โซซอล
facebook-icon

อีฮีแจในวัยสามสิบสอง วัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ด้านการทำงานและความรัก แต่แล้วจู่ๆ ก็มีชายหนุ่มสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้วปรากฏตัวตรงหน้าเธอ คนหนึ่งนั้นคือ หัวหน้าทีม พัคแทมยอง ที่แสนเพอร์เฟกต์ ส่วนอีกคนคือ ชองจีฮอน อายุน้อยกว่าเธอถึงเก้าปี! แล้วใครกันที่จะได้เป็นตัวจริงของอีฮีแจ!

ตอนที่ 1-8 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา

คำค้น : รักข้ามรุ่น ก็ลุ้นว่าใช่ นิยายเกาหลี โรแมนติก คอเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 248

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2563 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 สงครามรัก ณ ทุ่งหญ้าสะวันนา
แบบอักษร

 

พอมาถึงบ้านเพื่อน ก็ยืมชุดนอนสีชมพูตั้งแต่หัวจรดเท้ามาใส่ แล้วเอาเบียร์ออกมาเปิดหนึ่งกระป๋อง ตอนนี้ควรจะต้องติดต่อมา แต่พอมองดูโทรศัพท์ก็ทำให้เกิดเป็นกังวล วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พุดคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถึงรู้ว่าเหตุผลที่ไปตรวจดูบ้านของฮีแจคือการหาเงินไปซื้อกีตาร์ แต่ก็ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้านี่นะ กังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเพราะตัวเธอเอง ลองคิดดูแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเด็กหนุ่มใจกว้างวัยยี่สิบต้นๆ เอง 

"อีฮีแจ เธอคงไม่ได้มีคนคุยหรอกนะ" 

"พูดอะไรน่ะ" 

"ว่าแต่ทำไมทำตัวยังกับลูกหมาปวดอึ แล้วมองแต่โทรศัพท์อย่างงั้นล่ะ" 

"ฉัน ไม่ ไม่ได้ปวดอึสักหน่อย" 

ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่สิ ถูกสกัดช่องทางการพูดต่างหาก พนักงานพาร์ทไทม์ร้านกาแฟชั้นหนึ่ง สตอล์กเกอร์ สำนักงานนักสืบ เงียบไปเพราะไม่รู้จะต้องเริ่มอธิบายจากอะไร และเพราะหวาดกลัวว่าความทุกข์ของคนนั้นมันอาจจะย้ายไปยังเด็กหนุ่มสดใสและร่าเริงนั่น  

มองข้ามคำพูดจริงจังที่ว่าปวดอึ แล้วบีบกระป๋องเบียร์ โดยไม่ได้ละสายตาไปจากโทรศัพท์ คำบ่นจากเพื่อนที่ว่า ถ้าไม่ใช่คนคุย งั้นไปยืมเงินนอกระบบมาเหรอ แต่คงเพราะเพื่อนยุ่งกับงานที่บริษัทถึงได้หลับไปทันที 

[พี่ครับ ไม่พบคนน่าสงสัยแถวบ้าน! กำลังจะเลิกตรวจครับ!] 

ฮีแจเช็คข้อความที่มาถึงหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง แล้วจึงเหยียดเท้าออก ส่งเสียงหายใจฟึดฟัดออกมาพร้อมกับหลับไป 

 

* * * 

 

อันที่จริงเธอไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลย จึงไม่คิดว่าจะได้รับสายตาของคนอื่นเมื่อมาทำงานด้วยการใส่ชุดเดียวกับเมื่อวาน ผู้ช่วยอีที่ไม่เข้าร่วมกินเลี้ยงเพราะธุระส่วนตัว วันต่อมากลับใส่ชุดเดิมมาทำงานเหรอ นี่มันอะไรกัน ไม่ใช่ต้นกำเนิดข่าวลือด้านชู้สาวน่ากระอักกระอ่วนที่ว่า ‘เมื่อวานอยู่กับผู้ชาย’ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถจับคนที่มองมาด้วยสงสัยใคร่รู้แล้วบอกอย่างละเอียดว่า ‘เมื่อวานมันไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันไปนอนบ้านเพื่อนผู้หญิงแถวๆ บริษัทนี่เอง เพราะที่บ้านมีสตอล์กเกอร์กำลังดักรออยู่’ 

“อะไรกัน อะไรกัน คุณผู้ช่วย? นี่จะให้ผมคิดยังไงดีครับ” 

คาอึลที่เผยอริมฝีปากอวบอิ่ม แล้วเดินอาดๆ เข้ามาจากทางด้านนั้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าใคร คนอย่างนายที่มีพลังล้นเหลือตั้งแต่เช้า น่าจะไปเป้นนักข่าวกีฬา คงจะดีกว่ามาเป็นพนักงานฝ่ายวางแผนเยอะ 

“คิดอะไรล่ะ ก็แค่ใส่ชุดเดิมอีกวันนึงก็แค่นั้น ช่วยคิดถึงแค่นั้นก็พอนะ อย่ามาเกาะติดชีวิตชาวบ้าน” 

“โหย เจ๋งโคตร คุณผู้ช่วยอีเท่สุด ผมเองก็ไม่ชอบเกาะติดชีวิตใครตามใจชอบหรอก ดังนั้นก็บอกมาเถอะครับ เมื่อวานบอกปัดการกินเลี้ยง แล้วไปอยู่กับใครเหรอครับ หืม? หืมมม? คุณผู้ช่วย ผมสงสัยจะตายแล้วนะ!” 

ถึงแม้ว่าคนหน้าเด็กที่ระเบิดความน่ารักออกมาพอๆ กับที่ชอบการใส่ใจ เอาแต่กระทืบเท้าแล้วถามว่า  “คุณผู้ช่วยผมอยากรู้เหตุผลที่ใส่ชุดเดียวกับเมื่อวานมาทำงานจะแย่แล้วนะ!” หากฮีแจก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลนั้นให้ฟัง อีกทั้งในใจดันรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำรอยแดงตรงคอสักรอยหนึ่ง ถ้าถามว่าทำไมก็เพราะรู้สึกถึงสายตาของหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่แอบมองจากที่ไม่ไกลนัก นั่นตอนนี้กำลังสนใจฉันสินะ? อ้า เมื่อวานฉันฝันถึงบรรพบุรุษเหรอ? ถ้าไม่ใช่วันนี้ฉันน่าจะถูกรางวัลนะ ก็ดันเกิดลางสังหรณ์ดีๆ ตั้งแต่เช้าเลยนี่ 

ฮีแจลืมกระทั่งเหตุการณ์สตอล์กเกอร์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน สายตาของแทมยองที่ยังคงไม่ได้ละไป คล้ายมีเรื่องจะพูด ฮีแจเลยออกมาที่ห้องชงกาแฟเงียบๆ เทคนิคการเดินไปอย่างช้าๆ เป็นภาษากายที่สื่อว่าถ้ามีเรื่องจะพูดก็ตามมา ฮีแจขยับก้าวเดินอย่างมีความหมาย ขณะที่มั่นใจว่ามีเสียงฝีเท้าติดตามมา เห็นทีเมื่อวานฉันคงจะฝันว่าได้รับโชคสินะ แกล้งทำเป็นชงกาแฟดีไหมนะ หรือแกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์กับผู้ชายดี ไม่งั้นก็ทำหน้าเขินอายแล้วไปรอที่บันไดหนีไฟดีไหมนะ ก่อนที่จะได้เลือกหนึ่งในสามนั้น น้ำเสียงตื่นเต้นจากด้านหลัง ก็ตามมางับหางฮีแจเอาไว้ก่อน 

“เอ่อ คือ ผู้ช่วยอีครับ” 

ในสายตาของฮีแจที่หันหลังด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ปรากฏเป็นหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่วันนี้ก็ยังดูดีอย่างไม่มีอะไรน่าสงสัยยืนอยู่ กำลังขบริมฝีปากด้วยฟันที่เรียงตัวสวย ไม่ใช่สีหน้าไร้ความรู้สึกเหมือนกับล่วงรู้สถานการณ์ล่วงหน้าและลงบันทึกเอาไว้แล้วอย่างปกติ ฮีแจรู้สึกมั่นใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่ทีมวางแผนหนึ่งเท่านั้น ตั้งแต่ชั้นหนึ่งจนถึงชั้นสูงสุดของบริษัท พวกผู้หญิงทั้งหมดที่ก้าวขาเข้าสู่ ‘สงครามรักครั้งที่สาม’ รวมถึงฮันคาอึลผู้แสนน่ารักด้วย อยากจะกระพือข่าวท่าทางของแทมยองในตอนนี้ให้กับคนพวกนั้นทั้งหมด เหล่าเพื่อนบ้าน! ช่วยมองพัคแทมยองหน่อย! 

“ผู้ช่วยอี สนิทกับคุณฮันคาอึลมากสินะครับ” 

“คุณคาอึลเหรอคะ ค่ะ ก็ทั้งอ่อนโยนและก็น่ารักด้วยนี่คะ แล้วก็ทำงานดีด้วย” 

“อ้า อย่างนั้นเองเหรอครับ ได้ยินว่าเมื่อวานไม่ได้มาร่วมกินเลี้ยงเพราะติดธุระส่วนตัว” 

“อ๋อ ค่ะ พอดีมีนัดสำคัญน่ะค่ะ” 

“อืม คือแบบว่า เมื่อวานผมทำผิดกับคุณผู้ช่วยนิดหน่อย แล้วก็มีเรื่องอยากบอกแบบส่วนตัว ดังนั้นก็เลยจะชวนไปกินมื้อเย็นน่ะครับ” 

“มีเรื่องอยากบอกเหรอคะ กับฉันเหรอคะ” 

จาก ‘สนิทกับคุณคาอึลเหรอครับ’ ก้าวกระโดดสู่หัวข้อการเชิญไปกินมื้อเย็น แต่ตอนนี้ส่วนนั้นถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับฮีแจ เธออดกลั้นอย่างยากลำบาก ทั้งที่เกือบจะโพล่งน้ำเสียงทุ้มต่ำยิ่งกว่าชายวัยกลางคนที่ถูกทุบนิ้วก้อยออกไปว่า ‘ฉันเหรอคะ กับฉันเหรอคะ เป็นฉันถูกไหมคะ แค่ฉันเหรอคะ เราสองคน? สองคนเท่านั้น?’ ถึงไม่อาจโห่ร้องออกมาได้ แต่อยากจะแห่แหนตัวเองที่พยายามมาตลอด แทมยองเพียงเอ่ยชวนกินข้าวด้วยกันสักครั้ง แต่กลับรู้สึกเหมือนกลายเป็นตัวเอกของเหตุการณ์ขอแต่งงานที่ลูกค้าโดยรอบในภัตตาคารหรูลุกขึ้นมาทีละคน แล้วแต่ละคนก็มอบดอกกุหลาบหนึ่งดอกให้กับฮีแจ พร้อมกับร้องเพลงว่า ‘วินาทีนี้เป็นดังเวทมนตร์’ แน่นอนว่าเมื่อจบเพลง แทมยองสุดหล่อก็จะปรากฏตัวออกมาจากหลังม่าน และถือแหวนเพชรเอาไว้ 

“ถ้าเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานนี้ ฉันเองไม่ได้ใส่ใจอะไร ไม่เป็นไรค่ะ” 

แต่ว่าในสถานการณ์นั้น ฮีแจก็ไม่ลืมจะเล่นตัวสักครั้ง 

"ไม่ใช่นะครับ คือผมมีเรื่องอยากจะบอกจริงๆ ครับ" 

แทมยองเอ่ยอีกครั้งอย่างหนักแน่น ทำให้ฮีแจหยุดการเล่นตัวในทันที 

"อ่อ ช่วงวันธรรมดาในสัปดาห์หน้าฉันว่างค่ะ" 

"โอเคครับ งั้นก็เอาเป็นช่วงเย็นในวันธรรมดาของสัปดาห์หน้านะครับ เมื่อได้สถานที่และเวลาแล้ว ผมจะบอกอีกทีนะครับ" 

หัวหน้าทีมพัคแทมยองที่สวมชุดสูทอย่างพอเหมาะพอดีกับรูปร่างสมส่วนราวกับติดกาวเอาไว้ หายไปทางด้านในออฟฟิศ ทำอย่างไรดีล่ะ ฮันคาอึล ชเวเยอึน แล้วก็ยัยจิ้งจอกแพค! ดูท่าฉันคงเคยกู้ชาติเอาไว้ แล้วก็คงทำถึงสองครั้ง ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่อาจโอ้อวดร้องป่าวเรื่องราวในตอนนี้ที่จะถูกบันทึกด้วยตัวอักษรหนาทึบในประวัติศาสตร์ของสงครามรักครั้งที่สามได้ หากฮีแจก็ตัดสินใจจะเก็บช่วงเวลานี้ไว้เป็นความลับแค่ชั่วคราวเท่านั้น ความย่ามใจกำลังพองฟูดังลูกโป่ง แต่ตีตนไปก่อนไข้ก็คงไม่อาจเชิดหน้าต่อคนในบริษัท โดยเฉพาะหากพูดเช่นนั้นแล้ว ฮันคาอึลคงจะไม่ได้ดื่มลาเต้ แล้วพ่นพรวดออกมาพร้อมปรบมือหัวเราะลั่น บังคับมุมปากที่พลอยจะยกขึ้น แล้วฮีแจเองก็กลับเข้าไปยังออฟฟิศ แค่เพียงช่วงเช้าเท่านั้น เรื่องสตอล์กเกอร์ที่ค้างคาใจกลับถูกปัดตกไปอยู่หลังการกระทำเด่นชัดของแทมยอง 

 

* * * 

 

อ๊าก! ทำไมเมื่อวานฉันถึงไม่ไปกินเลี้ยงกันนะ หากว่าระเบิดใส่ยัยจิ้งจอกแพคช้าไปแค่วันนึง การกินเลี้ยงก็จะเป็นวันนี้ ทำไมถึงได้เลือกนัดหมายสำคัญเมื่อวานนี้ เพราะไม่ได้เห็นฉากสำคัญ และต้องรับฟังแค่คำบอกเล่าเท่านั้น ช่วงเวลาที่น่าเสียดายแบบนี้มันช่าง! 

นี่ไม่ใช่เสียงที่ออกมาจากปากในตอนนี้ มันคือเสียงถูกกักกั้นเอาไว้ในใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจเปิดเผยออกมาของฮีแจที่อยู่ระหว่างทำตัวเป็นผู้หญิงสุขุมลุ่มลึก วันนี้เองก็ไม่พลาดที่จะมานั่งในห้องสัมมนาที่คาเฟ่ชั้นหนึ่งใต้ตึกบริษัท รับฟังเรื่องราวความกล้าหาญของหัวหน้าทีมพัคแทมยองที่เหมือนหน้ากากโซโลผู้ผดุงความยุติธรรมในระหว่างช่วงพักกลางวันอันเรียบง่าย “หัวหน้าทีมเท่มากๆ เลยครับ! เฮ้อ!” คาอึลกุมสองมือเอาไว้แล้วบอกเล่าเกินจริงราวกับระลึกถึงชายที่แอบรักที่วิ่งแข่งได้ที่หนึ่ง รวมไปถึงเยอึนที่คิดว่ามะเขือเทศลูกเล็กยี่สิบลูกมันไม่สมเหตุสมผล จึงได้ซื้อมาเพิ่มห้าลูก เอ่ยอย่างชื่นชม ขณะที่เคี้ยวหนุบหนับ 

“อื้อ ใช่แล้ว เรียกแท็กซี่มาด้วยความเด็ดขาด เหมือนกับทนายความที่ออกมาจากปราสาทสีขาวเลย โคตรมีเสน่ห์!” 

“หา? ปราสาทสีขาวทำไมมีทนายความโผล่มาล่ะครับ มันเป็นซีรี่ย์หมอนี่” 

“ไม่มีเหรอ ไม่ใช่ซีรี่ย์เรื่องนั้นล่ะมั้ง ถ้าไม่ใช่ก็เปรียบเป็นแม่ทัพอีซุนชินก็แล้วกัน อย่างไงซะก็มีคุณลุงคิมมยองมินเล่นเหมือนกัน เหมือนกับแม่ทัพอีซุนชินเลย” 

ความคิดเห็น