โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-11 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-11 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 227

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-11 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

สี่คนหนึ่งทีม จัดแบ่งเป็นกว่ายี่สิบทีม จากคำประกาศของรองหัวชเวที่วิ่งมารวมตัวกันด้วยชุดสบายๆ เหมือนจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจนถึงก่อนเวลามื้อเย็นคงเป็นช่วงเวลาสันทนาการ 

“เอาล่ะ เขียนชื่อทีมลงบนกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเลยครับ!” 

พิธีกรสันทนาการในเสื้อจั้มเปอร์สีชมพูแสบตายืนถือไมค์อยู่บนเวที ชุดสีสันสดใส กับเรียวคิ้วนกนางนวลที่มีความตื่นเต้นอยู่แล้ว ท่าทางที่แสดงออกมาว่าจะเล่นเกมทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก ถึงอย่างนั้นเหตุผลที่รู้สึกสบายใจก็เพราะหัวหน้าทีมพัคที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฮีแจ ด้วยคำบอกเล่าของพิธีกรที่จู่ๆ ก็ให้จับกลุ่มสี่คน เพื่อยืมเรี่ยวแรงคนที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน คาอึลคว้าแขนของแทมยองมาพร้อมบอกว่า “หัวหน้าทีม! อยู่ทีมเดียวกันกับผมนะครับ!” 

“หัวหน้าทีมครับ มีชื่อทีมที่คิดไว้ไหมครับ” 

“หัวหน้าทีมคะ ฉันอยากใช้ชื่อหัวหน้าค่ะ” 

คำพูดของคาอึลที่ถามว่ามีชื่อทีมที่คิดไว้ไหม ถูกยัยจิ้งจอกแพคขัดขึ้น ปัญหาคือตอนที่สั่งให้จัดกลุ่ม ทำไมเยอึนดันไปห้องน้ำอยู่ด้วยปัญหาใหญ่เสียได้ พอเยอึนกลับมาที่ห้องโถง เมื่อจัดการแก้ไขปัญหาใหญ่ที่เข้ามาปะทะได้อย่างราบรื่นแล้ว แพคจูยอนก็ยึดที่เอาไว้อย่างมั่นคงเรียบร้อย ดังนั้นเยอึนที่ไม่สามารถตอบโต้ด้วยการบอกว่า ‘นี่เป็นที่ของฉัน ช่วยหลบไปไม่ได้เหรอ ยัยจิ้งจอกแพค’ ได้แต่ร้องไห้แล้วไปรวมกับกลุ่มอื่นที่ยังมีที่ว่างอยู่ 

ไม่รู้ว่าว่าสังหรณ์ใจหรือไม่ว่าการหารือเรื่องการตั้งชื่อทีมที่ตนไม่ได้ตัดสินใจจะไม่จบลงง่ายๆ ไม่เช่นนั้นก็เพราะตนเป็นคนมีอำนาจตัดสินใจสูงสุดแล้ว แทมยองเลยหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา แล้วเริ่มแสดงความกล้าลงบนกระดาษสีขาว ตัดสินใจใช้ชื่อทีมทั้งแข็งทื่อ ทั้งน่าอับอายว่า ‘ทีมวางแผนหนึ่ง’ ดูอย่างไรก็เป็นชื่อทีมสมกับเป็นแทมยองดี ถึงแม้ไม่ชอบการเอ้าท์ติ้ง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังการเอ้าท์ติ้งที่ไร้อารมณ์ถึงขนาดนี้ ฮีแจจึงหยิบปากกาเมจิกขึ้นมา และเติมคำต่อท้ายเล็กๆ เข้าไปด้วยว่า ‘ทีมวางแผนหนึ่ง ไฟต์ติ้ง’  

สายตาของคาอึลและจูยอนจ้องไปยังแทมยองที่หัวเราะคิกๆ แผ่วเบา พลอยทำให้ต้นคอของฮีแจที่มีความยึดมั่นในภาพลักษณ์ของผู้คูลๆ ชิคๆ ในบริษัท พลันกลายเป็นสีแดง คาอึลกับแทมยองนั้นเข้ากันได้ดีมาก หมุนล้อมาตั้งที่กลางขวดแกลลอนที่ใส่น้ำไว้ประมาณหนึ่งในสาม ตั้งไข่ไก่ เป็นต้น เป็นเกมในงานเลี้ยงฉลองอย่างที่ควรจะจัดในห้องเรียนชั้นมัธยมปลาย ฮันคาอึลที่มีชื่นชอบเล่นเกมเป็นทุนเดิม จึงมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เรื่องนั้นพอเข้าใจได้อยู่ แต่ทำไมหัวหน้าทีมพัคแทมยองถึงได้มุ่งมั่นเสียยิ่งกว่า ดังนั้นแล้ว ทั้งสองจึงไฮไฟว์กัน จนถึงขั้นกระแทกไหล่เป็นการส่งพลัง พอได้จ้องมองมุมข้างที่กำลังทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ โอ้โฮ! ทำไมสันจมูกโด่งแบบนั้นล่ะ มะ ไม่สิ ไม่ใช่แบบนี้สิ หยาดเหงื่อไหลลงมาจากขมับของแทมยอง 

“ผู้ช่วยอี! มัวทำอะไรอยู่ครับ! รีบๆ เจาะสิครับ!” 

“คุณผู้ช่วย! มีสมาธิอยู่กับมันฝรั่งหน่อยสิครับ มีสมาธิหน่อย!” 

เสียงที่ตะโกนจากลำคอของแทมยอง ทำให้ไหล่ของฮีแจกระตุก เกิดเป็นความรู้สึกโมโหสุด เหมือนตอนแผนงานถูกสับเละในการประชุมวางแผนครั้งใหม่ แต่หัวหน้าทีมพัคแทมยองก็ยังคงตะโกน ราวกับอยากเอาชนะ 

เหล่าพนักงานส่วนใหญ่ที่ออกมาเล่นเกมเจาะรูมันฝรั่งสดด้วยหลอดหนาที่เอามาจากร้านกาแฟชั้นหนึ่งที่จีฮอนทำงานอยู่ ทำท่าทางราวกับได้ยินคำสั่งว่าให้ปลูกข้าวในทะเลทราย แต่ระหว่างเล่นเกมอยู่นั้น พอพิธีกรประกาศออกไปว่าที่หนึ่งจะได้รางวัลตั๋วเครื่องบินไปเกาะเชจู สถานการณ์ก็กลับตาลปัตร ทุกคนเหมือนถูกผีสิงใช้หลอดเจาะมันฝรั่งราวกับมีกุญแจทองคำฝังอยู่ ส่วนแทมยองกับคาอึลกำลังตะโกนแนะนำการใช้หลอดกับฮีแจที่เป็นตัวแทนทีม 

“อ้า คุณผู้ช่วย! ต้องเจาะตรงที่เดิมสิ รูมันจะได้ลึก! นี่สมัยมหาลัยคงไม่ได้ไป MT สินะ! ทำไมเล่นเกมไม่ได้เรื่องเลย” 

“จับปลายหลอดไม่ได้นะ ต้องจับสั้นๆ แล้วก็ออกแรงหน่อยครับ! อย่างนั้นสิ ตรงนั้น ตรงนั้น!” 

“โอ๊ย หนวกหู! ไม่มีสมาธิเลยให้ตาย” 

ความโมโหของฮีแจที่พุ่งขึ้นมาอย่างน่าตกใจ ทำให้ตาของแทมยองและคาอึลเบิกโตขึ้น เฮ้อ อย่างไรเสียในหัวของเขา ฉันคงเป็นพวกขี้เหวี่ยงไปแล้ว 

“ขะ ขอโทษค่ะ หัวหน้าทีม แหะๆ” 

ฮีแจที่ขอโทษแล้วก็หันไปแก้แค้นกับมันฝรั่ง 

เกมสนี้ทีมที่เจาะรูมันฝรั่งสดได้ลึกสุดในเวลาหนึ่งนาทีจะเป็นผู้ชนะ แต่ใช้อะไรมาเป็นตัวชี้วัดที่หนึ่งกันล่ะ ทุกคนได้แต่โอบกอดปริศนาที่ไม่มีใครรู้เอาไว้ และหนึ่งนาทีที่พูดสั่งสอนมากมายก็ผ่านไป เมื่อพิธีกรสันทนาการในจั๊มเปอร์สีชมพูวิบวับตะโกนว่า ‘หยุด!’ 

“เอาล่ะ ผมไม่สามารถตรวจดูทั้งหมดทุกโต๊ะได้ ดังนั้นรองหัวหน้าชเวอยู่ไหนครับ ผมฝากครึ่งนึงให้รองหัวหน้าช่วยหน่อยนะครับ แค่เลิกมันฝรั่งที่โดนเจาะลึกที่สุดออกมาก็พอ อีกครึ่งผมจะตรวจดูเอง” 

ทันทีที่พิธีกรอธิบายตัวชี้วัดที่หนึ่งที่ไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย ฮีแจก็ครวญครางออกมา ใน ‘ทีมวางแผนหนึ่ง ไฟต์ติ้ง’ ควรจะมีคนที่ได้รับความเอ็นดูหรือความน่าเชื่อถือจากรองหัวหน้าชเวอยู่สักคน แต่เหมือนจะเป็นคนที่หัวหน้าชเวรังเกียจเสียมากกว่า รองหัวหน้าชเวมองผ่านๆ มันฝรั่งที่อยู่บนฝ่ามือของคาอึล แต่ฮีแจเห็นความลึกของมันฝรั่งที่ขุดนั้นลึกกว่ามันฝรั่งที่รองหัวหน้าชเวถือมาในมือ คาอึลได้ยินฮีแจทำเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูกก็ตั้งใจจะห้ามปราม แต่มันสายไปเสียแล้ว 

“รองหัวหน้าชเวคะ! ของพวกเรามันลึกกว่าที่ถืออยู่ในมือรองหัวหน้านะคะ! นี่คงไม่ใช่เป็นการตัดสินอย่างลำเอียงหรอกนะคะ มองไม่ชัดใช่ไหมคะ ยังไงซะรองหัวหน้าชเวที่เป็นไอค่อนแห่งความยุติธรรมคงไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกใช่ไหมคะ!” 

ฮีแจเอ่ยประจบอย่างที่ปกติไม่เคยทำ (ภายหลังเยอึนแสดงออกว่ามันเป็นการดัดหลังมากกว่าการประจบ) โพล่งออกมาเหมือนตำหนิสามี ขณะที่รองหัวหน้าชเวกำมันฝรั่งในมือแน่น 

“อ่อ ใช่ ใช่ ผมสายตาไม่ดีก็เลยมองผิดไปครับ ไหนดูสิ นั่นสิ ผู้ช่วยอีพูดถูกนะครับ นี่สิที่หนึ่ง ที่หนึ่งเลย” 

รองหัวหน้าชเวกำมันฝรั่งของทีม ‘ทีมวางแผนหนึ่ง ไฟท์ติ้ง’ แล้วขึ้นไปบนเวที การก้าวเดินแปลกๆ ของอีกฝ่ายดูเหมือนกับราชานกเพนกวิน 

“ฮ่าๆ!” 

ทั้งหมดในห้องโถงต่างมองตามไปยังต้นกำเนิดของเสียงหัวเราะ เมื่อเป็นแบบนั้นกลุ่มคนที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงหัวเราะนั่นจึงหน้าแดงก่ำขึ้น เพราะหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่เอามือกุมท้องและหมอบลงกับโต๊ะ การตรวจสอบหาที่หนึ่งจึงหยุดลงอย่างกะทันหัน 

“ทีมวางแผนหนึ่ง ไฟท์ติ้ง มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงพากันหัวเราะ” 

คำถามที่ดูงุนงงของพิธีกรทำให้แทมยองโบกมือไปมาทั้งที่ยังหมอบอยู่ เป็นสัญญาณมือที่บอกว่าไม่มีอะไร ถึงจะรู้ว่ามันไม่ใช่ว่าไม่มีอะไร หากบอกว่าไม่มีอะไร พิธีกรก็เลยไม่พูดอะไรแล้วปล่อยไปให้ดูเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด แล้วฮีแจก็กลับมาวุ่นวายกับการทำให้ต้นคอขึ้นสีแดงกลับเป็นปกติอีกครั้ง 

แม้จะน่าเสียดาย ฮีแจถึงขนาดแสดงนิสัยขี้เหวี่ยง แต่รูของมันฝรั่งที่พิธีกรเลือกมามันลึกมากกว่ามันฝรั่งที่รองหัวหน้าชเวส่งขึ้นไปบนเวที ดังนั้นที่หนึ่งของเกมเจาะรูมันฝรั่งเหมือนจะตกไปเป็นของทีมที่มาจากฝ่ายการตลาด 

“อ้า เสียดายอ่ะ” 

ฮีแจไม่มีสติจะรู้สึกเสียดายด้วยซ้ำ ต่างกับคาอึลและจูยอนที่รู้สึกเสียดาย ด้วยหูของฮีแจนั้นได้ยินเสียงแปลกๆ เข้า 

กรอบแกรบ 

และก็ได้ค้นพบฉากนั้นเข้าให้ โอ้ วอท เดอะ เฮล! ฮีแจที่หันไปเห็นหัวหน้าทีมพัคแทมยองกำลังเคี้ยวหลอดด้วยใบหน้าหล่อเหลาถึงกลับหลับตาแน่น ท่าทางการเคี้ยวหลอดแบบนั้น ปกติทำเย็นชากับพวกผู้หญิง หากเวลาแบบนี้ทำไมถึงได้น่ารักนักนะ ผิดกฎนะ จริงๆ เลย 

“ตอนนี้มีทีมอันดับหนึ่งอยู่ทั้งหมดสามทีมเลยนะครับ ทีม‘หัวหน้าแผนกผู้งดงาม’ ทีม ‘ชื่อทีมอะไรดี’ และทีม ‘ทีมวางแผนหนึ่ง ไฟท์ติ้ง’ เป็นที่หนึ่งร่วมกันนะครับ ของรางวัลนั้นมีแค่หนึ่งเดียว ดังนั้นมาแข่งวิ่งสามขาเป็นเกมสุดท้ายดีไหมครับ” 

“ดี!” 

คาอึลตะโกนด้วยท่าทางอยากเอาชนะถึงจะบอกให้วิ่งยี่สิบขา ก็นะ รางวัลคือตั๋วเครื่องบินไปเกาะเชจูชั้นเฟิร์สคลาสสี่ใบ ดังนั้นก็ต้องเป็นแบบนั้นล่ะ 

“เกมสามขานี้มันก็ต้องสกินชิพอีกแล้วไม่ใช่เหรอครับ งั้นก็ให้ส่งตัวแทนชายหนึ่งคน หญิงหนึ่งคนออกมาเป็นตัวแทนแข่งเกมวิ่งสามขา” 

คำอุทานที่ว่า ‘แม่เจ้า’ ดังอื้ออึงอยู่ในโสตประสาท ทั้งที่หัวหน้าแผนกสองคนของฝ่ายวางแผนและฝ่ายการตลาดกระแอม ‘อะแฮ่มๆ’ ออกมา หากพิธีกรในชุดวิบวับกลับไม่รับรู้ เอาแต่เร่งให้จับคู่ แล้วก็มัดข้อเท้า พร้อมทำเสียงสูงเหมือนลุงที่ขายผักกาด ฮีแจรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย โลกเดี๋ยวนี้มันอย่างไรกัน ถึงจะเป็นการเอ้าท์ติ้ง แต่การบอกให้สกินชิพระหว่างชายหญิงแบบนั้นมันได้เหรอ 

“หัวหน้าทีมพัคคู่กับผู้ช่วยอีสิครับ พวกเราเป็นแค่พนักงานเองนี่นะ” 

อ้า ขอบใจนะ ฮันคาอึล 

ความคิดเห็น