแสดงอาการแปลกประหลาดอยู่ ทำให้จีฮอนยกมือขึ้นทาบบนหน้าผาก ก็ไม่มีไข้นะ ทำไมเอาแต่พูดไร้สาระล่ะ คงเพราะเมาสินะ จีฮอนถอนหายใจออกมาแล้วแบกฮีแจที่ยังคงบ่นงึมงำว่า ‘ขาฉันจะทำยังดี’ ขึ้นขี่หลัง แม้ไม่ได้หนักอะไร แต่ต้องระวังอันตรายจากพื้นลื่นๆ นี้ ครู่เดียวจึงมีเหงื่อซึมออกมา ฮีแจที่ยอมถูกแบกขึ้นหลังของจีฮอนอย่างเรียบร้อย จู่ๆ ก็หันหน้ากลับไปหาขาของตัวที่ยังคงอยู่ดี ทำให้ตัวจีฮอนเซไปมา 

“โอ๊ะ เฮ้ย! จริงเลย พี่นี่! เป็นอะไรครับ ให้ตาย ตรงนี้มันลื่นเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอกครับ” 

“ขะ ขอบคุณค่ะ” 

พลันนึกถึงฮีแจที่เคยจ้องเพื่อนร่วมบริษัทที่ทำกาแฟหกแล้วไม่ยอมเช็ด ทั้งเรียกร้องขอแก้วใหม่ด้วยสายตารังเกียจ ดูท่าคงเป็นนิสัยที่ไม่ชอบสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ถึงจะเมาอยู่ ก็ยังไม่ลืมขอบคุณคนที่ช่วยเหลือ 

“จริงๆ เลย ไม่เป็นไรหรอกครับ” 

จีฮอนหลุดขำ พร้อมกับกระชับฮีแจที่ผ่อนคลายลง ดูจากพระจันทร์ที่ทรงกลดอยู่หลังเมฆ พรุ่งนี้ฝนคงจะตก ที่จะปีนเขาไปดูพระอาทิตย์จะไม่เป็นอะไรเหรอ ทั้งสภาพอากาศ ทั้งคนที่สลบไสลด้วยแอลกอฮอล์ในเพนชั่น ทั้งหมดเหมือนจะไม่โอเค 

เมื่อฮีแจที่หาขาอยู่บนหลังสงบลงแล้ว พอเรียก “พี่ครับ?” เพื่อเช็คว่าหลับไปแล้วหรือยัง ก็ยกมือขึ้นเหมือนเวลาเรียกเช็คชื่อตอนปีหนึ่งพลางตอบออกมาว่า “ค่ะ!” จีฮอนจึงจับร่างที่โซเซแล้วก็ถามออกมาอีกครั้ง 

“ห้องพี่อยู่ไหนครับ พอจะบอกได้ไหมครับ” 

“ห้องฉันหรา ห้อง 302 ไง” 

“แบบนี้แล้วยังจำได้อีกนะ” 

ในบรรดาพฤติกรรมของลูกสาวตัวเองที่แม่ของฮีแจยอมรับว่าเป็นข้อดีที่สุดคือ สัญชาตญาณการกลับบ้านที่แข็งแกร่ง แม้จะเมาแค่ไหนก็ตาม ฮีแจที่มุ่งมั่นไปที่เตียงในห้องของตนถึงแอลกอฮอล์จะกลืนกินสติและสัญชาตญาณไป หากว่าใครกดถูกปุ่ม ก็จะบอกที่อยู่บ้านออกมาอย่างแม่นยำ แม้หลังจากนั้นไม่กี่ปีจะแยกออกมาอยู่ลำพัง ก็ยังจำที่อยู่บ้านที่ย้ายไปได้อย่างแม่นยำ 

แม้จีฮอนจะไม่มั่นใจ แต่ก็เดินขึ้นไปยังชั้นสาม ฝั่งที่พักพนักงานหญิงหาห้อง 302 ตามคำพูดฮีแจ เดินย่องเหมือนใครจะมาเจอตัวเองที่แบกฮีแจมายังเขตห้ามผู้ชายเข้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทิ้งเอาไว้ที่ชั้นหนึ่งได้ ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่การแบกขึ้นบันไดสามชั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากพักหอบหายใจ แล้วก็ไปต่ออยู่อย่างนั้นหลายครั้ง ก็มายืนอยู่หน้าห้อง 302 ก๊อกๆ 

“มีใครอยู่ไหมครับ” 

ไม่มีการตอบรับใดๆ 

“อยู่ไหมครับ เข้าไปนะครับ เอาคุณอีฮีแจมาส่งครับ” 

เปิดประตูที่ไม่ได้ล็อกแล้วเดินเข้าไป แต่ก็พบปัญหาต่อมา คือไม่สามารถวางฮีแจที่เปื้อนโคลนเต็มไปหมดลงนอนบนเตียง จีฮอนที่นึกวิธีขึ้นมาได้ จึงเดินไปทางห้องน้ำ ด้วยเป็นเพนชั่นที่มีครอบครัวมาพักบ่อยๆ จึงมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ แล้วก็วางฮีแจลงในอ่างอาบน้ำอย่างระมัดระวัง 

“โอ๊ะ? ใครน่ะ” 

ฮีแจที่คิดว่าหลับไปแล้ว ปรือตาขึ้นมา 

“ผมเองครับ ชองจีฮอน” 

“ทำไม นายจะอาบน้ำให้เหรอ” 

“อ้า พูดอะไรกันครับ” 

ฮีแจชี้นิ้วไปที่จีฮอนที่หน้าแดงด้วยความโมโห พร้อมกับเตะเท้าในอ่างอาบน้ำและหัวเราะออกมา 

“ล้อเล่นน่ะสิ! ฮ่าๆ!” 

อ่างอาบน้ำที่เคยสะอาดเริ่มเปื้อนโคลนสีดำ 

“โอ๊ย พอเมาแล้วอันตรายจริงๆ เลยนะ พี่เนี่ย” 

จีฮอนเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ออกมาจากตู้เก็บของ ขยับเข้าใกล้ฮีแจที่ยังคงหัวเราะคิกคัก มันน่าตลกอะไรอย่างนั้นเหรอ 

“พี่ครับ” 

“...?” 

“ให้อาบให้จริงๆ เหรอครับ”  

“อึก!” 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นครับพี่ พี่นี่หวังอะไรกันนะ” 

 

* * * 

 

ฝนที่ตกลงมาพรำๆ ทำให้การปีนเขาถูกยกเลิก ทั้งเพนชั่นตกอยู่ในความสงบเมื่อจนถึงช่วงหลังมื้อเช้าถูกปล่อยให้เป็นช่วงพักผ่อน ฮีแจไม่อาจผละไปจากที่นอนได้ ตรงข้ามกับเยอึนที่เปี่ยมไปด้วยพลัง พอทานมื้อเช้าจนอยู่ท้องแล้วก็กลับมายังห้อง 302 

“ยังมีชีวิตอยู่เหรอ คุณผู้ช่วยอี?” 

“จะตายแล้ว อายุมากแล้วเลยเมาค้างนานเลยน่ะสิ” 

“จริงๆ เลย เมื่อวานเธอทำอะไรบ้าง จำได้ไหม” 

คำบ่นพึมพำของเยอึน ทำให้ฮีแจขยับหัวที่คลุมไว้ด้วยผ้าห่ม พอนึกย้อนไปยังความทรงจำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ก็นึกได้ถึงการกระทำอันน่าอายที่ได้คลุกโคลน แล้วบอกว่าฉันจะไม่ตัดขา การกระทำอันน่าอายไม่ได้จบลงแค่นั้น ยังถูกแบกขึ้นหลังของเด็กพาร์ทไทม์สำนักงานนักสืบและร้านคาเฟ่ที่ไม่ได้สนิทด้วยเลย ทั้งสภาพเปื้อนโคลน อ๊ากกก! พอความทรงจำที่ทำให้ขนลุกผุดขึ้นมาก็ทะลึ่งตัวขึ้น ว่าแต่มันเรื่องอะไรกัน ผ้าห่มยังคงขาวสะอาดปรากฏสู่สายตา 

“ฉันเป็นยังไงเหรอ โคลนล่ะ?” 

“เธอมัน! เมื่อวานฉันกลับมาตอนเช้ามืด ก็เจอเธอนอนอยู่บนพื้นห้องที่ปูผ้าขนหนูเอาไว้ พอเข้าไปในห้องน้ำ ก็คิดว่าไปตกถังอึมาเหรอ แล้วจะอะไรได้ล่ะ โคลนนั่นมันปีศาจชัดๆ!” 

“ออกไปรับลม แล้ว แล้วก็หกล้ม” 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ! ล้มแล้วก็มานอนสวยๆ ได้เหรอ ฉันเหนื่อยแค่ไหนรู้ไหมที่ลากให้ขึ้นไปนอนบนเตียงน่ะ! แล้วฉันยังต้องมาอาบน้ำให้คนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิตอีก ชีวิต! ฉันคิดว่าคนที่ฉันจะอาบน้ำให้เป็นคนแรกคือลูกที่ออกมาจากท้องฉัน แต่มือฉันต้องแปดเปื้อนเพราะเธอ!” 

ตอนนี้คงจะต้องใช้สำนวนว่า มีสิบปากก็พูดไม่ออก ตั้งแต่เกิดมาก็ได้รู้ซึ้งอย่างละเอียดถึงสำนวนที่บรรพบุรุษสร้างขึ้น ถึงตอนนี้เยอึนจะประทับรอยแดงลงบนหลังของฮีแจ ก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว 

“ยังไงก็เถอะ ยัยคนอัปยศเพราะเหล้าก็ไม่รู้ว่าสวยตรงไหน คุณจีฮอนถึงได้ใส่ใจนัก เอ้า! กาแฟของเธอ” 

วนิลาลาเต้แก้วที่สามปลุกให้ตื่นจากเช้าอันน่าอัปยศเพราะเหล้า 

“ว่าแต่จั๊มเปอร์นั่นมันอะไรกัน เธอใส่ชุดแบบนั้นด้วยเหรอ เห็นเธอเอามันมาหนุนนอนน่ะ” 

คงเป็นเสื้อที่จีฮอนใส่อยู่ ถ้าเป็นของแพงจะทำอย่างไรล่ะ ฮีแจเอาผ้าขนหนูสีขาวของเพนชั่นห่อเสื้อกันหนาวไว้ แล้วกลั้นใจยัดใส่ในกระเป๋าลาก ต้องซักให้สะอาดแล้วค่อยเอาไปคืน 

 

* * * 

 

"แค่เอามาคืนเฉยๆ ก็ได้" 

ฮีแจส่งถุงกระดาษพองๆ ให้กับจีฮอน พนักงานที่ทำงานร่วมกับจีฮอนต่างพากันเหลือบมองภาพเหตุการณ์ที่เหมือนการให้ของขวัญ 

แวะไปหาจีฮอนระหว่างมาทำงาน เพื่อมาคืนเสื้อกันหนาวสีฟ้าที่ส่งให้ร้านซักรีดใกล้คอนโดซักด้วยจิตวิญญาณของช่างฝีมือราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ฮีแจที่เหมือนก่อความเดือดร้อนให้ทั้งที่ไม่ได้สนิทกัน จึงไม่กล้าสบสายตาของจีฮอน 

“ตอนนั้นขอโทษด้วยนะคะ” 

ฮีแจเอาแต่ก้มมองพื้นคาเฟ่ แล้วเอ่ยขอโทษเสียงอ้อมแอ้ม ถึงอยากจะดื่มวนิลาลาเต้ยามเช้า แต่อายที่จะมองหน้าวันนี้จึงได้อดทนไว้ ในตอนที่จะเข้าไปชงกาแฟสำเร็จรูปดื่มในห้องชงกาแฟนั้นเอง 

“อ่อ! พี่รอเดี๋ยวนะครับ รอแค่สองนาทีครับ” 

นักโทษที่ไม่สามารถเงยหน้าขึ้นด้วยทำพฤติกรรมน่าอายตอนเมา รอคอยอย่างสงบอยู่สองนาทีตามคำสั่งจีฮอน 

“นี่แทนค่าซักผ้า” 

จีฮอนส่งแก้วกาแฟร้อนๆ มาให้ ค่าซักผ้าเป็นสิ่งที่ฮีแจต้องจ่ายอยู่แล้ว เลยได้แต่เกาหัวด้วยไม่รู้จะพูดอะไร เส้นผมนุ่มม้วนงอพันเรียวนิ้ว 

“วันนี้จะไปไหนเหรอครับ แต่งตัวสวยเชียว” 

“ฮ่าๆ ไปเจอเพื่อนเฉยๆ งะ งั้นไปแล้วนะ จะดื่มให้หมดเลยค่ะ” 

เดี๋ยวนี้พวกคนอายุน้อยนี่ใจกว้างกันจังเลยนะ แล้วก็มาถึงออฟฟิศที่ทั้งวุ่นวายและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด หลังจากเอ้าท์ติ้งก็ได้หยุดพักต่ออีกหนึ่งวัน หากยังไม่เพียงพอที่ผ่อนคลายความอ่อนเพลียและอาการเมาค้าง ทว่าฮีแจนั้นต่างไป เพราะวันนี้คือวันที่นัดกับแทมยองไว้ก่อนหน้านี้ ตลอดทั้งวันที่อยู่บริษัทความรู้สึกตื่นเต้นคอยรบกวนฮีแจ 

ความคิดเห็น