หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ด้วยอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวทำให้เธอต้องร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดของชีวิต วันนี้เมื่อความทรงจำฟื้นกลับมา ก็ถึงเวลาที่เธอจะทวงทุกอย่างคืน!

ตอนที่ 39 นี่ไงหลักฐาน

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 นี่ไงหลักฐาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2563 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 นี่ไงหลักฐาน
แบบอักษร

“ฉันเห็นด้วยกับคุณอย่างหนึ่งนะ เราควรไปคุยกันที่สถานีตำรวจหลังจากนี้” ซิงเหอพูดพลางพยักหน้ารับ “ฉันจะไปเอาหลักฐานมาให้ดูเดี๋ยวนี้แหละ” 

ว่าแล้วซิงเหอก็เดินตรงขึ้นบันไดไป 

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ นั่นเธอกำลังจะไปไหน” อู๋หรงตะโกนพร้อมลุกขึ้นจากโซฟา 

ซิงเหอหันหน้ากลับมามองอย่างช้าๆ “ไปเอาหลักฐานน่ะสิ คุณเป็นคนถามหาถึงมันเองนี่ คุณกลัวเพราะเพิ่งสำนึกผิดได้หรือไง” 

“ฉันกลัวว่าแกจะขโมยของของฉันต่างหาก! ตอนนี้แกไม่ต่างอะไรกับหัวขโมยด้วยซ้ำ!” 

ซิงเหออยากจะสวนกลับว่า ‘รออีกเดี๋ยวเถอะ ฉันจะทำให้เห็นว่าคุณมันยิ่งกว่าหัวขโมยอย่างฉันเสียอีก’ 

“ฉันยินดีให้คุณตามมาด้วยก็ได้นะถ้ากลัวนักล่ะก็ อันที่จริงให้คุณยามรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนตามมาด้วยกันก็ดีเหมือนกัน” ซิงเหอหันกลับไปและเดินขึ้นบันไดต่อ 

“เซี่ยซิงเหอ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” อู๋หรงตะโกนลั่นพร้อมกับรีบวิ่งตามเธอไป แต่ซิงเหอนั้นเดินไวเกินกว่าที่เธอจะจับไว้ได้ทัน 

ยามรักษาความปลอดภัยสองคนมองหน้ากันแล้วยักไหล่ก่อนตัดสินใจเดินตามไป 

พวกเขารู้สึกได้ว่าจากนี้การมีอยู่ของพวกเขาอาจมีประโยชน์ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเรื่องของซิงเหอฟังดูน่าเชื่อถือ 

เป้าหมายของซิงเหออยู่ที่ห้องทำงานเก่าของเซี่ยเฉิงเหวิน 

“เซี่ยซิงเหอ เธอกำลังจะทำอะไร” อู๋หรงเดินตามมาติดๆ ซิงเหอไม่สนใจและถ่ายน้ำหนักตัวไปที่ชั้นหนังสือชั้นหนึ่ง เธอเคาะเบาๆ บนผนัง ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาเผยให้เห็นร่องสี่เหลี่ยมขนาดประมาณสามสิบเซนติเมตร 

ซิงเหอหยิบเอาผนังปลอมที่ปิดอยู่ออกแล้วเอื้อมหยิบกล่องปิดผนึกขนาดเล็กออกมาจากช่องลับนั้น 

ใบหน้าของอู๋หรงเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นตื่นกลัวขณะมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น 

เธอกระโจนเข้าไปเพื่อคว้าของกล่องที่อยู่ในมือซิงเหอและพูดด้วยเสียงแหลมจนแสบแก้วหู “เซี่ยซิงเหอ เอาของของฉันคืนมานะ!” 

ซิงเหอคาดเดาไว้ไม่ผิดและขยับตัวออกด้านข้าง อู๋หรงพลาดเป้าจนพุ่งไปชนเข้ากับชั้นหนังสือที่เกือบจะพังครืนลงมาเพราะแรงกระแทก เธอทำหน้าบูดเบี้ยวพลางลูบหัวไหล่ตัวเอง 

ซิงเหอไปหายามรักษาความปลอดภัยสองคนอย่างช้าๆ และพูดอย่างสุภาพ “ภายในนี้คือเอกสารรับรองการถือครองที่ดินสำหรับบ้านหลังนี้ที่คุณพ่อได้ยกให้ฉัน ฉันหวังว่าคุณทั้งสองจะช่วยกรุณาเป็นพยานให้ฉันในวันนี้และช่วยฉันทวงคืนอะไรที่เป็นของฉัน แม่เลี้ยงของฉันเลวทรามพอที่จะคุกคามชีวิตของฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง ใครจะรู้ว่าเธอจะทำอะไรอีกถ้าแผนการชั่วร้ายของเธอถูกเปิดโปง” 

ชายทั้งสองรู้สึกเป็นเกียรติด้วยน้ำเสียงที่แสดงความนับถือของเธอ ความเคารพที่พวกเขามีต่ออู๋หรงบัดนี้มันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง ความคิดอคติเป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะแม้ว่าซิงเหอจะไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่าเคยถูกอู๋หรงคุกคามชีวิตอย่างไร พวกเขาเชื่อว่ามันต้องมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมเกิดขึ้นแน่เพราะพวกแม่เลี้ยงมักจะชอบทำกัน 

อู๋หรงหน้าดำคร่ำเคร่งด้วยความเดือดดาล แต่เธอรู้ว่าเธอจะปล่อยให้ซิงเหอเปิดกล่องนั้นไม่ได้ 

ตราบใดที่กล่องยังถูกปิดอยู่ เธอก็ยังถือไพ่เหนือกว่า 

“เจ้าพวกโง่ อย่าไปหลงกลโกหกของนังเด็กนี้นะ! ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้เป็นของฉัน! นังนี่เป็นผู้หญิงไร้หัวใจที่ฆ่าพ่อตัวเองได้ลงคอแล้วตอนนี้ก็กลับมาทำร้ายแม่เลี้ยงตัวเองอีก มันนั่นแหละที่ชั่วร้ายที่สุด! รีบๆ จับมันแล้วเอากล่องนั้นมาให้ฉัน!” 

ด้วยความพยายามที่จะเรียกร้องเอากล่องปิดผนึกนั้นเป็นของตัวเอง อู๋หรงเริ่มพูดเพ้อเจ้อราวกับคนเสียสติ 

“ฟังคุณพูดเข้าสิ ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยนะ ของที่อยู่ในกล่องนี้ทำให้ประสาทเสียขนาดนี้เชียว ก็ได้ ฉันจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพิสูจน์ว่ากล่องใบนี้เป็นของคุณ ถ้ามันเป็นของคุณจริง คุณก็น่าจะเปิดมันได้สินะ” ซิงเหอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม 

“ฉะ...ฉัน...” อู๋หรงพูดตะกุกตะกัก นั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอเสียความน่าเชื่อถือและผลักดันให้ยามรักษาความปลอดภัยที่สองคนเอนเอียงไปทางซิงเหอมากขึ้น 

“คุณนายเซี่ย เปิดกล่องดูสิครับ เราจะนำตัวคุณเซี่ยออกไปทันทีที่คุณเปิดมัน” 

“แกหุบปากซะ!” อู๋หรงจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นเยือกราวน้ำแข็ง “ฉันเป็นเจ้าของที่ถูกต้องของบ้านหลังนี้ คนอย่างพวกแกกล้าดียังไงมาออกคำสั่งกับฉัน ฉันบอกว่ากล่องนี้เป็นของฉันและพวกแกมีหน้าที่เอามันคืนมาให้ฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะรายงานต้นสังกัดของพวกแกให้พวกแกถูกไล่ออกตั้งแต่วันนี้! 

ความคิดเห็น