หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 42 จบเรื่องที่บ้านตระกูลเซี่ย – กำจัดเธอออกไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 จบเรื่องที่บ้านตระกูลเซี่ย – กำจัดเธอออกไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2563 11:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 จบเรื่องที่บ้านตระกูลเซี่ย – กำจัดเธอออกไป
แบบอักษร

ไม่เพียงแค่จะเสียหน้าเท่านั้น อู๋ซวงจะโดนผลกระทบไปด้วย 

เธอมีมรดกมูลค่าหลายร้อยล้านหยวนของเซี่ยเฉิงเหวิน ทำไมเธอจะต้องยึดติดกับบ้านหลังเล็กๆ แบบนี้ด้วยเล่า 

อู๋หรงเย้ยหยันซิงเหอเงียบๆ 

จะเป็นอะไรไปถ้านังเด็กโสโครกนี่จะมาขโมยบ้านไปจากเธอในเมื่อมรดกทั้งหมดอยู่ในชื่อเธอ 

ตราบใดที่เธอยังมีชีวิต นังเด็กไม่มีพ่อนี่จะไม่มีวันได้แตะมรดกตระกูลเซี่ยเด็ดขาด! 

คิดเสียว่าบริจาคบ้านหลังนี้ให้กับพวกขอทานแล้วกัน! 

ริมฝีปากอู๋หรงโค้งกลายเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย พูดสิ่งที่เธอคิดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอจงใจเรียกซิงเหอว่าขอทานหลายต่อหลายครั้งหวังจะให้อีกฝ่ายหัวเสีย 

ซิงเหอเพิกเฉยคำพูดเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง 

“ถ้าพูดจบแล้วประตูอยู่ทางนั้น อย่าอยู่นานนักเลย คุณทำให้บ้านฉันแปดเปื้อนไปด้วยเชื้อโรค” ซิงเหอย้อนคืนคำพูดเดิมให้อู๋หรง 

อู๋หรงถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูถูกก่อนออกไปจัดกระเป๋า 

เธอเลือกเอาไปแค่ของมีค่าจำนวนเล็กน้อยและทิ้งของที่เหลือไว้ คิดเสียว่าทิ้งไว้เพื่อบริจาคให้กับขอทานอย่างซิงเหอ 

แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าเธอจะพยายามคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไร เธอก็ยังรู้สึกขายหน้าอยู่ดี 

บ้านหลังนี้ควรเป็นของเธอ เธอควรเป็นฝ่ายไล่ซิงเหอออกไป แต่บัดนี้บ้านได้เปลี่ยนมือเจ้าของและเธอเป็นฝ่ายที่ถูกกำจัดออกไป 

อู๋หรงรู้มาโดยตลอดว่าบ้านหลังนี้อยู่ภายใต้ชื่อของซิงเหอ แต่เพราะเธอหาหนังสือรับรองไม่เจอและซิงเหอสูญเสียความทรงจำ เธอจึงทึกทักเอาเองว่าจะสามารถยึดบ้านมาเป็นของตัวเองได้ 

ใครจะไปรู้ว่านังเด็กแพศยานี่จะกลับมาสร้างปัญหาให้เธอหลังจากฟื้นความทรงจำกลับมา 

ต้องขอบคุณที่เซี่ยเฉิงเหวินตายกะทันหันโดยที่ไม่ได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ก่อน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมในการจัดการโยกย้ายมรดกทั้งหมดมาอยู่ในชื่อของเธอ 

อู๋หรงลากกระเป๋าเสื้อผ้าลงบันไดอย่างฉุนเฉียว ความรู้สึกอับอายผุดขึ้นมาเมื่อเธอสบตาเข้ากับป้าเฉินที่แสดงอาการสะดุ้งเล็กน้อย 

อู๋หรงโยนกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอให้ป้าเฉินและออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราด “ตามฉันมาแล้วดูแลกระเป๋าฉันให้ดีๆ!” 

“เราจะไปไหนกันเหรอคะ” ป้าเฉินถามทั้งที่ยังงุนงง 

“จะสนใจไปทำไม ฉันสาบานว่าดีกว่ารูหนูแบบนี้เยอะแล้วกัน” อู๋หรงพูดเน้นย้ำ เธอต้องการให้ซิงเหอรู้ว่ายังไงเสีย เธอก็ยังนั่งอยู่บนกองเงินกองทองของเซี่ยเฉิงเหวิน เด็กนี่อาจจะโชคดีที่ชนะเธอได้ในศึกครั้งนี้ แต่ท้ายที่สุดผู้ชนะสงครามนี่จะต้องเป็นเธอ 

ป้าเฉินรับรู้สถานการณ์ได้ด้วยสัญชาตญาณในทันที เธอเหลือบมองอย่างลังเลไปยังซิงเหอที่กำลังจ้องมองพวกเธอจากชั้นสอง ใบหน้าเย็นชาของผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคุณหนูของเธอ 

ท่าทีนั้นราวกับบอกป้าเฉินว่าเธอไม่สนใจหากเธอจะอยู่หรือจะไป 

ป้าเฉินคิดตริตรองอยู่ในใจ 

แม้ว่าเสียงภายในใจจะบอกเธอว่าไม่อยากไปกับอู๋หรง แต่เธอก็เลือกที่ไปอยู่ข้างคนที่สามารถเสนอผลประโยชน์ให้เธอได้มากกว่า 

“คุณผู้หญิงคะ กรุณารอฉันสักครู่ ฉันจะรีบไปเก็บกระเป๋าแล้วเดี๋ยวฉันจะรีบมาค่ะ” ป้าเฉินรีบไปยังห้องพักและไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง 

ความใจเย็นของอู๋หรงมีจำกัด ยิ่งเธออยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกขายหน้ามากขึ้นเท่านั้น 

เมื่อเธอเห็นป้าเฉินเดินกลับมา เธอตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “เร็วสิ!” 

เธอเดินไปยังประตูทางออกโดยมีป้าเฉินลากกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบเดินติดตามไปอย่างทุลักทุเล 

“อู๋หรง...” ซิงเหอเรียกอีกฝ่ายจากด้านบนสุดของบันไดเมื่ออู๋หรงเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู 

อู๋หรงหันกลับมายิ้มเยาะใส่เธอ “ต้องการอะไรอีกล่ะ แกอย่าหวังจะได้อะไรจากฉันอีก นังสารเลว!” 

ซิงเหอลงบันไดช้าๆ ก่อนหยุดยืนอยู่หน้าอีกฝ่าย เธอมองเข้าไปในตาของอู๋หรง “ฉันแค่ต้องการจะบอกว่า ตั้งแต่วันนี้ไปคุณไม่ใช่แม่เลี้ยงของฉันอีกแล้ว นอกจากนี้ สักวันหนึ่งฉันจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมีซึ่งที่จริงมันเป็นของฉัน พร้อมทั้งดอกเบี้ยด้วย” 

อู๋หรงถึงกับหัวเราะลั่น “ฝันไปเถอะ! แต่ฉันขอเตือน ฉันจะไม่มีวันลืมเรื่องที่แกทำให้ฉันต้องขายหน้าวันนี้!”  

ความคิดเห็น