โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-12 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-12 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 231

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-12 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

ดีใจจนอยากจะเต้นฮูเร่ แต่ฮีแจทำมารยาด้วยการส่งสีหน้าถามว่าหมายความว่าอย่างไรเหรอ คาอึลที่รู้ว่าเป็นมารยา จ้องมองฮีแจครู่หนึ่งด้วยสีหน้ารู้ทัน แต่เพราะพูดออกไปว่าทั้งสองมีตำแหน่ง ยัยจิ้งจอกแพคเองก็ทักท้วงไม่ได้ แม้จะเข้ามาอยู่ในทีมเดียวกับแทมยองด้วยความกระตือรือร้น แต่ไม่มีที่ให้แทรกในความมีชีวิตชีวาของแทมยองกับคาอึลที่เข้าขากันอย่างดี มีโอกาสแค่แอบมองเท่านั้น แล้วครั้งนี้ก็เหมือนจะพลาดอีก 

ในตอนหลังคาอึลก็มาสารภาพว่าเจ้าตัวไม่อยากเล่นกับแพคจูยอน หากฮีแจกับคาอึลไปเล่นเกมก็จะมีช่องว่าง กลายเป็นยัยจิ้งจอกแพคได้อยู่กับหัวหน้าทีมสองคน ทั้งไม่ชอบยิ่งกว่าคือการที่หัวหน้าทีมกับยัยจิ้งจอกแพคถูกมัดรวมกัน 

“ข้อเท้าไม่เป็นไรนะครับ” 

“ค่ะ ไม่ได้เจ็บอะไรค่ะ” 

“เหรอครับ งั้นมัดให้แน่นอีกหน่อยนะครับ ถ้ามัดหลวมไปเดี๋ยวมันจะหลุดเอาได้” 

“อ้า ค่ะ” 

ฮีแจที่เกือบจะขึ้นรถไฟด่วนไปสู่ความโรแมนติก กระตุกยิ้มมุมปาก อ้า คนคนนี้จะโรแมนติกอะไร ตอนนี้แค่จะเอาชนะก็เท่านั้นแหละ อยากได้รางวัลที่หนึ่งขนาดนั้นเลยเหรอ คนที่เห็นเงินเยอะ ก็ยิ่งหาเพิ่ม คงจริงสินะ หากตัดเรื่องหน้าที่ออก ก็เป็นคนที่ไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย... 

“ตอนที่เร็วไปจนเหมือนจะวิ่งไม่ได้ ก็แค่เกาะผมเอาไว้นะครับ” 

เหมือนจะไม่ใช่คนที่ไม่มีเสน่ห์นะ จะตัดสินโดยมองคนแค่ด้านเดียวไม่ได้ อืม ในระหว่างที่เฝ้าดูแทมยองมาหลายสัปดาห์ พอได้เห็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุด ฮีแจก็ได้กลายเป็นสาวน้อยที่ลังเลในรักข้างเดียวอีกแล้ว 

ปี๊ดดด! 

เสียงนกหวีดดังขึ้น และภายในห้องโถงกว้างที่โต๊ะถูกย้ายไปยังมุมห้อง สามทีมที่ผูกข้อเท้าเอาไว้ก็ออกตัวไปทางเส้นชัย เสียงนับจังหวะ หนึ่งสอง หนึ่งสอง ระหว่างกันดังผสมกับเสียงเชียร์ของฝ่ายวางแผนกับฝ่ายการตลาด ถึงจะแกล้งทำว่าไม่ใช่ เหล่าหัวหน้าแผนกของแต่ละฝ่ายกำลังจดจ่ออยู่กับการชมการแข่งขัน และกำมือเหมือนวางเดิมพันในการแข่งม้า 

“ที่จุดกลับตัวอาจจะไปชนกับคนอื่นได้ เพราะงั้นชิดๆ ไว้นะครับ” 

เสียงของแทมยองดังขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจ ครู่หนึ่งที่ฮีแจรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ คิดว่าหากว่าตายไปตอนนี้ก็คงจะเป็น ‘การตายตามอายุขัย’ 

ทั้งสามทีมมาถึงจุดกลับตัวที่มีหมวกทรงสามเหลี่ยมวางอยู่โดยพร้อมกัน ทุกคนต่างแน่วแน่ที่จะครอบครองความรักของหัวหน้าแผนกพร้อมทั้งของรางวัลอันดับหนึ่ง แทมยองก็แค่ความอยากเอาชนะ การต่อสู้แย่งชิงที่หนึ่งนั้นได้เริ่มขยับเข้าใกล้หมวกทรงสามเหลี่ยมที่วางอยู่เพื่อตีโค้ง แน่นอนว่าในระหว่างนั้นย่อมมีการก่อกวนและเกี่ยวแขนเกี่ยวขากันและกัน 

“หัวหน้าทีมครับ วิ่งเร็ว! สะบัดออกเลย! เสยเลย เสยคาง! ผมยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินสักครั้งเลยครับ ผมอยากขึ้นเครื่องบิน เครื่องบิน!” 

คำโกหกไม่แนบเนียนของคาอึลดังมาจากทางโน่น กลยุทธ์ของคาอึลที่ยุยงให้ ‘เสยคาง’ นั่นจะให้ไปต่อยตีใครที่ไหนกัน ทำให้แทมยองหลุดขำออกมา และพูดขึ้นเบาๆ 

“จับแน่นๆ นะครับ คุณฮีแจ” 

“คะ? กรี๊ด!” 

แทมยองเอาแขนของฮีแจมาโอบไหล่ตนไว้ ยกตัวฮีแจขึ้นแล้ววิ่ง แม่จ๋า โลกมันช่างสวยงามอะไรแบบนี้ ตายด้วยอายุขัยบ้าบออะไรกัน ในเมื่อโลกมันยังคงงดงามแบบนี้ แทมยองที่มาถึงเส้นชัยเป็นอันดับแรกสุดทั้งที่กระเตงฮีแจเอาไว้ที่ไหล่ กำลังยกยิ้มสดใสมาก คาอึลที่วิ่งมาเหมือนกับได้รับเหรียญทองจากการแข่งวิ่งโอลิมปิก กอดฮีแจกับแทมยองเอาไว้ พอถูกโยกตัวเป็นวงกลม แทมยองก็ปล่อยให้ยืนลงอย่างมั่นคง ดังนั้นแม้ร่างกายจะทรงตัวได้ แต่หัวใจของฮีแจกลับแกว่งแทน 

หลังจากนั้นช็อตในวันนั้นก็ถูกพูดกันปากต่อปากไปทั่วบริษัทว่าเป็น ‘การวิ่งความไวแสงของหัวหน้าทีมพัคแทมยอง’ 

แล้วช่วงสันทนาการและมื้ออาหารเย็นก็ผ่านไปเช่นนั้น ‘คู่หูระยะสั้น’ ก็จบสิ้นลง แทนที่ด้วยการตั้งวงดื่มสังสรรค์ 

เมื่อสังสรรค์ไปสักพักก็เริ่มมีผู้ถอนตัวออกมา ผู้ถอนตัวคือคนที่วิ่งไปห้องน้ำเมื่อสัญชาตญาณปฏิเสธการรับเหล้าเข้าสู่ร่างกายมากกว่านี้ดังขึ้น และคนที่นอนบนพื้นห้องโถงและปล่อยทั้งสติ ทั้งสัญชาตญาณทิ้งไปจนหมดสิ้น หัวหน้าทีมพัคแทมยองที่ถูกลากไปนั่งกับรองหัวหน้าชเวและหัวหน้าแผนก แม้จะพยายามขึงตาและนั่งหลังตรง แต่ก็เมามากแล้ว 

“เพราะงั้น ผู้ช่วยก็รีบๆ เล่ามาสิครับ บอกว่ามีแฟนครั้งสุดท้ายเมื่อสองปีแล้วงั้นหรอ หืม คุณผู้ช่วยสวยออก ตะไมถึงเป็นแบบนั้นล่า อย่าปล่อยชีวิตไปอย่างเสียเปล่าซี่ครับ” 

คาอึนร้องเพลงวนๆ ด้วยเนื้อหาเหมือนเดิมมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ได้แต่ร้องว่าการมีแฟนครั้งสุดท้ายของ ‘คุณผู้ช่วย’ คือสองปีก่อนอ่ะ สะเทือนใจจัง หากฮีแจยังคงมีสติอยู่ก็คงจะตบกะโหลกเข้าให้ แต่โชคดีที่ฮีแจอยู่ในสภาพที่เมาแล้วอารมณ์ดี แล้วที่ยิ่งโชคดียิ่งกว่านั้นก็คือ ทุกคนนั้นเมาหนักจนไม่มีใครสนใจการร้องเพลงวนของคาอึล 

“โอ๊ะ ยัยจิ้งจอ... ไม่สิ! คุณจูยอนเองก็ดื่มสักแก้วสิคะ จะไปไหนกันคะนั่น คุณจูยอนรังเกียจฉันเหรอ รังเกียจก็เลยทำแบบนั้นเหรอ” 

“เปล่าค่ะ ฉันจะรังเกียจพี่ทำไมกันล่ะคะ แค่จะไปห้องน้ำสักหน่อยน่ะค่ะ” 

“จะไปห้องน้ำเหรอ ฉันก็อยากไป งั้นเราจับมือไปด้วยกันเถอะ! นึกถึงตอนสมัยประถมเลยเนอะ” 

“ปะ ไปด้วยกันเหรอคะ ฮ่าๆ คิดดูแล้วก็ยังพอจะทนได้อยู่ค่ะ” 

“งั้นเดี๋ยวถ้าอยากไป ก็ค่อยไปด้วยกันนะ ตอนนี้ดื่มกันเถอะ!” 

เยอึนก็ไม่ต่างกัน แต่ถึงจะเมาขนาดไหน ก็ยังคงหลงเหลือสัญชาตญาณ ‘รักไวไฟ’ อยู่ แสดงทักษะ ‘เอาอีกแก้ว’ และคอยจับแพคจูยอนที่เอาแต่จะหนีไปยังโต๊ะที่แทมยองอยู่ลูกเดียว ถึงขนาดจะจับมือไปห้องน้ำด้วยกัน ทำดีมาก ชเวเยอึน 

“นี่ อีฮีแจ เธอเกี่ยวก้อยกับฉันแล้วจะไปไหน” 

นั่นไง เยอึนแบบพิเศษนี่ดีจริง แกล้งทำเป็นเกี่ยวก้อยในใจ กลับเห็นเป็นจริงไปเสียได้ ฮิๆ ทำเสียงหัวเราะอย่างที่ออกมาแค่ตอนเมาเท่านั้น แล้วก็งอนิ้วโป้งที่เคยยกตั้งตรงไปทางเยอึนไปยังด้านหลัง 

“จะไปห้องน้ำ!” 

“จะไปโชว์เจ๋งอะไรที่ห้องน้ำ คิกๆ” 

“อ้า พี่เยอึน! โชว์เจ๋งคืออะไรเหรอครับ โบราณจริงๆ เลย” 

ถึงจะมายังสถานที่ที่สนุกสนาน แต่ที่พักผ่อนของฉันก็คือห้องน้ำ แค่ห้องน้ำเท่านั้น พอร้องเพลงอาแจซองที่ได้เรียนรู้จากหัวหน้าทีมชางที่ตอนนี้ย้ายไปต่างประเทศเสร็จ จังหวะที่กำลังจะลุกจากที่นั่ง ครืด เสียงสั่นเตือนจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวก็ดังขึ้น พยายามปรับสายตาที่พร่ามัว แล้วปลดล็อกหน้าจอตรวจดูข้อความ 

 

[ฝนตกแล้ว ก็เลยนึกถึงร้านต๊อกพกกีที่เราเคยไปด้วยกันขึ้นมา] 

 

ฮีแจตัวสั่นเทิ้ม สิ่งที่คนนั้นนึกขึ้นได้ คงเป็นที่นั่นที่เคยไปกินปลาหมึกทอด แล้วก็เล่าเรื่องคุณยายพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายนั่นสินะ หากผู้ถูกกระทำจะจำได้ แล้วผู้กระทำถอยกลับไปนอน นี่มันเสียเปรียบชัดๆ โยนโทรศัพท์เอาไว้ตรงที่นั่งของตนเองด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างมาก แล้วจึงออกมาด้านนอกเพนชั่น 

จุดประสงค์ของฮีแจคือไปรับลมมากกว่าการไปเข้าห้องน้ำ ม้ายาวหลายตัวใต้ต้นไม้หน้าเพนชั่นล้วนมีเจ้าของอยู่แล้ว คนอื่นก็คงเป็นเหมือนกันสินะ หากไม่ได้รับลมก็คงกลับห้องนอนแทน แต่เพราะไม่อยากใช้ที่นั่งร่วมกับคนที่ไม่รู้จัก ฮีแจจึงเดินตามทางเดินทอดยาวไปทางสนามหญ้าด้านหลังครู่หนึ่ง ความมืดและต้นไม้ในฤดูหนาวที่ยืดยาวไปบนฟ้าดูน่ากลัว หากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั่นช่างน่าทึ่ง ภายในใจลึกๆ เกิดความคิดว่า น่ากลัวอยู่นะ กลับไปดีไหม แต่ปากกลับพ่นคำไร้สาระออกมาว่า ‘ฮิๆ ยังไงก็เย็นสบายออก ต้นไม้ก็ดูตลกชะมัด’ และเพราะโลกกลม หากเดินไปเรื่อยๆ ความกล้าหาญที่อาจจะได้พบเจอกับเด็กๆ ทั้งหมดในโลกก็พวยพุ่งขึ้น  

“โอ๊ะ! โอ๊ย...” 

และก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น 

ขณะเดินเล่นให้สร่างเมา ดันลื่นบนพื้นดินที่เฉอะแฉะ ฮีแจที่เคยบาดเจ็บ ข้อเท้าแพลง และหกล้มเก่งมาตั้งแต่เด็ก แล้วมันต่างกันอย่างไรล่ะ วันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม พอลื่นไปแล้ว สติก็กลับมานิดหน่อย ฮีแจเลยรู้สึกกลัวขึ้นมา ทำไมต้องมานึกถึง ‘ตำนานพื้นบ้าน’ ที่เคยเห็นผ่านร่องนิ้วของพ่อตอนยังเด็ก เพื่อให้สามีหายป่วย ภรรยาที่แสนดี ผู้หญิงที่กล้าหาญอย่างยิ่ง จึงได้เข้าไปขุดหลุมศพในป่าลึก ตัดขาของศพออกมา เหมือนว่าศพไร้ขาจะโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ แล้วสั่งให้เอาขาของตนคืนมา 

“อภัยให้ด้วยเถิด ฉันไม่ได้ตัดขานะคะ...” 

พูดพร่ำไร้สาระออกมาด้วยยังคงเมาอยู่ ขณะเดียวกันก็เกิดความรู้สึกร้อนใจว่าจะต้องรีบลุกขึ้น ทว่ากลับรู้สึกเจ็บจี๊ด ข้อเท้าคงจะแพลง จึงได้ทรุดนั่งลงไปอีกครั้ง 

“กางเกงยีนส์ฉัน ซื้อมาใหม่ด้วย” 

โคลนแฉะเปรอะเปื้อนฝ่ามือและกางเกง คาดเดาด้วยประสบการณ์การหกล้มบ่อยครั้ง ความเจ็บระดับนี้ หลังจากประคบเย็นแล้ว พักสักวันเดี๋ยวก็คงจะหาย แต่ปัญหาคือตอนนี้ต่างหาก ฮีแจเผชิญปัญหาใหญ่ว่าด้วยขาที่เจ็บอยู่จะกลับไปถึงที่พักได้อย่างไรกัน ลองคลำดูที่กระเป๋าเสื้อ เพราะคำพูดแฟนเก่าเรื่องร้านต๊อกพกกี จึงได้ทิ้งโทรศัพท์ไว้แล้วออกมา กลายเป็นปัญหาระดับซูเปอร์เฮฟวี่ไปเสียแล้วสิ 

“นี่ มีใครอยู่ไหม ทีมวางแผน? ทีมการตลาด? ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ” 

อาจจะมีคนออกมาเพื่อตรวจดูเหล้าที่หมักเอาไว้สำหรับมื้อเย็น จึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือออกไป แต่ถึงจะตะโกนสักกี่ครั้ง ก็ไม่รู้สึกถึงวี่แววของผู้คน ฮีแจจึงเข้าใจว่าคงไม่มีทางที่จะได้รับการตอบรับเพราะบังเอิญมีคนออกมาตรวจอาหารมื้อเย็น ฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ทำให้เส้นผมค่อยๆ เปียกชื้น เผลอๆ เส้นผมยาวสยายคงพันกันยุ่งเหยิงเหมือนสาหร่าย แม้ฮีแจจะตัวสั่นเทิ้มเพราะกลัวตำนานพื้นบ้าน แต่หากจู่ๆ มีใครมาเจอฮีแจเข้า อีกฝ่ายอาจจะเป็นลมสลบไปแทนก็ได้ ครุ่นคิดอย่างว้าวุ่น ขณะทำนิ้วเป็นรูปตะขอเกี่ยวสางจัดทรงผม 

สวบสาบ แม้ฮีแจจะรอคอยคนที่จะมาช่วยตนเอง แต่แววตากลับสั่นไหวและหัวใจเต้นรัว จะเช็คได้อย่างไรว่านั่นคือคน หากไม่ใช่คน จะทำอย่างไรล่ะ ท่านเทพ! เทวดา! ดิฉันยังไม่ได้แต่งงานเลยนะคะ! ไม่รู้จะมีลูกไหม แต่ก็ไม่อยากตายโดยยังเป็นสาวบริสุทธิ์นะคะ! ถึงจะกรีดร้องอยู่ในใจ แต่กระทั่งเสียงถามว่า ‘ใครคะ’ ก็ไม่อาจเปล่งออกมา อ้าปากจะเปล่งเสียงพูด แต่กลับไม่มีเสียงออกมา 

“พี่ฮีแจ? ไปทำอะไรตรงนั้นครับ” 

“ฮือ” 

ความคิดเห็น